bc

ยอดดวงใจเจ้าหอเชิญวิญญาณ

book_age16+
61
FOLLOW
1K
READ
revenge
HE
drama
sweet
serious
loser
mythology
childhood crush
superpower
like
intro-logo
Blurb

ยอดดวงใจเจ้าหอเชิญวิญญาณ 🏮

เมื่ออำนาจมืดของขันทีโฉด 'เฉาเทียนตู' แผ่ขยาย โศกนาฏกรรมนองเลือดจึงอุบัติขึ้นกลางราชวงศ์หมิง สำนักฮว่าซานถูกกวาดล้างจนสิ้นซากในคืนเดียว ชะตากรรมของ เหอเสี่ยวอี๋ว์ นายน้อยผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจึงถูกลิขิตให้เดินบนเส้นทางแห่งการล้างแค้นที่มิอาจหลีกเลี่ยง

ทว่าสวรรค์ยังเมตตา หรืออาจเป็นโชคชะตาที่เล่นตลก... เมื่อผู้ที่ยื่นมือเข้าฉุดรั้งเขาจากหุบเหวแห่งความตาย คือ เจียงเปี๋ยหลี ประมุขหอเชิญวิญญาณผู้เร้นกายจากยุทธภพ

สิบห้าปีแห่งการเคี่ยวกรำ เหอเสี่ยวอี๋ว์เติบใหญ่เป็นยอดฝีมือผู้กุมกระบี่อาบโลหิต ทว่าใต้เงาของคมดาบและความแค้น กลับมีความอบอุ่นอันลึกซึ้งที่คอยโอบประคองเขาทุกฝีก้าว...

"แม้ใต้หล้าจะหมายเอาชีวิตเจ้า ข้าก็จะขอเหยียบย่ำมันผู้ที่กล้าแตะต้องเจ้าให้แหลกลาญ... การแก้แค้นเป็นของเจ้า แต่หัวใจของเจ้าต้องเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว"

⚔️ สัมผัสเรื่องราวความรักที่งดงามท่ามกลางคาวเลือด เมื่อบุญคุณ ความแค้น และความรัก ถูกถักทอจนไม่อาจแยกขาดจากกัน

📜 แนะนำตัวละคร 📜

🌸 เหอเสี่ยวอี๋ว์ (นายเอก) นายน้อยแห่งสำนักฮว่าซานผู้แบกรับหนี้เลือด ภายนอกดูสงบนิ่ง วาจาหนักแน่นและตรงไปตรงมา ทว่าลึกลงไปกลับซ่อนแผลเป็นแห่งความสูญเสียไว้ ยามใดที่จิตใจว้าวุ่น ปลายนิ้วของเขามักจะเผลอลูบคลำด้ามกระบี่ข้างกายเสมอ... เขาพร้อมจะสู้ยิบตาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม แต่สิ่งเดียวที่เขากลัวจับใจ คือการต้องทนมองแผ่นหลังของเจียงเปี๋ยหลีเดินจากไป

🦅 เจียงเปี๋ยหลี (พระเอก) ประมุขหอเชิญวิญญาณผู้มีกลิ่นอายเยือกเย็น ทรงอำนาจและเด็ดขาด เขาไม่เคยแยแสกฎเกณฑ์หรือคุณธรรมน้ำมิตรใดในยุทธภพ โลกทั้งใบของเขาแคบเพียงพอให้เหอเสี่ยวอี๋ว์ยืนอยู่เพียงผู้เดียว ฝ่ามือที่เคยกวาดล้างค่ายสำนักอย่างโหดเหี้ยม กลับเป็นมือเดียวกับที่คอยรินชาและคีบกับข้าวใส่ชามให้เด็กหนุ่มอย่างทะนุถนอมที่สุด

🍃 หนานกงเอ้า จอมยุทธ์พเนจร สหายร่วมรบผู้มีรอยยิ้มประดับมุมปากเสมอ รักการร่ำสุราเป็นชีวิตจิตใจ มักใช้วาจายียวนกวนประสาทเพื่อกลบเกลื่อนความตึงเครียด และชอบกระเซ้าเย้าแหย่ให้เหอเสี่ยวอี๋ว์หลุดมาดขรึม (แม้จะต้องแลกกับการถูกสายตาเย็นเยียบของประมุขหอฟาดฟันใส่ก็ตาม)

💖 ฝากถึงรี้ดที่น่ารัก: นิยายเรื่องนี้ยังคงคอนเซปต์ "ฟีลกู๊ด คลั่งรัก อบอุ่น และยิ้มตามได้" ตามสไตล์ burins แน่นอนครับ! ใครที่ชอบพระเอกสายซัพพอร์ต ปกป้องเก่ง และรักนายเอกยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง รับรองว่าไม่ผิดหวัง

📌 หากถูกใจพล็อตเรื่องนี้ รบกวนกด "เพิ่มเข้าชั้น" 📚 และกด "หัวใจ" ❤️ เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดการอัปเดตตอนใหม่ๆ ขอบคุณมากครับ!

Tags: #นิยายวาย #พีเรียดจีน #จีนโบราณ #กำลังภายใน #พระเอกคลั่งรัก #นายเอกเก่ง #FeelGood #อบอุ่นหัวใจ #การล้างแค้น #หอเชิญวิญญาณ #สำนักฮว่าซาน #ราชวงศ์หมิง #พระเอกสายซัพพอร์ต #ยุทธภพ #นิยายวายฟีลกู๊ด #ละมุนหัวใจ #burins #อ่านง่ายยิ้มตามได้

chap-preview
Free preview
ตอนที่ 1 คืนโลหิตล้างฮว่าซาน
ยามห้าย (21.00-22.59 น.) อากาศบนยอดเขาฮว่าซานหนาวเหน็บจนเสียดกระดูก หิมะแรกของเหมันตฤดูโปรยปรายลงมาปกคลุมหลังคากระเบื้องเคลือบของอารามหลักจนขาวโพลน แสงจันทร์เสี้ยวสาดส่องลงมากระทบผืนหิมะ สะท้อนประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชรที่ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์ ทว่าภายใต้ความงดงามอันเงียบสงบนั้น กลับซุกซ่อนรังสีอำมหิตที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ภายในลานฝึกยุทธ์ด้านหลังสำนัก 'เหอเสี่ยวอี๋ว์' นายน้อยแห่งสำนักฮว่าซานในวัยสิบห้าปียังคงร่ายรำกระบี่ไม้อยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บ เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามกรอบหน้าผากที่ประดับด้วยไรผมสีนิล นัยน์ตากลมโตที่มักจะทอประกายสดใสเฉกเช่นเด็กหนุ่มทั่วไป บัดนี้กลับฉายแววมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว ปลายกระบี่ไม้ตวัดตัดแหวกอากาศครั้งแล้วครั้งเล่า เกิดเสียงแหวกอากาศดังขวับๆ อย่างต่อเนื่อง "ช้าไป ท่วงท่าของเจ้ายังมีช่องโหว่" เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้นจากระเบียงทางเดิน เหอเสี่ยวอี๋ว์ชะงักปลายกระบี่ หอบหายใจแผ่วเบา ก่อนจะหันไปประสานมือคารวะผู้เป็นบิดา 'เหอเจี้ยนอิง' เจ้าสำนักฮว่าซานผู้เลื่องชื่อ "ท่านพ่อ" เด็กหนุ่มเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ปลายนิ้วชี้ข้างขวาเผลอเลื่อนไปแตะลูบด้ามกระบี่ไม้ของตนเองซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัว มันเป็นนิสัยที่เขามักจะทำเสมอเวลาที่รู้สึกกดดันหรือกำลังใช้ความคิด เหอเจี้ยนอิงถอนหายใจยาว แววตาที่ทอดมองบุตรชายคนเดียวเต็มไปด้วยความรักและความกังวลที่ซ่อนเร้น "เพลงกระบี่ฮว่าซานเน้นความพลิ้วไหวและเด็ดขาด เจ้ามัวแต่พะวงกับการตั้งรับมากเกินไป หากเจอศัตรูที่มุ่งเอาชีวิต ความลังเลเพียงเสี้ยวลมหายใจก็ส่งเจ้าลงปรโลกได้แล้ว" "ลูกเพียงคิดว่า หากเราสามารถสยบการเคลื่อนไหวของศัตรูได้โดยไม่ต้องถึงขั้นเอาชีวิต ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า..." เหอเสี่ยวอี๋ว์ตอบเสียงแผ่ว ความเชื่อที่ว่าโลกใบนี้ยังมีเหตุผลและคุณธรรมฝังลึกอยู่ในใจของเด็กหนุ่มผู้เติบโตมาในเกราะกำบังอันอบอุ่น เจ้าสำนักฮว่าซานส่ายหน้าเชื่องช้า ก้าวเดินลงมาลูบศีรษะบุตรชายอย่างแผ่วเบา "เสี่ยวอี๋ว์เอ๋ย โลกภายนอกไม่ได้งดงามอย่างที่เจ้าคิด บางครั้ง... การออมมือให้ศัตรู ก็คือการยื่นดาบให้พวกมันกลับมาแทงคนในครอบครัวของเรา จำไว้ว่าความเมตตาต้องใช้ให้ถูกคน" เหอเสี่ยวอี๋ว์ช้อนตามองบิดา สัมผัสได้ถึงความนัยบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงนั้น ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยถามสิ่งใด เสียงฝีเท้าของม้าจำนวนนับไม่ถ้วนก็ดังกระหึ่มขึ้นจากตีนเขา ทำลายความเงียบสงบของยามวิกาลจนสิ้นซาก ตึง! ตึง! ตึง! เสียงระฆังเตือนภัยของสำนักดังกังวานก้องไปทั่วทั้งหุบเขา เสียงนั้นสั่นสะท้านและเร่งร้อนราวกับกำลังกรีดร้อง เหอเจี้ยนอิงหน้าเปลี่ยนสีทันที เขาดึงบุตรชายมาไว้ด้านหลัง มือหนาคว้ากระบี่ประจำกายที่เอวไว้แน่น "เกิดอะไรขึ้นขอรับท่านพ่อ!" เหอเสี่ยวอี๋ว์เบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวอย่างไม่อาจควบคุม "พวกมันมาแล้ว..." เหอเจี้ยนอิงกัดฟันกรอด แววตาแข็งกร้าวขึ้นมาในบัดดล "ตงฉ่าง!" คำว่า 'ตงฉ่าง' ราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางสติของเด็กหนุ่ม หน่วยงานลึกลับและเหี้ยมโหดของราชสำนักที่ขึ้นตรงต่อขันทีโฉด 'เฉาเทียนตู' เหตุใดพวกมันจึงกรีธาทัพมาเยือนสำนักฮว่าซานในยามวิกาลเช่นนี้ เพียงชั่วอึดใจ ประตูใหญ่ของสำนักก็ถูกกระแทกเปิดออกด้วยพลังปราณอันมหาศาล บานประตูไม้เนื้อแข็งแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มคนในชุดองครักษ์เสื้อแพรนับร้อยนาย มือหนึ่งถือคบเพลิงสว่างโร่ อีกมือหนึ่งกุมดาบโค้งที่สะท้อนแสงจันทร์เยียบเย็น นำหน้าขบวนมาคือชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีแดงสดปักลายมังกรกระหวัด สวมหมวกทรงสูง ใบหน้าขาวซีดไร้หนวดเครา ทว่าแววตากลับอำมหิตผิดมนุษย์ ขันทีผู้คุมกฎแห่งตงฉ่าง... จ้าวเหว่ย "สำนักฮว่าซานซ่องสุมกำลังคน ซ่อนเร้นคัมภีร์ต้องห้าม มีเจตนาก่อกบฏต่อราชบัลลังก์!" เสียงแหลมเล็กของขันทีจ้าวเหว่ยตวาดกร้าว ดังก้องไปทั่วลานกว้าง "ผู้บัญชาการเฉามีคำสั่ง... ฆ่าล้างสำนักฮว่าซาน ไม่ละเว้นแม้แต่สุนัขหรือไก่!" "เหลวไหล!" เหอเจี้ยนอิงทะยานร่างออกไปเบื้องหน้า เผชิญหน้ากับกองทหารนับร้อยอย่างไม่สะทกสะท้าน "สำนักฮว่าซานตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรม ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมืองในราชสำนัก ขันทีเฉาต้องการ 'คัมภีร์กระบี่เหิงซาน' ก็บอกมาตามตรง ไยต้องยัดข้อหากบฏเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ความมักใหญ่ใฝ่สูงของตนเอง!" "หึ บังอาจลบหลู่ท่านผู้บัญชาการ โทษตายไม่อาจละเว้น!" จ้าวเหว่ยแสยะยิ้มเย็นชา ยกมือขึ้นสะบัดเบาๆ "ฆ่า!" สิ้นคำสั่งแห่งมัจจุราช องครักษ์เสื้อแพรนับร้อยก็พุ่งตัวเข้าใส่ศิษย์สำนักฮว่าซานที่เพิ่งวิ่งออกมารวมตัวกันด้วยความตื่นตระหนก การสังหารหมู่เริ่มต้นขึ้นอย่างโหดเหี้ยม กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว หิมะสีขาวบริสุทธิ์ถูกย้อมด้วยสีแดงฉานจนกลายเป็นพรมโลหิต เสียงโห่ร้อง เสียงอาวุธปะทะกัน และเสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วหุบเขา เหอเสี่ยวอี๋ว์ยืนตัวแข็งทื่อ นัยน์ตาสั่นระริก ภาพศิษย์พี่ศิษย์น้องที่เคยร่วมฝึนซ้อม กินข้าว และหัวเราะด้วยกัน กำลังล้มตายลงทีละคนสองคน คมดาบของศัตรูฟาดฟันอย่างไร้ปรานี ตัดแขน ตัดขา ทะลวงขั้วหัวใจ โลหิตอุ่นๆ สาดกระเซ็นมาโดนเสี้ยวหน้าของเด็กหนุ่ม ความอุ่นวาบนั้นเรียกสติที่หลุดลอยให้กลับคืนมา "ไม่..." เหอเสี่ยวอี๋ว์พึมพำ นิ้วชี้บีบด้ามกระบี่ไม้ในมือจนข้อนิ้วขาวซีด เขาไม่อาจทนมองครอบครัวของตนถูกสังหารฝ่ายเดียวได้อีกต่อไป เด็กหนุ่มทะยานร่างเข้าสู่วงล้อมของศัตรู กระบี่ไม้ในมือแม้จะไร้คม ทว่าอัดแน่นไปด้วยลมปราณที่ฝึกปรือมาอย่างหนัก เขาตวัดกระบี่กระแทกเข้าที่ข้อมือขององครักษ์เสื้อแพรนายหนึ่งจนดาบหลุดจากมือ ก่อนจะหมุนตัวเตะอัดเข้าที่ยอดอกจนร่างนั้นกระเด็นออกไป ทว่าด้วยจำนวนศัตรูที่มหาศาลราวกับฝูงตั๊กแตน การกระทำของเขาจึงเป็นเพียงการขว้างก้อนหินลงในมหาสมุทร "เสี่ยวอี๋ว์! ถอยไป!" เหอเจี้ยนอิงตวาดลั่น ขณะที่กำลังรับมือกับยอดฝีมือของตงฉ่างถึงสามคนพร้อมกัน เจ้าสำนักฮว่าซานใช้ออกด้วยเพลงกระบี่ขั้นสูงสุด ปราณกระบี่สว่างวาบดุจสายฟ้า ทะลวงร่างศัตรูไปหลายสิบคน ทว่าบาดแผลบนร่างของเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน "ข้าไม่ถอย!" เหอเสี่ยวอี๋ว์กัดฟันสู้ เขาปัดป้องคมดาบที่ฟาดฟันเข้ามาจากทุกทิศทาง บาดแผลแรกปรากฏขึ้นที่หัวไหล่ซ้ายเมื่อเขาหลบดาบของศัตรูไม่พ้น ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่ความโกรธแค้นและความหวาดกลัวที่จะสูญเสียมีมากกว่า เขาตวัดกระบี่ไม้กลับไป กระแทกเข้าที่จุดตายบริเวณลำคอของศัตรูจนทรุดลงไปกองกับพื้น นี่เป็นการสังหารคนครั้งแรกของเขา มือของเด็กหนุ่มสั่นเทาเล็กน้อย ทว่าไม่มีเวลาให้ลังเล ศัตรูคนใหม่พุ่งเข้ามาแทนที่ทันที "ท่านอาจารย์!" เสียงตะโกนของ 'กงซุนเสวี่ยหลิ่ว' ศิษย์พี่หญิงคนโตของสำนักดังขึ้น เธอทะยานร่างเข้ามาพร้อมกระบี่คู่ใจ สังหารศัตรูรอบกายเหอเสี่ยวอี๋ว์เพื่อเปิดทาง "นายน้อย ท่านต้องหนีไป! สำนักเราต้านไว้ไม่อยู่แล้ว!" "ศิษย์พี่หญิง! ข้าจะไม่ทิ้งทุกคนไป!" เหอเสี่ยวอี๋ว์ดื้อดึง เขาตั้งท่าเตรียมพุ่งเข้าไปช่วยบิดา ทว่ากงซุนเสวี่ยหลิ่วกลับคว้าคอเสื้อของเขาไว้แน่น "นี่ไม่ใช่เวลามาทำตัวเป็นฮีโร่!" เธอตวาด น้ำตาอาบสองแก้มที่เปื้อนเลือด "ท่านอาจารย์สั่งให้ข้าพาเจ้าหนี เจ้าคือความหวังเดียวของฮว่าซาน หากเจ้าตาย คัมภีร์กระบี่ก็สูญสิ้น ความแค้นของพวกเราก็จะถูกฝังกลบไปตลอดกาล! ไปซะ!" กงซุนเสวี่ยหลิ่วออกแรงผลักร่างของเหอเสี่ยวอี๋ว์อย่างแรงจนเด็กหนุ่มเซถลาไปทางด้านหลังของอาราม ก่อนที่เธอจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่กรูกันเข้ามา ปิดกั้นเส้นทางไม่ให้พวกมันตามเขาไปได้ "ศิษย์พี่หญิง!" เหอเสี่ยวอี๋ว์ร้องลั่น น้ำตาแห่งความอัดอั้นไหลทะลักออกมา เขาอยากจะวิ่งกลับไปสู้ตายเคียงข้างทุกคน ทว่าคำพูดของศัตรูและภาพบิดาที่กำลังอาบเลือดต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว ดึงรั้งสติของเขาไว้ หากเขาตายที่นี่ ทุกอย่างจะจบสิ้นจริงๆ เหอเสี่ยวอี๋ว์กัดริมฝีปากจนห้อเลือด หันหลังวิ่งหนีเข้าไปในป่าทึบด้านหลังภูเขาฮว่าซานอย่างสุดกำลัง เสียงปะทะดาบและเสียงกรีดร้องค่อยๆ ห่างออกไป ทว่ามันกลับดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวใจของเขาอย่างไม่อาจลบเลือน ลมหนาวยามดึกพัดกรีดผิวหนังจนแสบร้อน เหอเสี่ยวอี๋ว์วิ่งลัดเลาะไปตามแนวป่าที่มืดมิด หิมะที่กัดกินรองเท้าผ้าใบจนเปียกชุ่มทำให้ฝีเท้าของเขาหนักอึ้ง บาดแผลที่ไหล่ซ้ายยังคงหลั่งเลือดออกมาไม่หยุด หยดเลือดสีแดงเข้มร่วงหล่นลงบนหิมะสีขาว เป็นร่องรอยชั้นดีให้หมาล่าเนื้อตามกลิ่นมาได้ "มันอยู่นั่น! ตามไป!" เสียงตะโกนขององครักษ์เสื้อแพรดังแว่วมาจากด้านหลัง พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สว่างวาบขึ้นในความมืด เหอเสี่ยวอี๋ว์รีบเร่งฝีเท้า ทว่าร่างกายของเด็กหนุ่มวัยสิบห้าที่บอบช้ำและสูญเสียเลือดไปมากเริ่มถึงขีดจำกัด การฝึกฝนวรยุทธ์แม้อยู่ในระดับแนวหน้าของรุ่นเยาว์ แต่ก็ไม่อาจเทียบได้กับมือสังหารที่ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน ลมหายใจของเขาหอบถี่ หน้าอกปวดร้าวราวกับจะปริแตก เขาตัดสินใจวิ่งมุ่งหน้าไปยัง 'ยอดเขาผาดำ' สถานที่ต้องห้ามของสำนักฮว่าซาน เบื้องหน้าคือหน้าผาสูงชันที่เบื้องล่างเป็นหุบเหวไร้ก้น เหวที่ถูกเล่าขานว่าแม้แต่นกอินทรีก็ไม่อาจบินข้าม และผู้ที่ตกลงไปไม่มีใครเคยรอดชีวิตกลับมา เมื่อก้าวเท้ามาถึงริมหน้าผา ลมกรรโชกแรงพัดตีหน้าจนผมเผ้ายุ่งเหยิง เหอเสี่ยวอี๋ว์หันหลังกลับไปมอง เบื้องหน้าคือองครักษ์เสื้อแพรนับสิบคนที่ตีวงล้อมเข้ามาอย่างช้าๆ พวกมันแสยะยิ้มเย้ยหยันราวกับมองเห็นลูกแกะที่จนตรอก "หนีไม่พ้นแล้วนายน้อยเหอ ยอมจำนนซะดีๆ ขันทีจ้าวอาจจะเมตตาให้เจ้าตายอย่างศพไม่แยกส่วน" หนึ่งในองครักษ์เอ่ยเสียงเหี้ยม เหอเสี่ยวอี๋ว์หอบหายใจหนัก นัยน์ตาที่เคยสั่นไหวด้วยความกลัว บัดนี้กลับนิ่งสงบและเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง เขายกกระบี่ไม้ที่ชุ่มไปด้วยเลือดขึ้นมาตั้งท่า ปลายกระบี่ชี้ตรงไปยังศัตรู "คนของฮว่าซาน มีแต่ตายอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่มีวันก้มหัวเป็นสุนัขรับใช้พวกสวะตงฉ่าง!" เด็กหนุ่มตวาดกร้าว รวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่พุ่งตัวเข้าใส่ศัตรู แม้รู้ว่านี่คือการเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง แต่เขาจะไม่ยอมให้พวกมันจับตัวไปทรมานหรือใช้เป็นเครื่องมือต่อรองกับบิดาเด็ดขาด การต่อสู้ที่ริมหน้าผาเป็นไปอย่างดุเดือด เหอเสี่ยวอี๋ว์ใช้ท่วงท่าที่พลิ้วไหวหลบหลีกคมดาบ ทว่าด้วยพละกำลังที่ถดถอย ทำให้เขาถูกเตะอัดเข้าที่กลางหลังอย่างจัง ร่างของเด็หนุ่มกระเด็นลอยไปกระแทกกับโขดหินริมหน้าผา กระอักเลือดคำโตออกมาเปื้อนเสื้อผ้าไหมสีอ่อนจนแดงฉาน กระบี่ไม้ในมือหักสะบั้นลงพร้อมกับเรี่ยวแรงที่เหือดหาย เหอเสี่ยวอี๋ว์พยายามยันกายลุกขึ้น ทว่าองครักษ์เสื้อแพรคนหนึ่งก้าวเข้ามา เหยียบลงบนฝ่ามือของเขาอย่างแรงจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น "อึก..." เหอเสี่ยวอี๋ว์กัดฟันแน่น ไม่ยอมเปล่งเสียงร้องขอความเมตตาแม้แต่ครึ่งคำ เขามองหน้าศัตรูด้วยสายตาเคียดแค้น ชิงชัง ราวกับจะสลักใบหน้าของพวกมันลงในวิญญาณ "ปากดีนักนะ งั้นก็ลงไปเฝ้ายมบาลซะเถอะ!" องครักษ์ผู้นั้นเงื้อดาบขึ้นสูง หมายจะบั่นคอเด็กหนุ่มให้ขาดสะบั้น ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย เหอเสี่ยวอี๋ว์ตัดสินใจใช้แรงเฮือกสุดท้าย พลิกตัวกลิ้งหลบคมดาบ ร่างของเขาไถลลื่นไปตามพื้นหิมะที่ลาดชัน ก่อนจะร่วงหล่นลงสู่ความว่างเปล่าเบื้องล่าง "เฮ้ย!" องครักษ์เสื้อแพรชะงัก รีบชะโงกหน้าลงไปมองหุบเหวที่มืดมิด ทว่าไม่เห็นสิ่งใดนอกจากหมอกหนาทึบและเสียงลมพัดหวิว "มันตกเหวไปแล้ว!" "ชิ! เหวลึกขนาดนี้ ตกลงไปคงแหลกเป็นชิ้นๆ กลับไปรายงานท่านจ้าวเหว่ยว่านายน้อยฮว่าซานตายแล้ว" เสียงฝีเท้าของศัตรูค่อยๆ ห่างออกไป ทิ้งไว้เพียงรอยเลือดประปรายบนหน้าผาที่เงียบเหงา ทางด้านของเหอเสี่ยวอี๋ว์ ร่างของเขากำลังร่วงหล่นลงสู่หุบเหวลึกด้วยความเร็วสูง สายลมกรีดร้องอยู่ข้างหู ความหนาวเย็นแทรกซึมเข้าสู่กระดูก สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางลงทุกขณะ ภาพใบหน้าของบิดา รอยยิ้มของศัตรูพี่หญิง และกลิ่นเลือดที่คละคลุ้งในสำนัก วนเวียนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา 'ข้ายังไม่อยากตาย...' เด็กหนุ่มหลับตาลง หยาดน้ำตาแห่งความแค้นและความเจ็บปวดไหลรินออกจากหางตา ลอยขึ้นสู่เบื้องบนแข่งกับแรงโน้มถ่วง 'หากสวรรค์มีตา... หากข้ารอดไปได้... ข้าจะขอชำระหนี้เลือดครั้งนี้ ให้พวกมันต้องชดใช้อย่างสาสม!' สติของเขากำลังจะดับวูบลงสู่อนธการ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเหว กลับปรากฏเงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นมาจากเบื้องล่าง รวดเร็วดุจพญามังกรที่แหวกว่ายในชั้นเมฆ กลิ่นหอมเย็นเยียบของดอกเหมยผสมผสานกับกลิ่นอายสังหารอันคุ้นเคย ลอยมากระทบจมูก ทันใดนั้น ร่างที่กำลังร่วงหล่นอย่างอิสระของเขาก็ถูกโอบอุ้มไว้ด้วยวงแขนแกร่งที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อคลุมสีนิลอันกว้างใหญ่ สัมผัสนั้นเย็นเฉียบ ทว่ากลับให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด แรงปะทะจากการตกถูกสลายไปจนสิ้นด้วยลมปราณอันลึกล้ำของผู้ที่มารับตัวเขาไว้ เหอเสี่ยวอี๋ว์พยายามปรือตาขึ้นมองฝ่าความมืด สิ่งสุดท้ายที่เขามองเห็นก่อนที่สติจะดับวูบไปอย่างสมบูรณ์ คือปลายคางได้รูปและดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่สุกสกาวในความมืด ดวงตาคู่นั้นทอดมองลงมาที่เขา... ด้วยแววตาที่สงบนิ่ง ทว่าซุกซ่อนความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจคาดเดา "หลับตาเสียเถิด..." น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ดังแว่วเข้ามากระทบโสตประสาท เป็นประโยคสั้นๆ ที่ราวกับมีมนต์ขลัง สะกดให้ความหวาดกลัวทั้งมวลในใจของเด็กหนุ่มมลายหายไป ร่างในชุดดำทะยานพลิกตัวกลางอากาศ เพียงการแตะปลายเท้าลงบนชะง่อนหินเล็กๆ ข้างหน้าผาเบาๆ ร่างของคนทั้งสองก็พุ่งทะยานหายเข้าไปในม่านหมอกเบื้องล่างอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันของหุบเหวผาดำ ที่กำลังจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานบทใหม่... ตำนานแห่งการล้างแค้นและสายใยที่พันผูกวิญญาณสองดวงไว้ด้วยกันชั่วนิรันดร์

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

Unscentable

read
2.1M
bc

He's an Alpha: She doesn't Care

read
853.4K
bc

Claimed by the Biker Giant

read
2.1M
bc

Holiday Hockey Tale: The Icebreaker's Impasse

read
1.0M
bc

A Warrior's Second Chance

read
392.0K
bc

Not just, the Beta

read
365.5K
bc

The Broken Wolf

read
1.2M

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook