
เพราะถูกคุกคามจากคนที่มาตามจีบ วิวจึงไปขอให้พี่ชายของเพื่อนสนิทช่วยเล่นละครเป็นแฟนปลอมๆ เพื่อที่ผู้ชายคนนั้นจะได้เลิกมาตามตื๊อเธอสักที และการเล่นละครที่สมจริงของเขา มันดันทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหว
..............
“คนเป็นแฟนกันเขาต้องลงรูปคู่กันในโซเชียลบ้างใช่ป้ะ”
ครามถามขึ้นหลังจากทั้งคู่รับเครื่องดื่มและกลับมานั่งยังโต๊ะที่อยู่ในโซนสวนเรียบร้อยแล้ว
“ประมาณนั้นค่ะ”
“งั้นเรามาถ่ายรูปคู่กันสักรูปเป็นไง” ครามเสนอ
“ก็ดีค่ะ”
วิวเห็นด้วย เพื่อความสมจริงคงต้องลงรูปคู่กันบ้าง ดลจะได้หมดข้อสงสัยและตัดใจจากเธอได้สักที
เมื่อเธอไม่ขัดข้อง ครามจึงย้ายไปยืนซ้อนที่หลังเก้าอี้ของหญิงสาว ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนอยู่ระดับเดียวกับใบหน้าสวยหวาน ส่วนแขนทั้งสองข้างเท้าลงบนที่วางแขนของเก้าอี้ จนดูเหมือนเขาโอบเธอไว้กลายๆ
เพราะมัวแต่สาละวนอยู่กับการปลดล็อกโทรศัพท์และเปิดกล้อง วิวจึงไม่ทันได้สังเกตว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังอยู่ในท่าทางแบบไหน มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เสียงทุ้มดังขึ้นที่ข้างหู
“แบบนี้พอได้ป้ะ”
หญิงสาวถึงกับสะดุ้งโหยงและหันไปทางต้นเสียงโดยอัตโนมัติ และด้วยความที่ตอนนี้ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ จมูกของวิวจึงชนเข้ากับแก้มสากของเขาเต็มๆ
“อุ๊ย”
ดวงตากลมโตเบิกโพลงด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเอนตัวให้ออกห่างจากเขา อยู่ๆ ใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ แต่ก็ไม่ลืมที่จะกล่าวขอโทษขอโพย
“ขอโทษค่ะ วิวไม่ได้ตั้งใจ”
ครามหัวเราะในลำคอ สายตาที่ทอดมองหญิงสาวเต็มไปด้วยความเอ็นดู แต่ก็ไม่วายแกล้งเย้าออกไปว่า “ถ้าพี่ไม่ยกโทษให้ล่ะ”
“แล้วใครใช้ให้พี่เอาหน้าเข้ามาใกล้กันขนาดนี้ล่ะคะ” วิวมองค้อนคนขี้แกล้ง ที่ตอนนี้ยังคงอมยิ้มและมองมาที่เธออย่างล้อเลียน
“คู่รักเขาก็ถ่ายใกล้กันประมาณนี้ไม่ใช่เหรอ” เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
ถึงจะจริงอย่างเขาว่า แต่วิวก็ไม่วายสวนกลับไปว่า “มันก็ใช่ แต่พี่ก็ควรบอกก่อนสิ ไม่ใช่อยู่ๆ โผล่มาแบบไม่บอกไม่กล่าวแบบนั้น”
“โอเคๆ ต่อไปจะทำอะไรพี่จะบอกก่อนทุกขั้นตอนเลย” ครามรับปาก “ทีนี้จะถ่ายได้หรือยัง หืม”
“อ่อ ค่ะ” วิวพยายามตั้งสติแล้วเงยหน้ามองกล้องในมือของตัวเองพร้อมฉีกยิ้มกว้าง ซึ่งครามเองก็ทำไม่ต่างกัน

