1.029K
VISITORS
48

ABOUT ME

สวัสดีค่ะไรต์ กชภาภัค นะคะ เพิ่งมาลงนิยายกับดรีมครั้งแรกฝากทุกคนช่วยติดตามหน่อยนะคะ และทุกคนสามารถติดตามผลงานของไรต์ได้ที่ ธัญวลัย readAwrite meb ค่ะ

ABOUT ME

สวัสดีค่ะไรต์ กชภาภัค นะคะ เพิ่งมาลงนิยายกับดรีมครั้งแรกฝากทุกคนช่วยติดตามหน่อยนะคะ และทุกคนสามารถติดตามผลงานของไรต์ได้ที่ ธัญวลัย readAwrite meb ค่ะ
FOLLOWING
You are not following any writers yet.
More

STORY BY กชภาภัค

รักเราไม่เท่ากัน(รักคนเลว)

รักเราไม่เท่ากัน(รักคนเลว)

41 Reads

ขุนหรือขุนพล ที่บรรดาสาวๆ เรียกกันว่าเฮียพล เสี่ยพล ผมน่ะรวยมากมีธุรกิจมากมายที่ผมดูแลอยู่ ไม่ว่าจะผับ บ่อน โรงแรม บริษัท สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงสิ่งบังหน้าเท่านั้นแหละครับ จริงๆ แล้วผมน่ะเจ้าพ่อค้ายารายใหญ่ดีๆ นี่เอง ผมน่ะมันเกิดมาบนกองเงินกองทอง อยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่มีหรอกครับสิ่งไหนที่ผมอยากได้แล้วไม่ได้ ผู้หญิงก็เช่นกัน? ใครๆ มักคิดว่าผมน่ะมันโหด ตัวอันตราย อารมณ์ร้อน ชอบใช้กำลัง เห็นผมเป็นแบบนี้แต่ผมก็อยู่ในโหมดสีชมพูนะครับ ผมมีเพื่อนสนิทมากๆ ถึง2คน เยอะไหมครับ? ถึงจะไม่เยอะคนแต่เยอะคุณภาพผมคิดแบบนั้น ในค่ำคืนที่แสงไฟสลัว สายตาของผมก็คอยสอดส่องเหยื่อที่มาให้ผมกระแทกคืนนี้ ปกติผู้หญิงก็เข้าหาผมเยอะนะครับ แต่คืนนี้ผมอยากเป็นเสือที่ออกตามล่าเหยื่อเองบ้าง สอดส่องไปจนเจอกับร่างบางของผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตารูปร่างของเธอไม่ได้สวยจนโดดเด่น แต่ผมกลับมองมันอย่างหลงใหล ผม: เจอเหยื่อว่ะ แทน: ไหนวะ ผม: สาวเสื้อแดงโต๊ะนู้น เป้: เปลี่ยนแนวเหรอวะ ผม: สวยดี กูชอบ ผมพูดจบพร้อมหยิบแก้วเหล้าเดินไปยังสาวเสื้อแดงที่ผมหมายตาทันที โดยไม่ฟังคำร้องเรียกของเพื่อนๆ ผมเดินไปยังเคาน์เตอร์บาร์ที่มีผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่คนเดียว แล้วทิ้งตัวลงนั่งเอ้ากี้ข้างๆ เธอ ผม: เท่าไหร่ ผมเอ่ยปากถามราคาค่าตัวของเธอไป ผมไม่ได้ตั้งใจนะครับ แต่ปากมันไปเอง? เธอคนนี้ไม่ได้ตอบอะไรผมกลับมาและไม่ได้หันมามองหน้าผมด้วย เธอทำอย่างกับว่าประโยคเมื่อกี้ผมไม่ได้พูดกับเธอ และไม่มีทางที่เธอจะไม่ได้ยินรึคิดว่าผมพูดกับคนอื่นแน่นอน เพราะผมน่ะกระซิบข้างหูเธอเต็มๆ ผม: เท่าไหร่ ผมถามย้ำอีกครั้งใกล้ๆ หูเธอ แต่เธอคนนี้ก็ยังคงนิ่งอย่างเช่นตอนแรก ทำให้ผมเกิดอาการหัวเสียจนเผลอกระชากแขนเธออย่างแรง เธอ: เป็นเหี้ยไรของมึงไอ้สัด เธอหันหน้ามาเผชิญหน้ากับผมตรงๆ พร้อมสบถคำด่าออกมาอย่างหยาบคาย ผม: กูพูดกับมึงทำไมมึงไม่ตอบ เธอ: อ้าว มึงพูดกับกูเหรอ กูนึกว่ามึงพูดกับอีตัวเห็นถามว่าเท่าไหร่ (เธอพูดพร้อมมองหน้าผมนิ่งๆ) ผม: กูพูดกับมึงนั่นแหละ เธอ: ขอโทษนะกูไม่ใช่อีตัว และกูก็ไม่ขายถ้าอยากได้รึคันมาก รูเสาไฟน่ะถูไปเลยไอ้สัด ถูให้ควยมึงถลอกไปเลย เพี้ยะ!! พูดจบเธอก็ฟาดมือลงมาที่หน้าผมอย่างแรง จนหน้าผมหันไปอีกทาง ผม: อีนี่ (ผมยกมือขึ้นจะฟาดหน้าเธอกลับแต่ปรากฎว่าเธอไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้วครับ) แสบใช่เล่น แถมยังเล่นตัวอีก หึ คิดว่าตัวเองสวยมากรึไงที่มีคนหล่อๆ ขอเยแต่กลับปฏิเสธ แต่ไม่เป็นไรครับอะไรที่ได้มายากๆ ผมว่ามันน่าสนใจกว่าอะไรที่ได้มาง่ายๆ ยิ่งผู้หญิงแสบๆ แรงๆ เหมือนยัยนี่ผมยิ่งชอบ แล้วอะไรที่ผมชอบผมก็ต้องได้ถึงจะต้องใช้วิธีเลวๆ ก็ตาม...... ผม: ไอ้ดำ ไอ้ดำ: ครับนาย ผม: มึงเห็นผู้หญิงชุดแดงที่กูคุยด้วยเมื่อกี้ใช่ไหม ไอ้ดำ: เห็นครับ ผม: ไปตามสืบประวัติมันมาให้กู แล้วถ้ามึงเจอตัวมันเมื่อไหร่ทมึงต้องลากมันมาให้กูเยทันที ไอ้ดำ: ต้องขนาดนั้นเลยเหรอครับ ผม: ไอ้ดำ ไอ้ดำ: ครับๆ นาย ผมขอตัวนะครับ ผม: เออ หึ! แล้วเราจะได้เจอกันแม่สาวน้อย แล้วกูจะเยมึงไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลยคอยดู ป๊าป ป๊าป โอ๊ะแค่คิดควยก็แข็งแล้วเว้ยแบบนี้ต้องหาอีตัวมากระแทกแก้ขัดก่อนดีกว่า... แตนหรือแตน เอ๊ะ ฉันจะพูดให้มันมากความทำไมก็ไม่รู้เนอะ เอาเป็นว่าฉันน่ะชื่อแตน สาวไม่สวย หน้าไม่หมวย นมไม่ใหญ่ อายุเท่าไหร่ไม่รู้ ฐานะทางบ้านก็พอถูๆ ไถๆ ได้ นิสัยฉันน่ะเป็นพวกชอบปะทะ ไม่เคยเกรงกลัวใครไม่ว่าจะหญิงหรือชายฉันได้หมด ถึงฉันสู้ไม่ได้ฉันก็จะสู้ขอให้ฝ่ายตรงข้ามมีแผลบ้างตามร่างกายของมันแค่นี้ฉันก็สะใจแล้ว คนแถวบ้านไม่มีใครกล้ายุ่งกับฉันหรอก เรียกได้ว่าพวกเขาน่ะเกลียดขี้หน้าฉันด้วยซ้ำ แต่ฉันไม่แคร์หรอกนะเพราะมันไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องแคร์ ฉันไม่มีเพื่อนหรอก ไม่ใช่ไม่มีคนคบนะแต่ฉันนี่แหละที่ไม่คบใคร ฉันไม่ต้องการเป็นเพื่อนกับใคร อยู่คนเดียวสบายใจกว่าเยอะชิวๆ ไปเลยไม่ต้องกลัวใครนินทา ไม่ต้องมานั่งระแวงเพื่อนนกสองหัว? เมื่อคืนฉันไปเที่ยวผับระหว่างที่ฉันกำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ จู่ๆก็มีผู้ชายที่ไหนไม่รู้มาขอซื้อตัวฉัน เขาหน้าหล่อนะแต่นิสัยเหี้ยไปหน่อย ฉันเลยสาดคำด่าชุดใหญ่ใส่เขาไปเต็มๆ แถมยังฟาดมือไปตบหน้าเขาอีก วันนี้ฉันแต่งตัวด้วยชุดสบายสบาย ไปเดินตลาดนัด หาของอร่อยกินคนเดียวสบายสบาย ฉันเดินกินลูกชิ้นปิ้งไปตามทางเดินกลับบ้านพร้อมฮัมเพลงไปด้วย ลูกชิ้นร้านนี้น้ำจิ้มเด็ดรอบหน้าฉันจะมาซื้อใหม่ เอี๊ยดดดด ฉัน: เห้ย มาจับกูทำไมวะ ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ ฉันร้องโหวกเหวกโวยวายให้คนช่วย เมื่ออยู่ๆ ก็มีรถมาจอดตรงหน้าฉัน แถมคนในรถยังมาจับตัวฉันอีก ฉัน: ปล่อยกู ไอ้เหี้ยปล่อย ช่วยด้วย 'เงียบถ้าไม่อยากตายอย่าส่งเสียงเด็ดขาด' เอาปืนมาจ่อหัวฉัน แล้วไงกับอีแค่ปืนกูไม่กลัวหรอกเว้ย ฉันกระทืบเท้าไอ้คนที่ล็อกแขนฉันอยู่จนมันล้มไปนอนกับพื้น แล้วหันไปต่อยอีกคนข้างหน้า จากนั้นฉันก็ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งหนีพวกมัน 'เห้ยตามดิวะ' 'จับให้ได้น่ะเว้ย ไม่งั้นนายได้ฆ่าพวกเราแน่' ฉันได้ยินเสียงบทสนทนาของพวกมันที่คุยกันอยู่ ตอนนี้ฉันได้แต่วิ่งหนีอยา่งเดียวชาวบ้านแม่งไม่ยอมช่วยกู โอ๊ะ ลืมไปใครไม่ยุ่งกับกู? ฉันวิ่งไปหลบหลังพุ่มไม้ 'ไปไหนแล้ววะ' 'ไปหาให้ทั่วคนนี้นายต้องได้' 'งั้นกูไปทางนู้น' 'เออกูจะไปทางนี้เอง' มึงจะไปทางไหนก็ไปเถอะตอนนี้กูปวดฉี่จนจะราดอยู่แล้ว ฉันนั่งหลบอยู่หลังพุ่มไม้พักใหญ่ๆ จนแน่ใจว่าพวกนั้นกลับกันไปหมดแล้วจึงออกมา ฉัน: โล่งอก 'โล่งมากไหมจ๊ะ' ฉัน: เห้ย อือ เสียงของฉันถูกกลืนลงคอไปเมื่อพวกมันเอาผ้ามาโป๊ะจมูกฉัน จนฉันสลบไป เรื่องนี้สอนให้ฉันได้รู้ว่าจะแกร่งจะฉลาดขนาดไหนสุดท้ายฉันก็แพ้ผู้ชายร่างใหญ่และยาสลบอยู่ดี [ขุนพล] บอกแล้วไงครับว่าอะไรที่ผมอยากได้ผมก็ต้องได้ อย่างเช่นผู้หญิงคนนี้ที่กำลังนอนสลบอยู่บนเตียงของผม พรุ่งนี้เช้าเธอน่าจะตื่น ผมยืนมองร่างกายของเธอเงียบๆ ผมยังไม่คิดจะทำอะไรเธอตอนนี้หรอกครับ แม่นี่ประมาทไม่ได้ลูกน้องผมเล่าให้ฟังว่ากว่าจะจับตัวมาได้เล่นเอาลูกน้องผมแทบน้วม

Updated at

Read
เมียหมอ

เมียหมอ

95 Reads

"คุณหมอสวัสดีค่ะ" "คุณหมอสวัสดีครับ" เสียงทักทายของพยาบาลและบุรุษพยาบาลดังขึ้นมาตลอดทางที่ผมเดินผ่าน ทุกคนต่างพากันยกมือไหว้และทักทายผมด้วยรอยยิ้ม ผมก้มศีรษะเล็กน้อย ให้กับทุกคนที่ทักทายอย่างมีมารยาท ก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องตรวจมา ผมกฤษครับ ผมเป็นหมออยู่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ที่สำคัญโรงพยาบาลนี้เป็นของครอบครัวผมเอง ผมเป็นพี่ชายคนโต มีน้องชายหนึ่งคนผมกับน้องเราอายุห่างกันห้าปี ผมสามสิบสอง น้องผมยี่สิบเจ็ด ผมมีแฟนแล้วครับ แฟนผมเป็นนางแบบ ที่กำลังโด่งดังอยู่ใน ณ ขณะนี้ ผมกับเธอเรารักกันมาก เราสองคนวางแพลนจะแต่งงานกันในปีหน้า และมีลูกทันที ผมหยิบกรอบรูปผมกับแฟนที่ตั้งโชว์ร่าอยู่บนโต๊ะทำงานมาดู ผมมีความสุขทุกครั้งเมื่อนึกถึงอนาคตของผมกับเธอที่วาดฝันกันไว้ ยิ่งคิดไปถึงตอนที่ผมกับเธอมีลูกตัวน้อยๆ วิ่งเล่นอยู่ในบ้าน ผมก็โคตรมีความสุข ผมรักแฟนมากใครๆ ก็รู้ผมเป็นพวกอวดแฟน เห่อแฟนจนใครๆ ต่างก็พากันหมั่นไส้ แฟนผมสวย ผมก็ต้องอวดเป็นธรรมดา ทำไมใครๆ ถึงไม่เข้าใจ ผมงงจริงๆ "สวัสครับป้า เป็นไงบ้างครับวันนี้ยังไอเยอะอยู่ไหม" ผมถามป้าคนไข้ ที่ผมเป็นหมอเจ้าของไข้ ของป้าอยู่ ตอนนี้ผมกำลังขึ้นเวร เดินตรวจผู้ป่วยตามเตียง ตามห้องต่างๆ อยู่ครับ "ยังไออยู่ลูก แต่ไม่เยอะเหมือนเมื่อวานแล้ว" "ขอผมฟังเสียงปอดหน่อยนะครับ ว่าปกติดีรึยัง" ว่าจบผมก็ใช้สเต็ตโทสโคป หรือ เรียกอีกอย่างว่า เครื่องฟังตรวจ สอดไปทางด้านหลังของป้า ก่อนจะทาบกับแผ่นหลัง "ดีขึ้นมากแล้วนะครับป้า ป้ายังเหนื่อยอยู่ไหมครับ" "นิดหน่อยลูก" "อยู่พ่นยาอีกสักวันสองวันนะครับ ก็น่าจะกลับบ้านได้" "สาธุเลยลูก" ป้าพูดพร้อมยกมือขึ้นเหนือหัว ผมมองท่าทางของป้าด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินไปตรวจเตียงต่อไปต่อ กว่าจะตรวจคนไข้ที่ผมเป็นเจ้าของอยู่ครบก็เกือบบ่ายแล้วครับ คนไข้เยอะเป็นพิเศษ เนื่องจากอากาศประเทศเราเปลี่ยนแปลงบ่อย เลยทำให้คนป่วยง่าย คนไข้เลยเพิ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ ตามที่เห็น คนไหนที่ป่วยรุนแรงหน่อย แต่ไม่ถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาลก็ให้กลับบ้านไป เพราะพื้นที่โรงพยาบาลเต็มจริงๆ ครับ ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงจริงๆ เราก็จะไม่รับไว้ แต่ไม่ใช่ปล่อยปะละเลยนะครับ ผมจดจ่อดูนาฬิกาว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาออกเวรของผมสักที แกร่ก ผมเงยหน้าออกจากเอกสาร มองหน้าคนมาใหม่ที่เปิดประตูเข้ามาโดยไม่ได้เคาะ "อีกแล้วนะครับหมอมาย" ผมว่าพลางมองดุหมอมายที่เปิดประตูเข้ามาในห้องผมทีไร ก็ไม่เคยเคาะประตูทุกที "มายขอโทษค่ะกฤษ คุณทำอะไรอยู่คะ" หมอมายเดินมานั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับผม "เซ็นเอกสารครับ" "ไปทานข้าวกันไหมคะ มายมีร้านมาแนะนำ" "วันอื่นล่ะกันครับ วันนี้ผมมีธุระ" "กฤษปฏิเสธมาย ตลอดเลยนะคะ" หมอมายว่าพลางตีหน้าเศร้า "ผมไม่ว่างจริงๆครับ" "คุณคงรีบไปหาแฟนคุณสินะคะ" "หมอมายครับ" "มายขอโทษค่ะ งั้นมายกลับก็ได้ค่ะ" ว่าจบหมอมายก็ลุกจากเก้าอี้ แล้วเดินออกจากห้องตรวจผมไป "เฮ้อ" ผมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายพลางมองตามแผ่นหลังหมอมายที่เดินออกไป หมอมายมักจะมาหาผมแบบนี้ทุกวัน ชวนผมไปกินข้าว ไปนู่นไปนี่ แต่ผมไม่เคยไปกับเธอเลยสักครั้ง ผมปฏิเสธเธอตลอด ไม่ใช่ว่าผมมองไม่ออกว่าเธอคิดยังไง แต่ผมไม่อยากให้ความหวังใคร ทั้งๆ ที่ผมก็มีแฟนอยู่แล้ว ผมไม่ใช่คนดีมากมาย ในอดีตผมก็เคยทำเลวกับแฟนของผมนับครั้งไม่ถ้วน กว่าจะผ่านมาได้ กว่าจะมีวันนี้ ผมไม่อยากเอาอารมณ์ชั่ววูบมาแลกกับรักดีๆ หรอกครับ ติ้ง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นมา ทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือเปิดดูข้อความแชตจากแอปพลิเคชั่นไลน์ "กฤษคะ คุณทำงานเลิกตอนไหน" ผมยิ้มร่าทันทีเมื่อข้อความที่ส่งมาเป็นของคนรักของผมเอง "ดึกมั้งครับ ทำไมคิดถึงผมเหรอ" "ฉันคิดถึงคุณตลอดเวลานั่นแหละค่ะ แล้วคุณล่ะคะคิดถึงฉันไหม" "คิดถึงสิครับคิดถึงตลอด" "ทำงานเหนื่อยไหมคะ อย่าหักโหมนะคะฉันเป็นห่วง" แฟนผมน่ารักแบบนี้ไงครับ ผมถึงไม่อยากทำเธอเสียใจ "ครับที่รัก" "ฉันรอคุณกลับบ้านนะคะ" "ครับ" ผมปิดโทรศัพท์มือถือก่อนจะอมยิ้ม เมื่อนึกถึงเซอร์ไพรส์ที่ผมจะทำให้เธอเย็นนี้ ผมว่าเธอต้องชอบมันมากแน่ ๆ ผมมั่นใจ เมื่อถึงเวลาออกเวร ผมรีบเก็บสำภาระของตัวเองลงกระเป๋าให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องตรวจมายังรถของผมที่จอดอยู่ที่โรงจอดรถของโรงพยาบาล ตลอดทางเดินก็มีคนทักทายผมตลอดไม่ว่าจะหมอ พยาบาล คนไข้ ญาติคนไข้ บลาๆๆ ผมกดปลดล็อกประตูรถ ก่อนจะเปิดประตูขึ้นรถ สตาร์ทรถและขับออกมายังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองกรุง "มารับแหวนที่สั่งไว้ครับ" ผมบอกกับพนักงานพลางยื่นบัตรเครดิตไปให้ "สักครู่นะคะ" พนักงานร้านเดินหายไปประมาณห้านาที ก็เดินถือกล่องแหวนที่ผมสั่งไว้ออกมา "ลองเช็กสินค้าดูก่อนนะคะ" ผมหยิบกล่องแหวนมาเปิดดู ก่อนจะอมยิ้มเบาๆ แล้วส่งกลับคืนพนักงานไป "โอเคครับ" "ค่ะ ลูกค้ารอสักครู่นะคะ" "ครับ" เมื่อทำการซื้อแหวนเสร็จ ผมก็เดินมาขึ้นรถของผม ก่อนจะขับมายังอีกที่หนึ่ง "มารับช่อดอกไม้ที่สั่งเอาไว้ครับ" "นี่คะ คุณกฤษ กุหลาบขาวที่คุณกฤษสั่งเอาไว้" "เท่าไหร่ครับ" "หนึ่งพันห้าสิบบาทค่ะ" "นี่ครับ" ผมรับช่อดอกไม้มาจากพนักงาน ก่อนจะเดินมาขึ้นรถ แล้วขับไปยังบ้าน จุดมุ่งหมายสุดท้ายของผม วันนี้เป็นวันครบรอบสิบปีที่ผมกับแฟนคบกัน ผมเลยจะเซอร์ไพรส์เธอขอแต่งงานในวันนี้ ในวันครบรอบของเรา ผมเดินเข้าบ้านมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มอิ่มไปด้วยความสุข ผมเดินขึ้นบันไดมาบนห้องพร้อมกับจังหวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ผมยืนทำใจอยู่หน้าห้องของผม ที่มีแฟนสาวของผมอยู่ในนั้น ผมค่อยๆ แตะมือไปที่ลูกบิดประตูเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ บิดลูกบิดเปิดประตูช้าๆ พร้อมๆ กับร่างของผมที่มาหยุดยืนอยู่ในห้อง "เซอร์ไพรส์" ผมก้มหน้าพูดคำนี้ ก่อนจะเงยขึ้นมามองหน้าคนรักของผมด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วรอยยิ้มของผมก็ต้องหุบลง พร้อมๆ กับเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ผมยืนตัวแข็งทื่อ มองภาพของชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่บนเตียงของผม ขนาดที่เสียงของผมที่เปล่งออกไปก่อนหน้า ยังทำให้เขาผละออกจากกันไม่ได้เลย ตุ้บ

Updated at

Read
Secret ของเล่นนายวายร้าย

Secret ของเล่นนายวายร้าย

173 Reads

INTRO หญิงสาวร่างบางในชุดสีแดงสดเดินทอดน่องไปตามทางเดินด้วยท่าทางสง่างามไม่สนใจสายตาของใครต่อใครที่มองมา เธอคนนี้มีชื่อว่า มามี้ หญิงสาวหน้าตาสระสวยดีกรีเป็นถึงนางแบบดังในต่างประเทศ เป็นที่จับตามองของหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่แต่ทว่าเธอคนนี้ไม่สนใจใคร เธอมองซ้ายขวาก่อนจะแตะคีย์การ์ดเข้าห้องมา พลางแก้ผ้าแช่น้ำในอ่างอย่างสบายตัว พรึบ "ทำไมอาบน้ำไม่รอผัวครับที่รัก" ชายหนุ่มที่เพิ่งมาใหม่ เดินเข้ามาในห้องน้ำสภาพเปลือยเปล่าไม่แพ้กัน ก่อนจะลงไปนั่งช้อนหลังหญิงสาว ยื่นมือหนามาข้างหน้าบีบขย้ำหน้าอกเต่ง "ก็แก้ผ้านอนรออยู่นี่ไงคะ" สาวเจ้าว่าพลางหันหน้าไปเผชิญกับชายหนุ่ม "เมื่อยจังค่ะ นวดให้หน่อยได้ไหม" "นวดตรงไหนดี" ชายหนุ่มถามพลางยกยิ้มอย่างชอบใจ "ตรงนี้" หญิงสาวจับมือของชายหนุ่มวางทาบตรงกลางระหว่างขา พลางกัดปากยั่วยวนชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังมองหน้าเธออยู่ "นวดแรง ๆ นะคะคุณพอล" "แรงจนร้องขอชีวิตเลยเป็นไง" ชายหนุ่มถามพลางใช้นิ้วกรีดไปมากลางร่องเสียว "จัดมา มี้อย่างเจอ" สิ้นสุดคำพูดอ่างอาบน้ำก็กลายเป็นสนามรบของชายหญิงคู่นี้ทันที มามี้นางแบบสาว ที่แอบคบหากับพระเอกหนุ่มสุดฮอต พอลหยางแบบเงียบ ๆ มาเป็นเวลานานไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากบอกใครหรอกนะว่าคบกับชายหนุ่มอยู่ แต่เป็นชายหนุ่มต่างหากล่ะที่ไม่อยากบอกใครว่าคบกับเธอ โปรดติดตามความรักของเขาทั้งสอง ผ่านนิยายเรื่องนี้ ช่วยลุ้น ช่วยเชียร์ และช่วยเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ #1 ของเล่นนายวายร้าย เช้าตรู่ของอีกวัน สาวเจ้าที่กำลังนอนหลับสะดุ้งตื่นขึ้นมา พลางมองชายหนุ่มที่กำลังนอนคว่ำหน้าสวมกอดเธออยู่ ฟอด ฉันก้มลงหอมแก้มผู้ชายข้าง ๆ ด้วยความหลงใหล พลางลอบยิ้มออกมาอย่างสุขใจที่เห็นเขายังคงนอนอยู่ในห้องของฉัน นอนข้าง ๆ กันแบบนี้ เขาชื่อพอล เป็นคนรักของฉัน เขาเป็นพระเอกดัง เราสองคนแอบคบกันมาหลายเดือนแล้วทุกเช้าเวลาฉันตื่นมาฉันพบว่าข้างกายของฉันมันว่างเปล่าเสมอเขาตื่นไปทำงานในขณะที่ฉันยังคงนอนอยู่ แต่วันนี้เขามาแปลกและฉันก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลใด "หอมจัง" แรงกอดรัดจากด้านหลังขณะที่ฉันกำลังยืนผัดข้าวผัดอยู่ "ล้างหน้า แปรงฟันหรือยังคะ" "เรียบร้อยแล้วครับ หิวจะแย่" พอลว่าด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพลางซบหน้าลงมาที่ไหล่ของฉัน "ไปนั่งเลยค่ะ เสร็จมี้จะยกไปให้" "ไม่ได้หิวข้าวครับ" พอลว่ามือหนาของเขาก็ลูบไล้อยู่ที่สะโพกมนของฉันบีบขย้ำมันเบา ๆ "แต่เช้าเลยหรือไง" "แล้วได้ไหมล่ะ" ฉันปิดแก๊สก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเขา ใช้นิ้วเชยคางเขาขึ้นมาพลางกระซิบเบา ๆ ที่หูเขาว่า "เคยขัดไหม" พอลยิ้มอย่างชอบใจ ก่อนจะยกตัวฉันขึ้นอุ้มในท่าที่เราหันหน้าเข้าหากัน ขาของฉันเกี่ยวตะหวัดรอบเอวของเขาไว้ เขาพาฉันเดินมาที่โต๊ะทานข้าว ก่อนจะวางตัวฉันนอนราบไปกับโต๊ะเบา ๆ "ตรงนี้เลยเหรอคะ" ฉันถามพลางมองหน้าเขา "ตรงนี้แหละ ตื่นเต้นดี" ว่าจบเขาก็โน้มตัวลงมาซุกหน้ามาที่กลางกายของฉันฉันอ้าขาออกจากกันอย่างรู้งาน พอลถอดกางเกงในของฉันทิ้งขว้าง ก่อนจะตวัดลิ้นไปมาที่ร่องรักของฉันเบา ๆ แต่ทำเอาฉันสะท้านไปทั้งตัว "อื้ออ ที่รัก" ฉันครางเสียงหวาน กับสัมผัสที่เขามอบให้ มันเสียวรัญจวนแทบขาดใจอยากให้เขาใส่แก่นกายเข้ามาและกระแทกฉันแรง ๆ ฉันผงกศีรษะขึ้นมามองเขาที่กำลังดูดดื่มตรงส่วนนั้นของฉัน ฉันกัดปากร้องครางขยุ้มผมเขาเบา ๆ อย่างระบายอารมณ์ "โอ้ยที่รัก" ฉันเกร็งกระตุกปล่อยน้ำรักออกมา พลางนอนหอบหายใจถี่อย่างคนหมดแรง "หมดแรงแล้วเหรอ โดนแค่ลิ้นเขาเองนะ" พอลว่าพลางยิ้มเจ้าเล่ห์มองหน้ากัน "รีบ ๆ ใส่เข้ามา เขาอยากจะเสียวกับพอลน้อยจะแย่แล้ว" ฉันว่าด้วยน้ำเสียงออดอ้อน "ขอแตกในได้ไหม" "งื้ออ ได้สิคะ" สิ้นสุดคำพูดของฉัน พอลก็จับแก่นกายของเขากระแทกเข้ามาในร่องรักของฉันพรวดเดียวมิดด้าม ฉันถลาตัวโผล่กอดเขาแน่นด้วยความเจ็บ มีเซ็กส์กันมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ฉันก็ไม่เคยชินกับแก่นกายใหญ่ของเขาสักที "โอ้วว เสียวจังเลย" พอลครางเสียงกระเส่ากระแทกกระทั้นเอวสอบเข้ามาอย่างถี่ยิบ "ที่รักอย่าขยี้เม็ดเสียวเขา เดี๋ยวเขาฉี่แตกนะตัว" "ฉี่เลยเขาชอบ โอ้ว เสียว" ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ แก่นกายที่โผล่เข้าโผล่ออก มือหนาที่ขยี้ที่เม็ดเสียวของฉัน ฉันเสียวจนมวนท้องไปหมดภายในช่องรักของฉันตอดรัดแก่นกายใหญ่จนแน่น และแล้วฉันเสร็จถึงฝั่งในขณะที่อีกคนยังกระแทกกระทั้นไม่หยุด และเขาคงไม่สุดง่าย ๆ เพราะเขาน่ะอึดจะตาย กว่าจะเสร็จแต่ละครั้งเล่นเอาฉันหลีชากันเลยทีเดียว "ไปอดอยากปากแห้งมาจากไหน" ฉันเอ่ยถามคนที่ซบไหล่ฉันอย่างคนหมดแรงเนื่องจากเพิ่งสำเร็จความใคร่ไปเมื่อครู่ "ที่รักยั่วเยขนาดนี้ใครจะอดใจไหว" ว่าจบเขาก็หอมแก้มฉันฟอดใหญ่ "ลุกเลยค่ะ มี้จะไปล้างตัว" "ล้างให้เขาด้วยได้ไหม" ฉันนิ่งเงียบไปพลางมองหน้าเขานิ่ง ๆ "ล้างด้วยปากของตัว" ฉันคุกเข่าลงใช้ปากครอบงำแก่นกายใหญ่ของพอลอย่างว่าง่าย โลมเลียอย่างใจเย็นช้อนสายตามองร่างหนาที่กำลังมองการกระทำของฉันตาเป็นประกาย "ดูดตรงหัวแรง ๆ นั่นแหละที่รัก" ฉันทำตามที่เขาว่าจนเขาพอใจ ก่อนจะพากันไปล้างตัวแล้วออกมาทานข้าวกัน "ทำไมวันนี้อยู่ห้องกับมี้ได้คะ" ฉันถามพลางหน้าเขา "อยากอยู่กับเมียบ้างไม่ได้หรือไง" พอลว่าพลางมองสบตาฉันนิ่ง ๆ "ได้ค่ะ" ฉันว่าพลางยื่นมือไปหยิกแก้มเขาเบา ๆ "พอลรักมามี้จังเลย" "ไม่เบื่อมี้หรือไง" "ไม่มีวันเบื่อ" เขาตอบมันอย่างคนมั่นใจ ฉันจะคำเขาไว้แล้วกัน

Updated at

Read
ของเล่นนายแฟนเก่า

ของเล่นนายแฟนเก่า

382 Reads

เกริ่น - ของเล่นนายแฟนเก่า ร่างบางของหญิงสาวเดินนวยนาดเข้ามายังร้านอาหารของผู้เป็นพี่ชายกวาดสายตามองไปทั่วร้านก่อนจะเจอเข้ากับร่างของพี่ชายที่กำลังนั่งหัวเราะอยู่กับเพื่อน "พี่โซ่" เสียงหวานตะโกนเรียกเสียงดังลั่นพลางสาวเท้าเข้าไปหายืนหยุดอยู่ตรงหน้าของพี่ชายคนเดียวที่มีนามว่า \'โซ่\' โซ่ปลายตามองน้องสาวตัวดีเพียงเล็กน้อยก่อนจะเบือนหน้าหนีหันไปคุยกับเพื่อนต่อ "ไม่ได้ยินที่เรียกหรือไง" เมื่อเห็นว่าตัวเองโดนเมินหญิงสาวร้องถามพี่ชายด้วยความไม่พอใจ "ได้ยิน" "แล้วทำไมไม่ตอบน้อง" "มีอะไร" "น้องหิว อยากกินข้าว" โซ่ทำหน้าเบื่อหน่ายพลางคิดในใจว่าทำไมหญิงสาวถึงไม่บอกพนักงานในร้านมาบอกเขาที่กำลังนั่งคุยอยู่กับเพื่อนทำไม "วุ่นวายกับกูจริง ๆ อีเด็กนี่" โซ่พึมพำแต่ก็ยอมลุกออกไปหาข้าวให้น้องสาวกินแต่โดยดี ดวงตากลมโตกวาดสายตามองเพื่อนพี่ชายเล็กน้อยก่อนจะระบายยิ้มบาง ๆ ให้ เพื่อนพี่ชายพวกนี้เธอรู้จักทุกคนแต่ไม่สนิทเท่าไหร่เลยไม่รู้จะทักทายอะไรนอกจากยิ้มบางอย่างเป็นมารยาทเท่านั้นให้คนพวกนี้ เพื่อนพี่ชายของเธอมีชื่อว่า คิม ยิม และดอน ดอนคือแฟนเก่าของหญิงสาวและที่แปลกไปกว่านั้นหญิงสาวไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่หลังจากเลิกกันเขาก็หายไปเป็นปี ไม่รู้ข่าวคราว ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน ส่วนเหตุผลของการเลิกกัน คือหญิงสาวนั้นเป็นคนนอกใจ "เพิ่งเลิกงานมาเหรอแซน" หลังจากที่เงียบอยู่นานยิมที่เห็นว่าบรรยากาศมันเริ่มแย่เลยหาเรื่องคุย และเขาก็เลือกที่จะคุยกับหญิงสาว "เพิ่งกลับมาจากบ้านเพื่อนค่ะ ช่วงนี้แซนว่างงาน" แซน คือ ชื่อของหญิงสาว "สมควร" หญิงสาวปรายตามองดอนที่พูดประโยคนั้นออกมา ".........." "ก็สมควรที่จะไม่มีงานทำเพราะคนแบบเธอมันจะทำอะไรเป็นนอกจากนอกใจแฟน" #1 ของเล่นนายแฟนเก่า "ก็สมควรที่จะไม่มีงานทำเพราะคนแบบเธอมันจะทำอะไรเป็นนอกจากนอกใจแฟน" ฉันมองพี่ดอนด้วยความรู้สึกจุกอกกับคำพูดของเขาก่อนจะเบือนหน้าหนีมองไปทางอื่นเมื่อไม่อาจทนกับสายตาเกลียดชังที่เขามองมาได้ แววตาของเขามันเต็มไปด้วยความแค้นและเกลียดชังฉันอย่างเปิดเผย และต้นเหตุที่เขาจงเกลียดจงชังฉันขนาดนี้เป็นเพราะว่าตอนที่เราเป็นแฟนกันฉันนอกใจพี่ดอนไปคบหากับผู้ชายคนอื่น และความผิดครั้งนั้นก็ไม่ใช่ความผิดพลาดฉันตั้งใจนอกใจเขาจริง ๆ ก็เพราะว่าเขามัวแต่ทำงานไม่สนใจฉันเลยสักนิดปล่อยทิ้งฉันราวกับฉันเป็นเพียงสิ่งของมีไว้ประดับห้องแค่นั้น เขาไม่เคยจะสนใจหรือใส่ใจฉัน เราเคยทะเลาะกันใหญ่โตเรื่องที่เขาไม่มีเวลาให้แต่สุดท้ายก็จบลงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เขายังคงบ้างานอยู่อย่างนั้นเดินทางไปดูงานต่างจังหวัดเป็นอาทิตย์ในหนึ่งเดือนเขามีเวลาให้ฉันแค่สี่วัน ทุกคนคิดว่ามันเพียงพอไหม ฉันไม่เคยอยากได้อะไรจากเขาเลยด้วยซ้ำไม่ว่าจะสิ่งของหรือเงินทอง ฉันต้องการแค่เวลาจากเขาเท่านั้น แต่ในเมื่อเขาไม่มีให้กัน ฉันเลยต้องหามันจากคนอื่นแทน.... ความรักสามปีของฉันกับเขาจบลงต้นเหตุของมันก็คือฉันนอกใจเขา หลังจากเลิกกันพี่ดอนก็หายออกไปจากชีวิตของฉัน เราต่างหายออกไปจากชีวิตของกันและกันฉันไม่รู้ข่าวคราวของเขา ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน ไม่มีใครพูดถึงเขาให้ฉันฟังจนวันนี้ฉันมาเจอเขาอีกครั้ง....เขาดูเปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว "แล้วยืนอยู่ทำซากอะไรมานั่งเดี๋ยวเด็กมันยกข้าวมาให้" พี่โซ่ที่เพิ่งเดินกลับมาหันมาพูดกับฉันด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ ซึ่งเขามักจะหยาบคายแบบนี้กับฉันเสมอทั้งคำพูดและการกระทำ แต่ฉันก็ไม่คิดถือสาเขาหรอกนะไม่คิดจะโกรธด้วยซ้ำก็เขาเป็นคนแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรฉันจะไปนึกโกรธเขาให้ได้อะไรขึ้นมา "เดี๋ยวน้องนั่งแยกอีกโต๊ะก็ได้" ฉันไม่อยากนั่งร่วมโต๊ะกับพี่ดอนบอกตามตรงว่าฉันอึดอัดกับสายตาที่เขามองมา "เกะกะลูกค้าเขา" ซึ่งคำพูดต่อมาของพี่ชายทำให่ฉันเดินไปนั่งลงที่โต๊ะอยากจำใจ ตรงที่นั่งฉันมันตรงข้ามกับพี่ดอนแบบพอดี เขามองฉันพลางเหยียดยิ้มเย้ยหยันออกมา "น้องแซนว่างงานเหรอครับ" "แซนก็พูดไปงั้นแหละค่ะจริง ๆ แล้วแซนไม่ได้ว่างงานอะไร ช่วงนี้แซนผันตัวเองมาเป็นนักเขียนนิยายน่ะค่ะ" ฉันตอบพี่คิมด้วยรอยยิ้มกว้างบอกเล่าเกี่ยวกับงานที่ฉันทำอยู่ตอนนี้ด้วยความภาคภูมิใจ ฉันเขียนนิยายอาชีพที่ฉันใฝ่ฝัน และตอนนี้ฉันเองก็กำลังมุ่งมั่นทำมันอยู่ด้วยความตั้งใจ "ไอ้นั่นมันไม่มีปัญญาเลี้ยงหรือไงถึงได้มาเขียนนิยายกระจอกกระจอกขาย"

Updated at

Read
เมียเก็บ

เมียเก็บ

1.604K Reads

ชีวิตของผู้หญิงที่ชื่อว่า อ้อมรัก ไม่เคยง่ายอีกเลยตั้งแต่แต่งงานเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายกับแฟนหนุ่มที่คบหากันมานานถึงสามปีอย่าง ธา ธานินทร์ และถึงแม้ว่าเธอกับธานินทร์จะคบหากันมานานขนาดนั้นจวบจนแต่งงานกันก็ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ธานินทร์จะประกาศให้คนภายนอกรับรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับเธอ รักของอ้อมรักกับธานินทร์เป็นความลับมาตลอดตั้งแต่เริ่มคบจนบัดนี้ที่แต่งงานและใช้ชีวิตด้วยกัน ธานินทร์ให้เหตุผลว่าไม่อยากให้ใครล่วงรู้เรื่องความสัมพันธ์เพราะไม่อยากให้อ้อมรักตกเป็นเป้าสายตาของใครหรือแม้กระทั่งไม่อยากให้อ้อมรักตกเป็นขี้ปากของชาวบ้านเนื่องจากธานินทร์เป็นคนรวยมั่งคั่งในขณะที่อ้อมรักเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรเทียบเท่าและเหมาะสมกับผู้ชายที่เป็นดั่งเทพบุตรอย่างธานินทร์เลยสักนิด ระยะเวลาที่ผ่านมาถึงแม้ว่าความรักของทั้งคู่จะเป็นเพียงรักลับ ๆ แต่ก็ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ความรักของทั้งคู่จะมีปัญหาธานินทร์ไม่เคยนอกใจหรือนอกกายไม่เคยคิดมองใครนอกจากอ้อมรัก ไม่เคยเลยสักครั้งที่ธานินทร์จะทำอ้อมรักเสียใจไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ จวบจนเวลาค่อย ๆ ผ่านพ้นไปจนกระทั่งทั้งคู่แต่งงานกันงานแต่งงานที่มีแค่คนในครอบครัวรับรู้เพียงเท่านั้นและวันนั้นทั้งคู่ก็ได้จดทะเบียนสมรสเป็นภรรยาและสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายกันอย่างสมบูรณ์แบบ อ้อมรักคิดมาเสมอว่าการได้แต่งงานกับผู้ชายที่รักนั่นคือบทสรุปของชีวิตคู่แต่ทว่าความเป็นจริงที่เธอพบเจอไม่ใช่เลยสักนิด ไอ้สิ่งที่เธอคิดว่ามันคือบทสรุปสุดท้ายของชีวิตคู่กลับเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ เพราะหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นานผู้ชายที่ไม่เคยทำเธอเสียใจก็เริ่มออกลาย เขี้ยวเล็บที่เคยซ่อนไว้กลับโผล่ขึ้นมาจนอ้อมรักตั้งรับแทบไม่ทำ ไม่ว่าจะนอกใจหรือนอกกาย ธานินทร์ทำหมด บ้านไม่กลับกกอยู่โรงแรมกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า เช้ากลับบ้านมาพร้อมรอยแดงที่ลำคอ เมื่ออ้อมรักถามว่าไปไหนมาธานินทร์ก็เอาแต่บอกว่าทำงานและนอนค้างอยู่บริษัท รอยที่คอเป็นรอยยุงกัดไม่ใช่รอยดูดแบบที่อ้อมรักเข้าใจ ธานินทร์ยังคงยืนยันเสียงแข็งว่าเขาไม่ได้มีใครไม่ได้นอกใจหรือนอกกายเธอ ยังคงซื่อสัตย์กับอ้อมรักเสมอและยังให้คำมั่นสัญญากับอ้อมรักอีกว่าชาตินี้เขาจะไม่มีทางทำให้เธอเสียใจ หาคำพูดมาหว่านล้อมหญิงสาวสารพัดทั้งที่ความเป็นจริงธานินทร์แทงข้างหลังอ้อมรักจนพรุน และที่หนักไปกว่านั้นก็คือธานินทร์ประกาศแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนให้คนทั้งประเทศรับรู้ ข่าวแต่งงานของทั้งคู่ดังสะพัดไปทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ไอจี สื่อทีวีต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งหน้าหนังสือพิมพ์ อ้อมรักที่กำลังฟังข่าวจากหน้าจอทีวีเรื่องที่สามีจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน ใจดวงน้อยของอ้อมรักเหมือนจะแตกออกจากกันเป็นเสี่ยง ๆ มองภาพชายหญิงที่กอดโชว์สื่อทั้งน้ำตา "ทำไม" เสียงพึมพำแผ่วเบาพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจของหญิงสาวดังระห่มทั่วทั้งห้องนอน ทำไมธานินทร์ถึงทำกับเธอได้ลงคอร่วมถึงผู้หญิงคนนั้นด้วย....... ชีวิตรักที่เคยดีมาตลอดกลับเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันเพราะหลังจากแต่งงานเพียงสามเดือนเท่านั้นสามีที่รักของฉันก็เริ่มออกลาย เที่ยวผับ เที่ยวบาร์ฉันยังพอเข้าใจได้ แต่เที่ยวสาวมันสมควรเหรอที่คนมีภรรยาแล้วอย่างธานินทร์จะไป เขาเปลี่ยนไปราวกับคนละคนจนฉันใจหาย ราวกับว่าไม่ใช่ธานินทร์ที่ฉันรู้จัก ราวกับว่าเขาไม่ใช่ธานินทร์คนรักของฉัน และเหตุผลที่เขาเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้เพราะอะไรกันฉันก็ไม่อาจรู้เลย รู้ตัวอีกทีก็คือเรื่องของฉันกับธานินทร์ไม่เหมือนอีกต่อไปแล้ว ย้อนกลับไปสามเดือนก่อนหน้า เช้าตรู่ที่ฉันรีบลุกออกจากที่นอนรีบเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวเพื่อเตรียมตัวลงมาทำอาหารให้ทันมื้อเช้าให้ธานินทร์ได้ทานก่อนไปทำงาน กิจวัตรประจำของฉันไม่มีอะไรมากเลยค่ะแค่อยู่บ้าน เป็นแม่บ้าน แม่เรือน นั่ง ๆ นอน ๆ รอสามีกลับบ้านมาหาเท่านั้น ฉันไม่ได้ทำงานอะไรเพราะธานินทร์สามีของฉันไม่ยอมให้ทำเขาให้เหตุผลว่าไม่อยากให้ฉันลำบากเขามีปัญญาเลี้ยงฉันให้สบายไปทั้งชาติขอเพียงแค่ฉันเป็นภรรยาที่ดีให้เขาเท่านั้นก็พอ มื้อเช้าง่าย ๆ ถูกนำมาวางลงบนโต๊ะอาหารเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ธานินทร์เดินลงบันไดมา ฟอด ธานินทร์เดินมาโอบเอวฉันก่อนจะกดริมฝีปากหอมแก้มฉันฟอดใหญ่ "morning kiss ครับที่รัก" พูดพร้อมฉีกยิ้มกว้าง "morning เช่นกันค่ะคุณสามี" ฉันเองก็ยิ้มตอบเขาด้วยใบหน้าที่เปื้อนเต็มไปด้วยรอยยิ้มไม่แพ้กัน "ตั้งใจทำงานนะคะ" ถัดจากมื้อเช้าจบฉันก็มายืนส่งธานินทร์ไปทำงานที่หน้าบ้านกอดกันอยู่นานก่อนที่ร่างสูงจะผละตัวออกจากตัวฉัน "เจอกันตอนเย็นนะครับ" "ค่ะ" ฉันโบกมือบ๊ายบายธานินทร์ที่เดินออกไปพลางยืนมองรถเขาที่แล่นออกจากบ้านไปจนลับสายตาก่อนจะหมุนตัวเดินกลับบ้านในเวลาต่อมาเพื่อล้างจานชามที่ฉันทำอาหารทิ้งไว้เมื่อกี้ ที่บ้านหลังนี้ก็มีแม่บ้านนะคะแต่ส่วนใหญ่งานในบ้านฉันมักจะเป็นคนทำเองมากกว่าเพราะฉันไม่อยากอยู่เฉย ๆ ให้ใครมาว่าอะไรที่พอทำได้ฉันก็ทำเองหมด "ธากลับบ้านหรือยัง" ฉันเอ่ยถามแม่บ้านที่เดินสวนกับฉันพอดีพลางเหลือบสายตามองนาฬิกาที่แขวนอยู่กับฝ่าผนัง "ยังค่ะคุณรัก" "ป่านนี้แล้วทำไมยังไม่กลับ โทรไปก็ไม่รับชักจะยังไงแล้วนะ" ฉันพูดด้วยความไม่พอใจเนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มแต่สามีของฉันยังไม่ถึงบ้านทั้งที่เวลาเลิกงานคือห้าโมงเย็นช้าสุดก็ไม่เกินหนึ่งทุ่มและเขามักจะโทรมารายงานฉันเสมอซึ่งวันนี้มันผิดวิสัยของธานินทร์ไปมากสามทุ่มแล้วบ้านยังไม่กลับโทรศัพท์ติดต่อไม่มา "มีอะไรก็ไปทำเถอะ" ฉันโบกมือไล่แม่บ้านก่อนจะเดินมายืนรอธานินทร์ที่หน้าบ้านอย่างร้อนใจกลัวว่าใครอีกคนจะเป็นอะไร รู้จักเพื่อนของธานินทร์นะแต่ไม่มีช่องทางติดต่อของเขาสักทาง จะให้ฉันออกไปตามก็ไม่ได้ในเมื่อสิทธิ์ของฉันคือคนในที่ลับเท่านั้น และฉันเองก็โคตรจะเกลียดความสัมพันธ์ที่บอกใครไม่ได้แบบนี้มากเลย

Updated at

Read
ล่ามรัก

ล่ามรัก

1.049K Reads

#1 ล่ามรัก "น้องดาพี่ภาคีไปไหนลูก" เสียงของแม่สามีฉันดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ทำให้ฉันที่กำลังนั่งคิดอะไรบางอย่างหลุดออกจากภวังค์ หันไปมองหน้าท่านแล้วยิ้มบางๆ เป็นคำตอบ "เฮ้อ" ท่านถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ ทิ้งตัวนั่งลงใกล้ ฝ่ามือบางลูบผมฉันอย่างอ่อนโยน... ฉันยิ้มบางๆ ให้ท่าน เชิงบอกเป็นนัยๆ ว่าฉันไม่เป็นอะไร ฉันโอเคดี ฉันโอเค เมื่อคืนฉันกับภาคีเรามีปากเสียงกันนิดหน่อยเช้านี้เขาเลยออกไปทำงานโดยที่ไม่บอกกล่าวสักคำ ฉันชื่อดา ดารกา หรือที่ใครๆ เรียกกันว่าน้องดา หญิงสาวที่มีสามีเป็นซาตาน หนำซ้ำเขายังเป็นอดีตพี่เขยที่พี่สาวฉันไม่ใยดี หนีเขาไปแต่งงานกับคนรักใหม่ คนที่เพียบพร้อม คนที่รวยกว่า ชะตากรรมทุกอย่างเลยตกมาอยู่ที่ฉัน เขาข่มขืนฉันเพื่อให้ฉันตกมาเป็นของเขา เขาใช้ฉันเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นเพื่อหวังให้พี่สาวฉันเจ็บปวด แต่เขาก็คงได้แค่หวังเพราะพี่สาวของฉันคงไม่รู้สึก ต่างจากฉันที่รู้สึกและเจ็บปวดกับทุกการกระทำเลวๆ ของผู้ชายที่ชื่อภาคี....... แม่สามีนั่งปลอบประโลมฉันอยู่นานสองนานก่อนที่ท่านจะออกไปทำธุระนอกบ้าน ฉันซาบซึ้งใจแม่สามีมากมายที่ท่านไม่รังเกียจฉัน แถมยังรักและเอ็นดูยิ่งกว่าครอบครัวที่แท้จริงของฉันเสียอีก ตอนเที่ยงฉันขับรถมาหาภาคีที่บริษัทตามข้อความที่เขาส่งมา ฉันขึ้นลิฟต์มายังชั้นที่ห้องทำงานเขาอยู่ เปิดประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะ แล้วฉันก็ได้เห็นภาพบาดตาบาดใจ เลขาสาวกำลังขึ้นขย่มคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของฉันอย่างเอาเป็นเอาตาย ฉันเปิดประตูอ้าออกกว้าง ยืนกอดอกดูไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่เห็น มันชิน มันชากับภาพบาดตาแบบนี้ไปแล้ว อีกอย่างที่เขาเรียกฉันมาเพื่อให้ฉันมาเห็นภาพนี้ ฉันก็จะตั้งใจดูมันอย่างดี คิดเสียว่ากำลังนั่งดูหนังavแบบถึงพริกถึงขิงก็แล้วกัน "ปิดประตู" เสียงเข้มๆ ที่เปล่งออกมาจากปากผู้ชายที่ชื่อภาคี ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรต่อฉันสักนิด ฉันไม่สนใจต่อคำสั่งของเขา ก้าวขาเรียวยาวเดินมานั่งไขว่ห้างบนโซฟากลางห้องทำงานของเขาหน้าตาเฉย "กรี๊ดดดด" เลขาสาวกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจกุลีกุจอลงจากตัวภาคี เมื่อผู้จัดการหนุ่มแผนกบัญชีเดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาในห้องนี้อย่างถือวิสาสะ เลยได้เห็นภาพบาดตาแบบฉัน ได้เห็นเรือนร่างสกปรกของเลขาสาวที่เปลือยเปล่าอยู่บนตัวภาคี "ขอโทษครับ" ผู้จัดการหนุ่มกล่าวขอโทษทันควัน แต่สายตาไม่ละออกไปจากเรือนร่างนั้นสักนิด เลขาสาวจากตอนแรกที่ดูตกใจรีบหาเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ ตอนนี้กลับยืนให้ท่าเสียอย่างนั้น "ออกไปก่อน" พวกฉันทั้งสามหันไปมองภาคีเป็นตาเดียว เมื่อเขาเอ่ยออกคำสั่งขึ้นมา แต่ไม่รู้เลยว่าเขาไล่ใคร "เอกสารวางไว้ แล้วเชิญคุณทั้งสองออกจากห้องไปก่อน" เลขาสาวและผู้จัดการหนุ่มเดินออกไป เหลือเพียงฉันและภาคีที่อยู่ในห้อง ฉันนั่งดูดนิ้วมองหน้าเขาที่กำลังมองมาทางฉันด้วยความเบื่อหน่าย อารมณ์เงี่ยนยังไม่ทันมา หนังอุบาทว์ตาก็จบลง ความสนุกก็หมดไป เหลือเพียงความเบื่อหน่ายเข้ามาแทน "มานี่ดิ" ภาคีออกคำสั่งให้ฉันเดินไปหา แล้วคิดเหรอว่าคนแบบฉันจะเดินไป "อ๊ะ" ฉันสะดุ้งตัวด้วยความตกใจเมื่อเขาเดินมากระชากแขนฉันอย่างแรง "ไม่มีมารยาท" "รู้ไว้ก็ดี" เขาพูดแค่นั้น แล้วลากฉันเดินออกมาจากห้องทำงาน ฉันเหยียดยิ้มมองคนตรงหน้าด้วยความสมเพช ก่อนจะมองเลยไปยังเลขาสาวกับผู้จัดการหนุ่มที่กำลังฟัดกันแบบเมามัน "กินไม่เลือกเหมือนเจ้านายไม่มีผิด" ว่าให้คนข้างกายก่อนจะระบายยิ้มเหยียดให้เขาไปหนึ่งที  #2 ล่ามรัก "ปากดี" ภาคีแค่นเสียงลอดไรฟันก่อนจะมองฉันด้วยความไม่พอใจ ฉันยักไหล่อย่างไม่แยแสต่อสายตานี้ของเขา ไม่ได้มีความหวาดกลัวสักนิดเพราะมันชินไปแล้วกับการที่โดนเขามองด้วยสายตาแบบนี้ "จะกลับกันได้ยัง" ฉันถามภาคีพลางยกมือขึ้นกอดอก "ก็เดินนำไปสิ" เขาเอ่ยสั่งก่อนจะพยักพเยิดหน้าให้ฉันเดินไป ฉันปรายตามองเขาเล็กน้อยก่อนจะเดินนำเขาออกมา ตลอดทางเดินภาคีเดินกอดเอวฉันไม่ห่างกาย เขาน่ะมันสร้างภาพเก่งที่หนึ่ง ต่อหน้าคนเยอะๆก็ทำเหมือนรักเมียนักหนา แต่พอลับสายตาเมียก็กลายเป็นหมาตัวหนึ่งทันที "เจอกันที่บ้าน" เขาบอกก่อนจะปล่อยมือออกจากเอวของฉันเดินไปที่รถของเขาที่จอดอยู่อีกฝั่ง ฉันมองตามแผ่นหลังนั่นก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เดินหันหลังกลับมาขึ้นรถตัวเองแล้วขับกลับบ้านมา... ขอแนะนำตัวอีกครั้งนะคะ เผื่อมีใครเพิ่งแวะเข้ามาทำความรู้จักกันฉันชื่อดา มีสามีชื่อภาคี ภาคีนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงมากๆในตอนนี้ ภาคีทำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายโดรนน่ะค่ะ เป็นธุรกิจครอบครัวที่ตกทอดกันมาทั้งแต่รุ่นปู่ย่า จนมาถึงพ่อของเขาและตัวเขาเอง ปัจจุบันภาคีดำรงตำแหน่งประธานบริษัทอย่างเต็มตัวแล้ว ฉันกับเขาเราแต่งงานจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย เราอยู่กินกันมาสามปีแล้วค่ะ ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้มีอะไรหวือหวาเลยค่ะออกจะเกลียดกันด้วยซ้ำเพราะตั้งแต่ต้นเราเริ่มกันไม่ดีเท่าไหร่ แต่จริงๆแล้วคงมีแค่เขานั่นแหละค่ะที่เกลียดฉัน ต่างจากฉันที่อยากเกลียดเขานักหนาแต่ก็เกลียดไม่ลงสักที อยู่ด้วยกันมาขนาดนี้ ทำอะไรด้วยกันตั้งมากมาย ก่อนนอนเจอหน้าเขาเป็นคนสุดท้าย หลังตื่นนอนเจอหน้าเขาเป็นคนแรกจะไม่ให้รู้สึกรักยังไงไหว ถึงเขาจะร้ายกับฉันมากเพียงใด แต่เขาก็มีมุมที่ทำให้ฉันหวั่นไหวเหมือนกัน ฉันเดินนวยนาดเข้าบ้านมาก่อนจะเจอแม่ของภาคีนั่งอยู่ที่โซฟาเหมือนกำลังนั่งรออะไรบางอย่างอยู่ ก่อนที่ท่านจะหันมาเห็นฉัน "กลับมาแล้วเหรอน้องดา พี่ภาคีล่ะ" แม่สามีเดินเข้ามาหาก่อนจะเอ่ยถามไปถึงใครอีกคน "นั่นไงคะมาแล้ว" ฉันบอกก่อนจะชี้นิ้วให้แม่สามีดูรถของภาคีที่แล่นเข้ามา "ลูกชายคนนี้จะแบดบอยไปถึงไหน" แม่สามีบ่นพึมพำมองลูกชายที่กำลังเดินเข้ามาอย่างไม่วางตา 'แบดบอยคอแตกอะไร' ฉันบ่นพึมพำอยู่ในใจไม่กล้าพูดออกไปหรอกค่ะ สำหรับฉันคำว่าแบดบอยกับสารเลวนี่มีเส้นบางๆกั้นอยู่นะ "ไม่ต้องมาต้อนรับผมขนาดนี้ก็ได้มั่งครับแม่ ผมเกรงใจ" เสียงภาคีดังมาแต่ไกลก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาหาฉันกับแม่ของเขาที่ยืนอยู่ ฟอด ภาคีก้มลงมาหอมแก้มฉันฟอดใหญ่ เห็นดังนั้นแม่สามีก็ฉีกยิ้มอย่างชอบใจทันที ฉันบอกแล้วว่าเขาน่ะถนัดเรื่องสร้างภาพที่สุด

Updated at

Read
BAD FRIEND ร้อนรักเลว

BAD FRIEND ร้อนรักเลว

2.107K Reads

ในร้านอาหารหรูมีกลุ่มคนกลุ่มใหญ่กำลังนั่งจับกลุ่มคุยกันอย่างออกอรรถรส ภายในกลุ่มประกอบไปด้วย ล่าม เดี่ยว วิน และกันต์ หน้าตาที่หล่อเหลาราวกับพระเจ้าของพวกเขาเรียกสายตาจากสาวเล็กสาวใหญ่ให้จ้องมองมาได้เป็นอย่างดี หน้าตาที่โดดเด่น ท่าทางที่มีเสน่ห์ต่างทำให้ใจสาว ๆ สั่นไหว พากันหลงใหลในความเป็นพวกเขาได้อย่างง่ายดาย "เมื่อไหร่เรยาจะมาสักทีวะ" กันต์ถามขึ้นมาพลางเบนสายตามองไปทางประตูทางเข้าร้านชะเง้อคอมองหาเพื่อนสนิทสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มที่ตอนนี้ไม่มาถึงร้านสักทีทั้งที่นี่ก็เลยเวลานัดกันไปนานมากโข "มึงก็ไลน์ไปหาสิว่ะ" วินที่นั่งเงียบเอ่ยพูดกับกันต์พลางยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ "มึงไม่ต้องตามนู่นมันเดินมานู่นแล้ว" เดี่ยวพยักพเยิดหน้าไปทางประตูทางเข้าร้านที่มีร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวสีครีมเดินเข้ามา นั่นจึงเป็นเหตุให้ทั้งโต๊ะพากันหันไปมองหญิงสาวเป็นตาเดียว "โทษทีที่มาช้า รถติดน่ะ" ฉันบอกกับพวกเพื่อน ๆ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงใกล้ล่ามอย่างถือวิสาสะ ฉันตวัดขาขึ้นไขว่ห้างพลางฉีกยิ้มบาง ๆ ให้กับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ฉันชื่อ เรยา เป็นเพื่อนของผู้ชายพวกนี้แถมยังเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มอีกด้วย เราสนิทกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยตอนนั้นฉันโดนรังแกจากพวกนักเลงหัวไม้ ได้ทั้งสี่คนช่วยไว้จากนั้นฉันก็ตามตื๊อคนพวกนี้มาตลอดเพราะอยากจะเป็นเพื่อนของพวกเขาจนพวกเขาใจอ่อนยอมรับฉันเข้ากลุ่ม จากวันนั้นถึงวันนี้จะห้าปีได้แล้วมั้งที่เรารู้จักกัน พวกเขามักจะปกป้องฉันเสมอและพร้อมอ้าแขนรอรับฉันทุกเมื่อที่ฉันมีปัญหา แต่ถ้าถามว่าในสี่คนน่ะฉันสนิทกับใครมากที่สุดก็น่าจะเป็น ล่าม เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ฉันไปฝึกงานอยู่บริษัทหมอนี่เลยทำให้เราสนิทกันมากเป็นพิเศษ เขาดูแล เทคแคร์ฉันเสมอ และความใกล้ชิดนี่แหละค่ะที่ทำให้ฉันคิดกับเขาเกินเพื่อน แต่ทว่าล่ามน่ะมีแฟนอยู่แล้ว และอีกเดี๋ยวแฟนของเขาก็คงจะมาที่นี่ "นั่งดี ๆ " ล่ามก้มหน้าลงมากระซิบบอกฉันพลางชักสีหน้าไม่พอใจใส่ ฉันขมวดคิ้วมองท่าทางของเขาอย่างไม่เข้าใจ "นั่งไม่ดีตรงไหน" เลิกคิ้วถามกลับไป "จี๊" ล่ามทำเสียงจี๊จ๊ะในลำคอก่อนจะถอดเสื้อแขนยาวที่เขาใส่อยู่คลุมขาฉัน "ปิดไว้ห้ามเอาออก สงสารคนที่เขามองมาบ้างขาของเธอไม่ได้น่ามองขนาดนั้น" พูดอย่างใส่อารมณ์ต่อฉันก่อนจะหันไปยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ ฉันมุ่ยหน้าให้ล่ามน้อย ๆ อย่างไม่พอใจ เขามันเป็นแบบนี้ไงเลยทำให้ฉันเผลอไผลไปชอบเขาเข้า ดูห่วง ดูหวงฉันเกินหน้าที่เพื่อน ออกตัวแรงทุกครั้งที่มีคนมาจีบฉัน อย่างเช่นตอนนี้ที่มีหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายฉันพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มาให้ฉัน "ขอไลน์ได้ไหมครับ" "อ่าา ได้ค่ะ" ฉันตอบรับอย่างไม่คิดจะปฏิเสธเพราะช่วงนี้รู้สึกเหงา ๆ ถ้าเกิดฉันอยากจะคุยกับคนคนนี้ก็คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง ไม่ทันที่ฉันจะได้ยื่นมือไปรับโทรศัพท์จากผู้ชายคนนี้ก็โดนล่ามยื่นมือมาดันโทรศัพท์ของเขาออกไป "ยัยนี่มีผัวแล้ว" บอกผู้ชายคนนั้นเสียงห้วนพลางตวัดวงแขนโอบบ่าฉันแน่น "กูนี่แหละผัวมัน" เงยหน้ามองผู้ชายคนนั้นอย่างเย้ยหยันก่อนจะตวัดสายตาแข็งกร้าวกลับมามองฉัน เมื่อผู้ชายคนนั้นออกไป ล่ามก็เอาแขนออกจากบ่าของฉันกลับมาทำตัวนิ่งปกติราวกับว่าเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น "มึงก็กันท่าเรยามันตลอดแล้วชาตินี้เพื่อนจะมีผัวไหม" เดี่ยวว่าให้ล่ามพลางทำหน้าเอือมระอาให้ "ยัยนี่อยู่เป็นโสดน่ะดีแล้ว โง่ ๆ แบบนี้เดี๋ยวจะโดนผู้ชายหลอกเอา" "ล่าม" ฉันถลึงตาใส่ล่ามที่มาหาว่าฉันโง่ "ทำตัวเกินเพื่อนไปได้" วินว่าขึ้นพลางยิ้มกรุ้มกริ่มมองหน้าฉันกับล่ามสลับกัน "ไร้สาระ" ล่ามว่าเสียงนิ่งก่อนจะเดินออกไปแบบไม่พูดไม่จา ฉันหันมองตามแผ่นหลังหนาที่เดินออกไปอย่างนึกสงสัยก่อนที่ตัวฉันจะชาวาบเมื่อเห็นว่าล่ามเดินไปรับแฟนของเขาที่เดินเข้ามาในร้าน ฉันมองภาพที่ล่ามหอมแก้มแฟนของเขาด้วยความรู้สึกหลากหลายไอ้ท่าทีหวงแหงนที่เขามีต่อแฟนเขาน่ะเห็นแล้วรู้สึกเจ็บจัง เมื่อเห็นว่าล่ามกับแฟนกำลังเดินมาที่โต๊ะฉันรีบชักสายตากลับ กลับมาทำตัวนิ่งเงียบจนเมื่อล่ามกับแฟนเดินมาหยุดอยู่ที่โต๊ะ "เรยา" ฉันเงยหน้ามองล่ามที่จู่ ๆ ก็เอ่ยเรียกชื่อฉัน "ห้ะ" เลิกคิ้วเชิงถามเขาด้วยความไม่เข้าใจ "ย้ายไปนั่งข้างไอ้เดี่ยวมันได้ไหมกูจะให้เหมยอิงนั่งข้างกู" ประโยคเรียบนิ่งของล่ามที่ทำตัวฉันชาวาบ ฉันมองหน้าล่ามเล็กน้อยก่อนจะยอมลุกขึ้นพาตัวเองย้ายมานั่งข้างเดี่ยวแทน "นั่งเลยค่ะ" มองล่ามที่ขยับเก้าอี้ตัวที่ฉันนั่งเมื่อกี้ให้แฟนของเขาได้หย่อนก้นนั่ง "สวัสดีค่ะพี่ ๆ " เหมยอิง แฟนของล่ามยกมือไหว้พวกฉันทุกคนอย่างอ่อนน้อมเนื่องจากเธอน่ะมีอายุน้อยกว่าพวกฉันถึงสามปี เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นรุ่นน้องนั่นแหละค่ะ เหมยอิงเธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก มารยาทก็ดีงาม อ่อนน้อมถ่อมตนอยู่เสมอเพราะเธอเป็นแบบนี้มั้งคะเลยชนะใจล่ามไปเต็ม ๆ "วันนี้ขอเหมยร่วมสนุกด้วยคนนะคะ" เธอพูดพลางยิ้มบางให้พวกฉัน "ตามสบายเลยครับน้องเหมย อยากดื่มอะไรบอกเดี๋ยวพี่ชงให้" "แฟนกู กูดูแลเองมึงไม่ต้องเสือก" ล่ามว่าให้กันต์อย่างไม่จริงจังมากนักก่อนจะเอื้อมมือหยิบแก้วอีกใบมาชงเหล้าให้แฟนสาว ฉันมองภาพพวกนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลายก่อนจะก้มหน้างุดเมื่อไม่อาจทนมองภาพของล่ามกับแฟนของเขาได้อีกต่อไป มองแก้วเหล้าของตัวเองด้วยขอบตาที่ร้อนผ่านพลันน้ำตาก็พาลจะไหล ทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้เขายังดูหวงฉัน แต่ดูตอนนี้สิในสายตาของล่ามแทบไม่มีฉันอยู่เลย "แล้วนี่เป็นไรเอาแต่นั่งเงียบ" เสียงของวินทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ก่อนจะเงยหน้ามามองเขา "เปล่า" ตอบวินเสียงเรียบนิ่ง "พี่เรยาแต่งตัวสวยจังเลยนะคะ เหมยก็อยากจะแต่งแบบพี่เหมือนกัน แต่พี่ล่ามน่ะสิคะไม่ยอมให้เหมยแต่งสักทีไม่รู้จะหวงอะไรเหมยนักหนาทั้ง ๆ ที่เหมยไม่ได้ดูดีอะไรเลย" จู่ ๆ เหมยอิงก็หันมาพูดกับฉันก่อนที่จะทำหน้ามุ่ยใส่ล่ามด้วยท่าทีเง้างอน "ใครบอกกันคะ เหมยสวยไงคะพี่ถึงหวงแต่ถึงเหมยจะไม่สวยพี่ก็หวงอยู่ดี เหมยเป็นแฟนพี่ร่างกายของเหมยพี่มองได้คนเดียว" ล่ามล็อกหน้าเหมยอิงก่อนจะเอ่ยพูดประโยคร่ายยาวออกมาจนแฟนสาวของเขาหน้าแดงระเรื่ออย่างเขินอาย

Updated at

Read

Navigate with selected cookies

Dear Reader, we use the permissions associated with cookies to keep our website running smoothly and to provide you with personalized content that better meets your needs and ensure the best reading experience. At any time, you can change your permissions for the cookie settings below.

If you would like to learn more about our Cookie, you can click on Privacy Policy.