กลิ่นเลือดและกลิ่นหอมของเจ้า

1234 Words
คืนนั้นทั้งเมืองปั่นป่วน เสียงระฆังเตือนภัยดังจากทิศตะวันตก ทหารจำนวนมากออกลาดตระเวน หลินเยว่ยืนอยู่ในเรือน ใจไม่สงบ จู่ ๆ หน้าต่างถูกผลักเปิดแรง ร่างสูงในชุดสีเข้มก้าวเข้ามา เสื้อคลุมเปื้อนเลือด “ทะ—ท่าน?!” เขาทรุดลงทันที เลือดสีแดงสดไหลจากสีข้าง “พ่อเจ้า…เก่งกว่าที่คิด” หัวใจนางหล่นวูบ “ท่านบาดเจ็บเพราะพ่อข้า?!” เขายิ้มจาง ๆ “ข้าไม่ตั้งใจสู้เต็มกำลัง” “เหตุใด!” “เพราะข้าไม่อยากฆ่าเขา…ต่อหน้าเจ้า” คำพูดนั้นทำให้นางมือสั่น “นั่งลง! ข้าจะดูแผลให้!” เขาพยายามลุกหนี “ข้าไม่ควรอยู่ที่นี่” “แล้วท่านจะไปไหนในสภาพนี้!” นางดึงเขาให้นั่งบนเตียง มือเล็ก ๆ สั่นขณะฉีกผ้าออก ทันทีที่เห็นแผลลึก นางสูดหายใจแรง “โดนดาบอาคม…” เขามองนางเงียบ ๆ “กลัวหรือ” “ข้ากลัวว่าท่านจะตาย!” คำตอบนั้นทำให้แววตาเขาเปลี่ยน นางรีบหยิบผ้าชุบน้ำเช็ดเลือด มือของนางแตะผิวเขาโดยตรง ร่างเขากระตุกเล็กน้อย “เจ็บหรือ” “ไม่” “โกหก ข้ารู้” นางก้มหน้าใกล้มาก ผมของนางแตะหน้าอกเขา กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยเข้าจมูกเขา หัวใจของจิ้งจอกเก้าหางเริ่มเต้นแรงผิดปกติ “เยว่…” “หืม?” “อย่าใกล้ข้าเกินไป” นางเงยหน้า ปลายจมูกแทบชนกัน “ทำไม” เสียงเขาแหบลง “ข้าไม่ใช่มนุษย์” “ข้ารู้” “เลือดข้าอาจทำร้ายเจ้า” นางส่ายหน้า “ข้าไม่เคยกลัวท่าน” ประโยคนั้นเหมือนทำให้บางอย่างในตัวเขาสั่นไหว ทันใดนั้น— พลังสีเงินพุ่งวูบ เงาหางจิ้งจอกปรากฏออกมาทีละเส้น หนึ่ง…สอง…สาม… จนเก้าหางเต็มห้อง เยว่หลิงอึ้ง “ทะ—ท่านควบคุมพลังไม่ได้หรือ” “กลิ่นเลือด…ทำให้ข้าคลุ้มคลั่ง” เสียงเขาต่ำและหนัก ดวงตาสีฟ้าครามเปลี่ยนเป็นเรืองแสง เขาจับข้อมือนางแน่นโดยไม่ตั้งใจ “ข้าควรไป…” “ไม่!” นางจับใบหน้าเขาไว้ “มองข้า” เขาชะงัก “มองข้า ไม่ใช่เลือด” เสียงนางสั่น แต่มั่นคง “ท่านไม่ใช่สัตว์ป่า…ท่านคือคนที่ข้าช่วยไว้” คำพูดนั้นเหมือนสายโซ่ดึงสติกลับมา แสงในดวงตาค่อย ๆ จางลง หางทั้งเก้าค่อย ๆ หายไป เขาทรุดตัวลง หอบเบา ๆ นางรีบประคอง “ข้าอยู่ตรงนี้” เขามองนางลึก ๆ “เจ้าควรกลัวข้า” “แล้วท่านควรกลัวข้าหรือไม่” เขาเลิกคิ้ว “เหตุใด” นางยิ้มบาง “ข้าเป็นลูกสาวนักล่าภูต” เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงนั้นอบอุ่นกว่าที่เคย “ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ยอมให้เจ้าล่า” หัวใจนางเต้นแรง “ล่าอะไร” เขาเอื้อมมือแตะปลายนิ้วนาง “ล่าหัวใจข้า” แก้มนางร้อนผ่าวทันที “ทะ—ท่านพูดอะไร!” เขาดึงนางเข้ามาใกล้ช้า ๆ แต่ไม่เร่งร้อน “เยว่…ข้าอยู่ใกล้เจ้ามากขึ้นทุกวัน” “แล้ว…” “ข้าเริ่มไม่แน่ใจว่า ข้ากลับมาเพื่อตอบแทนบุญคุณ…หรือเพราะข้าคิดถึงเจ้าจริง ๆ” ลมหายใจทั้งสองผสมกัน เขาก้มลงช้า ๆ ริมฝีปากแทบแตะกัน แต่นางยกมือวางบนอกเขาเบา ๆ “ท่านยังบาดเจ็บอยู่” เขายิ้ม “เจ้าเป็นคนเดียวที่ทำให้ข้าเจ็บ…และทำให้ข้ารู้สึกดีในเวลาเดียวกัน” นางหน้าแดงจัด สุดท้ายเขาเพียงก้มจูบหลังมือนางแผ่วเบา “คืนนี้…ให้ข้าอยู่ที่นี่ได้หรือไม่” หัวใจนางเต้นแรง “…อยู่ได้” คืนนั้น จิ้งจอกเก้าหางนอนอยู่ข้างเตียง ส่วนนางนั่งเฝ้าจนเผลอหลับคาแขนเขา และเป็นครั้งแรก ที่เขาไม่คิดหนี รุ่งเช้า— เสียงเคาะประตูดังแรงผิดปกติ “คุณหนู! แม่ทัพจะเข้าตรวจเรือน!” หลินเยว่สะดุ้งตื่นทันที ชายผมเงินที่นอนพิงหัวเตียงลืมตาขึ้นช้า ๆ “พ่อข้า…” กลิ่นอาคมเริ่มลอยมากับลม เขาขมวดคิ้ว “เขาพกยันต์ตรวจจับภูต” หัวใจนางเต้นแรง “ท่านซ่อนพลังได้หรือไม่” “ในสภาพนี้…ยาก” เสียงฝีเท้าหนักใกล้เข้ามา หลินเยว่ตัดสินใจทันที “ขึ้นมา” “อะไรนะ” “ขึ้นเตียง ข้างใน!” นางผลักเขาลงไป ดึงผ้าห่มคลุม จากนั้นปีนขึ้นไปนั่งคร่อมเขาอย่างไม่ทันคิด เขาชะงัก “เจ้า—” “เงียบ!” นางกดมือบนอกเขา หัวใจทั้งสองเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา ประตูเปิดผาง แม่ทัพหลินก้าวเข้ามา ดวงตาคมกริบ “เยว่เอ๋อร์ เจ้าได้ยินอะไรเมื่อคืนหรือไม่” นางสูดลมหายใจลึก “มิได้เพคะ ข้านอนเร็ว” กลิ่นอาคมลอยเข้ามาใกล้ ใต้ผ้าห่ม ร่างของจิ้งจอกเก้าหางแน่นร้อนผิดปกติ พลังในตัวเขาถูกกดไว้เต็มที่ มือของเขาเผลอจับเอวบางของนางแน่นขึ้น นางสะดุ้งเล็กน้อย “เจ้าไม่สบายหรือ” พ่อถามทันที “ข้า—ข้าเพียงหนาวเพคะ” “กลางวันเช่นนี้?” เขาก้าวเข้ามาใกล้เตียง จิ้งจอกกระซิบเบา ๆ ใต้ผ้าห่ม “อย่าขยับ” ลมหายใจเขาร้อนรินผ่านผิวหน้าท้องนาง ทำให้นางหน้าแดงจนควบคุมยาก แม่ทัพหยิบยันต์ขึ้นมา ยันต์เรืองแสงเล็กน้อย เขาหรี่ตา “ข้ามีกลิ่นภูต” หลินเยว่รีบเอนตัวลง แนบอกชิดร่างที่ซ่อนอยู่มากขึ้น “พ่อคงเหนื่อยเกินไปเพคะ” แม่ทัพจ้องนิ่ง ใต้ผ้าห่ม— จิ้งจอกเก้าหางกระซิบ “เจ้าตัวสั่น” “ก็เพราะท่าน—” เขาหัวเราะเบา ๆ “ข้าควบคุมไม่ให้หางออกมาอยู่” นางเบิกตา “อย่าเพิ่ง!” ทันใดนั้น— ยันต์ในมือแม่ทัพดับวูบ เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลดมือลง “คงเป็นเพราะเมื่อคืนข้าสู้กับปีศาจแรงเกินไป” หลินเยว่พยักหน้าอย่างพยายามสงบ ในที่สุด แม่ทัพก็หันหลังออกจากห้อง ประตูปิดลง เงียบ… นางผ่อนลมหายใจยาว แล้วเพิ่งรู้ว่าตัวเองยังคร่อมเขาอยู่ สายตาสีฟ้าครามมองนางใกล้เกินไป “ลงได้หรือยัง” เสียงเขาแหบต่ำ นางรีบขยับลง แต่ข้อมือถูกจับไว้ “เดี๋ยว” หัวใจเต้นแรงอีกครั้ง “เมื่อครู่…” “อะไร” “เจ้าปกป้องข้า” นางเม้มปาก “ท่านก็ปกป้องข้าเหมือนกัน” เขายิ้มบาง “แต่ข้าเริ่มอยากให้เจ้าปกป้องข้าในฐานะอื่น” แก้มนางร้อนวูบ “ฐานะอะไร” เขาดึงนางเข้าใกล้อีกครั้ง หน้าผากชนกัน “คนที่ข้ารัก” คำพูดนั้นทำให้เวลาหยุดนิ่ง “ท่าน…แน่ใจหรือ” “พันปีที่แล้ว ข้าจำเพียงเด็กหญิงผู้ใจดี” เสียงเขาอ่อนลง “แต่ตอนนี้ ข้าจำได้ว่าข้าหลงรักผู้หญิงตรงหน้า” ลมหายใจอุ่นผสานกัน เขาไม่รีบร้อน เพียงเอื้อมมือแตะแก้มนางเบา ๆ “ข้าไม่เร่งเจ้า” “แต่ข้าจะไม่ถอย” นางมองเขา หัวใจที่เคยสับสนเริ่มชัดขึ้นทีละน้อย “ถ้าพ่อข้ารู้…” “ข้าจะยืนต่อหน้าเขา” “ถ้าท่านต้องสู้กับเขา” ดวงตาเขานิ่งจริงจัง “ข้าจะเลือกวิธีที่ไม่ทำให้เจ้าร้องไห้” คำตอบนั้นทำให้น้ำตานางคลอ นางยื่นมือโอบคอเขาเบา ๆ “งั้นท่านต้องมีชีวิตอยู่” เขากระซิบตอบ “เพราะเจ้าสั่ง ข้าจะอยู่” และครั้งนี้— เขาก้มลงจูบหน้าผากนางช้า ๆ ยาวนาน อ่อนโยน ไม่ใช่เพราะความคลุ้มคลั่งของภูต แต่เพราะหัวใจของผู้ชายคนหนึ่ง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD