แสงตะวันยามบ่ายสาดส่องผ่านรอยแตกของฝาผนังไม้ไผ่ ทอดเงายาวทับร่างของมู่หว่านชิงที่กำลังก้มหน้าก้มตาใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดคราบเลือดตามกรอบหน้าและมือให้ไป๋อี้เฉินด้วยความเงียบงัน แม้แววตาจะยังเจือด้วยความหวาดระแวงและร่องรอยความช้ำชะตา แต่ความรุนแรงที่นางเคยคาดหวังว่าจะได้รับกลับไม่เกิดขึ้น
"หว่านชิง... ข้าไม่เป็นไรแล้ว" ไป๋อี้เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลผิดวิสัย อดีตแพทย์หนุ่มพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้แข็งกระด้างจนเกินไป เขารู้ดีว่าความเชื่อใจที่พังทลายลงย่อมไม่อาจกอบกู้ได้ด้วยคำพูดหวานหูเพียงไม่กี่คำ
มู่หว่านชิงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินสรรพนามที่อ่อนโยน นางรีบชักมือกลับแล้วก้มหน้าหลบสายตา เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยตอบ "ท่าน... ท่านพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ บาดแผลยังไม่สมานดี ข้าจะไปดูน้องเอง"
พูดจบ นางก็รีบผุดลุกขึ้นแล้วเดินเลี่ยงไปหาไป๋หลิงหลิงที่นอนขดตัวซุกผ้าห่มผืนเก่าอยู่มุมห้อง เด็กน้อยหิวจนหลับไปทั้งน้ำตา ภาพความอดอยากและยากแค้นนี้ทำให้หัวใจของอดีตแพทย์ทหารจากยุคปัจจุบันบีบรัดด้วยความเวทนา
หนี้สามตำลึงเงินในยุคนี้ไม่ใช่จำนวนน้อยนิดสำหรับคนยากจน แต่สำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรแล้ว ป่าเขาหลังหมู่บ้านย่อมไม่ใช่ที่รกร้างไร้ค่า แต่คือคลังยาชั้นเลิศ
ไป๋อี้เฉินกัดฟันฝืนความเจ็บปวด ยันกายลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เขาหยิบตะกร้าไม้ไผ่สานเก่าๆ ที่วางอยู่มุมห้องขึ้นมาสะพายหลัง แม้มู่หว่านชิงจะร้องทักด้วยความตกใจและเป็นห่วงว่าเขาจะออกไปก่อเรื่องอีก แต่วิญญาณในร่างกลับส่ายหัวปฏิเสธอย่างหนักแน่น
"ข้าจะไปหา 'โสมภูเขา' และสมุนไพรห้ามเลือดในป่าลึก เจ้ากับหลิงหลิงรออยู่ที่นี่ อย่าเปิดประตูให้ใครเด็ดขาด"
เขาก้าวเท้าเดินออกจากกระท่อม มุ่งหน้าสู่แนวป่าทึบเบื้องหลังหมู่บ้านทันที สภาพแวดล้อมของโลกใบนี้อุดมสมบูรณ์กว่ายุคศตวรรษที่ 21 อย่างเทียบไม่ติด อากาศบริสุทธิ์เต็มไปด้วยออกซิเจน ทว่าความอันตรายจากสัตว์ป่าและภูมิประเทศก็สูงตามไปด้วย
เดินลึกเข้าไปได้ราวครึ่งชั่วยาม อาการบาดเจ็บที่ซี่โครงเริ่มประท้วงด้วยความเจ็บแปลบ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากของไป๋อี้เฉิน แต่เขายังคงกัดฟันก้าวเดินต่อ จนกระทั่งสายตาคมกริบเหลือบไปเห็นพืชตระกูลขิงป่าชนิดหนึ่งขึ้นอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ มันคือ 'ว่านเซียนเฉ่า' สมุนไพรโบราณที่มีสรรพคุณสมานแผลและห้ามเลือดได้ดีเยี่ยม ทั้งยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่สามารถนำไปแปรรูปเป็นยาสมานแผลเกรดสูงได้
"เจอตัวแล้ว..." มุมปากของอดีตแพทย์หนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
เขารีบใช้มือขุดคุ้ยดินรอบโคนต้นอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้รากเสียหาย ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงพุ่มไม้เบื้องหน้าก็ไหววูบอย่างรุนแรง ตามมาด้วยเสียงคำรามต่ำในลำคอของสัตว์นักล่าขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ทึบ!