ความฝันของทอรุ้ง ตอนที่ 1
นาฬิกาส่งเสียงปลุกตั้งแต่เช้ามืด แต่อากาศเย็นต้นฤดูร้อนแบบนี้ใครบ้างจะอยากลุกออกจากที่นอน โดยเฉพาะหลังจากที่เหน็ดเหนื่อยจากงานในครัวมาแล้วทั้งวัน ทอรุ้งก็แทบอยากจะแทรกตัวกลับเข้าไปในที่นอนอีกรอบ แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็จำใจสลัดผ้าห่มออกจากตัวแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำโดยทิ้งกายละเอียดเอาไว้บนที่นอน
หญิงสาวยอมเหน็ดเหนื่อยบากบั่นมาเรียนทำขนมถึงต่างแดนก็เพราะความชื่นชอบอันล้ำลึกล้วนๆ เธอเกิดในครอบครัวของแม่ค้าแม่ขายก็จริง แต่เพราะสิ่งที่คนเป็นแม่ปลูกฝังให้ทอรุ้งมาตั้งแต่เด็กคือการทำอาหารและขนมหวานสูตรพิเศษที่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นยาย ตอนเด็กๆ นั้นทอรุ้งคิดว่าทุกคนคงเหมือนกันก็คือไม่อยากจะเป็นลูกมือให้กับแม่ในครัวนักเพราะเบื่อที่จะต้องถูกเรียกทำนู่นทำนี่ตลอดเวลา แต่สำหรับหญิงสาวแล้วนั่นคือการฝึกฝนที่หล่อหลอมให้เธอรักในการทำอาหารและเดินเข้าสู่วงการเชฟนับแต่วินาทีนั้น
เพราะรัก เพราะมันอยู่ในสายเลือดหญิงสาวจึงเลือกเดินบนเส้นทางนี้ตั้งแต่แรกจนกระทั่งตัดสินใจมาเรียนต่ออย่างจริงจังในสถาบันสอนทำอาหารชื่อก้องโลก ณ ดินแดนต้นกำเนิดขนมหวานและเบเกอรี่ที่หลายคนติดใจ แม้วิชาที่ร่ำเรียนมานั้นจะเป็นขนมฝรั่งอย่างที่แม่สำอางค์มักจะค่อนขอด แต่ทอรุ้งกลับเชื่อว่าความรู้ที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นไอของความเป็นไทยและความนิยมในขนมแบบฝรั่งจะเข้ากันได้อย่างลงตัว และด้วยความตั้งใจนี้ทำให้ทอรุ้งก้าวเดินออกมาจากพื้นที่ปลอดภัยของเธอมาสู่โลกกว้างของการทำอาหารในประเทศฝรั่งเศส
“หูย...น้ำเย็นชะมัด” หญิงสาวบ่นพึมพำทันทีที่เอาน้ำลูบใบหน้าเพื่อให้หายจากอาการงัวเงีย แม้จะรู้ดีว่าการไม่อาบน้ำในทุกวันนั้นเป็นเรื่องปกติเมื่อต้องมาใช้ชีวิตในต่างแดน แต่ทอรุ้งก็อดไม่ได้ที่จะต้องเอาน้ำเย็นนั้นลูบเนื้อตัวให้สดชื่นหลังจากตื่นนอนในทุกวันแทนน้ำอุ่น มันเป็นความเคยชินเพราะตอนอยู่ประเทศไทยเธอก็ชอบที่จะอาบน้ำเย็นมากกว่า แม้จะอยู่ในช่วงฤดูไหนก็ตาม แต่ที่นี่คงถึงขั้นอาบทั้งตัวไม่ไหว ถึงขั้นตายได้กันเลยทีเดียว
เมื่อจัดการเรื่องส่วนตัวในห้องน้ำเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็ย้ายกายหยาบของตนเองมายังหน้ากระจก แม้จะได้ชื่อว่าเป็นแม่ครัวแต่จะละเลยเรื่องความสวยไม่ได้ถึงจะรู้ดีว่าสุดท้ายแล้วก็ต้องไปหน้ามันแผล็บอยู่หน้าเตาร้อนๆ ก็เถอะ หลายคนมักจะพูดผ่านหูให้ทอรุ้งได้ฟังเสมอว่าแม้เธอจะเป็นสาวอวบพลัสไซส์แต่ก็มีใบหน้าสวยหวาน ดังนั้นเมื่อหุ่นไม่ได้แต่ขอให้หน้าสวยก็ยังโอเค ดูเหมือนว่าช่วงหลังๆ มานี้ทอรุ้งจะซูบลงเล็กน้อยเพราะเรียนหนักเนื่องจากใกล้จบการศึกษาเต็มที แต่เรื่องนี้ไม่ทำให้เธอหนักใจนักเพราะถ้าได้กลับบ้านเมื่อไหร่หญิงสาวก็มั่นใจว่าน้ำหนักที่หายไปนั้นจะกลับมาอยู่แนบชิดสนิทกับตัวของเธอเช่นเดิม
“อรุณสวัสดิ์...ทอรุ้ง” เสียงทักทายจากเพื่อนสาวดังขึ้นตั้งแต่ทอรุ้งเหยียบเข้ามายังตึกของสถาบัน
“อรุณสวัสดิ์...อิซาเบล ทำไมวันนี้ถึงตื่นเช้าได้” หญิงสาวเอ่ยปากถามเพื่อนสนิทที่เรียนในห้องเดียวกันตั้งแต่วันแรกด้วยภาษาฝรั่งเศสที่ร่ำเรียนมาจนแตกฉาน หลายคนสงสัยว่าทำไมเธอถึงเลือกเรียนภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่สามทั้งที่มันควรจะเป็นภาษาอื่นที่คนใช้กันทั่วไปมากกว่า แต่คำตอบซึ่งทอรุ้งที่เก็บงำไว้ตลอดมาก็คือเธอไม่อยากให้ภาษาเป็นอุปสรรคการเข้าเรียนในสถาบันที่เธอใฝ่ฝัน หญิงสาวต้องอดทนเพียรพยายามเตรียมตัวและฝ่าฟันอุปสรรคมากมายเพื่อให้ได้มายืนอยู่ ณ สถานที่ในฝันของเธอ
“ก็วันนี้เป็นวันสำคัญน่ะสิ เธอลืมไปแล้วหรือว่าวันนี้เขาจะประกาศคนที่ได้ท็อปไฟท์น่ะ”
“ใช่ ฉันรู้ แล้วยังไง...เธอคิดว่าชื่อของเราสองคนจะอยู่บนนั้นอย่างงั้นรึ”
“เปล่าเลย ฉันว่าต้องมีชื่อเธออยู่บนนั้นแน่ๆ” อิซาเบลกล่าวด้วยความมั่นใจในความสามารถของเพื่อนรักซึ่งมาจากดินแดนที่เต็มไปด้วยของอร่อย
“ฉันไม่หวังขนาดนั้นหรอกเบล อีกอย่างนะ...มีคนอื่นที่เก่งกว่าฉันต้องเยอะ”
“พนันกันไหมล่ะรุ้ง ฉันว่าเธอต้องติดท็อปไฟท์ทั้งของคาวและของหวานแน่ๆ” ความกระตือรือร้นของเพื่อนสาวทำให้ทอรุ้งอดขำไม่ได้ หากว่าไม่มีอิซาเบลข้างๆ แล้วชีวิตการเรียนของทอรุ้งคงเหงามากแน่ๆ
“เธอจะพนันอะไรล่ะเบล อย่าลืมสิว่าคราวที่แล้ว เธอแพ้พนันฉันและยังต้องเลี้ยงกาแฟอยู่นะ”
“เออ...นั่นสินะ แต่คราวนี้ฉันมั่นใจ ถ้าหากเธอติดท็อปไฟท์ทั้งสองอย่าง เธอต้องไปเที่ยวอิตาลีกับฉัน” หญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้มเสนอพร้อมกับเดินเคียงไปกับทอรุ้ง
“ไหงเป็นงั้นล่ะ แล้วหนุ่มคนนั้นที่เธอเล่าว่าจะพาเขาไปจิบเอสเปรสโซ่น่ะ ไปไหนเสียแล้ว” ทอรุ้งเย้าเพราะรู้ดีว่าเพื่อนสาวเล็งหนุ่มหล่อที่เรียนอยู่ด้วยกันมาพักนึงแล้วและดูเหมือนว่าอิซาเบลวางแผนพาเขาไปเที่ยวที่ในอิตาลีช่วงปิดเทอมสั้นๆ
“ก็...แหม ที่ที่พิเศษแบบนั้นฉันก็อยากไปกับเพื่อนรักของฉันน่ะสิ”
“บอกมาดีกว่าน่ะเบล โดนเทใช่ไหมล่ะ” ดูเหมือนว่าสิ่งที่ทอรุ้งคาดเดาจะถูกเผงเพราะพอได้ยินแบบนั้นอิซาเบลก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่จนคนที่เดินผ่านไปมาต้องหันมอง
“เธอนี่เป็นเดาแม่นเหลือเกินนะทอรุ้ง ใช่แล้วล่ะ...ฉันโดนเท แต่ไม่ใช่เพราะฉันหรอกนะแต่เป็นเพราะเขาต่างหาก คือว่า...เขาน่ะไม่ได้ชอบผู้หญิง” เพื่อนสาวตอบอ้อมแอ้มแต่คนที่ถามกลับทำตาโตเสียเอง
“ว่าไงนะ โอ...พระเจ้า เขาน่ะดูไม่...เอิ่ม แต่ก็อย่างว่าแหละนะ เดี๋ยวนี้คนเรามองแต่หน้าตาไม่ได้หรอกว่าไหม” หญิงสาวยั้งคำพูดของเธอไว้เท่านั้นแล้วเปลี่ยนเป็นไปพูดในเรื่องอื่นเพราะดูเหมือนว่าใบหน้าของสาวอวบที่เดินมาด้วยกันจะหมองลงไปถนัด ใครจะคิดบ้างว่าหนุ่มหล่อที่สาวทั้งชั้นมองตาเป็นมันจะมีรสนิยมในเพศเดียวกันไปเสียได้
“ไม่เอาน่าอิซาเบล อย่าเศร้าไปเลย เอางี้ดีไหม...ไม่ว่าผลในวันนี้จะออกมาเป็นยังไง ชื่อของฉันจะอยู่ในท็อปไฟท์หรือไม่ เราจะไปเที่ยวอิตาลีด้วยกันแบบสาวโสดนี่แหละ”
ทอรุ้งโอบไหล่เพื่อนรักเพื่อเป็นการให้กำลังใจทำให้อิซาเบลยิ้มออกมาได้ ถึงแม้เธอจะอกหักดังเป๊าะเพราะดันไปรักคนที่เขารักเธอไม่ได้ แต่อย่างน้อยหญิงสาวก็ยังมีเพื่อนอย่างทอรุ้งอยู่เคียงข้างในวันที่หัวใจอ่อนล้าเช่นวันนี้ ที่จริงอิซาเบลไม่ได้โกรธหนุ่มหน้าหล่อคนนั้นแม้แต่น้อย ยังดีที่เขาแสดงให้เธอเห็นเสียก่อนว่าเขามีแฟนหนุ่มอยู่ก่อนแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอก็ยังคงหลงใหลได้ปลื้มเขาคนนั้นทั้งที่เป็นไปไม่ได้
และก็เป็นไปอย่างที่อิซาเบลคาดเอาไว้ ชื่อของทอรุ้งโชว์หราอยู่บนท็อปไฟท์ของคนที่ทำคะแนนสูงสุดทั้งประเภทอาหารคาวและของหวาน ก็แน่ล่ะ...เพื่อนคนนี้ของเธอเก่งกว่าใครแม้จะมาจากประเทศที่พอใครหลายคนได้ยินก็ต้องถามซ้ำว่าอยู่ตรงตำแหน่งไหนบนแผนที่โลก แต่ทอรุ้งได้พิสูจน์แล้วว่าสาวเอเชียผมดำทั้งหัวนั้นมีความสามารถไม่ด้อยไปกว่าฝรั่งตาน้ำข้าวเลยแม้แต่น้อย
“บราโว่...เก่งมากเลยนะเพื่อนรักของฉัน” เพื่อนสาวโอบกอดทอรุ้งเพื่อแสดงความยินดี
“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าจะมีชื่อของฉันบนนั้นด้วย” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพร้อมกับมองรายชื่อนั้นอีกครั้งเผื่อว่าจะอ่านผิดไป
“เธอต้องเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองสิทอรุ้ง รายชื่อนั่นคือสิ่งที่ประกาศความเก่งในตัวเธอ ต่อไปนี้ฉันจะได้ยืดอกบอกกับใครต่อใครได้ว่า ทอรุ้งจากไทยแลนด์ คือคนที่เก่งที่สุด” เพื่อนสาวไม่อายที่จะเอ่ยชมทอรุ้งเสียงดังราวกับว่ากำลังจะได้สวมมงกุฎนางงามจักรวาล จนทำให้ทอรุ้งอดที่จะเขินจนหน้าแดงไม่ได้เพราะในชีวิตของหญิงสาวคงไม่เฉียดใกล้มงกุฎประจำตำแหน่งผู้หญิงที่สวยที่สุด แต่ถ้าหากเป็นหมวกเชฟสีขาวใบสูงล่ะก็เธอเชื่อว่าจะสามารถครอบครองมันได้อย่างแน่นอน
และก็ทำได้จริงๆ ด้วย...