นักธุรกิจหนุ่ม และ ครูสาวบ้านป่า
บานประตูกระจกนิรภัยของคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิขนาดใหญ่เลื่อนเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของทายาทเพียงคนเดียวของ อมตะ ฟาร์มาซูติคอล
อำพล ก้าวออกมาด้วยท่วงท่าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ เสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมสีครามพับแขนขึ้นลวกๆ รับกับกางเกงสแล็กคัตติ้งเนี้ยบราคาแพงที่ขับเน้นรูปร่างสูงโปร่งและช่วงขายาวอย่างลงตัว เบ้าหน้าของชายหนุ่มหล่อเหลาราวกับพระเอกซีรีส์คลาสสิก คิ้วเข้มพาดเฉียงรับกับนัยน์ตาคมกริบที่มีกระแสความเจ้าชู้และมั่นใจในตัวเองพาดผ่านอยู่เป็นนิจ รอยยิ้มมุมปากหยักลึกขึ้นเมื่อเขาปัดหน้าจอแท็บเล็ตในมือ ดูยอดขายสมุนไพรสกัดสูตรล่าสุดที่กราฟพุ่งทะยานสูงลิ่วจนแทบทะลุเพดาน
"ทุกอย่างที่ฉันสั่งให้ไปจัดการ เรียบร้อยดีไหมวะ" น้ำเสียงทุ้มเสน่ห์เอ่ยถาม ‘เล็ก’ ลูกน้องคนสนิทโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอแม้เศษเสี้ยววินาที
เล็ก ที่ยืนหอบกระเป๋าเดินทางอยู่ข้างรถตู้หรูระดับอัลตราลักชัวรีสีดำเงารีบยืดตัวตรง ใบหน้าทะเล้นติดจะเกรงใจปนกลัวดุนิดๆ ตามสไตล์รีบตอบนายทันที "เรียบร้อยครับคุณพล! เอกสารสิทธิ์ รถพร้อมคนขับพร้อมเดินทาง แต่อันที่จริง... คุณพลสั่งให้เล็กจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าไปใบเดียวแบบนี้ มันจะพอเร้อครับ บนเขานั่นสัญญานเน็ตก็ไม่มี ห้างก็ไม่มีนะครับนาย"
อำพลละสายตาจากแท็บเล็ต หันมามองลูกน้องสายฮาด้วยสายตาดุแกมเอ็นดู ก่อนจะหลุดหัวเราะหึในลำคอ
"จะเอาไปเยอะทำไมวะ" ชายหนุ่มไหวไหล่พลางก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังแท้ตัววีไอพีภายในรถหรูอันโอ่อ่า "ก็แค่ชาวบ้านบนเขาที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า กูไปยื่นข้อเสนอดีๆ เอาเงินฟาดหัวให้ย้ายออก ปัญหาก็จบแล้ว ไม่เกินสามวันได้กลับมาเสวยสุขที่กรุงเทพฯ แน่นอน"
แม้ปากจะพูดเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ในใจของอำพลรู้ดีว่างานนี้ผิดพลาดไม่ได้ ถ้าโครงการวิจัยตัวยาอายุวัฒนะจากสมุนไพรหายากบนเขาลูกนั้นสำเร็จ เม็ดเงินมหาศาลระดับหมื่นล้านจะไหลเข้ากระเป๋าตระกูลเขาอย่างไม่มีวันสิ้นสุด นั่นคือเหตุผลเดียวที่ทำให้เพลย์บอยรักความสบายอย่างเขายอมลงแรงนั่งรถไปดูด้วยตัวเอง
เล็กปิดประตูรถตามเข้ามานั่งฝั่งตรงข้าม ก่อนจะทำตาโตกระซิบกระซาบถามอย่างรู้ใจเจ้านาย "เอ้อคุณพลครับ... แล้วก่อนออกเดินทางไกลไปติดเกาะติดเขาเนี่ย ให้ผมเรียกน้องๆ สาวๆ สวยๆ สเปกคุณพลให้มาบริการส่งท้ายให้ชื่นใจก่อนไหมครับ? เผื่อไปอยู่บนนู้นแล้วจะลงแดง"
อำพลเลิกคิ้วมอง ยิ้มกริ่มอย่างเจ้าชู้ตามนิสัย แต่ก็โบกมือปฏิเสธ "ไม่ละ... รอบนี้งานสำคัญกว่า ผืนป่าตรงนั้นมีค่ามากกว่าเรื่องพวกนั้นเยอะ ส่วนเรื่องอย่างว่าน่ะ ฉันจะเอาเมื่อไหร่ ตอนไหน กับใครก็ได้อยู่แล้ว..."
ชายหนุ่มเอนหลังพิงเบาะนุ่ม ดึงประตูรถปิดสนิทเพื่อตัดขาดจากเสียงอึกทึกภายนอก "ออกรถได้ มุ่งหน้าไปหมู่บ้านนั่นทันที!"
สิ้นเสียงสั่ง รถตู้หรูคันใหญ่ก็เคลื่อนตัวออกจากหน้าคลังยาอย่างนุ่มนวล ทะยานออกสู่ถนนใหญ่ มุ่งหน้าสู่เส้นทางคดเคี้ยวหนทางไกลตระหง่านตา ยอดเขาสูงชันที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอกกำลังรอคอยการมาเยือนของเขา
@ในเวลาเดียวกัน... ณ อีกฟากฝั่งของความเจริญ
ท่ามกลางหุบเขาที่โอบล้อมด้วยหมอกสีขาวนวลของ หมู่บ้านผารำพึง เสียงหัวเราะสดใสของเด็กๆ ดังเจื้อยแจ้วอยู่รอบอาคารเรียนไม้เก่าๆ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา
"อ้าว เด็กๆ เข้าแถวเรียบร้อยครับ ใครแซงคิวพี่จิ้งหรีดจะไม่ตักแกงจืดให้นะ!"
จิ้งหรีด ชายหนุ่มรุ่นน้องคนสนิทของเหมือนแพร ผู้มีนิสัยร่าเริงและเป็นลูกมือสารพัดประโยชน์ของโรงเรียน ตะโกนบอกเด็กๆ พลางยื่นถาดหลุมส่งให้หญิงสาวที่ยืนยิ้มอยู่ข้างหม้อแกงใบใหญ่
เหมือนแพร รับถาดมาพร้อมกับตักอาหารด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง วันนี้เธออยู่ในชุดเสื้อพื้นเมืองผ้าฝ้ายสีอ่อนนุ่มตา ผูกผมแกะสองข้างหลวมๆ ดูสบายตา ทันทีที่เธอหันมายิ้มและลูบหัวเด็กนักเรียนตัวน้อย ใบหน้าหวานซึ้งก็ดูสว่างไสวขึ้นมาทันตา เหมือนแพรไม่ได้แต่งหน้าหนาเตอะ มีเพียงแก้มใสที่ขึ้นสีระเรื่อตามธรรมชาติและดวงตากลมโตสุกใสที่เต็มไปด้วยความเมตตา ความสวยของเธอนั้นบริสุทธิ์ หวานล้ำ และสดใสราวกับดอกไม้ป่าที่ผลิบานรับแสงแดดยามเช้า เป็นความงามที่ใครเห็นก็ต้องเหลียวมองและรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจ
"พี่แพรครับ ดูสิ เต้าหู้มันกินมูมามเลอะแก้มหมดแล้ว แปลว่ากับข้าวมื้อนี้อร่อยมาก" จิ้งหรีดฟ้องขำๆ
"เต้าหู้ มานี่มา ครูเช็ดให้นะ" เหมือนแพรหัวเราะเสียงใส เสียงหัวเราะของเธอช่างเข้ากับเสียงลมอ่อนๆ ที่พัดผ่านผืนป่าอันเงียบสงบแห่งนี้เหลือเกิน
โดยที่ครูสาวแสนสวยไม่รู้เลยว่า... รถตู้หรูจากเมืองกรุงที่พกเอาความโลภและเกมนักล่ามาเต็มพิกัด กำลังแล่นตรงเข้ามาท้าทายความสงบสุขของเธอและหมู่บ้านแห่งนี้ในอีกไม่กี่อึดใจ!