บทที่ 1: หน้าที่ (ที่ไม่ได้เต็มใจ)
ไอ้ตาล! ทางนี้!"
เสียงตะโกนเรียกชื่อฉันดังลั่นหน้าคณะมนุษยศาสตร์ ทำเอาคนรอบข้างหันมามองเป็นตาเดียว ฉันชื่อ 'น้ำตาล' เด็กปี 1 ที่พยายามทำตัวจืดจางที่สุดในรุ่น ผิวขาวจัดที่มักจะถูกบดบังด้วยเสื้อช็อปตัวโคร่งที่ยืมพี่ชายมาใส่ กับแว่นสายตากรอบกลมหนาเตอะที่ทำให้ฉันดูเหมือนเด็กเรียนสวมวิญญาณป้าเข้าไปทุกทีฉันรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาต้นเสียง พี่ชายตัวดีของฉันเอง 'พี่บลู' รุ่นพี่ปี 2 คณะวิศวะที่วันนี้สภาพดูไม่ได้เอาเสียเลย เสื้อช็อปเปื้อนสีน้ำมันเป็นปื้นๆ แถมหน้าตายังดูง่วงงุนเหมือนคนไม่ได้นอนมาแปดชาติ"พี่บลูเบาๆ หน่อย ตาลอายคนอื่น" ฉันดุเสียงเบา พลางกระชับสายกระเป๋าเป้"เออน่า... ตาล วันนี้พี่ไปส่งเราไม่ได้นะ พอดีงานจิตรกรรมฝาผนังที่คณะมันเร่งว่ะ ต้องอยู่ปั่นยาวถึงเช้า" พี่บลูเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรออก "แต่ไม่ต้องห่วง กูฝากไอ้สิงห์มารับแล้ว""ห้ะ?! พี่สิงห์เนี่ยนะ?"ฉันตาโตเท่าไข่ห่าน แค่ได้ยินชื่อ 'พี่สิงห์' ขนลุกซู่ไปทั้งแขน เขาเป็นเพื่อนสนิทพี่บลูที่ฉันพยายามหนีห่างที่สุด พี่สิงห์น่ะเหรอ... สูง 180 กว่า หุ่นลีนๆ แต่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อตามฉบับคนชอบใช้กำลัง แถมหน้าตาหล่อร้ายชนิดที่ว่าสาวๆ ทั้งมอเดินตามเป็นแถว แต่สำหรับฉัน เขาคือมาเฟียในคราบนักศึกษาชัดๆ!"เออ มันกำลังมา นู่นไง... มาพอดี"เสียงท่อไอเสียคำรามต่ำๆ ของรถสีดำคันเขื่องเคลื่อนตัวมาจอดเทียบฟุตบาทหน้าคณะ ร่างสูงในชุดเสื้อช็อปเกียร์สีเข้มดูดุดันก้าวลงจากรถ เขาถอดหมวกกันน็อกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่ติดจะกวนประสาทและเย่อหยิ่ง ดวงตาคมกริบนั้นตวัดมองมาที่ฉันทันที"ช้าชิบหาย" นั่นคือคำทักทายแรกจากปากเขา"ไอ้สิงห์ ฝากน้องกูด้วยนะเว้ย อย่าพาน้องกูไปลงข้างทางล่ะ" พี่บลูตบไหล่เพื่อนก่อนจะรีบวิ่งกลับไปทางคณะตัวเอง ทิ้งฉันไว้กับความอึดอัดระดับสิบ"ขึ้นมาดิ ยืนบื้อทำไมวะ" พี่สิงห์หันมาสั่ง เสียงทุ้มต่ำติดจะรำคาญ"ตาลกลับเองก็ได้นะพี่สิงห์ พี่ไม่ต้องลำบากหรอก...""กูสั่งให้ขึ้น" เขาพูดย้ำสั้นๆ สายตาดุๆ คู่นั้นมองกดลงมาจนฉันต้องยอมก้าวขาขึ้นซ้อนท้ายรถคันยักษ์อย่างเลี่ยงไม่ได้ พอฉันขยับนั่ง พี่เขาก็คว้ามือฉันไปวางหมับไว้ที่เอวสอบของเขาแรงๆ"จับแน่นๆ ถ้ามึงตกรถไป กูขี้เกียจลงไปเก็บ""พูดดีๆ ไม่เป็นรึไง..." ฉันพึมพำด่าเบาๆ แต่เขาก็ได้ยิน"มึงว่าไงนะ?" เขาก้มลงมาหาจนจมูกเกือบชนแก้มฉัน กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขาทำให้ใจฉันเต้นผิดจังหวะ "อยู่บนรถกู อย่าปากดี เดี๋ยวจะหาว่ากูไม่เตือน"ระหว่างทางกลับบ้านคือสงครามประสาทขนาดย่อม พี่สิงห์ขับรถได้นรกแตกมาก เดี๋ยวเบรกเดี๋ยวเร่งจนตัวฉันกระแทกแผ่นหลังกว้างของเขาไม่รู้กี่รอบ"พี่สิงห์! ขับช้าๆ หน่อย ตาลจะอ้วก!" ฉันตะโกนแข่งกับลม"อ้วกใส่รถกู มึงโดนดีแน่ยัยแว่น" เขาหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ "ตัวก็เตี้ยแถมยังซื่อบื้ออีก ไอ้บลูมันเลี้ยงมึงมาด้วยอะไรวะเนี่ย""จะตัวยังไงก็เรื่องของตาลเถอะ! พี่น่ะขับไปเงียบๆ เลย""กูไม่เงียบ มีไรป่ะ? คณะมึงนี่ผู้ชายเยอะนะ เห็นไอ้หน้าอ่อนคนนึงมองมึงตาเยิ้มเลยตอนกูไปรับ ใครวะ?" เขาถามโพล่งขึ้นมา น้ำเสียงดูหงุดหงิดขึ้นมาดื้อๆฉันนึกถึง 'พี่เวลา' รุ่นพี่ปี 2 คณะเดียวกับฉันที่ใจดีและฮอตมาก พี่เวลาชอบเข้ามาทักทายและดูแลฉันเสมอ จนคนในคณะเริ่มลือกันว่าพี่เขากำลังจีบยัยจืดชืดอย่างฉันอยู่"พี่เวลาน่ะเหรอ... เขาเป็นคนใจดีจะตาย ไม่เหมือนพี่หรอก"เอี๊ยด!พี่สิงห์เบรกกะทันหันจนหน้าฉันชนหลังเขาเต็มแรง เขาจอดรถข้างทางก่อนจะหันมามองฉันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันดูวาวโรจน์และดุดันจนฉันเผลอถดตัวหนี"ใจดีงั้นเหรอ?" เขาแค่นยิ้ม "มึงอย่ามาทำหน้าซื่อตาใสหน่อยเลยน้ำตาล ไอ้สิงห์ตัวผู้มันมองกันออกว่ามันคิดอะไร... แล้วจำใส่หัวมึงไว้ด้วยนะ"เขาโน้มตัวลงมาหาฉันจนแผ่นหลังฉันพิงกับถังน้ำมันรถ มือหนาเชยคางฉันขึ้นบังคับให้สบตา"พี่บลูมันฝากมึงไว้กับกู เพราะฉะนั้น 'เจ้าของ' มึงตอนนี้คือกู ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง โดยเฉพาะไอ้หน้าละอ่อนนั่น... เข้าใจไหม?"ลมหายใจร้อนๆ ของเขาเป่ารดหน้าฉัน ใจฉันเต้นรัวเหมือนกลองรบ ทั้งโกรธ ทั้งกลัว และ... มีความรู้สึกแปลกๆ บางอย่างที่อธิบายไม่ได้ซึมลึกเข้ามาในอก"เข้าใจแล้ว... ปล่อยดิ้!" ฉันปัดมือเขาออก หน้าแดงก่ำ"หึ... พูดง่ายๆ แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย" เขาขยี้หัวฉันจนผมฟูไม่เป็นทรง ก่อนจะบิดคันเร่งออกรถไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้ฉันนั่งหน้าแดงอยู่ข้างหลัง พร้อมกับคำถามที่ว่า... ชีวิตปี 1 ของฉันหลังจากนี้ มันจะสงบสุขจริงๆ ใช่ไหม?