02⚘️ - เจออีกครั้ง

1501 Words
ณ ไนท์คลับ ในตอนที่ลัลน์ลลิตมาถึงร้าน เพื่อน ๆ ทั้งสามคนของเธอก็มาถึงกันหมดแล้ว ก็แน่ล่ะ ยัยพวกนี้โตมากับกฎระเบียบเกือบจะทุกคน ไหน ๆ ละก็ขอแนะนำหน่อยก็แล้วกัน เจนกับแจน สองคนนี้เป็นแฝดกัน โตมาด้วยกัน แต่นิสัยต่างกันสุดขั้ว เจนแฝดพี่ชอบการเข้าสังคมเป็นชีวิตจิตใจ กิจกรรมทุกอย่างตั้งแต่มัธยมยันมหาลัยเก็บหมดไม่มีเหลือ ส่วนยัยแจนรักการอยู่ห้องขั้นสุด แต่ถึงจะเป็นอินโทรเวิร์ต ชีก็เป็นอินโทรเวิร์ตที่อัพเกรดแล้วนะจ้ะ ถึงจะต่างกันสุดขั้ว สิ่งที่ทั้งคู่มีเหมือนกันก็คือ ระเบียบวินัย ก็แน่ล่ะ คุณพ่อของเจนและแจนเป็นทหาร ต้องมีวินัยเป็นธรรมดา ส่วนเพื่อนอีกคนคือ จีน่า ลูกครึ่งไทย-เยอรมนี เกิดและโตที่เยอรมนี แต่พึ่งย้ายกลับมาไทยตามคุณแม่ตอนช่วงเข้ามหาลัยเพราะปัญหาเรื่องครอบครัวนิดหน่อย ซึ่งเยอรมนีเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความตรงต่อเวลาสุด ๆ ทำให้จีน่าซึมซับสิ่งเล็ก ๆ ตรงนี้มาตั้งแต่เด็กจนตอนนี้กลายเป็นนิสัยติดตัวไปแล้ว ทำให้ลัลน์ลลิตกลายเป็นคนที่มาช้าสุดซะงั้น เริ่ดเลยยัยลัน แต่ถึงอย่างนั้นการมาช้าไม่ได้เป็นอุปสรรคในการดื่มหรอกนะ ทั้งสี่คนตกลงกันว่าจะผลัดกันเฝ้าโต๊ะเป็นคู่ ๆ ลัลน์ลลิตคู่กับจีน่า ส่วนเจนคู่กับแจน แต่ละคู่จะสลับกันเฝ้าโต๊ะทุก ๆ หนึ่งชั่วโมงให้อีกคู่ได้ไปใช้เวลาของตัวเอง จะไปเต้น จะไปดื่ม หรือจะไปตะลุยดีลก็เต็มที่ ส่วนดีลอะไร... ก็อย่างนั้นล่ะ แต่วันนี้เธอไม่มีอารมณ์มาดงมาดีลอะไรหรอกนะ เธอแค่อยากดื่มไม่ให้ตัวเองคิดมากเรื่องแต่งงานก็เท่านั้น เวลาล่วงเลยไปจนเกือบจะเที่ยงคืน ยัยพวกนี้ก็เริ่มจะเมาได้ที่ ลัลน์ลลิตที่ไม่ได้ดื่มอะไรมากก็กลายเป็นคนที่ต้องรับบทคอยดูแลเพื่อน ๆ ไม่ให้ทำอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควร โชคดีที่มีโรงแรมอยู่ชั้นบนเลยไม่ต้องเป็นห่วงมากว่าจะกลับอย่างไร ตอนนี้เป็นเวรของเธอกับจีน่าที่ต้องเฝ้าโต๊ะ ส่วนยัยสองตัวนั้นหายหัวไปไหนเธอก็ไม่สามารถรู้ได้ "นี่จีน่า ไปห้องน้ำแปปนึงนะ เดี๋ยวกลับมา" ลัลน์ลลิตหันไปบอกจีน่าที่ตอนนี้นั่งพิงผนังโซฟาแบบโซเซไป โซเซมา เธอรู้ได้ทันทีว่าเพื่อนตัวแสบคงเมาได้ที่แล้วแน่ ๆ ที่พูดไปเมื่อกี้นี้ก็คงไม่เข้าหู คงต้องรีบไปรีบกลับแล้วล่ะ ถ้าทิ้งให้อยู่คนเดียวนาน ๆ มีหวังโดนหิ้วไปที่อื่นแน่ ในตอนที่ลัลน์ลลิตทำธุระเสร็จและกำลังจะกลับโต๊ะ จู่ๆก็มีชายรูปร่างกำยำสูงใหญ่ดูน่ากลัวเดินเข้ามาชนเธอ และแน่นอนว่าด้วยขนาดตัวและแรงที่ต่างกันทำให้ร่างบางสะดุดถอยหลังจนเกือบจะทรงตัวไม่อยู่ "เดินไม่ดูทางเลยว่ะ ไม่เห็นหรอว่ากูกำลังเดินอยู่" ชายคนนั้นพูดต่อว่าเธออย่างหัวเสีย ราวกับว่าเธอเป็นคนเดินไปชนเขาอย่างไรอย่างงั้น "เฮ้ย พูดงี้ได้ไง คุณเป็นคนมาชนเราก่อนแท้ๆ ขอโทษสักคำยังไม่มีให้กันเลย" ลัลน์ลลิตรีบสวนกลับ พร้อมกับจ้องหน้าผู้ชายคนนั้นอย่างไม่ลดละ ก็เอาเถอะถ้าเขาอยากจะสู้เธอก็จะสู้ เพราะเธอไม่ได้เป็นคนผิด ไม่เธอก็เขาต้องเลือดหัวออกกันไปข้าง ลัลน์ลลิตเกลียดคนแบบนี้ที่สุด ทำผิดแล้วก็ไม่ยอมรับผิด เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำแบบนี้ไปแล้วจะได้อะไรนอกจากความอับอายที่ตัวเองจะได้รับ ถ้าตอนนี้คนที่อยู่ตรงหน้าเป็นพนักงานในบริษัทล่ะก็ เธอไม่มีทางปล่อยให้มายืนจ้องหน้าเธอเหมือนกับกำลังจะต่อยเธออย่างนี้หรอกนะ "ก็กูไม่ผิด กูเดินของกูอยู่ดีๆ มึงเป็นใครมาขวางกูทำไม" ”จะไม่ผิดได้ไง ก็คุณเดินมาชนกันก่อน ถ้าจะไม่ขอโทษกันฉันไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่จะมาด่ากันแบบนี้มันไม่ได้หรือเปล่า ฉันไม่ได้เป็นคนผิดด้วยซ้ำ“ “เอ๊ะ อี่นี่-” ชายร่างใหญ่พูดด้วยความโมโหพลางจะง้างมือขึ้นมาต่อยหญิงสาว แต่ทันใดนั้นก็มีชายอีกคนเขวี้ยงรองเท้าหนังขัดเงาของเขาเข้าใส่หัวชายร่างใหญ่อย่างจัง สิ่งที่พึ่งเกิดขึ้นทำให้ลัลน์ลลิตยืนแข็งทื่อด้วยความตกใจและตั้งตัวไม่ทัน เธอรีบหันไปดูคนที่มาใหม่ จะเรียกว่าเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยก็คงจะได้ แต่เอ๋ ทำไมหน้าตาคุ้นๆ “จะรังแกผู้หญิงหรอวะ โคตรอ่อน” นั่นคือสิ่งที่ชายผู้มาใหม่พูดเป็นประโยคแรก ฝีปากดีจริงๆ คนที่เลือดจะออกคงไม่ใช่เธอแล้วล่ะ ”เหอะ ที่แท้ก็มีผัวมาช่วยนี่หว่า ถึงว่าเถียงฉอดๆเป็นหมาเห่าเลย“ ลัลน์ลลิตถึงกับเลือดขึ้นหน้า ไอ่นี่คงพูดไม่รู้เรื่องแล้วจริงๆ มาว่ากันเป็นหมาแบบนี้เธอไม่ยอมหรอกนะ เสียศักดิ์ศรีศิริเมธาวัฒน์เป็นที่สุด “อ้าว พูดงี้ก็สวยดิวะ” แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ออกโรง ชายหนุ่มที่มาใหม่ก็ออกโรงแทนเธอซะแล้ว เพราะทันทีที่เขาพูดจบ หมัดขวาก็พุ่งเข้าหน้าชายร่างใหญ่ที่ตัวโตกว่าทันที โดยไม่ลืมที่จะก้มเก็บรองเท้าหนังของเขาเพื่อใส่กลับ “เอาอีกสักหมัดเปล่าพี่ชาย โยกใหญ่เลย สงสัยจะชอบ“ ลัลน์ลลิตเผลอหลุดขำให้กับคำพูดแสนกวนของเขา เธอรู้ดีว่าสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้นไม่ตลกเลยสักนิด หากเธอเป็นคนที่ต่อยชายร่างใหญ่คนนี้เองแล้วคุณแม่มารู้เข้าเธอคงถูกเรียกปรับทัศนคติยกใหญ่ แต่คุณพ่อของเธอคงจะชอบใจน่าดูที่ลูกสาวเพียงคนเดียวรู้จักที่จะสู้คน "ปกป้องกันเขาไปเถอะมึง เดี๋ยวมึงเจอกู" "รปภ.มาเอาตัวไอ้นี่ออกไปทีดิ้" เพียงไม่นานรปภ.จำนวนหนึ่งก็มาลากตัวชายร่างใหญ่ให้ออกไปจากร้าน แต่เอ๋ ทำไมเขาสั่งรปภ.ได้ล่ะ หรือว่าเขาเป็นเจ้าของร้าน เมื่อชายคนนั้นถูกพาตัวออกไปแล้ว ชายที่เปรียบเสมือนพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยลัลน์ลลิตก็หันมาตรวจสอบว่าเธอได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ “ไงล่ะเรา เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” “ไม่ค่ะไม่ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉัน ไม่งั้นนี่ตายแน่เลย แค่โดนชนยังเกือบจะล้ม“ เธอรีบตอบด้วยความซาบซึ้งใจ ”แน่ใจนะว่าไม่เป็นไร“ เขาไม่เพียงแต่ถาม แต่เดินวนรอบๆตัวเธอเพื่อดูให้แน่ใจว่าเธอไม่เป็นอะไรจริง ๆ ในขณะที่เธอทำได้เพียงแต่พยักหน้าหงึก ๆ “ก็ดีแล้วที่ไม่เป็นไร บาดเจ็บตรงไหนขึ้นมาน้าเพ็ญคงเป็นห่วงแย่“ ”คะ?“ เธอหูผึ่งทันทีเมื่อได้ยินชื่อของคุณแม่ออกมาจากปากเขา ในหัวได้แต่คิดว่าชายคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงดูคุ้นหน้าคุ้นตาแต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ยิ่งเขาพูดชื่อคุณแม่ของเธอออกมาเต็มปากขนาดนี้แล้วยิ่งทำให้เธอคิดหนัก แต่ในทางกลับกัน หน้าตาของหญิงสาวที่ตอนนี้หน้านิ่วคิ้วขมวดสร้างความตลกให้กับร่างสูงยิ่งกว่า เขาไม่แม้แต่ที่จะห้ามไม่ให้ตัวเองหัวเราะร่าออกมา “จำกันไม่ได้เหรอ” “เราเคยรู้จักกันด้วยเหรอคะ“ “เรียบร้อยแล้วครับคุณภูมิ ต้องขอโทษที่ทำให้คุณภูมิต้องลำบากด้วยครับ“ แต่ก่อนที่เขาจะได้ตอบคำถามเธอ รปภ.คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ารีบวิ่งมารายงานเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ”อืม ขอบใจมาก มีอะไรต้องทำก็ไปทำเถอะ“ เดี๋ยวนะ ภูมิงั้นหรือ… ลัลน์ลลิตถึงกับพูดอะไรไม่ออกเมื่อทุกอย่างเริ่มจะเข้าเค้ามากขึ้น เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นไปสบตากับร่างสูงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ทั้งสองได้พูดคุยกัน แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาเป็นเพียงรอยยิ้มแสนกวนที่คล้ายคลึงกับพี่ชายที่เป็นเพื่อนเล่นกับเธอมาตั้งแต่เด็ก และยังเป็น… ว่าที่สามีในอนาคตอีกด้วย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD