1.วิญญาณใหม่ในร่างสามีเดนนรก

903 Words
กลิ่นอับชื้นของฟางข้าวผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในกระท่อมปลายนาอันทรุดโทรม แสงแดดยามสายลอดผ่านรอยรั่วของหลังคากระทบลงบนใบหน้าซีดเซียว ร่างบนแคร่ไม้ไผ่สะดุ้งเฮือกสูดลมหายใจเข้าปอดลึกราวกับคนจมน้ำ ดวงตาที่เคยขุ่นมัวด้วยฤทธิ์สุราและยาฝ**นพลันเบิกกว้าง ประกายตาคู่นั้นคมกริบและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ภาพสุดท้ายที่หลอนอยู่ในความทรงจำของ ไป๋อี้เฉิน คือห้องผ่าตัดสีขาวปลอดในโรงพยาบาลชื่อดังกลางเมืองหลวง หน้าจอชีพจรที่ส่งเสียงเตือนยาวต่อเนื่อง และความเหนื่อยล้าจากการโหมงานติดต่อกันสามสิบชั่วโมงจนหัวใจวายเฉียบพลัน แต่ทว่า... สัมผัสหยาบกร้านของมือตนเองและเสียงลมหายใจที่พ่นออกมานี้ หาใช่ความตายอันว่างเปล่าไม่ ความทรงจำแปลกปลอมหลั่งไหลเข้าสู่สมองราวกับเขื่อนแตก ชื่อของ "ไป๋อี้เฉิน" แห่งหมู่บ้านท้ายป่า ชายขี้เมาผู้ผลาญเงินทอง ติดการพนันงอมแงม และมักระบายอารมณ์ด้วยการทุบตีภรรยาจนชาวบ้านรังเกียจเดียดฉันท์ เจ้าของร่างเดิมเพิ่งไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทและโดนรุมซ้อมปางตายก่อนจะหนีมาตายรัง ทิ้งให้วิญญาณแพทย์อัจฉริยะจากโลกยุคปัจจุบันเข้ามาแทนที่ "พี่... พี่รองฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ" เสียงเล็กแหบแห้งสั่นเทาเอ่ยขึ้นข้างแคร่ ปรากฏร่างของเด็กหญิงผอมโซเนื้อตัวมอมแมม นางคือ ไป๋หลิงหลิง น้องสาววัยสิบขวบที่ร่างกายซูบผอมจนเหลือแต่กระดูก ดวงตากลมโตฉายแววหวาดกลัวระคนหวัง นางกุมท้องตัวเองแน่นเพราะไม่มีข้าวตกถึงท้องมาสองวันเต็มแล้ว อดีตแพทย์หนุ่มพยายามขยับตัว ทว่าความเจ็บร้าวระบมไปทั่วทั้งร่างทำให้เขาต้องกัดฟันกรอด บาดแผลฉีกขาดตามเนื้อตัวส่งผลให้ลมหายใจสะดุด ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระท่อม ตามมาด้วยเสียงถีบประตูไม้เก่าจนพังกระเด็น "ไอ้สุนัขลู่! (เสียงนักเลงตะโกนเรียกชื่อเก่า) ถึงกำหนดส่งเงินสามตำลึงแล้ว มุดหัวหัวหดอยู่ที่ไหนวะ ออกมาใช้หนี้ไม่งั้นพวกกูจะเผากระท่อมนี้ทิ้งซะ!" เสียงเหี้ยมเกรียมของนักเลงหัวไม้ประจำหมู่บ้านดังลั่น พร้อมกับเงาร่างกำยำสามคนก้าวเข้ามาเหยียบย่ำพื้นเรือนจนฝุ่นตลบ จากมุมห้องมืด ภรรยาผู้เลอโฉมแต่ยับเยินด้วยคราบน้ำตาอย่าง มู่หว่านชิง รีบพุ่งเข้าไปขวางกั้นปกป้องเด็กหญิงหลิงหลิงไว้ทันที นางสั่นเทาไปทั้งตัว ใบหน้างามซีดเผือด ดวงตากลมโตที่มองมายังไป๋อี้เฉินเต็มไปด้วยความตื่นกลัว ขยะแขยง และสิ้นหวัง นางคงคิดว่าสามีตัวดีคงสร้างเรื่องให้อีกตามเคย ไป๋อี้เฉินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขารู้ดีว่าหากขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า ร่างกายนี้อาจจะตายรอบสอง แต่วิญญาณนักสู้ของแพทย์สนามและอัจฉริยะทางการแพทย์ไม่มีวันยอมจำนนต่อโชคชะตา เขายันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ใช้มือข้างหนึ่งกุมซี่โครงที่น่าจะร้าวเพื่อพยุงร่าง ก่อนจะก้าวไปยืนขวางหน้าสองแม่ลูกและน้องสาวไว้ด้วยสายตาที่เยือกเย็นจนพวกนักเลงชะงักฝีเท้าไปชั่วขณะ หัวหน้านักเลงเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ แววตาของไอ้ขี้เมาผู้นี้ในวันนี้ช่างแตกต่างจากวันก่อนราวฟ้ากับเหว มันไม่มีแววตาลุกลี้ลุกลนหรือหวาดกลัว ทว่ากลับนิ่งสงบดั่งห้วงน้ำลึก "หนี้สามตำลึงเงินสินะ..." ไป๋อี้เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจ"ข้ายังไม่มีเงินสดให้ในวันนี้ แต่ให้เวลาข้าสามวัน... ข้าจะหามาใช้คืนให้ครบทั้งต้นทั้งดอก" "ฮ่าๆๆๆ ฟังมันพูดสิลูกพี่! มันบอกจะหาเงินสามตำลึงภายในสามวัน ทั้งที่เมื่อวานยังไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อเศษหมั่นโถว!" สมุนนักเลงหัวเราะเยาะลั่น "ถ้าสามวันแล้วพวกเจ้ามาแล้วไม่ได้เงิน ข้าจะยอมให้พวกเจ้าเอาตัวข้าไปตัดแขนตัดขาหรือทำอะไรก็ตามใจชอบ แต่ถ้าข้าหามาได้ครบ..." ไป๋อี้เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงกดต่ำลงจนน่ากลัว "พวกเจ้าต้องไสหัวออกไปจากชีวิตครอบครัวข้า และห้ามมารังควานที่นี่อีกชั่วชีวิต ตกลงไหม?" ความเด็ดเดี่ยวในแววตาของไป๋อี้เฉินทำให้พวกนักเลงหัวเราะไม่ออก พวกมันรับคำท้าก่อนจะถ่มน้ำลายแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ภายในกระท่อมกลับคืนสู่ความเงียบงัน มู่หว่านชิงทรุดตัวลงนั่งกับพื้น นางมองสามีด้วยความรู้สึกซับซ้อน หยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนตรงหน้าถึงเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้ ไป๋อี้เฉินหันกลับมามองภรรยาและน้องสาว แววตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน เขารู้ดีว่าเวลาสามวันมีค่าดั่งทองคำ และด้วยความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่ในสมองของเขา ผสมผสานกับพืชสมุนไพรป่าในดินแดนยุคโบราณแห่งนี้ มันคือขุมทรัพย์มหาศาลที่จะพลิกชะตากรรมของครอบครัวจากนรกให้ขึ้นสู่สรวงสวรรค์!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD