“ฮือ ผมขอโทษทำไมต้องโหด” เจ้าของใบหน้าหล่อใสเบะปาก ทำเสียงเหมือนจะร้องไห้ แต่น้ำหนักมือของรุ่นพี่มันของจริง
คิลล์เห็นท่าทางสำออยแบบนั้นก็ส่งเสียง ‘เฮอะ’ ก่อนจะทรุดกายนั่งลงบนโซฟา ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยแต่แววตากลับเกรี้ยวกราดจนใครก็เข้าหน้าไม่ติด
“ตัดคำว่าแฝดออกเป็นอันใช้ได้” ไคลล์ตบบ่ารุ่นน้องอย่าง ‘ทีน’ ก่อนจะเดินตามคิลล์ไปและนั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ กัน
“ไหนว่าจะไม่มาไง อารมณ์ไหน?” ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงนั่งจิบน้ำ สีอำพันเอ่ยปากถาม พลางเลิกคิ้วมองเพื่อนสนิทที่เรียนสาขาเดียวกันอย่างคิลล์ ก่อนจะพยักหน้าให้ไคลล์ฝาแฝดคิลล์
“อารมณ์ไหนก็เรื่องของกู ไม่เสือก”
“ต้องเสือกโว้ย มึงบอกเองว่าอยู่สนาม กูเหล่สาวยังไม่ทั่วร้านมึงก็เหาะมาถึงร้านแล้ว ถามจริงตอนตอบกูยืนอยู่หน้าร้านป่ะ?”
“แล้วมึงจะอยากรู้ทำไมว่ากูอยู่ที่ไหน รู้ไปก็ไม่ได้ทำให้สมองมึงทำงานไวขึ้นหรอก” คิลล์เอ่ยอย่างรำคาญ ทำเอาอาเซียคิ้วกระตุกเพราะเพื่อนคนนี้ช่างตอบได้น่าประทับใจเหลือเกิน ถามหนึ่งตอบศูนย์ ถามศูนย์ตอบสี่ ง่าย ๆ คือตอบไม่ตรงคำถามเลยสักนิด และยังขยันยั่วโมโหคนอื่นอีก
“สัด!”
ชายหนุ่มเรือนผมสีแดงจัดจ้านอย่าง ‘อาเชีย’ สบถ เมื่อเห็นเพื่อนตอบอย่างไม่ยี่หระ พลางคิดในใจว่ามันจะตอบแบบคนปกติบ้างไม่ได้เลยเหรอ
หลังจากทิ้งร่างลงบนโซฟาอย่างเบื่อหน่ายแล้ว คิลล์ก็ยกขาขึ้นไขว่ห้างปากก็คาบบุหรี่ มือล้วงเข้าไปค้นหาไฟแช็กในกระเป๋ากางเกงออกมาจุด
แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอย่างที่ใจคิด บุหรี่ที่คาบไว้ก็โดนแย่งออกจากปาก นัยน์ตาคมกริบของคิลล์จึงตวัดมองเจ้าของมือที่มาก่อกวนอย่างดุดันและไม่สบอารมณ์
“อย่ามาเล่น!”
“พ่อมึงให้สูบบุหรี่ในที่ปิดทึบ” ไคลล์กดสายตามองน้องชายอย่างคิลล์ ก่อนจะตวาดออกมาอย่างเดือดดาล ป๊าสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กถ้าจะสร้างเรื่องก็ต้องมีขอบเขต ดังนั้นถ้าอยากสูบบุหรี่ก็ไสหัวไปข้างนอก อย่ามาเพิ่มมะเร็งให้ชาวบ้าน เด็กบ้านี่เคยจำบ้างไหม
“หรือไม่อยากให้พี่ชายมึงแก่ตาย ไอ้เด็กเวร!”
“มึงเกิดก่อนกูนาทีเดียว จะมาเป็นพี่ชายเหี้ยไร”
คิลล์กระชากบุหรี่จากมือไคลล์ ก่อนจะบ่นพึมพำเรื่องพี่ชายน้องชายนี่พูดอยู่นั่น เกิดก่อนนาทีเดียวไม่นับว่าเป็นพี่เว้ย
“เกิดก่อนก็พี่หมด” ไคลล์ไหวไหล่
“ไปถามป๊ามึงดูสิ นับลุงรบกับลุงโซ่เป็นพี่ไหม”
คิลล์แค่นเสียงในลำคออย่างเยาะเย้ย ก่อนจะหุบยิ้มและสบถในลำคอ เมื่อเห็นบุหรี่ที่แย่งคืนมาจากไคลล์นั้นหักจนสูบต่อไม่ได้ เขาจึงทิ้งมันลงพื้นและใช้เท้าบดขยี้มันซะ
“ไปถามป๊ามึงสิ ทำไมให้มึงเรียกกูพี่” ไคลล์กลอกตาเพราะขี้เกียจจะเถียงกับน้องชายจอมพยศ เถียงกับคิลล์ก็เหมือนเถียงกับหมาเพราะมันฟังไม่รู้เรื่อง หมารู้จักแค่ใช่กับไม่เท่านั้น
“ก็แค่มึงออกมาหัวโตกว่ากู”
“สัด!” ไคลล์อย่างหัวเสียทันที ถ้าจะบอกว่าใครเหมือนป๊าที่สุดก็มันนั่นแหละ โคตรน่ารำคาญ
“มาถึงก็ทะเลาะกันเลยนะพวกมึง ว่าแต่พรุ่งนี้บินไม่ใช่เหรอ?” อาเซียเอ่ยแทรกพลางเลิกคิ้วอย่างสงสัย ช่วงซัมเมอร์จบปีสามพวกเขาจะต้องไปฝึกงาน แต่บางคนก็จะลงฝึกแบบสหกิจหรือปีสี่เทอมสองแทน
“บินเย็น” คิลล์ตอบอย่างคนขี้เกียจ
“แล้วมาทำไม ไม่นอนพักอยู่คอนโดให้สบายใจ” จะเดินทางอยู่แล้วยังจะตระเวนออกเที่ยวอยู่ได้
“ถามมากจังวะ แดก ๆ ไปกูจะบินตอนไหนก็เรื่องของกูเถอะ” คิลล์หยิบเม็ดมะม่วงในจานกับแกล้มยัดปากอาเซีย
“มึงมันเลวมาก ฮึ่ย” หลังจากกลืนของกินแล้วถึงได้สบถออกมา
“เฮียโดนแค่นั้นยังน้อยไป ดูผมโดนโบกไปสองที” ทีนบ่นอุบอิบ
“นั่นมึงไปกวนตีนมัน ส่วนกูถามมันดี ๆ” อาเซียแก้ต่าง
“กวนตรงไหนก็เรียกดี ๆ เถอะ”
คิลล์ยกแก้วที่มีน้ำสีอำพันขึ้นมาจรดริมฝีปาก ในระหว่างที่ยกอยู่นั้น หางตาของเขาดันเหลือบมองไปทางเวทีประกวดคาวเกิร์ลพอดิบพอดี และชั่วขณะนั้นนัยน์ตาคมกริบสีดำทะมึนก็เผลอชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินไปยังเวที ก่อนจะเลื่อนสายตาออกไปโดยไม่มีใครสังเกต
“แม่งเอ้ย วันนี้มีแต่คนสวย ๆ เด็ด ๆ แม้น้องเรเน่จะเสร็จเพื่อนเราแล้วแต่ยังไงวันนี้ก็เซ็กซี่ขยี้ใจเหมือนเดิม” อาเซียเลิกสนใจเพื่อนแล้วหันไปมองทางเวที เมื่อได้ยินเสียงเพลงดังกระหึ่มและเสียงเชียร์จากผู้คนรอบข้าง
“จะมีใครมาล้มเรเน่ได้ไหม แต่ก็นะคงจะยากน่าดู” ทีนเอ่ยขึ้นมา
“ครบทุกคนหรือยังวะทีน”
“ไม่ใช่ครบแล้วเหรอเฮีย ปกติเรเน่จะขึ้นสุดท้าย”
ทั้งสองคนจ้องมองไปทางเวทีอย่างสนใจ แม้แต่ไคลล์ที่เบื่อหน่ายยังพุ่งสายตาไปที่นั่นเช่นกัน ก็นะใครที่ชอบการแข่งขัน ก็ต้องดูทั้งนั้นแหละอย่างน้อยจะได้รู้ว่าจะพนันฝ่ายไหน
“ไฟดับลงแล้วเฮีย หรือกำลังจะประกาศ” ทีนกระทุ้งศอกใส่อาเซียอย่างกระตือรือร้น และเข้าใจว่าเรเน่ที่แสดงไปแล้วคือคนสุดท้าย เพราะหญิงสาวคือดาวเด่นของการประกวดเสมอ
“เชี่ย เหมือนจะมีคนกำลังทำการแสดงต่อ ใครวะ? กล้าขึ้นต่อเรเน่ไม่กลัวโดนคนโห่หรือยังไง หรือมั่นใจว่าจะทำได้ดีพอ”
“มึงคิดว่าไงคิลล์ เรเน่นี่เด็ดสุดเลยปะ” อาเซียกลั้นหัวเราะในลำคอ และพยายามเย้าแหย่เรื่องเรเน่กับคิลล์ เพราะสองคนนี้เคยคั่วกันอยู่สักพักช่วงที่เรเน่ได้ตำแหน่งคาวเกิร์ลใหม่ ๆ ซึ่งมันก็ผ่านมาห้าหกเดือนแล้ว
“ไม่มีอะไรที่เป็นที่สุด” เจ้าของดวงตาคมกริบและเกรี้ยวกราดอย่างคิลล์ เอ่ยออกมาเสียงเย็น เป็นจังหวะที่บนเวทีมีสปอร์ตไลท์ส่องไปยังร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งกลางเวที