บทที่ 1 ท้าทาย
เพราะความหมั่นไส้ กับท่าทีขี้เก๊ก และคำพูดยียวนกวนประสาทของเขา ทำให้เธอเผลอรับคำท้า ยอมตกลงแต่งงานกับเขาไปอย่างง่ายดาย โดยที่เธอไม่ทันได้คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน ก็ใครมันจะคิด ว่าอยู่ดี ๆ เสือผู้หญิงตัวพ่ออย่างเขา จะยอมตกลงแต่งงานกับเธอแบบง่าย ๆ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น
ใช่ค่ะ..เราสองคนแต่งงานกันเพราะคำท้าทาย และความอยากเอาชนะของกัน และกัน
ความรักของเราสองคน จะเกิดขึ้นตอนไหน และจะจบลงอย่างไร มาช่วยเป็นกำลังใจ และมาตามลุ้นไปพร้อมกันนะคะ
ธันวา & โนรา นรินวรา
บทที่ 1 ท้าทาย
“สวัสดีค่ะป้าเบญ สวัสดีค่ะลุงทิว สวัสดีค่ะคุณธันวา” โนรายิ้มหวาน และยกมือไหว้คุณเบญจากับคุณทิวา และไม่ลืมที่จะปรายตาไปมอง และกล่าวทักทายบุตรชายของท่านทั้งสองด้วยอีกคน
โนราเดินทางมาเยี่ยมคุณเบญจา และคุณทิวา ที่เป็นเพื่อนรักของคุณแม่ของเธอที่เธอเองก็รู้จัก และสนิทสนมกับท่านทั้งสองมาตั้งแต่เด็ก ตามคำสั่งของผู้เป็นแม่ที่มักจะติดต่อ และโทรคุยกันกันคุณเบญจาเป็นประจำ
และวันนี้มันก็เป็นวันว่างของเธอพอดี เลยทำให้เธอไม่สามารถขัดคำสั่งของผู้เป็นแม่ได้
โนรามองไปยังใบหน้าหล่อของธันวา บุตรชายคนเดียวของเพื่อนสนิทของคุณแม่เธออีกครั้ง เพราะตั้งแต่เล็กจนโต เขา และเธอเคยเจอหน้าแค่เพียงไม่กี่ครั้งก็เท่านั้น แต่เธอก็พอจะรู้ถึงกิตติศัพท์ของเขามาจากคุณเบญจาเป็นอย่างดี ที่มักจะมาบ่นถึงบุตรชายของตนให้เธอกับผู้เป็นแม่ของเธอได้ฟังอยู่บ่อยครั้ง ตอนที่ท่านเดินทางไปเที่ยว และไปเยี่ยมเธอกับแม่ที่อเมริกา เพราะเนื่องจากว่าเธอกับแม่ต้องย้ายตามไมเคิลสามีใหม่ของแม่ไปอยู่ต่างประเทศ เพราะตอนนี้แม่ของเธอได้แต่งงานใหม่ และได้ย้ายภูมิลำเนาของตัวเองไปอยู่กับสามีที่อเมริกาอย่างถาวร
“สวัสดีค่ะคนสวยของป้า ไม่เจอกันแค่ไม่กี่เดือน หนูโนราของป้าสวยขึ้นเยอะมาก ๆ เลยนะลูก สมแล้วที่เป็นเจ้าของคลีนิกเสริมความงาม มาจ๊ะ มานั่งข้างๆ ป้านี่มา”
“ขอบคุณค่ะป้าเบญ ป้าเบญก็สวยขึ้นมากเหมือนกันนะคะ หน้าใสนี่กริบเลย แอบไปทำอะไรมาคะเนี่ย” โนราเอ่ยแซวเบญจาอย่างคนที่สนิทสนม และมักจะทำตัวเป็นกันเองกับท่านเสมอ
“ฮ่า ๆ ๆ..ทำเป็นไม่รู้ไปได้ เคล็ดลับหน้าใสของป้าก็คงหนีไม่พ้นคลีนิกของหนูโนรานั่นไงล่ะจ้ะ“
“ลูกค้ากิตติมศักดิ์ของคลินิกโนราเลยนะคะเนี่ย สงสัยโนราต้องรีบแวะไปเอาส่วนลดพิเศษมาให้ป้าเบญเพิ่มแล้วล่ะค่ะ”
“จะคุยกันอีกนานมั้ยครับ ถ้าไม่มีใครกิน ผมกินก่อนแล้วนะ ผมง่วงมาก กินเสร็จจะได้รีบไปนอน” ธันวาพูดแทรกขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับเอื้อมมือไปจ้วงตักอาหารบนโต๊ะขึ้นมาทาน อย่างหน้าตาเฉย โดยไม่สนใจบรรยากาศรอบข้าง และสายตาตำหนิของผู้เป็นแม่ของตนเลยสักนิด
โนราปรายตาไปมองหน้าธันวาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเธออีกครั้ง โดยที่เขาเองก็เงนหน้าขึ้นมามองจ้องตาเธอแบบไม่กระพริขเลยทีเดียวด้วยเช่นกัน
โนรารีบหลบสายตาของธันวา ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มเจื่อนให้กับคุณเบญจา ที่ตอนนี้กำลังบ่นบุตรชายของตนด้วยความเอือมระอากับนิสัยเอาแต่ใจไม่สนโลก และความไม่มีมารยาทของเขา
“ตาธันนี่ เสียมารยาทจริง ๆ เชียว ลูกชายคุณพี่นับวัน ยิ่งไปกันใหญ่แล้วนะคะ ตามใจกันจนเสียนิสัยแบบนี้น้องไม่ปลื้มเลยนะคะ” คุณเบญจาบ่นออกมา พร้อมกับหันไปมองค้อนใส่คุณทิวาสามีของเธอที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กันกับบุตรชายของตน
“ลูกพี่คนเดียวซะที่ไหนล่ะ ตาธันมันก็ลูกของเบญด้วยนี่ และเบญเองไม่ใช่เหรอที่คลอดมันออกมา”
“ก็ลูกเราสองคนนั้นแหละค่ะ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ จะเป็นผู้เป็นคนเหมือนกับลูกคนอื่นเขาซะที” คุณเบญจายังคงบ่นออกมาด้วยความเอือมระอา และหมั่นไส้กับความหน้ามึนของธันวา
“ตอนนี้ผมก็เป็นผู้เป็นคนอยู่นะครับคุณแม่ งานการผมก็มีทำ ธุรกิจของผมก็กำลังไปได้ดี จะว่าไปธุรกิจที่ผมทำอยู่ตอนนี้ก็ทำกำไรปี ๆ หนึ่งก็ตั้งหลายร้อยล้านเลยนะครับ คุณแม่จะมาต่อว่าหาว่าผมไม่เป็นผู้เป็นคนไม่ได้หรอกนะครับ” ธันวารีบเถียงผู้เป็นแม่ของตนออกมาทันที
“เป็นผู้เป็นคนที่ไหนกัน ตั้งแต่แกไปเปิดผับเปิดบาร์นั่น แกรู้มั้ย ว่าแม่ปวดหัว ปวดสมองกับแกมากแค่ไหน งานที่บริษัทก็มีให้ทำ ทำไมแกถึงไม่คิดที่จะไปทำ ดันไปเปิดผับเปิดบาร์ อยู่แต่กับเหล้าเฝ้าแต่ขวดเบียร์แบบนั้น ชีวิตแกมันจะดีได้ไง แล้วไหนจะพวกผู้หญิงกลางคืนนั่นอีก แม่ขอเตือนแกไว้ก่อนเลยนะ ว่าถ้าแกเกิดไปทำผู้หญิงพวกนั้นท้องขึ้นมา แม่จะไม่มีวันรับผู้หญิงพวกนั้นให้มาเป็นลูกสะใภ้ของแม่เด็ดขาด”
“แล้วผู้หญิงแบบไหนล่ะครับที่แม่อยากได้มาเป็นลูกสะใภ้ อย่าบอกนะครับ..ว่าผู้หญิงคนนี้”
ธันวาวางช้อนลง พร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปมองจ้องตาโนรา ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตน ก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปากออกมาเมื่อได้มองสำรวจใบหน้าสวยของเธอจนทั่ว
โนรานึกฉุน และรู้สึกหมั่นไส้ กับท่าที และคำพูดของธันวาขึ้นมาในทันที และยังไม่รวมไปสายตาที่ยียวนกวนประสาทของเขาที่กำลังมองจ้องมาที่เธออย่างไม่วางตาอีกด้วย
“ถ้าแม่ตอบว่าใช่ล่ะ แม่อยากได้ผู้หญิงอย่างหนูโนราคนนี้มาเป็นลูกสะใภ้ เราจะว่ายังไง”
คุณเบญจาถามเพื่อหยั่งเชิงธันวาบุตรชายของตนออกมา พร้อมกับมองธันวาที่ตอนนี้เขากำลังนั่งยิ้ม และจ้องใบหน้าสวยของโนราอยู่อย่างมีความหวังลึก ๆ ภายในใจ
“ว่าไงคุณ..แม่ผมอยากได้คุณมาเป็นลูกสะใภ้ สนใจมาเป็นเมียผมมั้ย” ธันวาเอ่ยถามโนราออกมาแบบตรง ๆ จนโนราถึงกับต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความตกใจกับคำถามของเขา
“ถามแบบนี้หมายความว่าไงคะ”
“ไม่ได้ยินหรือไง ว่าเมื่อกี้แม่ผมท่านบอกว่าอยากได้คุณมาเป็นลูกสะใภ้ แล้วคุณล่ะ กล้ามาเป็นเมียผมหรือเปล่า”
“ถามว่ากล้ามั้ย ฉันก็จะขอตอบตรงนี้เลยว่า ฉันไม่กลัวคุณ และการที่ฉันจะเป็นเมียคุณ มันก็คงไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกใช่มั้ยล่ะคะ หรือคุณมันน่าเกลียดน่ากลัวจนไม่มีใครอยากเอามาเป็นสามีคะ”
โนรามองจ้องตาธันวานิ่งอย่างท้าทาย และพยายามเก็บอาการความรู้สึกตื่นตระหนกเอาไว้ไม่ให้ธันวาจับได้ ว่าตอนนี้เธอกำลังรู้สึกหวาดกลัวเขามากขนาดไหน
ก่อนที่เธอจะแสยะยิ้มร้ายออกมาที่มุมปากเช่นเดียวกันกับที่ธันวาเคยยิ้มให้กับเธอก่อนหน้านี้
“งั้นก็ดิลตามนี้นะ ว่าแต่คุณจะเริ่มมาเป็นเมียผมวันไหนล่ะ วันนี้เลยมั้ย?”
“เริ่มวันนี้เลยก็ได้ค่ะ งั้นหลังจากทานมื้อเช้านี่เสร็จ ก็เริ่มต้นด้วยการไปจดทะเบียนสมรสกันก่อนเลยมั้ยคะ ว่าไง..คุณกล้าหรือเปล่า?” โนราหันไปถามธันวาอย่างท้าทายเขากลับอีกครั้ง
“คุณนี่มัน เก่งใช่ย่อยเลยนะ คิดว่าตัวเองเก่งมากหรือไง ที่มาท้าผมแบบนี้ หรือคุณคิดว่าคุณจะเอาคนอย่างผมลงได้อย่างนั้นเหรอ”
“ฉันไม่ได้เก่งหรอกค่ะ แต่ผู้หญิงอย่างฉันไม่เคยกลัวผู้ชายอย่างคุณเลยสักนิด”
“งั้นก็มาลองดูกัน ว่าคุณจะเก่งกับผมได้ซักกี่วัน” ธันวาพูดออกมาพร้อมกับมองจ้องตาโนราอย่างหัวเสียที่เธอดูไม่มีทีท่าว่าจะยอมอ่อนข้อลงให้เขาเลยสักนิด แถมยังกล้าที่จะตอบรับคำท้าของเขาอีกด้วย
“หึหึ..เป็นไงล่ะ เจอคนจริงเข้าให้ถึงกับไปไม่เป็นเลยหรือไงพ่อตัวดี” คุณเบญจาหัวเราะชอบใจออกมาในทันที
“ใครบอกคุณแม่ครับ ว่าผมไปไม่เป็น ก็แค่สำนักงานเขตแค่นี้เอง ผมไปได้อยู่แล้ว” ธันวาหันไปมองหน้าโนรา ก่อนจะแสยะยิ้มออกมาอีกครั้ง จนโนราถึงกับหน้าถอดสีไปทันที เพราะไม่คิดว่าคนอย่างธันวาจะกล้าตอบตกลงไปจดทะเบียนสมรสกับเธอนั่นเอง
“รีบๆ กิน จะได้รีบๆ ไป กลับจากสำนักงานเขต คุณจะได้รีบมาทำหน้าที่เมียของผมไง” โนราหน้าเจื่อนลงทันทีที่รู้ว่าธันวาเอาจริง ก่อนที่เธอจะหันไปมองสบตากับคุณเบญจาเพื่อขอความช่วยเหลือจากท่าน
“นี่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะตาธัน แกอย่ามาทำเป็นเล่นกับเรื่องนี้เด็ดขาดนะ แกรู้ใช่มั้ยว่าแม่ไม่ชอบผู้ชายสับปลับปลิ้นปล้อน ไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้ประตูดิน และถ้าแกจดทะเบียนสมรสกับน้องแล้ว แกก็ห้ามไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นอีก เพราะแกเคยสัญญากับแม่ไว้แล้ว ว่าถ้าแกแต่งงานมีครอบครัวเมื่อไหร่ แกจะหยุดทำตัวเสเพล และจะมีผัวเดียวเมียเดียวไปตลอดชีวิต” คุณเบญจารีบเอ่ยท้วง และทวงคำสัญญาที่ธันวาเคยให้ไว้กับตัวเองในทันที เพื่อเตือนสติบุตรชายของตน ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอีกต่อไป
“ผมก็ไม่ได้ล้อเล่นนี่ครับ คุณแม่ก็น่าจะรู้จักนิสัยผมดี ผมเป็นลูกผู้ชายมากพอ พูดคำไหนก็เป็นคำนั้นเสมอ”
“พี่เขาไม่ได้พูดเล่น แล้วหนูโนราล่ะจ๊ะ จะว่ายังไง ตกลงหนูจะยอมจดทะเบียนสมรส และแต่งงานเป็นภรรยาของพี่เขา และจะมาเป็นลูกสะใภ้ของแม่จริง ๆ หรือเปล่าลูก” คุณเบญจาถามโนราออกมาด้วยความรู้สึกเอ็นดูเธอขึ้นมาจับใจ เมื่อรับรู้ได้ถึงความกดดันที่เกิดขึ้นทั้งหมด
“เอ่อ..คือ..โนรา” โนราเหลือบหันไปมองสบตากับธันวา ก่อนจะหันไปมองคุณทิวา และคุณเบญจาอีกครั้ง
“ตกลงจะเอายังไง อย่าบอกนะว่าเมื่อกี้คุณคิดว่าผมพูดเล่น” ธันวาเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับเอ่ยถามโนราออกไปอีกครั้ง และคำพูดกดดันของธันวาครั้งนี้ก็ทำให้เธอรู้ว่า เธอไม่อาจจะปฎิเสธเขาได้อีกต่อไป
“ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณมั่นใจว่าคุณจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับป้าเบญได้จริง ๆ ฉันก็จะไปจดทะเบียนสมรสกับคุณ”
“สัญญาเรื่องผัวเดียวเมียเดียวนั่นเหรอ เรื่องนั้นผมทำได้อยู่แล้ว แต่คุณก็ต้องดูแลผมในฐานะสามีของคุณให้ดี ๆ ด้วยล่ะ อย่าทำหน้าที่เมียขาดตกบกพร่องเป็นอันขาดเชียว”
“รู้แล้วแหละน่า” โนราเชิดหน้าตอบออกมาอย่างไม่ยอมแพ้
“งั้นก็รีบกิน จะได้รีบไปสำนักงานเขตกัน คุณพ่อช่วยหาคนไปเซ็นต์เป็นพยานให้ผมสักสองคนด้วยนะครับ”
“อืม..เดี๋ยวพ่อจะโทรไปให้เพื่อนที่ทำงานที่สำนักงานเขตจัดการให้ ว่าแต่หนูโนราเถอะ หนูมั่นใจใช่มั้ยว่าจะจดทะเบียนสมรสกับเจ้าธัน ลูกชายของลุงจริง ๆ”
“ค่ะคุณลุง ถ้าคุณธันวาเขารับปากว่าเขาจะมีผัวเดียวเมียเมียไปตลอดชีวิต โนราก็พร้อมที่จะจดทะเบียนสมรส และแต่งงานกับลูกชายของคุณลุงค่ะ” โนราตอบออกมาด้วยความมั่นใจ
คุณทิวา หันไปมองหน้าลูกชายของตนอีกครั้งเพื่อขอความมั่นใจจากธันวา
ธันวามองจ้องตาคุณทิวา พร้อมกับพยักหน้าเพื่อให้คำมั่นกับคุณทิวาอีกครั้ง ก่อนที่คุณทิวาจะเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกไปหาคนสนิทของตัวเองเพื่อให้ช่วยไปเป็นพยานให้กับบุตรชาย และว่าที่ลูกสะใภ้ของท่านในทันที