เช้าวันต่อมาที่คณะมนุษย์ฯ บรรยากาศดูจะสดใสกว่าปกติสำหรับคนอื่น แต่สำหรับฉันมันคือความระแวง เพราะคำขู่ของพี่สิงห์เมื่อวานยังหลอนอยู่ในหู ฉันพยายามก้มหน้าก้มตาเดินเข้าตึกเรียน แต่ทว่า...
"น้องน้ำตาลครับ! รอ....พี่ก่อน"
เสียงนุ่มละมุนที่คุ้นเคยทำให้ฉันต้องหยุดกะพินตาปริบๆ 'พี่เวลา' เดือนคณะปี 2 ผู้แสนอบอุ่นเดินตรงดิ่งมาหาฉันพร้อมรอยยิ้มกระชากใจสาวๆ ในมือเขาถือแก้วโกโก้เย็นของโปรดฉันมาด้วย
"อรุณสวัสดิ์ครับ เห็นเมื่อวานดูเพลียๆ พี่เลยซื้อมาฝาก" พี่เวลายื่นแก้วให้พลางถือวิสาสะใช้มือเรียวสวยลูบหัวฉันเบาๆ "วันนี้เรียนเสร็จกี่โมงครับ ให้พี่ไปส่งที่บ้านไหม? พี่อยากคุยเรื่องโปรเจกต์คู่ที่เราต้องทำด้วยกันพอดี"
"เอ่อ... คือตาล..." ฉันอึกอัก ใจหนึ่งก็ปลื้มพี่เวลามานาน อีกใจก็กลัวไอ้มาเฟียวิศวะนั่นจะมาอาละวาด
"นะครับ... พี่ตั้งใจจะไปส่งเราจริงๆ" สายตาอ้อนๆ ของพี่เวลาทำเอาฉันปฏิเสธไม่ลง สุดท้ายก็พยักหน้าตอบตกลงไปเบาๆ โดยหารู้ไม่ว่าหายนะกำลังคืบคลานเข้ามา
16:00 น. หน้าตึกคณะ
ฉันเดินออกมาพร้อมพี่เวลา เราหัวเราะคิกคักกันเรื่องงานกลุ่ม พี่เวลาสุภาพมาก เขาช่วยถือกระเป๋าเป้หนักๆ ให้ฉันด้วย ทว่า... ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เสียงคำรามของเครื่องยนต์ ที่คุ้นเคยดังก้องมาแต่ไกล ก่อนที่รถคันสีดำสนิทจะเบรกเอี๊ยดขวางหน้าเราสองคนจนฝุ่นตลบ
พี่สิงห์ก้าวลงจากรถ คราวนี้เขาไม่ได้ใส่เสื้อช็อป แต่ใส่เสื้อยืดสีดำรัดรูปเผยให้เห็นกล้ามแขนเป็นมัดๆ ใบหน้าคมคายดูถมึงทึง ดวงตาแข็งกร้าวคู่นั้นจ้องเขม็งไปที่มือของพี่เวลาที่จับสายกระเป๋าฉันอยู่
"ไอ้หน้าละอ่อน... มึงวางกระเป๋าน้องกูลง" พี่สิงห์พูดเสียงต่ำเย็นเฉียบ เดินเข้ามาช้าๆ เหมือนเสือที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ
"อ้าว พี่สิงห์... พอดีผมจะไปส่งน้องน้ำตาลน่ะครับ พี่ไม่ต้องลำบาก" พี่เวลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่แฝงความท้าทาย
"กูบอกให้วาง..." พี่สิงห์เดินมาหยุดตรงหน้าพี่เวลา ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้บรรยากาศมาคุจนคนแถวนั้นเริ่มถอยห่าง "มึงหูหนวกเหรอ? หรือต้องให้กูใช้ตีนช่วยสงเคราะห์?"
"พี่สิงห์! อย่าหยาบคายสิ พี่เวลาเขาแค่หวังดี" ฉันรีบขวางหน้าพี่สิงห์ไว้
"หวังดีหรอ? เหอะ..." พี่สิงห์แค่นหัวเราะ กระชากแขนฉันให้เข้าไปยืนข้างหลังเขาแรงจนฉันเกือบหน้าคะมำ "มึงฟังนะไอ้เวลา น้ำตาลมันเป็นหน้าที่ของกู ไอ้บลูสั่งกูไว้ และกูไม่ชอบให้ 'ของ' ที่กูดูแล มีกลิ่นคนอื่นติดไป... มึงเข้าใจที่กูพูดไหม?"
"น้องน้ำตาลไม่ใช่สิ่งของนะครับพี่สิงห์" พี่เวลาเริ่มเสียงแข็ง
"แต่มันเป็นของกู!" พี่สิงห์ตะคอกลั่น พลางคว้ากระเป๋าจากมือพี่เวลามาเหวี่ยงใส่เบาะรถ "อยากลองดีกับกูก็เอาดิ แต่อย่ามาเกาะแกะยัยแว่นนี่ตอนที่กูยังคุมอยู่ ไม่งั้นมึงได้นอนหยอดน้ำข้าวต้มแน่"
พี่สิงห์กระชากข้อมือฉันให้ซ้อนท้ายรถทันที เขาบิดรถออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนว่าฉันจะเกาะแน่นหรือยัง แต่คราวนี้เขาไม่ได้พาไปส่งที่บ้าน... เขากลับเลี้ยวเข้าไปในซอยเปลี่ยวข้างมอที่แทบไม่มีคนผ่าน แล้วเบรกอย่างแรงจนตัวฉันกระแทกหลังเขา
"โอ๊ย! พี่สิงห์ ตาลเจ็บนะ!" ฉันโวยวายพร้อมน้ำตาคลอ
เขาลงจากรถแล้วกระชากตัวฉันลงมา ร่างสูงดันฉันจนแผ่นหลังติดกับผนังกำแพงปูนเย็นเฉียบ เขาทิ้งแขนสองข้างกั้นตัวฉันไว้ไม่ให้หนี ใบหน้าหล่อร้ายโน้มลงมาจนจมูกเราแทบชนกัน
"มึงริ.....อาจจะไปกับมันเหรอ? กูก็บอกแล้วไงว่ากูมารับ!" เขาคำรามลอดไรฟัน กลิ่นอายความโกรธแผ่ออกมาจนฉันตัวสั่น
"ก็พี่เวลาเขาใจดี... เขาไม่พูดกูมึง ไม่ดุเหมือนพี่สิงห์นี่!"
"อ๋อ... ชอบคนพูดเพราะ? ชอบให้มันลูบหัว?" เขาแสยะยิ้มที่ดูอันตรายชะมัด มือหนาเลื่อนมาบีบคางฉันเบาๆ แต่บังคับให้สบตา "มึงรู้ไหมว่าตอนมันมองมึง มันคิดจะทำอะไรบ้าง? มันไม่ได้มองแค่อยากเป็นพี่ชายหรอกยัยบื้อ!"
"พี่ก็คิดไปเอง..."
"กูไม่ได้คิดไปเอง! เพราะกูก็เป็นผู้ชาย และตอนนี้กูก็อยากทำยิ่งกว่าที่มันคิดซะอีก!"
พี่สิงห์ก้มลงมาจนริมฝีปากเกือบจะแตะกัน ฉันสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่พุ่งพล่านด้วยความหึงหวงอย่างหนัก เขาจ้องมองริมฝีปากบางของฉันเนิ่นนานจนฉันลืมหายใจ
"อย่าให้กูเห็นมึงยิ้มแบบนั้นให้ใครอีก..." เขาพึมพำเสียงพร่า มือหนาที่เคยบีบคางเปลี่ยนมาเป็นลูบไล้แก้มฉันเบาๆ "ถ้ามึงยังขัดคำสั่งกูอีก คราวหน้ากูจะไม่จบแค่ขู่... เข้าใจไหมน้ำตาล?"
ฉันได้แต่ยืนนิ่ง อึ้งไปกับสัมผัสที่ร้อนแรงและคำพูดที่เหมือนจะประกาศความเป็นเจ้าของนั่น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก...