bc

รอยสลักบนเศษแก้ว

book_age16+
1.7K
FOLLOW
13.6K
READ
revenge
contract marriage
family
HE
opposites attract
stepfather
heir/heiress
blue collar
drama
tragedy
serious
loser
city
office/work place
cheating
disappearance
like
intro-logo
Blurb

เธอชดใช้หนี้ด้วยทะเบียนสมรส และจ่ายค่าความเชื่อใจด้วยชีวิตลูกในท้อง

วันที่เธอทิ้งใบหย่าแล้วจากไป เขาถึงรู้ว่าภรรยาที่เขาเหยียบย่ำ คือผู้ต่อลมหายใจให้เขาเมื่อสิบปีก่อน

พิมดาว ก้าวเข้าสู่คฤหาสน์ตระกูลดังในฐานะสะใภ้ขัดตาทัพเพื่อปลดหนี้ให้ครอบครัวที่ล้มละลาย ตลอดสามปี เธอต้องกลืนกินศักดิ์ศรีและอดทนต่อสายตาเหยียดหยามของคนในบ้าน โดยเฉพาะความเย็นชาอย่างสมบูรณ์แบบของ คีรินทร์ สามีที่เชื่อฝังหัวว่าเธอคือปลิงดูดเลือดที่เข้ามาฉวยโอกาส

เขาเว้นที่ว่างข้างกายและเกียรติยศไว้ให้ 'มินตรา' หญิงสาวที่เขายกย่องเป็นผู้มีพระคุณและรักแรก โดยไม่รู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มแสนดี คือหอกแหลมที่ค่อยๆ กรีดทำลายพื้นที่ชีวิตของพิมดาวอย่างเลือดเย็น

จุดแตกหักของชีวิตคู่ไม่ใช่แค่การถูกหักหลัง แต่คือ การถูกทอดทิ้งในวินาทีความเป็นความตาย

วันที่พิมดาวตกเลือดและพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด คีรินทร์กลับเลือกที่จะหันหลังให้เธอเพื่อไปปกป้องวิกฤตของผู้หญิงอีกคน พิมดาวสูญเสียลูก สูญเสียศรัทธาในความเป็นมนุษย์ และสูญเสียตัวตน เธอไม่เรียกร้องหาความยุติธรรม ไม่ร้องไห้คร่ำครวญ มีเพียงใบหย่าที่เซ็นชื่อกำกับ แหวนแต่งงานที่ถูกโยนทิ้งลงถังขยะ และการหายตัวไปอย่างถาวรพร้อมกับหนี้สินก้อนสุดท้ายที่ถูกชดใช้จนหมดสิ้น

สามปีผ่านไป โลกหมุนให้พวกเขาโคจรมาเจอกันอีกครั้งบนกระดานธุรกิจ

พิมดาวปรากฏตัวในฐานะ 'Nose' นักปรุงน้ำหอมผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่กำลังเจรจาควบรวมกิจการกับเครือโรงแรมคู่แข่งของเขา เธอไม่ใช่ดอกไม้ริมทางที่รอคอยเศษเสี้ยวความรักอีกต่อไป แต่เป็นผู้หญิงที่ล้อมรั้วหัวใจด้วยกำแพงน้ำแข็งและซ่อนบาดแผลไว้ใต้ความสมบูรณ์แบบ

การกลับมาพบกันครั้งนี้ บังคับให้คีรินทร์ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่เขาสร้างภาพหลอกตัวเองมาตลอด เมื่อร่องรอยในอดีตและกรุ๊ปเลือดหายาก เริ่มเปิดโปงความลับที่ว่า... เด็กสาวที่ยอมเสี่ยงชีวิตลากเขาออกจากซากรถเมื่อสิบปีก่อน ไม่ใช่มินตรา

แต่คืออดีตภรรยาที่เขาเป็นคนทำลายชีวิตลงกับมือ

ความเชื่อใจที่แตกสลายไปแล้ว ต่อให้ใช้เงินตราหรืออำนาจล้นฟ้า... ก็ไม่มีวันซื้อคืนมาได้ง่ายๆ

chap-preview
Free preview
ตอนที่ 1: ป้ายราคาของทะเบียนสมรส
ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งอุณหภูมิไว้คงที่ยี่สิบองศาเซลเซียส ไม่เคยก่อกวนการนอนหลับของพิมดาวได้เท่ากับความเงียบสงัดภายในห้องนอนกว้างขวางแห่งนี้ มันเป็นความเงียบที่หนักอึ้ง กดทับลงมาบนแผ่นอกจนจังหวะการหายใจต้องปรับให้แผ่วเบาที่สุด เธอลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟริมระเบียงสาดส่องเข้ามาเป็นเส้นสายพาดผ่านพื้นพรมขนสัตว์ เตียงคิงไซส์หลังนี้กว้างเกินไปสำหรับคนสองคนที่ไม่ได้รักกัน พิมดาวขยับตัวช้าๆ เพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวนคนที่นอนหันหลังอยู่ฝั่งตรงข้าม พื้นที่ตรงกลางระหว่างเธอกับเขากว้างพอให้คนอีกคนลงมานอนแทรกได้สบายๆ มันเป็นเส้นแบ่งอาณาเขตที่คีรินทร์ขีดเอาไว้ตั้งแต่คืนแรกของการแต่งงาน เส้นแบ่งที่ไม่มีใครเอ่ยปากพูดถึง แต่มันปรากฏชัดเจนราวกับกำแพงคอนกรีตที่ก่อตัวสูงขึ้นทุกวันตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีตามกฎหมายของเธอยังคงหลับสนิท แผ่นหลังกว้างใต้ชุดนอนผ้าไหมสีเข้มขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจสม่ำเสมอ พิมดาวทอดสายตามองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า ไม่มีความน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่มีความโหยหา สิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในแววตาของเธอคือความเหนื่อยล้าที่เกาะกินลึกซึ้งถึงกระดูก เธอค่อยๆ สอดขาออกจากใต้ผ้าห่ม สัมผัสความเย็นเยียบของพื้นหินอ่อนที่ฝ่าเท้า มันช่วยปลุกสติให้ตื่นตัวจากความงัวเงีย พิมดาวเดินตรงไปยังห้องน้ำ จัดการธุระส่วนตัวด้วยความเงียบเชียบที่สุด ภาพสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ปรากฏใบหน้าของหญิงสาววัยยี่สิบหกปีที่ดูซีดเซียว ไร้ชีวิตชีวา แววตาที่เคยเปล่งประกายความมุ่งมั่นเมื่อสมัยเรียนมหาวิทยาลัย บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉย เย็นชา กลไกป้องกันตัวที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อรับมือกับโลกที่โหดร้ายใบนี้ โลกที่สอนให้เธอรู้ว่า มูลค่าของความเป็นมนุษย์สามารถถูกตีราคาเป็นตัวเลขบนหน้ากระดาษสัญญา แปรงสีฟันถูกวางกลับลงบนชั้นวางอย่างเป็นระเบียบ พิมดาวเปิดก๊อกน้ำ ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัดเพื่อขับไล่ความอ่อนแอที่มักจะแทรกซึมเข้ามาในช่วงเวลาที่อยู่เพียงลำพัง เธอยืดหลังตรง ปั้นแต่งสีหน้าให้เรียบสนิท ก่อนจะสวมหน้ากากของ 'สะใภ้ตระกูลคีรินทร์' หน้ากากที่หล่อหลอมขึ้นจากความอดทนและการกลืนกินศักดิ์ศรีของตัวเองลงคอ กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วบดลอยอบอวลอยู่ภายในห้องครัวสไตล์โมเดิร์นของคฤหาสน์หลังงาม พิมดาวรับหน้าที่ชงกาแฟดำให้สามีทุกเช้า มันไม่ใช่ความรักหรือความเอาใจใส่ แต่มันคือหนึ่งใน 'หน้าที่' ที่เธอต้องรับผิดชอบ เพื่อแลกกับเศษเงินที่เขาโอนเข้าบัญชีเพื่อใช้หนี้ก้อนโตให้กับครอบครัวของเธอ “คุณพิมดาวคะ ป้าจัดการเรื่องอาหารเช้าของคุณคีรินทร์เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณพิมดาวไม่ต้องลำบากหรอกนะคะ” เสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความแข็งกระด้างของหัวหน้าแม่บ้านวัยกลางคนดังขึ้นจากด้านหลัง พิมดาวชะงักมือที่กำลังรินน้ำร้อนลงในดริปเปอร์ ปรอยตาขึ้นมองหญิงวัยกลางคนผ่านหางตา “ไม่เป็นไรค่ะป้าสาย ฉันจัดการเองได้” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่แสดงความไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้โอนอ่อนผ่อนตาม “แต่ว่าคุณมินตรากำชับไว้ว่า...” “ที่นี่คือบ้านของฉัน และฉันคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณคีรินทร์” พิมดาวแทรกขึ้นก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบประโยค มือบางวางกาน้ำร้อนลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนด้วยน้ำหนักที่มากพอจะทำให้เกิดเสียงดังสั้นๆ แต่หนักแน่น “ป้าสายมีหน้าที่อะไรก็ไปทำเถอะค่ะ กาแฟแก้วนี้ ฉันเป็นคนชง และฉันจะเป็นคนยกไปให้เขาเอง” สายตาของพิมดาวไม่ได้ดุดัน ไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่มีความเด็ดขาดที่ทำให้หัวหน้าแม่บ้านต้องยอมถอยร่นไปอย่างเสียไม่ได้ ป้าสายก้มหัวลงเล็กน้อยก่อนจะเดินเลี่ยงออกจากครัวไป ทิ้งให้พิมดาวเผชิญหน้ากับความจริงที่น่าสมเพชของตัวเองอีกครั้ง ในบ้านหลังนี้ ไม่มีใครเคารพเธอในฐานะนายหญิงของบ้าน ทุกคนรู้ดีว่าเธอเข้ามาอยู่ในสถานะไหน 'ปลิงดูดเลือด' 'ผู้หญิงหิวเงิน' 'สะใภ้ขัดตาทัพ' สารพัดคำนิยามที่ถูกแปะป้ายลงบนหน้าผากของเธอ และคนที่ทำให้ทุกคนในบ้านมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้ชายที่กำลังเดินลงบันไดมาด้วยท่วงท่าสง่างาม ทว่าเย็นชาจนน่าขนลุก คีรินทร์อยู่ในชุดสูทสีกรมท่าที่ถูกตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูป เนกไทสีเทาเข้มถูกผูกอย่างเรียบร้อยไร้ที่ติ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มการค้าเมื่ออยู่ต่อหน้าสื่อ บัดนี้เรียบตึงและเย็นชา เขาก้าวเดินด้วยจังหวะสม่ำเสมอ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังก้องไปทั่วโถงทางเดิน ก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกาจับเวลาที่คอยเตือนให้พิมดาวรู้ว่า ความอึดอัดระลอกใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้น “กาแฟค่ะ” พิมดาวเลื่อนแก้วเซรามิกสีดำที่มีควันกรุ่นไปตรงหน้าเขา เมื่อคีรินทร์ทรุดตัวลงนั่งที่หัวโต๊ะอาหาร ชายหนุ่มปรายตามองแก้วกาแฟเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะละสายตาไปสนใจแท็บเล็ตในมือ เขาเลื่อนหน้าจออ่านรายงานผลประกอบการของโรงแรมโดยไม่แม้แต่จะเอ่ยคำขอบคุณ หรือแสดงท่าทีรับรู้ถึงการมีอยู่ของเธอ พิมดาวนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ระยะห่างระหว่างหัวโต๊ะกับปลายโต๊ะยาวเกินกว่าจะพูดคุยกันด้วยระดับเสียงปกติ แต่ในความสัมพันธ์ของพวกเขา ไม่จำเป็นต้องใช้เสียงดังเพื่อสื่อสาร ความเงียบคือภาษาที่พวกเขาใช้คุยกันบ่อยที่สุด “เมื่อคืนคุณกลับดึก” เธอทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้นิ่งสนิท ไม่ให้ฟังดูเหมือนภรรยาที่กำลังตามจับผิดสามี คีรินทร์ชะงักปลายนิ้วที่กำลังเลื่อนหน้าจอ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ นัยน์ตาสีรัตติกาลของเขาว่างเปล่าและลึกล้ำจนยากจะคาดเดาความรู้สึก “ฉันมีประชุมด่วนที่โรงแรม” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงห่างเหิน “ประชุมด่วน... หรือว่าแวะไปดูแลใครที่โรงพยาบาลคะ” พิมดาวถามกลับ กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงที่ลอยติดเสื้อโค้ทของเขาเมื่อคืนยังคงชัดเจนในความทรงจำ มันเป็นกลิ่นของมินตรา กลิ่นที่เธอจำได้ดีกว่ากลิ่นน้ำหอมของตัวเองเสียอีก คีรินทร์วางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ เสียงกระทบดังพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องรับประทานอาหารตึงเครียดขึ้นมาทันที เขามองเธอด้วยสายตาตำหนิ คล้ายกับเจ้านายที่กำลังมองพนักงานที่ล้ำเส้นหน้าที่ของตัวเอง “อย่าทำตัวงี่เง่าพิมดาว” น้ำเสียงของเขากดต่ำ แฝงไปด้วยความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัว “มินตราไม่สบาย ฉันในฐานะเพื่อนและคนที่ติดค้างบุญคุณเธอ ฉันมีสิทธิ์ที่จะไปเยี่ยม” “ติดค้างบุญคุณ...” พิมดาวทวนคำนั้นเบาๆ มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะยิ้มหยัน แต่รอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตา “บุญคุณที่เธอเคยบริจาคเลือดช่วยชีวิตคุณเมื่อสิบปีก่อนน่ะเหรอคะ” “ใช่” คีรินทร์ตอบรับอย่างหนักแน่น “และมันเป็นสิ่งที่เธอไม่มีวันเข้าใจ เพราะคนอย่างเธอ... รู้จักแต่วิธีเรียกร้องเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง” คำพูดของเขาเหมือนใบมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมซ้ำๆ พิมดาวรู้สึกถึงความชาวาบที่ลามตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงหน้าอก เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรักษาระดับอารมณ์ไม่ให้พังทลายลงมาต่อหน้าเขา กลไกป้องกันตัวทำงานอัตโนมัติ เธอปิดสวิตช์ความรู้สึกเจ็บปวด เปลี่ยนมันเป็นความด้านชา “ฉันเข้าใจสถานะของตัวเองดีค่ะ” พิมดาวเอ่ยเสียงเรียบ สายตาประสานกับเข้มอย่างไม่ลดละ “ฉันรู้ดีว่าตัวเองมีป้ายราคาติดไว้ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้” คีรินทร์แค่นเสียงในลำคอ เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบเช็คเงินสดแผ่นหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ แล้วใช้นิ้วชี้เลื่อนมันไปตรงหน้าเธอ ตัวเลขบนเช็คระบุจำนวนเงินเจ็ดหลัก ซึ่งเป็นงวดสุดท้ายสำหรับดอกเบี้ยรายเดือนที่ครอบครัวของเธอต้องจ่ายให้กับเขา “รู้ตัวก็ดี” เขาลุกขึ้นยืน จัดเสื้อสูทให้เข้าที่ “เอาเงินนี่ไปจัดการปัญหาของบ้านเธอให้เรียบร้อย แล้วอย่าลืมหน้าที่ของตัวเอง... เย็นนี้มีงานดินเนอร์เจรจาธุรกิจกับกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ฉันต้องการให้เธอไปร่วมงานในฐานะภรรยาของฉัน ทำตัวให้สมกับเงินที่ฉันจ่ายไปหน่อยก็แล้วกัน” เขาหันหลังเดินออกจากห้องรับประทานอาหารไปโดยไม่หันกลับมามองเธออีกเลย ไม่มีการกล่าวลา ไม่มีการแตะต้องแก้วกาแฟที่เธอตั้งใจชงให้ ทุกอย่างถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ราวกับว่าการมีอยู่ของเธอในบ้านหลังนี้ เป็นเพียงแค่อากาศธาตุที่ไร้ค่า พิมดาวหลุบตามองเช็คเงินสดบนโต๊ะ กระดาษแผ่นเล็กๆ ที่มีมูลค่ามหาศาล มันคือโซ่ตรวนที่ล่ามเธอไว้กับขุมนรกแห่งนี้ เธอหยิบมันขึ้นมา สัมผัสความสากของเนื้อกระดาษที่แลกมาด้วยอิสรภาพและศักดิ์ศรีของตัวเอง นิ้วเรียวเลื่อนไปแตะที่แหวนเพชรเม็ดงามบนนิ้วนางข้างซ้าย โลหะเย็นเฉียบไม่ต่างจากหัวใจของผู้ชายที่สวมมันให้เธอในวันแต่งงาน วันนั้นเขาไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีความยินดี มีเพียงคำพูดกระซิบที่ข้างหูซึ่งเธอจดจำได้ฝังใจ 'จำเอาไว้พิมดาว... เธอเป็นได้แค่ลูกหนี้ ไม่ใช่ภรรยา' เธอพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องอาหารที่ตกแต่งอย่างหรูหรา เฟอร์นิเจอร์นำเข้า โคมไฟระย้าคริสตัล ทุกอย่างดูแพงระยับและสมบูรณ์แบบ แต่สำหรับเธอแล้ว มันคือกล่องใบสวยที่บรรจุยาพิษเอาไว้ บางที... อาจจะใกล้ถึงเวลาแล้ว ที่เธอจะต้องหาทางทุบกระจกกล่องใบนี้ เพื่อเดินออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกเสียที พิมดาวเก็บเช็คเงินสดใส่กระเป๋า ลุกขึ้นยืนและเดินนำแก้วกาแฟที่เย็นชืดไปเททิ้งที่อ่างล้างจาน กลิ่นขมปร่าของกาแฟผสมกับน้ำยาล้างจานตีตื้นขึ้นมาแตะจมูก เธอเปิดน้ำล้างคราบสีดำออกจนหมดจด ปล่อยให้น้ำไหลผ่านปลายนิ้วไปเรื่อยๆ จนกระทั่งความเย็นของมันช่วยให้หัวใจที่เต้นรัวด้วยความอัดอั้นสงบลง เธอยังล้มไม่ได้ ไม่ใช่ตอนนี้ ไม่ใช่จนกว่าภาระหนี้สินของพ่อจะถูกชำระจนหมดสิ้น เธอต้องทนแบกรับสายตาดูแคลน ทนฟังคำพูดเชือดเฉือน ทนมองดูเขายกย่องผู้หญิงอีกคนขึ้นมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ แต่ความอดทนของมนุษย์มีขีดจำกัดเสมอ และพิมดาวรู้ดีว่า ขีดจำกัดของเธอกำลังใกล้เข้ามาทุกที รอยร้าวบนเศษแก้วแห่งความสัมพันธ์นี้ ไม่สามารถประสานกลับคืนได้อีกแล้ว รอเพียงแค่วันที่มันจะแตกสลายลงมา ทิ่มแทงทุกคนที่เกี่ยวข้องให้แหลกคามือไปพร้อมๆ กัน เย็นนี้เธอจะสวมบทบาทภรรยาผู้แสนดี ยิ้มรับทุกคำทักทาย และยืนเคียงข้างผู้ชายที่เย็นชาที่สุดในโลก แต่ภายใต้รอยยิ้มนั้น จะไม่มีพิมดาวคนที่อ่อนแอและยอมจำนนอีกต่อไป เธอจะเริ่มนับถอยหลังสู่วันแห่งอิสรภาพ วันที่เธอจะคืนทุกอย่างให้เขา... รวมถึงทะเบียนสมรสที่มีป้ายราคาติดอยู่นี้ด้วย

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

Unscentable

read
2.1M
bc

He's an Alpha: She doesn't Care

read
853.4K
bc

Claimed by the Biker Giant

read
2.1M
bc

Holiday Hockey Tale: The Icebreaker's Impasse

read
1.0M
bc

A Warrior's Second Chance

read
392.0K
bc

Not just, the Beta

read
365.5K
bc

The Broken Wolf

read
1.2M

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook