bc

เศษแก้วบนรอยสัญญา

book_age16+
85
FOLLOW
1K
READ
revenge
dark
family
opposites attract
second chance
heir/heiress
drama
serious
loser
city
office/work place
rebirth/reborn
like
intro-logo
Blurb

ความตายในคืนฝนพรำสอนให้ ‘ณิชา’ รู้ซึ้งถึงราคาของการประเมินค่าตัวเองต่ำเกินไป

เธอเคยมอบความรักให้ผู้ชายอย่าง ‘ปรัชญ์’ ทายาทกลุ่มทุนอสังหาฯ ยอมเป็นเบี้ยล่าง ยอมสูญเสียลูก และสุดท้ายก็ถูกทิ้งขว้างให้ตายอยู่กลางกองเลือดราวกับตุ๊กตาที่หมดประโยชน์

แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ในห้องสวีทและปากกาด้ามทองที่เย็นเฉียบในมือ กลับดึงเธอหวนคืนสู่นรกขุมเดิม... คืนแรกของการเซ็นสัญญาเป็นผู้หญิงของเขา

กระดาษสัญญาถูกฉีกทิ้งต่อหน้าชายหนุ่ม

ไม่ใช่เพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่เพราะความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกจนตกตะกอนเป็นความเกลียดชัง

ชาตินี้ณิชาไม่ขอเป็นผู้หญิงโง่เขลาที่รอคอยเศษเสี้ยวความเมตตา เธอใช้ความทรงจำจากอนาคตเป็นบันได เหยียบย่ำทุกความลับในแวดวงธุรกิจ เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการภาวะวิกฤต ผู้หญิงสวมสูทสั่งตัดที่ประเมินทุกความสัมพันธ์เป็นเพียงตัวเลขและผลประโยชน์

ทว่ายิ่งเธอถีบตัวเองหนีห่าง ปรัชญ์กลับยิ่งตามไล่ต้อน

ผู้ชายที่เคยมองเธอเป็นของเล่น เริ่มสืบหาเบื้องหลังความเย็นชา และพยายามขุดคุ้ยหาเหตุผลว่าทำไมผู้หญิงที่เคยรักเขาหมดหัวใจ ถึงมองเขาด้วยสายตาราวกับมองฆาตกร โดยไม่รู้เลยว่าความจริงที่รออยู่... อาจเป็นสิ่งที่ทำลายตัวเขาเองเสียยิ่งกว่า

ท่ามกลางสงครามธุรกิจที่อาบด้วยกลิ่นคาวเงิน และความลับดำมืดของครอบครัวที่พร้อมจะกลืนกินทุกคน การโคจรกลับมาเจอกันครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อสานต่อความรัก แต่เพื่อเชือดเฉือน ลอกคราบความจอมปลอม และเดิมพันด้วยเศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่

chap-preview
Free preview
ตอนที่ 1: นรกขุมเดิม
เสียงแรกที่กระแทกเข้าสู่โสตประสาทคือความอื้ออึง หยาดน้ำฟ้าเม็ดเขื่องตกกระทบกระจกบานกว้างดังระรัว คล้ายมีใครกำเศษหินสาดใส่หน้าต่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลิ่นอับชื้นของพายุที่ลอยแทรกผ่านระบบระบายอากาศผสมปนเปกับกลิ่นมอลต์สกัดเย็นเยียบของวิสกี้ราคาแพง มันเป็นกลิ่นหอมหวนที่ชวนให้คลื่นเ**ยนจนกระเพาะอาหารบีบรัดตัว สัมผัสเย็นเยียบโลมเลียอยู่บนปลายนิ้วชี้และนิ้วโป้ง โลหะเรียบลื่นที่มีน้ำหนักถ่วงพอดีมือ ณิชากะพริบตาเชื่องช้า ขับไล่ความพร่ามัวที่เกาะกินลานสายตา แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมระย้าคริสตัลเหนือเพดานสะท้อนลงบนวัตถุในมือ ปากกาหมึกซึมด้ามทองสลักอักษรย่อตัว ‘P’ ปลายแหลมของมันจดจ่ออยู่บนกระดาษเอสี่เนื้อดีสองแผ่นที่ถูกเย็บมุมเข้าด้วยกัน ตัวอักษรสีดำพิมพ์นูนเด่นหราอยู่ตรงหน้า ข้อความที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบด้วยภาษาทางกฎหมายรัดกุม ทุกถ้อยคำคือการตีตราราคาของสิ่งมีชีวิตและห้ามมีข้อเรียกร้องใดๆ เพิ่มเติม ‘...ยินยอมเป็นผู้รับการอุปการะ โดยห้ามเปิดเผยความสัมพันธ์นี้ต่อสาธารณชน...’ ปลายนิ้วที่จับด้ามปากกาสั่นสะท้าน ไม่ใช่ความตื่นเต้น ไม่ใช่ความประหม่าเขินอายอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือความหวาดกลัวขั้นรุนแรงที่พุ่งพล่านจากปลายเท้าขึ้นสู่สมอง สันหลังเย็นวาบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็งบด ลมหายใจสะดุดกึกอยู่ในลำคอเมื่อความทรงจำสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบไหลทะลักกลับเข้ามาดั่งเขื่อนแตก เสียงล้อรถบดขยี้กับถนนยางมะตอยที่เปียกลื่น เสียงเหล็กบิดเบี้ยวฉีกขาดจากการกระแทกอย่างรุนแรง กลิ่นคาวเลือดที่ข้นคลั่กจนสำลัก ทะลักท้นออกมาจากริมฝีปากและช่องท้อง ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ช่วงล่าง ความรู้สึกของการสูญเสียก้อนเนื้อเล็กๆ ที่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก ชีวิตที่หลุดลอยไปพร้อมกับสายฝนที่สาดกระหน่ำในคืนที่มืดมิดที่สุด และ... ความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจจนแหว่งวิ่น เมื่อคนที่สัญญากับนักหนาว่าจะดูแล กลับทิ้งให้เธอนอนจมกองเลือดเพียงลำพัง “มีปัญหาอะไรกับข้อตกลงตรงไหนหรือเปล่า” น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบดังแทรกสลายภาพหลอนในหัว ณิชาสะดุ้งสุดตัว ปากกาด้ามทองร่วงหล่นจากมือ กระทบผิวโต๊ะกระจกเสียงดังแกรก หมึกสีน้ำเงินเข้มกระเซ็นเลอะมุมกระดาษสัญญาเป็นจุดด่างดวง เจ้าของคำถามนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ฝั่งตรงข้าม ปรัชญ์ ทายาทเพียงคนเดียวของกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ เสื้อเชิ้ตสีเข้มถูกปลดกระดุมบนออกสองเม็ด เผยให้เห็นรอยสักรูปไม้กางเขนเล็กๆ ที่ไหปลาร้า แสงไฟสะท้อนโครงหน้าคมคายที่ดูไร้ที่ติ แต่แววตาที่มองตรงมากลับเย็นเยียบและว่างเปล่า ไม่ต่างจากการประเมินสินค้าชิ้นหนึ่งบนชั้นวาง นี่ไม่ใช่ความฝัน ไม่ใช่ภาพลวงตาก่อนตาย กลิ่นวิสกี้ กลิ่นฝน ปากกาด้ามทอง และกระดาษสัญญาสองแผ่นนี้... วันที่สิบสี่ตุลาคม คืนแรกที่ก้าวเท้าเข้าสู่กรงทอง คืนที่ตัดสินใจจรดปากกาเซ็นชื่อขายวิญญาณและศักดิ์ศรี แลกกับการปลดหนี้สินของป้าและคำหวานหูที่เชื่อหมดใจว่าคือความรัก กลับมาแล้ว เธอกลับมาอยู่ในนรกขุมเดิม ขุมที่เคยพรากทุกอย่างไปจากชีวิต “ณิชา” เสียงทุ้มกดต่ำลงอีกระดับ เจือความหงุดหงิดจางๆ จากการถูกเมินเฉย นิ้วเรียวยาวของปรัชญ์เคาะลงบนพนักวางแขนเป็นจังหวะเชื่องช้า “ถ้าตัวเลขห้าสิบล้านบวกกับคอนโดริมแม่น้ำยังไม่พอใจ เราคงต้องคุยกันใหม่ ผมไม่ชอบคนโลภที่ประเมินตัวเองสูงเกินไป” คำพูดที่เคยทำให้รู้สึกด้อยค่าในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงลมปากของคนแปลกหน้าที่น่าสะอิดสะเอียน อาการคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมาจนถึงคอหอย ฝ่ามือชื้นเหงื่อจิกเข้าหากันแน่นจนเล็บฝังลึกทะลุผิวหนัง ความเจ็บแปลบช่วยดึงสติสัมปชัญญะที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้ารูปเข้ารอย ดวงตาที่เคยมองผู้ชายตรงหน้าด้วยความหลงใหลเทิดทูน บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่ซุกซ่อนความเกลียดชังไว้อย่างมิดชิด ความเกลียดชังที่ตกตะกอนจากความตายอันหนาวเหน็บ ไม่มีน้ำตาหลั่งริน ไม่มีคำอ้อนวอนเรียกร้องหาความยุติธรรม ณิชาค่อยๆ ยืดแผ่นหลังขึ้นตรง ปล่อยมือที่จิกเกร็งออกจากกัน ควบคุมจังหวะการหายใจที่หอบกระชั้นให้กลับมาเป็นปกติ แม้ก้อนเนื้อในอกซ้ายจะเต้นรัวแรงจนเจ็บร้าวไปหมดก็ตาม เธอหลุบตาลงมองกระดาษสัญญาตรงหน้า กระดาษสองแผ่นที่เคยกำหนดชะตากรรมให้กลายเป็นเพียงเมียลับ ไร้ตัวตน ไร้เสียง และสุดท้ายก็ไร้ชีวิต สองมือเอื้อมออกไปจับขอบกระดาษสัญญา ปรัชญ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากกระตุกเป็นรอยหยัน คาดเดาว่าผู้หญิงตรงหน้าคงยอมจำนนต่อตัวเลขมหาศาลและกำลังจะหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่ออย่างว่าง่ายเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผ่านมา แคว่ก! เสียงฉีกกระดาษดังฝ่าความเงียบในห้องสวีทกว้างขวาง รอยหยันบนมุมปากของปรัชญ์ชะงักค้าง แคว่ก! แคว่ก! ณิชาออกแรงดึงกระดาษหนาในมือให้ขาดออกจากกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขยี้เนื้อกระดาษที่พิมพ์ข้อตกลงเอาเปรียบเหล่านั้นจนแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่เหลือเค้าโครงเดิม ไม่เหลือแม้แต่ช่องว่างให้ลงลายมือชื่อ เศษกระดาษสีขาวร่วงหล่นเกลื่อนกลาดบนพื้นพรมสีเข้ม คล้ายกับเศษซากความโง่เขลาในอดีตที่ถูกฉีกทิ้งทำลายด้วยมือของเธอเอง “ทำบ้าอะไร” น้ำเสียงของปรัชญ์ไม่ราบเรียบอีกต่อไป ร่างสูงโปร่งผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บรรยากาศรอบตัวกดทับลงมาอย่างหนักหน่วง แววตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยโทสะจากการถูกหยามหน้า ไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธข้อเสนอของเขา ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าฉีกเช็คหรือสัญญาเงินล้านทิ้งต่อหน้าต่อตาแบบนี้ ณิชาเงยหน้าขึ้นสบตา ปราศจากความหวาดหวั่น ปราศจากเยื่อใย มีเพียงความเย็นเยียบที่แช่แข็งทุกความรู้สึก “ฉันประเมินตัวเองผิดไปจริงๆ” น้ำเสียงที่เปล่งออกมากระด้างและแหบพร่า แต่แฝงด้วยความเด็ดขาดอย่างที่ปรัชญ์ไม่เคยได้ยินมาก่อน “ห้าสิบล้าน แลกกับอิสรภาพและชีวิตทั้งชีวิต... มันถูกเกินไป” พูดจบก็หมุนตัวหันหลังให้โดยไม่รอฟังคำตอบ ไม่แม้แต่จะชายตามองกระเป๋าถือใบเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะ ขาทั้งสองข้างก้าวเดินออกห่างจากโซฟากลางห้องสวีท มุ่งหน้าตรงไปยังประตูไม้บานใหญ่ “ก้าวออกไปจากห้องนี้เมื่อไหร่ หนี้สินของครอบครัวเธอ ฉันจะไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งอีก” คำขู่เยียบเย็นไล่หลังมา คล้ายต้องการตรึงเท้าคู่นั้นไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งภาระ ฝีเท้าชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที หนี้สินก้อนโตของป้าที่ติดบ่อนการพนันจนโดนขู่ฆ่าคือฟางเส้นสุดท้ายที่บีบให้เธอต้องยอมขายตัวในชาติที่แล้ว แต่ในชาตินี้... การแก้ปัญหาไม่ได้มีแค่เส้นทางเดียว เธอมีข้อมูลในหัว มีความรู้เรื่องความผันผวนของตลาดหุ้น และรู้ความลับเน่าเฟะของพวกเศรษฐีในแวดวงนี้มากพอที่จะทำเงินได้มหาศาลโดยไม่ต้องพึ่งพาเศษเงินจากผู้ชายที่พร้อมจะทิ้งเธอให้ตาย ไม่มีเสียงตอบรับหรือคำอธิบายใดๆ หลุดจากปาก ณิชาเอื้อมมือคว้าลูกบิดประตู ออกแรงดึงเปิดและก้าวพ้นกรอบประตูออกไปสู่โถงทางเดิน ปล่อยให้บานประตูปิดกระแทกใส่หน้าปรัชญ์ เสียงล็อกอัตโนมัติดังคลิก ตัดขาดโลกสองใบออกจากกันอย่างสมบูรณ์ โถงทางเดินของโรงแรมระดับห้าดาวปูด้วยพรมทอมือหนานุ่ม ซับเสียงฝีเท้าจนเงียบกริบ แอร์คอนดิชันเนอร์เย็นฉ่ำปะทะผิวกายที่ชื้นเหงื่อจนสั่นสะท้าน เธอเพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองไม่ได้สวมรองเท้า ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าย่ำลงบนพื้นพรม แต่ความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศยังไม่สู้ความหนาวเหน็บในขั้วหัวใจ ลิฟต์โดยสารเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่างสุดอย่างรวดเร็ว ตัวเลขดิจิทัลเหนือประตูเปลี่ยนลดลงเรื่อยๆ พร้อมกับความรู้สึกอึดอัดคับแคบในพื้นที่สี่เหลี่ยม ภาพเลือดที่ไหลนองพื้นยังคงฉายซ้ำในหัวสลับกับตัวเลขชั้นที่ลดลง ณิชาต้องยกมือขึ้นกอดอก จิกเล็บลงบนต้นแขนตัวเองเพื่อเรียกสติ อาการหวาดหวั่นจากการเกือบตายยังคงเกาะกินอยู่ทุกอณูเซลล์ ติ๊ง ประตูลิฟต์เปิดออกสู่ล็อบบี้กว้างขวางที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนและโคมไฟระย้า พนักงานต้อนรับที่เคาน์เตอร์มองมาด้วยสายตาประหลาดใจระคนตกใจ เมื่อเห็นหญิงสาวในชุดเดรสสีดำเข้ารูปเดินเท้าเปล่าโซเซออกมาจากลิฟต์ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับคนป่วยหนัก แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาทักท้วงเมื่อเห็นแววตาดุดันที่ตวัดมอง ประตูกระจกอัตโนมัติบานใหญ่เลื่อนเปิดออกต้อนรับ ลมพายุรุนแรงพัดกระโชกหอบเอาละอองฝนสาดเข้ามาปะทะใบหน้า เสียงฟ้าร้องครางกระหึ่มอยู่บนแผ่นฟ้าสีดำทะมึน กลิ่นไอดินและควันรถริมถนนลอยคลุ้ง ณิชาไม่หยุดยืนรอรถแท็กซี่ ไม่สนใจร่มที่พนักงานโรงแรมพยายามกางวิ่งตามมาเสนอให้ ขาทั้งสองข้างก้าวฝ่าม่านฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วง หยาดน้ำเย็นจัดชะล้างความร้อนรุ่มบนผิวหน้า เสื้อผ้าเปียกลู่แนบไปกับลำตัว ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าเหยียบย่ำลงบนพื้นคอนกรีตหยาบกระด้างของลานจอดรถด้านหน้าโรงแรม สัมผัสเจ็บแปลบจากเศษกรวดเล็กๆ ย้ำเตือนให้รู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ เสียงฝนที่เคยเป็นฝันร้าย บัดนี้กลับกลายเป็นสิ่งปลอบประโลม สายน้ำพัดพาเอากลิ่นคาวเลือดในความทรงจำให้เจือจางลง ณิชาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ปล่อยให้สายฝนชะล้างความโง่เขลาและความอ่อนแอของตัวเองในอดีตจนหมดสิ้น โอกาสครั้งที่สองไม่ได้มีไว้เพื่อกลับไปแก้ไขให้เขามารัก แต่มีไว้เพื่อเหยียบย่ำทุกคนที่เคยทำลายชีวิตเธอให้แหลกคามือ รถยุโรปสีดำคันคุ้นตาแล่นปราดเข้ามาจอดเทียบฟุตบาท ห่างออกไปไม่กี่เมตร ไฟหน้ารถสาดส่องฝ่าม่านฝนกระทบตัวเธอ กระจกฝั่งผู้โดยสารด้านหลังเลื่อนลงช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าเรียบตึงของปรัชญ์ที่นั่งอยู่ภายใน เขามองตรงมาที่เธอท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำ สายตาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจและคำถามที่ก่อตัวขึ้น เขากำลังรอให้เธอวิ่งเข้าไปหา ร้องไห้อ้อนวอนขอหลบฝนและยอมจำนนต่อข้อเสนอ ณิชาจ้องมองกลับไป นัยน์ตาสีเข้มไม่มีแววของความรักหรือความผูกพันหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเย็นชาและเส้นแบ่งเขตแดนที่ถูกขีดขึ้นอย่างชัดเจน เธอยกมือขึ้นเสยผมเปียกลู่ที่ปรกหน้าออก หันหลังกลับ และก้าวเดินต่อไปบนถนนที่มืดมิด ทิ้งรถคันหรูและผู้ชายที่เคยเป็นโลกทั้งใบไว้เบื้องหลัง กลืนหายเข้าไปในพายุฝน โดยไม่หันกลับมามองอีกเลย นับตั้งแต่วินาทีนี้ กระดานหมากรุกได้ถูกล้างใหม่แล้ว และคราวนี้ เธอจะไม่ใช่เบี้ยที่รอวันถูกเขี่ยทิ้งอีกต่อไป

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

Unscentable

read
2.1M
bc

He's an Alpha: She doesn't Care

read
853.4K
bc

Claimed by the Biker Giant

read
2.1M
bc

Holiday Hockey Tale: The Icebreaker's Impasse

read
1.0M
bc

A Warrior's Second Chance

read
392.0K
bc

Not just, the Beta

read
365.5K
bc

The Broken Wolf

read
1.2M

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook