ตอนที่ 1
คฤหาสน์อรสิณี...เวลา 11:01 น.
อดิสร อรสิณี อายุ 57 ปี สูง 175 เซนติเมตร เจ้าของบริษัท อรสิณี Corporation ที่เปิดมาหลายสิบปี เดินลงมาจากบันไดชั้น 2 ของคฤหาสน์หลังใหญ่ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะถามสาวใช้ที่เดินผ่านมา
“รดาอยู่ไหน?”
“เอ่อ…กำลังจะไปทำความสะอาดห้องนอนของคุณกานดาค่ะ คุณผู้ชาย” นิศรา สาวใช้ อายุ 23 ปี เพิ่งจะเรียนจบปริญญาตรี ตอบอย่างมึนงง เพราะไม่เคยได้ยินคำถามแบบนี้ออกจากปากของเจ้านายมาก่อน
“ไปตามมาให้ที บอกว่าฉันจะพาออกไปเที่ยวข้างนอก ให้เวลาเตรียมตัว หนึ่งชั่วโมง”
“ดะ...ได้ค่ะคุณผู้ชาย” นิศราได้ฟังถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งเนื้อทั้งตัว ‘คุณสรผีเข้าหรือเปล่าเนี่ย?’
“อ้อ! หาเสื้อผ้าที่ดีๆ ให้ใส่หน่อยนะ เสร็จแล้วให้ไปเจอฉันที่ห้องทำงาน” อดิสรเอ่ยกำชับสาวใช้ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องทำงานของตัวเอง
“ค่ะคุณผู้ชาย” นิศราขานรับก่อนจะเดินแกมวิ่งไปหาเด็กสาว ที่พวกเธอบรรดาสาวใช้ต่างก็แอบดูแลอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ เพราะทั้งรักและสงสาร พิมรดาอย่างสุดใจ บางคนถึงขั้นบอกว่าจะทนทำงานที่นี่จนกว่าอีกฝ่ายจะอายุครบ 20 ปี จากนั้นก็จะพากันลาออกและพาพิมรดาไปด้วย เพราะไม่อยากให้ต้องมาทนรองรับอารมณ์ของคุณดาราณี ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของ คุณอดิสร ไหนจะบุตรสาวตัวร้ายอย่าง...ยลดา ที่ตอนนี้น่าจะเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว และไม่ช้า อีกฝ่ายจะกลับมากลั่นแกล้งพิมรดาเหมือนเช่นทุกครั้ง
5 นาทีต่อมา...ห้องซักรีด
“รดา! รีบไปอาบน้ำแต่งตัวสวยๆ เร็ว” นิศราบอกคนที่กำลังรีดเสื้อผ้าอยู่ด้วยสีหน้าตื่นเต้นไม่หายกับสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น
“เกิดอะไรขึ้นค่ะพี่นิศา” พิมรดาถามย้ำอย่างมึนงงกับสิ่งที่ได้ฟังเมื่อครู่
“คุณสรจะพาออกไปเที่ยวข้างนอก เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จ ใส่ชุดที่พี่ซื้อให้นะ รดา” นิศราบอกปากคอสั่นนิดๆ เพราะเธอดีใจแทนจนเก็บอาการไม่อยู่
“นี่เรื่องจริงเหรอคะ” พิมรดาเอ่ยถามราวกับคนละเมอ
“เรื่องจริงสิ รีบไปก่อนที่คุณดาราจะกลับมา” นิศราเอ่ยเร่งก่อนจะเดินไปปิดเตารีดที่อีกฝ่ายถืออยู่ในมือ
“เอ่อ...พ่อจะพาหนูไปเที่ยว?” พิมรดาอดถามอีกครั้งไม่ได้
“ใช่! พี่ว่าบางทีเขาอาจจะอยากทำหน้าที่พ่อขึ้นมาบ้าง ไปเร็ว เดี๋ยวพี่จะกลับมาทำงานของเราต่อเอง” นิศรารีบดึงแขนของอีกฝ่ายให้ลุกจากเก้าอี้
“ค่ะ ขอบคุณนะคะพี่นิศา” พิมรดายกมือไหว้อีกฝ่ายก่อนจะเดินแกมวิ่งกลับไปที่ห้องพักของตัวเองอย่างตื่นเต้นที่จะได้แต่งตัวสวยๆ ออกไปเที่ยวข้างนอกกับบิดาเป็นครั้งแรก
2 ชั่วโมงต่อมา...ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
ศูนย์รวม อาหาร ไวน์-บรั่นดี อุปกรณ์ IT เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า น้ำหอม แบรนด์ดังนำเข้า สปา และคลินิกเสริมความงาม แบบครบครัน
อดิสรจอดรถเสร็จ ก็หันไปบอกบุตรสาวที่พอเข้ามานั่งในรถ ก็มีสีหน้าท่าทีตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด และตลอดเส้นทางที่ตนขับรถผ่าน อีกฝ่ายก็เอาแต่จ้องมองสองข้างทางประหนึ่งคนไม่เคยพบเคยเห็น
“เราไปหาอะไรทานกันก่อนนะ พ่อหิวแล้ว”
“ค่ะ” พิมรดาขานรับอย่างเขินๆ ก่อนจะเปิดประตูก้าวออกจากรถตามบิดา ที่วันนี้อีกฝ่ายขับรถพาเธอออกมาเที่ยวเอง
“อยากทานอะไร?” อดิสรเอ่ยถามอย่างเอาใจ พร้อมกับส่งยิ้มไปให้บุตรสาวที่แต่งตัวดูดี ดูสวยสดใส ดุจดอกไม้แรกแย้มที่แสนงดงาม แม้ว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่ใช่ของแบรนด์เนมก็ตาม แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา! เพราะอีกเดี๋ยวเขาจะพาเธอไปแปลงโฉมเอง
ร้านอาหารไทย-อิตาเลียน
พิมรดาเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้กับบิดาอย่างตื่นเต้น หลังได้ดูรูปเมนูอาหารต่างๆ ที่เธอไม่เคยได้ทานมาก่อนในชีวิต และบรรยากาศในร้านอาหารก็ดูหรูหราซะจน...เธอรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก
“อาหารที่นี่น่าทานจังเลยนะคะ” เธอบอกหลังจากที่เปิดดูเมนูอาหารไปได้คร่าวๆ
“ก็สั่งมาทานสิ อยากทานอะไรก็สั่งได้เลย” อดิสรบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และส่งยิ้มบางๆ ไปให้บุตรสาวนอกสมรส หรือจะเรียกให้ถูกคือ...บุตรสาวที่เกิดกับสาวใช้ในบ้าน ซึ่งก็แอบได้เสียกันมาก่อนที่ตนจะแต่งงานกับภรรยาคนปัจจุบัน โดยภรรยาของเขาเองก็รับรู้เรื่องนี้ แต่เพราะชื่อเสียงทำให้ อีกฝ่ายยอมที่จะปิดหูปิดตาเรื่องความสัมพันธ์ของตนกับไพลิน (มารดาของ พิมรดา) โดยให้ไพลินอยู่ในสถานะสาวใช้ต่อไป และพิมรดาก็ต้องอยู่ในสถานะลูกของสาวใช้เท่านั้น ไม่อาจจะเทียบเท่ากับบุตรสาวอีกคนที่มีด้วยกัน คือ ยลดา ซึ่งมีอายุมากกว่าพิมรดา 3 ปี
“จริงเหรอคะ” พิมรดาแทบไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง เพราะปกติบิดาแทบจะไม่เคยใส่ใจเธอเลยสักครั้งหรือจะเรียกง่ายๆก็คือ...มีพ่อก็เหมือนไม่มี
“จริงสิ” อดิสรพยักหน้ารับพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ
“เสียดายจังเลยนะคะ ที่แม่ไม่มีโอกาสได้มาด้วย” พิมรดาบอกด้วย สีหน้าเศร้าๆ เพราะหากมารดาของเธอนั่งอยู่ด้วยในตอนนี้มันคงจะเป็นความรู้สึกที่วิเศษมากๆ
“เดี๋ยวทานเสร็จแล้ว พ่อจะพาไปซื้อเสื้อผ้า กระเป๋า แล้วก็รองเท้า” อดิสรบอกพลางฉีกยิ้มส่งให้
“เอ่อ...ไม่ต้องก็ได้มั้งคะ รดาไม่ได้ออกไปไหนอยู่แล้ว” พิมรดาบอกอย่างรู้สึกตื้อที่หัวใจ จะว่าไป...ชีวิตของเธอนั้นแย่กว่าสาวใช้ในบ้านอรสิณีเสียอีก เสื้อผ้าก็ใส่แต่ของเก่าๆ ผ้าขี้ริวบางผืนยังดูดีกว่าเสื้อที่เธอใส่ในทุกๆ วันและชุดที่เธอใส่ออกมากับบิดาในวันนี้ก็เป็นชุดที่พี่นิศาแอบซื้อเก็บเอาไว้ให้ เพราะหากใส่เสื้อผ้าดีๆ ให้คุณดาราณี หรือ ยลดาเห็น ทั้งสองจะบังคับให้เธอถอดเสื้อผ้าออกต่อหน้าสาวใช้ เหมือนที่เคยทำมาแล้วครั้งหนึ่ง จากนั้นก็จะตัดเสื้อผ้าชุดนั้นทิ้งทันที ส่วนสาวใช้ที่ซื้อให้ก็จะถูกตัดเงินเดือน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่สาวใช้ทุกคนแสดงออกว่าเกลียดเธอ แต่ลับหลังเจ้านาย...ทุกคนรักและเอ็นดูเหมือนญาติที่ไม่เคยมีมาก่อน
“สั่งอาหารก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยคุยกัน” อดิสรบอกพร้อมกับหยิบเมนูขึ้นมาดูอย่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เมื่อก่อน...ตอนที่ไพลินมาทำงานที่บ้านวันแรก เขาก็คิดว่าอีกฝ่ายสวยสะกดตาแล้ว แต่วันนี้เด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้ากลับสวยและงดงามยิ่งกว่าหลายเท่านัก แม้จะถูกภรรยาตามกฎหมายของตนพยายามกดอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยความธรรมดามากขนาดไหน ความสวย ความงดงาม ก็ยังคงเบ่งบานสะพรั่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
“ค่ะ พ่อสั่งให้หน่อยได้ไหมคะ คือว่า...รดาสั่งไม่เป็นค่ะ” พิมรดาบอกก่อนจะวางเมนูที่อยู่ในมือลงบนโต๊ะเช่นเดิม แม้อยากจะสั่งเมนูที่อยากจะกินแค่ไหน แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะสั่งมันอยู่ดี
“ได้สิ อยากทานอะไรบ้างล่ะ” อดิสรยิ้มก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามบุตรสาวอย่างเอาใจ
“อะไรก็ได้ค่ะ หนูทานได้หมดเลย” พิมรดาบอกพลางหันไปมองบรรยากาศภายในร้านอีกครั้งอย่างตื่นเต้นไม่หาย มันเหมือนโลกอีกใบที่เธอเคยเห็นในโซเชียล บนแท็ปเล็ตมาตลอด แต่ไม่เคยได้สัมผัสหรือเจอเจอะของจริงแบบนี้มาก่อน
2 ชั่วโมงต่อมา...หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จ อดิสรก็พาบุตรสาวไปซื้อเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แบรนด์ดังให้ครบชุด
“ขอบคุณคุณพ่อมากๆ เลยนะคะ” พิมรดายกมือไหว้อีกครั้งอย่างซาบซึ้งใจ เพราะนี่ถือเป็นเสื้อผ้าชุดแรกที่บิดาซื้อให้กับเธอ
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราจะไปต่อกันที่ร้านนั้น” อดิสรบอกพลางชี้ไปยังร้านที่ตนได้โทร. ติดต่อจองคิวเอาไว้ล่วงหน้ามาเมื่อสองวันที่แล้ว
“ร้านอะไรคะ?” พิมรดาขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย เพราะคิดว่าการที่บิดาซื้อของต่างๆ ให้ในวันนี้มันเยอะมากๆ แล้วสำหรับเธอ
“ร้านสปาที่ขัดผิวนวดตัวน่ะ” อดิสรบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“เอ่อ...คือว่า...” พิมรดาพยายามจะเอ่ยท้วงอย่างเขินอาย เพราะเธอไม่เคยเข้าร้านสปามาก่อน
“ไปเถอะ พ่อจะไปคุยงาน อีก 4 ชั่วโมงจะแวะมารับ” อดิสรยิ้มก่อนจะเดินจับมือของบุตรสาวเข้าไปในร้านอย่างไม่รอช้า
“ค่ะ” พิมรดาเดินตามบิดาไปอย่างรู้สึกประหม่า ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้กับพนักงานสาวสามคนที่เดินเข้ามาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
4 ชั่วโมงต่อมา...
พนักงานสาวเดินเข้ามาบอกหลังจากที่ลูกค้าได้ นวดตัว ขัดตัว อาบน้ำแร่ แช่น้ำนม หมักทรีทเม้นท์ที่ผม สระผม เป่า ไดร์ จัดทรงผมให้สวย และพนักงานก็ได้แต่งหน้าบางๆ ให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว
“เอ่อ...คุณอดิสรสั่งเอาไว้ว่าหากแต่งหน้าทำผมเสร็จแล้ว ให้คุณพิมรดาใส่ชุดที่ท่านซื้อให้ทั้งหมดได้เลยค่ะ”
“ค่ะ” พิมรดาขานรับอย่างมึนงง แต่ก็ทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนจะตกใจในนาทีต่อมา ที่เห็นพนักงานส่งชุดชั้นในสวยๆ มาให้เธอสวมใส่ ก่อนที่จะสวมชุดกับรองเท้าที่ซื้อมาต่อ
ด้าน...อดิสรที่ไปคุยงานที่โรงแรมใกล้ๆ มาเสร็จ ก็เดินเข้าไปถามพนักงานในร้าน พร้อมกับส่งสายตามองหาบุตรสาว “เสร็จหรือยังครับ?”
“เสร็จแล้วค่ะท่าน รอสักครู่นะคะ” พนักงานสาวรีบเดินเข้าไปบอก ก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านใน แล้วพาลูกค้าคนสวยเดินออกมาที่ด้านนอก
อดิสรถึงกับยืนอึ้งไปชั่วขณะที่เห็นบุตรสาวสวยราวกับเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ เปล่งประกายออร่าออกมาจนรู้สึกแสบตาอย่างไม่น่าเชื่อ
“เอ่อ...เราจะไปไหนกันต่อเหรอคะพ่อ?” พิมรดาถามอย่างเอียงอาย เพราะตอนนี้ลูกค้าในร้านซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิง พากันหันมามองที่เธอเป็นสายตาเดียว
“เราจะไปงานเลี้ยง” อดิสรบอกจุดหมายปลายทางก่อนจะส่งบัตรเครดิตไปให้กับพนักงานที่อยู่ใกล้ๆ
“ขอบคุณค่ะ รอสักครู่นะคะ” พนักงานสาวยิ้มก่อนจะรีบเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์
“ที่ไหนคะ” พิมรดาถามอย่างสงสัย เพราะไม่เคยออกงานกับบิดามาก่อน และมันแปลกมากที่ท่านจะพาเธอไปด้วย ทั้งๆ ที่ผ่านมานั้น ปกปิดการมีตัวตนของเธอมาตลอด
“นี่ค่ะท่าน” พนักงานสาวนำบัตรเครดิตกับสลิปส่งให้กับลูกค้า
“ขอบคุณครับ” อดิสรรับบัตรมาเก็บก่อนจะส่งเงินสดจำนวนสามพันบาทไปให้พนักงานสาว
“ขอบคุณมากๆ ค่ะท่าน โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ” พนักงานรับเงินมาถือพร้อมกับยกมือไหว้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แม้จะแอบสงสัยคาใจเป็นอย่างมากว่านักธุรกิจรุ่นใหญ่ที่มีคนรู้จักมากหน้าหลายตานั้น มีบุตรสาวเพิ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แถมยังสวยเอาเรื่อง สวยกว่าบุตรสาวอีกคนที่ชื่อยลดาเสียอีก
“ครับ ขอตัวก่อน” อดิสรพยักหน้าให้บุตรสาวออกเดินไปด้วยกัน
“ขอตัวก่อนนะคะ” พิมรดายกมือไหว้พร้อมกับส่งยิ้มให้ แล้วเดินจากไปพร้อมกับบิดา
“ค่ะ” พนักงานรีบรับไหว้อย่างตกใจนิดๆ กับความน่ารักของเด็กสาว ที่ค่อนข้างจะต่างไปจากยลดาและคุณหญิงดาราณีอย่างสิ้นเชิง ซึ่งขานั้นมาที่ร้านทีไรพนักงานในร้านแทบจะไม่มีใครอยากเข้าไปต้อนรับ เพราะขึ้นชื่อเรื่องเหวี่ยงและวีนเป็นอย่างมาก