กำเนิดจิ้งจอกน้อย
หนึ่งพันปีก่อน
ยุคที่ภูตผีและมนุษย์ยังอยู่ใกล้กันกว่าที่คิด
กลางป่าหมอกหนาทึบ เด็กหญิงในชุดผ้าไหมสีอ่อนกำลังวิ่งตามเสียงร้องแผ่วเบา
“เสียงอะไรนะ…”
นางผลักพุ่มไม้แหวกทาง
แล้วก็ต้องชะงัก
จิ้งจอกตัวเล็กสีขาวเงิน ถูกวางกับดักเหล็กหนีบขาไว้
เลือดซึมแดงขนบริสุทธิ์
ดวงตาสีฟ้าครามของมันมองนาง…ไม่ใช่แววดุร้าย แต่เป็นความกลัว
“โอ๊ย…เจ็บมากใช่ไหม”
เด็กหญิงคุกเข่าลงอย่างไม่ลังเล
“พ่อของข้าวางกับดักไว้จับภูต…ถ้าท่านถูกจับได้ ท่านจะต้องตายแน่”
จิ้งจอกตัวน้อยพยายามขยับ แต่ขาถูกหนีบแน่น
เสียงฝีเท้าหนักดังมาจากอีกฝั่งของป่า
“อาหลิน! เจ้าอยู่ไหน!”
นางสะดุ้ง
“พ่อกำลังมา…”
ดวงตานางลังเลเพียงครู่เดียว
จากนั้นก้มลงปลดกับดักด้วยมือเล็ก ๆ ของตน
เหล็กบาดมือจนเลือดซึม
จิ้งจอกเงยหน้ามอง
“หนีไปให้ไกล…อย่าให้พ่อข้าจับได้อีก”
นางอุ้มมันออกจากกับดัก วางลงบนพื้นหญ้า
“ไปสิ! วิ่งไป!”
จิ้งจอกยังไม่ขยับ
เด็กหญิงน้ำตาคลอ
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าฟังรู้เรื่องหรือไม่…แต่ถ้าเจ้าอยากมีชีวิตอยู่…หนีไป”
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา
จิ้งจอกตัวน้อยค่อย ๆ ลุก
ก่อนจะหันมามองนางอีกครั้ง
แววตานั้น…เหมือนกำลังจดจำ
แล้วมันก็วิ่งหายไปในหมอก
พ่อของนางมาถึงพอดี
“กับดักถูกเปิด?! เจ้าเห็นอะไรหรือไม่!”
เด็กหญิงส่ายหน้า
“ไม่มีอะไรเพคะ…อาจเป็นสัตว์เล็กธรรมดา”
พ่อจ้องลึกเหมือนจะอ่านใจ
แต่สุดท้ายก็พานางกลับไป
ค่ำคืนนั้น
ใต้แสงจันทร์สีเงิน
จิ้งจอกตัวน้อยยืนอยู่บนโขดหินสูง
มองไปยังหมู่บ้านของนาง
เลือดที่ขาหยุดไหลแล้ว
แต่รอยแผลยังอยู่
มันหรี่ตาแน่วแน่
หากข้ามีชีวิตรอด…
หากวันหนึ่งข้าบำเพ็ญจนกลายเป็นมนุษย์ได้…
ข้าจะกลับมา
⸻
หนึ่งพันปีต่อมา
เมืองหลวงตระกูลหลิน
คุณหนูหลินเยว่ ผู้มีดวงตาใสซื่อ กำลังเดินผ่านตลาด
นางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของแม่ทัพหลิน ผู้มีชื่อเสียงด้านการล่าภูต
“คุณหนู ระวังเจ้าค่ะ คนเยอะมาก”
สาวใช้เตือน
จู่ ๆ ลมแรงพัดวูบ
กลีบดอกท้อปลิวเต็มฟ้า
ชายหนุ่มผู้หนึ่งปรากฏกายกลางฝูงชน
ผมยาวสีเงินดุจแสงจันทร์
ดวงตาสีฟ้าครามเย็นเยียบ
ใบหน้าคมคายราวภาพวาด
สายตาของเขาหยุดลงที่นาง
หลินเยว่สะดุดสายตาเข้าอย่างจัง
หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้สาเหตุ
ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ
“ในที่สุด…ข้าก็พบเจ้าอีกครั้ง”
นางกะพริบตา
“ท่านรู้จักข้าหรือ”
เขาเดินเข้ามาใกล้
จนกลิ่นหอมเย็นคล้ายหิมะแผ่วเบาล้อมรอบ
“หนึ่งพันปีแล้ว…เจ้าจำข้าไม่ได้ก็ไม่แปลก”
นางขมวดคิ้ว
“หนึ่งพันปี? ท่านพูดอะไร”
ดวงตาสีฟ้าครามนั้นลึกเกินมนุษย์
“ข้าคือจิ้งจอกตัวน้อย…ที่เจ้าปล่อยไปใต้แสงจันทร์”
หัวใจนางสั่น
“ท่านล้อเล่นหรือไม่”
เขายื่นมือออกมา
ปลายนิ้วแตะรอยแผลจาง ๆ บนฝ่ามือนาง
“รอยนี้…เกิดจากกับดักเหล็กวันนั้น”
นางเบิกตา
ใช่…นางมีรอยแผลเป็นเล็ก ๆ ตั้งแต่เด็ก
ไม่มีใครรู้สาเหตุชัดเจน
“ข้าบำเพ็ญตนพันปี
กลายเป็นจิ้งจอกเก้าหาง”
ลมพัดอีกครั้ง
เงาหางสีเงินโปร่งใสปรากฏด้านหลังเขาชั่วครู่
ผู้คนรอบข้างเหมือนไม่เห็น
“ข้ากลับมา…เพื่อตอบแทนบุญคุณ”
เขาจ้องลึก
“และเพื่อปกป้องเจ้า”
หลินเยว่กลืนน้ำลาย
“จากอะไร…”
ชายหนุ่มหันมองไปยังวังหลวงไกลลิบ
“จากชะตากรรมที่พ่อเจ้ากำลังสร้าง”
สายตาเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง
“ตระกูลหลินกำลังล่าภูตระดับสูง
และข้า…คือหนึ่งในนั้น”
ลมหายใจของนางสะดุด
“พ่อข้า…จะฆ่าท่านหรือ”
เขายิ้มบาง
“ถ้าข้าไม่ฆ่าเขาก่อน”
นางรีบส่ายหน้า
“อย่าพูดเช่นนั้น!”
เขามองนางนิ่ง
ก่อนเสียงจะอ่อนลง
“ข้าไม่อยากเป็นศัตรูกับเจ้า”
หัวใจทั้งสองเต้นสวนกัน
ระหว่างพันธะบุญคุณ
กับชะตาที่กำลังปะทะ
ใต้ฟ้าเดียวกัน
ความรักกำลังเริ่มต้น…
ท่ามกลางเลือดและหางทั้งเก้าที่ซ่อนอยู่ในเงา
หลังจากวันนั้น…
หลินเยว่พยายามบอกตัวเองว่า
“มันคงเป็นเพียงคนบ้า”
แต่คืนแรกที่นางหลับ—
เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหู
“เจ้าชอบเปิดหน้าต่างนอนเหมือนเดิม”
นางสะดุ้งลืมตา
ชายผมเงินนั่งอยู่บนขอบหน้าต่าง
แสงจันทร์ส่องกระทบเส้นผมของเขา
“ทะ—ท่านเข้ามาได้อย่างไร!”
เขายิ้มบาง
“กำแพงมนุษย์กันข้าไม่ได้”
“นี่มันเรือนสตรีนะ!”
“ข้ารู้”
คำตอบเรียบเฉยทำให้นางหน้าแดง
“ออกไปเดี๋ยวนี้!”
เขาไม่ขยับ
“ข้ามาเตือนเจ้า”
“เตือนอะไรอีก”
“คืนนี้พ่อเจ้าจะนำทหารไปล่าภูตทางทิศตะวันตก
มีปีศาจเสือระดับพันปีอยู่”
นางนิ่ง
“ท่าน…กังวล?”
“ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องเห็นเลือดอีก”
หัวใจนางสะท้านเบา ๆ
เขาเดินเข้ามาใกล้
ใกล้จนได้ยินลมหายใจ
“หรือเจ้าอยากเห็นเลือดของข้า”
“ข้าไม่เคยอยากให้ใครตาย…”
เสียงนางเบาลง
ดวงตาเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“นั่นแหละเหตุผลที่ข้ากลับมา”
นางเงยหน้ามอง
“ท่านอยู่ใกล้ข้าเกินไปแล้ว”
“ข้าจงใจ”
คำตอบนั้นทำให้นางใจเต้นผิดจังหวะ
⸻
ความสับสนเริ่มชัดเจน
วันต่อมา
หลินเยว่ไปศาลเจ้าตามปกติ
แต่พบว่าเขายืนรออยู่ใต้ต้นท้อ
“ท่านตามข้ามาอีกแล้ว”
“ข้าไม่ได้ตาม ข้าเฝ้า”
“ต่างกันอย่างไร”
“ตามคือเพราะอยากได้
เฝ้าคือเพราะอยากปกป้อง”
คำพูดนั้นทำให้นางเงียบ
ตั้งแต่เขาปรากฏตัว
เขาโผล่มาทุกที่
ตลาด
สวนดอกไม้
ศาลเจ้า
แม้แต่ริมสระบัว
ทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้นาง
เขาจะยืนมองนิ่ง ๆ
ไม่พูด
แต่บรรยากาศรอบตัวเย็นลงทันที
ครั้งหนึ่ง ขุนนางหนุ่มทักนางว่า
“คุณหนูหลิน วันนี้งดงามยิ่งนัก—”
จู่ ๆ ลมแรงพัดจนหมวกขุนนางปลิว
ชายผมเงินยืนอยู่ด้านหลัง
“ท่านเป็นใคร”
ขุนนางถามเสียงแข็ง
เขาตอบเรียบ ๆ
“คนของนาง”
หลินเยว่หน้าแดงทันที
“ใครเป็นคนของใคร!”
เขาหันมามองนาง
“เจ้าไม่ชอบ?”
คำถามตรงเกินไป
นางพูดไม่ออก
⸻
หัวใจที่เริ่มเปลี่ยน
คืนหนึ่งฝนตกหนัก
ฟ้าร้องดังจนเรือนสั่น
หลินเยว่สะดุ้งตื่น
ความทรงจำวัยเด็กผุดขึ้น—
คืนที่ปล่อยจิ้งจอกตัวนั้น
ทันใดนั้น
แขนแข็งแรงโอบนางจากด้านหลัง
“ไม่ต้องกลัว”
นางหันขวับ
“ทะ—ท่าน!”
“ข้าบอกแล้ว ข้าเฝ้า”
“นี่มันไม่เหมาะสม!”
เขาไม่ได้ปล่อย
แต่โอบแน่นขึ้นเล็กน้อย
“เจ้าตัวสั่น”
เสียงเขาเบากว่าทุกครั้ง
“ข้าไม่อยากเห็นเจ้ากลัว”
นางพยายามผลัก
แต่พอฝนฟ้าคำรามอีกครั้ง
นางเผลอซบอกเขาโดยไม่รู้ตัว
นิ่งไปทั้งคู่
หัวใจของเขาเต้นชัดเจน
ไม่ใช่เสียงปีศาจ
แต่เป็นเสียงของผู้ชายคนหนึ่ง
“ท่าน…”
“อืม”
“ข้า…ไม่รู้ว่าควรกลัวท่าน หรือไว้ใจท่าน”
เขาหัวเราะแผ่ว
“งั้นก็สับสนไปก่อน”
เขายกมือลูบผมนางเบา ๆ
“ข้าจะอยู่จนกว่าเจ้าจะเลือกได้”
นั่นแหละจุดที่ “ความสับสนหัวใจ” เริ่มต้นจริง ๆ
ไม่ใช่เพราะเขาเป็นปีศาจ
แต่เพราะเขาอ่อนโยนเกินไป