"ลันไม่แต่ง!!!"
เสียงตวาดดังลั่นจากลัลน์ลลิต หรือ ลัน หญิงสาววัย 27 ปี กลางโต๊ะทานข้าวในร้านอาหารหรูดังขึ้น โดยไม่แม้แต่เกรงกลัวความสนใจที่จะได้รับจากคนในร้านอาหารที่ตอนนี้หันมามองดูอย่างสนอกสนใจ
"ลันลูก ใจเย็น ๆ ก่อน"
ผู้เป็นแม่ที่เห็นสถานการณ์กำลังย่ำแย่รีบเอ่ยขึ้น พร้อมกับลูบแขนลูกสาวเบา ๆ ให้ใจเย็นลง
"ไม่ค่ะ ทำไมลันต้องแต่งในเมื่อลันกับพี่ภูมิไม่ได้รักกัน"
ลัลน์ลลิตรีบสวนกลับทันที พร้อมกับเอ่ยชื่อผู้ที่ตกเป็นเหยื่อให้กับการคลุมถุงชนครั้งนี้ขึ้นมาด้วย — ภูมิ หรือ ภูมินทร์ ธนภูวดล คือลูกชายคนเดียวของเพื่อนคนสนิทของคุณพ่อ ทั้งลันและภูมิเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เป็นเด็กน้อย โดยที่ฝ่ายชายมีอายุโตกว่าเพียงแค่ 2 ปี เท่านั้น ด้วยอายุที่ไม่ต่างกันมาก ทำให้ทั้งคู่คุยเข้าขากันเป็นอย่างดีในวัยเด็ก แต่ในตอนนี้ ทุกอย่างไม่ใช่แบบนั้น พอโตขึ้นต่างคนก็ต่างมีหน้าที่รับผิดชอบมากขึ้น ความสนิทที่เคยมีก็เริ่มจางหายไปตามกาลเวลา
"แล้วทำไมจะแต่งกันไม่ได้ การแต่งงานไม่ได้แต่งเพื่อความรักตลอดไปหรอกนะ" ผู้เป็นพ่อตอบเมื่อเห็นว่าลูกสาวเพียงคนเดียวไม่ยอม
"อีกอย่างพ่อรับปากกับทางนั้นไว้แล้ว คุณอาเขาก็ตอบตกลงแล้วด้วย"
"แล้วพี่ภูมิเขายอมหรอคะ พี่เขาไม่ยอมหรอก"
คนอย่างภูมินทร์ถ้าไม่ใช่สิ่งที่เขาเลือกเอง เขาไม่มีทางยอมเป็นแน่ เธอรู้ดีว่าพี่ชายคนนี้นิสัยใจคอเป็นอย่างไร ดื้อรั้นยิ่งกว่าเธอเสียอีก
"ไม่ยอมก็ต้องยอม เราก็โตๆกันแล้ว จะสามสิบอยู่รอมร่อทั้งคู่ แต่ยังไม่มีคู่เป็นตัวเป็นตนเลย แล้วแบบนี้ใครจะมาสืบทอดตระกูลเราต่อ"
"ลันแค่ยี่สิบเจ็ดเองนะพ่อ พูดอย่างกับชีวิตจะจบตอนขึ้นเลขสามงั้นล่ะ"
"ไม่รู้ล่ะ ยังไงลันก็ไม่แต่ง"
ผู้เป็นพ่อเห็นอย่างนั้นก็ได้แค่พ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด เขารู้ดีว่าลูกสาวเป็นคนหัวแข็ง ไม่ใช่จะบังคับได้ง่าย ๆ แต่ถึงจะไม่ได้ก็ต้องได้แหละว่ะ ฤกษ์แต่งงานก็หาไว้หมดแล้ว จะมาปฏิเสธไม่ได้เด็ดขาด
"เอาอย่างงี้นะลูก พ่อขอร้อง แต่งแค่ไม่กี่ปีก็ได้ ลองแต่งดูก่อน ถ้าเข้ากันไม่ได้จริง ๆ ก็หย่า"
"นะลูกนะ ลองคิดดูก่อน อย่างน้อยก็แต่งเพื่อบริษัทเราก็ได้ ช่วยกันทำงาน บริหารงาน เผลอ ๆ งานอาจจะออกมาดีกว่าเดิมก็ได้นะลูก"
พ่อก็คือพ่อ เลี้ยงลูกมากับมือตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย จนตอนนี้โตเป็นสาวสวยขนาดนี้แล้ว มีหรือจะไม่รู้จุดอ่อนของลูกตัวเองที่ทุ่มเทให้กับการทำงานมากกว่าอะไร
"แต่พ่อคะ มันไม่เหมือนกัน ทำคนเดียวมันไวกว่า ไม่ต้องคอยรอคำตอบนั่นนี่ คิดเองทำเอง เร็วกว่าเป็นไหน ๆ"
"ใช่เลย! ถึงต้องแต่งงานกันยังไงล่ะ พ่ออยู่บ้านเดียวกัน ก็คุยกันได้เลยไม่ต้องรอคำตอบข้ามวันเหมือนที่เราต้องรอจากพนังงาน"
"เป็นยังไงล่ะไอเดียพ่อ เข้าท่าใช่มั้ย"
ผู้เป็นพ่อยิ้มแฉ่งให้กับไอเดียสุดเจ๋งของตัวเอง ขัดกับใบหน้าลูกสาวที่ตอนนี้ขมวดคิ้วผูกกันเป็นปมยิ่งกว่าสายไฟฟ้าประเทศไทย
"ไม่ค่ะ ลันไม่แต่ง ลันเชื่อว่าพี่ภูมิก็ไม่มีทางยอมแต่ง"
"ลันลูก-"
"ไม่ค่ะแม่ ถ้าครั้งหน้าจะออกมาทานข้าวนอกบ้านแล้วมาคุยเรื่องอะไรแบบนี้อีกก็ไม่ต้องเรียกลันมาด้วยนะคะ เพราะยังไงลันก็ไม่แต่ง"
"เด็ด ขาด"
หญิงสาวยื่นคำขาดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถือกระเป๋าใบสวยแล้วลุกออกไปทันที เมื่อถึงรถหรูที่พึ่งถอยมาได้ไม่ถึงปี เธอไม่รอช้ารีบขึ้นรถและขับมุ่งตรงไปที่คอนโดทันที
คอนโด ศิริเมธาวัฒน์
ตั้งแต่กลับมาถึงห้อง เธอก็หยุดคิดเรื่องแต่งงานไม่ได้เลย เธอรู้ดีว่าคงหนีเรื่องนี้ไปตลอดไม่ได้ ยังไงคุณพ่อต้องหาทางคุยเรื่องนี้อีกแน่ๆ ยิ่งทางนั้นตกลงปลงใจด้วยแล้ว...
เฮ้อ
ไม่อยากจะคิดเลย ถ้าแต่งไปแล้วเจอแต่อะไรแย่ๆล่ะ หรือถ้าระยะเวลาที่ไม่ได้เจอกันพี่เขากลายเป็นคนใจร้าย ใจเหี้ยมล่ะ
ตายแน่ยัยลัน ตายแน่ ๆ
ติ้ง!
ลัลน์ลลิตยังไม่ทันที่จะได้ปล่อยสมองให้คิดไปถึงอนาคตอันวุ่นวายที่ยังมาไม่ถึง เสียงแจ้งเตือนจากไลน์กลุ่มเพื่อนก็ดังขึ้น
คงไม่พ้นชวนกันออกไปดื่มอีกแน่ ๆ
แต่มีเหรอ ที่ลัลน์ลลิตคนนี้จะปฏิเสธ
เธอไม่ใช่คนเรียบร้อยอยู่ในกฎระเบียบอะไรมากหรอกนะ แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีพลาด