bc

Anatomy of Desire | สัมผัสวิจารณ์

book_age18+
76
FOLLOW
1K
READ
HE
drama
city
cheating
friends with benefits
like
intro-logo
Blurb

เพราะถูกบรรณาธิการสับแหลกว่าฉากเลิฟซีนในนิยายมัน 'จืดชืดและขาดจิตวิญญาณ'

'รินลดา' นักเขียนสาวสายอีโรติกที่ชีวิตจริงห่างไกลจากคำว่าเจนจัดจึงถึงคราวสติแตก

เธอแค่บ่นระบายความอัดอั้นอยู่ที่ระเบียงคอนโด โดยไม่คิดเลยว่ากำแพงที่กั้นอยู่... จะไม่สามารถเก็บซ่อนความลับของเธอจาก 'เขา' ได้

'นายแพทย์ติณห์' ศัลยแพทย์ทรวงอกหนุ่มห้องข้างๆ ผู้มีภาพลักษณ์เนี้ยบกริบ เยือกเย็น และดูเข้าถึงยาก

เขายื่นข้อเสนอที่ทำให้จังหวะหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ

"ถ้าฉากรักมันเขียนยากนัก... ผมจะเป็นกรณีศึกษาให้คุณเอง"

ภายใต้ข้อตกลงที่ว่าทุกอย่างคือ 'งาน' และต้องไม่มีความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง

รินลดาคิดว่าเธอสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

แต่เธอประเมินผู้ชายที่รู้จักทุกซอกมุมของสรีระมนุษย์ต่ำเกินไป...

ปลายนิ้วที่คุ้นเคยกับการจับมีดหมอ ค่อยๆ กรีดไล้ความปรารถนาที่ซ่อนเร้นของเธอออกมาทีละน้อย

จากทฤษฎีบนหน้ากระดาษ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นการปฏิบัติที่เร่าร้อนจนหลอมละลายทุกกฎเกณฑ์

ทว่าเมื่อนิยายของเธอโด่งดังเป็นพลุแตก

คุณหมอผู้เยือกเย็นกลับเริ่มแสดงความปรารถนาในการ 'ครอบครอง' อย่างควบคุมไม่ได้

เพราะสิ่งที่รินลดาไม่เคยรู้เลยก็คือ... เขาไม่ใช่แค่เพื่อนบ้านที่บังเอิญเดินเข้ามาในชีวิต

แต่เขาคือคนที่ตั้งใจขุดหลุมพราง รอให้เธอตกลงมาในอ้อมกอดของเขา... มาตั้งแต่ต้น!

"คุณคิดจริงๆ หรือริน... ว่าที่ผมยอมให้คุณสัมผัส มันเป็นแค่กรณีศึกษา?"

chap-preview
Free preview
ตอนที่ 1: กำแพงบางๆ
แสงสีฟ้าจากหน้าจอแล็ปท็อปสาดสะท้อนลงบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า นัยน์ตาคู่สวยซึ่งบัดนี้ปรากฏเส้นเลือดฝอยจางๆ จ้องเขม็งไปยังตัวอักษรสีดำบนพื้นหลังสีขาวในกล่องจดหมายเข้า ปลายนิ้วที่เคยพรมลงบนแป้นพิมพ์อย่างลื่นไหลเมื่อหลายวันก่อน บัดนี้แข็งค้างอยู่เหนือแป้นอักษรราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากประโยคเหล่านั้น ‘มันแห้งแล้งเกินไป รินลดา ฉากนี้ไม่มีวิญญาณเลย พี่อ่านแล้วไม่รู้สึกถึงแรงดึงดูดระหว่างตัวละคร มันเหมือนคนสองคนกำลังท่องจำตำรากายวิภาคศาสตร์มากกว่ากำลังร่วมรักกัน รื้อใหม่ทั้งหมดนะ’ ความเงียบภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองหลวงดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นมาในพริบตา เสียงครางหึ่งๆ ของเครื่องปรับอากาศที่เคยเป็นเพื่อนแก้เหงากลับกลายเป็นเสียงสะท้อนที่ตอกย้ำความล้มเหลว รินลดาขบฟันลงบนริมฝีปากล่างของตัวเองจนรู้สึกถึงรสฝาดเฝื่อนของเลือดที่ซึมออกมาบางๆ มือเล็กสั่นเทาขณะที่พับหน้าจอแล็ปท็อปลงอย่างแรงจนเกิดเสียงดังลั่นห้อง มันแห้งแล้ง... ไม่มีวิญญาณ... เหมือนท่องตำรา... คำวิจารณ์ของบรรณาธิการตัวแม่แห่งวงการนิยายโรมานซ์ผู้ใหญ่ กรีดลึกลงไปในอีโก้ที่เปราะบางของนักเขียนเจ้าของนามปากกา 'เร้นรัก' อย่างไร้ความปรานี แต่สิ่งที่ทำให้ก้อนเนื้อในอกของเธอปวดหนึบยิ่งกว่า คือความจริงที่ว่าข้อกล่าวหาเหล่านั้นมันถูกต้องทุกกระเบียดนิ้ว หญิงสาวเอนแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้ความมืดมิดภายในห้องกลืนกินตัวตน เธอหลับตาลงและพยายามสูดอากาศเข้าปอด แต่กลับพบว่ามวลอากาศรอบตัวมันช่างเบาบางจนน่าอึดอัด ภาพความทรงจำในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบไว้ก้นบึ้งของจิตใจ ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาหลอกหลอนอีกครั้ง เสียงหัวเราะเยาะหยันของผู้ชายคนนั้น คนที่เคยได้ชื่อว่าเป็นรักแรกและรักเดียวในชีวิตจริงของเธอ ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ‘เธอมันจืดชืด รินทร์ จืดชืดและน่าเบื่อชะมัด อยู่กับเธอแล้วฉันรู้สึกเหมือนกำลังกอดท่อนไม้’ ประโยคสั้นๆ ที่ทำลายความมั่นใจของการเป็นผู้หญิงคนหนึ่งจนย่อยยับ บาดแผลนั้นผลักดันให้เธอสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมา โลกของตัวอักษรที่เธอสามารถเสกสรรค์ให้ตัวเองกลายเป็นผู้หญิงที่เร่าร้อน เย้ายวน และเป็นที่ปรารถนาอย่างถึงที่สุด เธอศึกษาทฤษฎี ดูภาพยนตร์ อ่านบทความทางจิตวิทยา และประกอบร่างจินตนาการเหล่านั้นออกมาเป็นตัวหนังสือที่ทำให้คนอ่านนับหมื่นต้องหน้าแดงและร้องขอตอนต่อไป แต่ความจริงก็คือความจริง... ทฤษฎีที่ปราศจากการปฏิบัติ มันก็เป็นแค่ภาพลวงตาที่รอวันพังทลาย ความรู้สึกพ่ายแพ้และอับจนหนทางตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ รินลดาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความหงุดหงิดที่อัดแน่นจนแทบระเบิด เธอเดินกระแทกส้นเท้าตรงไปยังประตูบานเลื่อนกระจกใสที่กั้นระหว่างพื้นที่ห้องกับระเบียงด้านนอก มือบางกระชากเปิดมันออกอย่างแรง ปล่อยให้ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศถูกแทนที่ด้วยความร้อนชื้นและกลิ่นควันไอเสียของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน มวลอากาศเหนอะหนะปะทะเข้ากับผิวหนังในทันที แต่เธอไม่ได้ใส่ใจ หญิงสาวก้าวออกไปยืนพิงระเบียงเหล็กดัดสีดำสนิท สองมือเกาะเกี่ยวราวเหล็กไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว นัยน์ตาสั่นไหวทอดมองออกไปยันทิวทัศน์ของตึกระฟ้าที่ส่องสว่างด้วยแสงไฟนับล้านดวง ท่ามกลางความแออัดของผู้คนนับสิบล้านชีวิต เธอกลับรู้สึกโดดเดี่ยวและไร้ค่าอย่างน่าประหลาด "จะให้เอาวิญญาณที่ไหนมาใส่..." รินลดาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอสั่นพร่าและแหบแห้ง "แค่เขียนให้มันจบๆ ไปก็บุญเท่าไหร่แล้ว ปรารถนาบ้าบออะไร เร่าร้อนอะไร ฉันไม่เคยสัมผัสมันด้วยซ้ำ!" อารมณ์ที่ถูกกดทับมาตลอดหลายวันเริ่มทะลักทลายราวกับเขื่อนแตก หญิงสาวทึ้งผมตัวเองจนยุ่งเหยิง ไม่สนใจสภาพชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีเข้มที่หลุดลุ่ยลงมาจนเห็นเนินอกรำไร "ก็คนมันไม่เคยมีเซ็กส์ที่มันดีๆ อะ จะให้จินตนาการว่าตัวเองเสียวจนแทบขาดใจตายได้ยังไงวะ! อีตาผู้ชายเฮงซวยพวกนั้นมันก็เห็นแก่ตัวกันทั้งโลกนั่นแหละ พอตัวเองเสร็จก็ล้มตัวลงนอนกรน ไม่เคยมีหรอกไอ้การเล้าโลมทะนุถนอม หรือการจ้องมองเหมือนฉันเป็นของล้ำค่าอะไรนั่นน่ะ มันมีแต่ในนิยายหลอกเด็กทั้งนั้นแหละโว้ย!" เธอสบถด่ากราดออกมาอย่างเหลืออด น้ำตาแห่งความอัดอั้นคลอหน่วยอยู่ที่หางตา รินลดาเตะกระถางต้นไม้เล็กๆ ที่มุมระเบียงเพื่อระบายอารมณ์ "ทฤษฎีสรีระบ้าบออะไร กล้ามเนื้อหดเกร็ง ชีพจรเต้นแรง อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น... ฉันต้องไปหาหมอมาผ่าชันสูตรความรู้สึกพวกนี้เลยไหมถึงจะเขียนให้มันสมจริงได้ฮะ!" อีกด้านหนึ่งของกำแพงคอนกรีตที่ถูกออกแบบมาเพื่อความเป็นส่วนตัว... บนระเบียงที่มืดมิดและถูกปกคลุมด้วยเงาของฉากกั้นกระจกฝ้า ชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ถูกปลดกระดุมออกสามเม็ดแรกกำลังยืนพิงกรอบประตูเงียบๆ แสงไฟสลัวจากท้องถนนเบื้องล่างสาดส่องให้เห็นโครงหน้าคมคายที่หล่อเหลาและสมบูรณ์แบบราวกับรูปสลัก ทว่าสิ่งที่โดดเด่นที่สุดกลับไม่ใช่หน้าตา แต่เป็นรังสีความเยือกเย็นที่แผ่กระจายออกมารอบตัว นายแพทย์ติณห์ยกแก้วคริสตัลทรงเตี้ยที่บรรจุวิสกี้สีอำพันขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า รสชาติบาดคอของแอลกอฮอล์ชั้นดีไหลลงสู่กระเพาะ ช่วยบรรเทาความตึงเครียดจากการยืนผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจที่กินเวลายาวนานกว่าสิบสองชั่วโมง กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ฝังแน่นอยู่ในผิวหนังและเส้นผมดูเหมือนจะถูกชะล้างออกไปชั่วคราวเมื่อเขามายืนอยู่ตรงนี้ เขาเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่คอนโดแห่งนี้ได้ไม่ถึงสามเดือน เหตุผลหลักคือความเงียบสงบและระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด สำหรับศัลยแพทย์ทรวงอกที่ทุกวินาทีในชีวิตผูกติดอยู่กับความเป็นความตายของมนุษย์ การควบคุมปัจจัยรอบตัวให้เป็นระเบียบแบบแผนคือสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย เขาเกลียดความวุ่นวาย เกลียดการสูญเสียการควบคุม และเกลียดความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ไร้เหตุผล ร่างกายมนุษย์สำหรับเขา เป็นเพียงระบบกลไกที่ซับซ้อน หัวใจคือปั๊มน้ำ เลือดคือของเหลวหล่อเลี้ยง เส้นประสาทคือสายไฟ เมื่อมีจุดไหนบกพร่อง เขาก็แค่ใช้มีดผ่ามันออก ซ่อมแซม และเย็บปิด ทุกอย่างมีหลักการ มีเหตุผล และสามารถคาดเดาได้ แต่สิ่งที่เขากำลังได้ยินผ่านช่องว่างของระเบียงในตอนนี้... เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือตรรกะทางการแพทย์ของเขาโดยสิ้นเชิง ติณห์หยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยมองทะลุผ่านกระดูกซี่โครงของมนุษย์มานับไม่ถ้วน บัดนี้กำลังหรี่แคบลงขณะจดจ่ออยู่กับเสียงหวานที่สั่นเครือไปด้วยความโกรธและสิ้นหวังของผู้หญิงห้องข้างๆ เขาได้ยินเสียงเธอเดินกระแทกส้นเท้า ได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดเพราะความหงุดหงิด และแน่นอน... เขาได้ยินทุกประโยคที่เธอตะโกนระบายออกมาอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์ ‘ก็คนมันไม่เคยมีเซ็กส์ที่มันดีๆ อะ จะให้จินตนาการว่าตัวเองเสียวจนแทบขาดใจตายได้ยังไงวะ!’ ริมฝีปากหยักลึกบิดโค้งขึ้นอย่างเชื่องช้า ประกายความพึงพอใจที่หาได้ยากยิ่งพาดผ่านโครงหน้าสมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่ความขบขัน แต่เป็นความสนใจในระดับสัญชาตญาณดิบที่ถูกกระตุ้นให้ตื่นตัว ติณห์หมุนแก้ววิสกี้ในมือ ก้อนน้ำแข็งกระทบผนังแก้วดังกริ๊กเบาๆ ท่ามกลางเสียงบ่นงึมงำของคนข้างห้อง เขาจินตนาการถึงเจ้าของเสียงนั้น ผู้หญิงที่เขาเคยบังเอิญเจอในลิฟต์เพียงไม่กี่ครั้ง ร่างเล็กๆ ที่มักจะซ่อนตัวอยู่ใต้เสื้อไหมพรมตัวโคร่ง แว่นตาทรงกลมที่บดบังใบหน้าจืดชืด และท่าทีลุกลี้ลุกลนราวกับกระต่ายป่าที่กลัวการเข้าสังคม ใครจะไปคิดว่าภายใต้ภาพลักษณ์ที่ดูไร้พิษสงนั้น เธอคือคนสร้างสรรค์โลกแห่งความปรารถนาที่ซ่อนเร้น และที่น่าขันไปกว่านั้น คือเธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับความไม่รู้ของตัวเอง ‘ฉันต้องไปหาหมอมาผ่าชันสูตรความรู้สึกพวกนี้เลยไหมถึงจะเขียนให้มันสมจริงได้ฮะ!’ คำประกาศกร้าวประโยคสุดท้ายของเธอ ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจที่ราบเรียบสม่ำเสมอของศัลยแพทย์หนุ่มเกิดการกระตุกเปลี่ยนจังหวะเพียงเสี้ยววินาที ความคิดบางอย่างที่มืดมิดและอันตรายเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวของเขา สำหรับติณห์ การได้ควบคุมร่างกายมนุษย์ในห้องผ่าตัดคือความท้าทายที่น่าหลงใหล แต่การได้ ปอกลอกเปลือกความเข้มแข็งของใครสักคน การได้เห็นความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ถูกกระชากออกมาเผชิญหน้ากับความจริง การได้ชักใยอารมณ์และปฏิกิริยาของมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจและมีความเปราะบาง... นั่นคือศิลปะขั้นสูงสุดที่เขาถวิลหา เขาชื่นชอบการได้เห็นความย้อนแย้ง ผู้หญิงที่เขียนบรรยายฉากร่วมรักได้อย่างเห็นภาพ (เขาเคยลองค้นหานามปากกาของเธอในอินเทอร์เน็ตหลังจากที่แอบเห็นหน้าจอแล็ปท็อปของเธอที่ล็อบบี้) แต่ในชีวิตจริงกลับกลวงเปล่าและแห้งแล้งจนน่าสมเพช มันช่างเป็นกรณีศึกษาที่สมบูรณ์แบบ เรือนร่างสูงใหญ่ก้าวประชิดกำแพงกระจกฝ้าที่กั้นระหว่างระเบียงทั้งสองห้อง ระยะห่างระหว่างเขาและเธอลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ ติณห์สามารถสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิความร้อนที่แผ่ออกมาจากอีกฝั่งกำแพง ได้ยินเสียงหอบหายใจหนักหน่วงที่พยายามระงับอารมณ์ของเธออย่างชัดเจน เขาหลับตาลง ใช้โสตประสาทแยกแยะเสียงการเคลื่อนไหวของเธอ... เธอกำลังเปลี่ยนน้ำหนักการยืนไปที่ขาซ้าย มือขวาน่าจะกำลังบีบเค้นราวระเบียงจนเกร็ง จังหวะการสูดอากาศเข้าปอดสั้นและตื้น บ่งบอกถึงความเครียดสะสมที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด หากเป็นคนปกติ คงจะเลือกทำเป็นไม่ได้ยิน หรือไม่ก็ตะโกนด่าให้เธอเงียบเสียงลงเพราะรบกวนเวลาพักผ่อน แต่สำหรับผู้ชายที่มีความต้องการควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จฝังลึกอยู่ในสันดานดิบ เขาไม่เคยปล่อยให้โอกาสในการได้เข้าไปบงการชีวิตใครหลุดมือไป โดยเฉพาะเมื่อเหยื่อเป็นฝ่ายกระโดดเข้ามาในรัศมีวงกตที่เขาสร้างไว้เอง รินลดาที่อยู่อีกฝั่งยังคงยืนพิงระเบียง ปล่อยให้น้ำตาหยดเล็กๆ ไหลรินลงมาตามหางตา ความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจทำให้เธออยากจะทิ้งตัวลงนอนตรงนี้และหลับไปตลอดกาล เธอหลับตาลงแน่น พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความเข้มแข็งที่เหลืออยู่เพื่อกลับไปเผชิญหน้ากับหน้ากระดาษเปล่าๆ อีกครั้ง แต่แล้ว... ความเงียบงันรอบตัวก็ถูกทำลายลง ไม่ใช่ด้วยเสียงไซเรนของรถพยาบาล หรือเสียงแตรรถจากท้องถนนด้านล่าง แต่เป็นเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็น ทว่าแฝงไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ดังทะลุผ่านช่องว่างของกำแพงกระจกฝ้าเข้ามาในโสตประสาทของเธอ "ถ้าทฤษฎีบนหน้ากระดาษมันยากนัก... ไม่ลองหาประสบการณ์จริงดูหน่อยล่ะครับ คุณนักเขียน" ร่างกายของรินลดาชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า จังหวะการสูดอากาศหยุดชะงักไปชั่วขณะ เปลือกตาที่ปิดสนิทเบิกโพลงขึ้นทันที นัยน์ตาสั่นไหวตามแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นมาใหม่ ความตกใจสุดขีดทำให้เธอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับประตูกระจกห้องตัวเอง เสียงนั้นมันใกล้มาก ใกล้จนเธอรู้สึกเหมือนลมหายใจของคนพูดกำลังรินรดอยู่ที่ต้นคอ "คะ... ใครน่ะ!?" เธอละล่ำละลักถามออกไป เสียงที่เคยกราดเกรี้ยวเมื่อครู่กลายเป็นเสียงกระซิบที่สั่นพร่า ไม่มีการตอบรับในทันที มีเพียงเสียงน้ำแข็งกระทบแก้วดังกริ๊กเบาๆ จากอีกฝั่งของกำแพง ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ แต่กลับทรงพลังจนทำให้กล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายของเธอหดเกร็ง "คนที่ได้ยินว่าคุณต้องการหมอ... มาช่วยชันสูตรความรู้สึก" ติณห์ทอดสายตามองผ่านความขุ่นมัวของกระจกฝ้า แม้จะไม่เห็นรายละเอียดที่ชัดเจน แต่เขาสัมผัสได้ถึงความหวาดหวั่นและอาการตื่นตระหนกที่แผ่ซ่านออกมาจากเงาร่างเล็กๆ นั้น ปลายนิ้วที่จับแก้ววิสกี้เย็นเฉียบ แต่ลึกๆ ในอกกลับมีความร้อนระอุแห่งความพึงพอใจที่ค่อยๆ คุกรุ่นขึ้น "และบังเอิญ... ผมเป็นศัลยแพทย์ที่ถนัดเรื่องการผ่าตัดซะด้วยสิ" ประโยคนั้นจบลงพร้อมกับรอยยิ้มที่อันตรายที่สุดที่เคยปรากฏบนใบหน้าของคุณหมอหนุ่ม ผู้ชายที่ชินชากับการควบคุมชีวิตคนกำลังจะได้เริ่มต้นบททดสอบใหม่ บททดสอบที่ไม่มีตำราแพทย์เล่มไหนเคยบัญญัติไว้... การชำแหละความรู้สึกเบื้องลึกของมนุษย์ที่สร้างกำแพงเก่งที่สุด ให้กลายเป็นเพียงก้อนเนื้อที่เต้นเร่าอยู่ใต้ฝ่ามือของเขาอย่างสมบูรณ์.

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

Unscentable

read
2.1M
bc

He's an Alpha: She doesn't Care

read
853.4K
bc

Claimed by the Biker Giant

read
2.1M
bc

Holiday Hockey Tale: The Icebreaker's Impasse

read
1.0M
bc

A Warrior's Second Chance

read
392.0K
bc

Not just, the Beta

read
365.5K
bc

The Broken Wolf

read
1.2M

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook