บทที่ 4

3231 คำ
       “จานินเข้าไปอยู่ในบ้านมึงได้เกือบสัปดาห์แล้วนี่ มึงจะไม่เล่าอะไรให้ฟังหน่อยเหรอ?”                หลังการประชุมเพิ่งจะผ่านพ้นไป และกำลังอยู่ในห้องประชุมพร้อมกับเพื่อนสนิทเพียงแค่สองคน เสียงของเดชที่ดังขึ้นก็ทำเอาชินกรถึงกับนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับเพื่อนไปด้วยน้ำเสียงปกติ                “ก็ต่างคนต่างอยู่ จะให้เล่าอะไรล่ะ” ชินกรว่า                “ต่างคนต่างอยู่จริงเหรอวะ เพราะนั่นคือจานินคนที่มึงเคยชอบเลยนะ”                “ก็แค่เคย”                “….”                “มันเป็นอดีตไปแล้วไง” ชินกรพูดต่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ เนื่องจากเรื่องระหว่างเขาและจานินก็ผ่านมาได้เกือบหกปีแล้ว ต่างคนต่างไปใช้ชีวิตของตัวเองและบังเอิญกลับมาเจอกันอีกครั้งก็เท่านั้นเอง                “อ่า…นั่นสินะ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ อยู่บ้านเดียวกันขนาดนี้แล้วมึงจะไม่ได้คุยกับเขาบ้างหรือไง?” เดชยังคงถามต่ออย่างข้องใจ                “ก็คุย”                “….”                “แต่ตอนนี้กูกับเขาก็ไม่ต่างจากคนแปลกหน้ากันหรอก แล้วอีกอย่าง…กูก็บอกเขาไปแล้วด้วยว่าอย่ามายุ่งกับกู ต่างคนต่างอยู่ไป”                “ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วล่ะ เพราะกูล่ะกลัวใจเหลือเกินว่าเพื่อนตัวเองจะไปตกหลุมรักเขาอีกครั้ง” เดชว่าพลางกลั้วหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ส่วนชินกรเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะไม่อยากจะรื้อฟื้นความหลังในสมัยเรียนมหา’ลัย                …ที่ครั้งหนึ่งมันเคยเกิดขึ้นกับจานิน                นับตั้งแต่วันที่พ่อเสีย ชินกรก็ได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งเป็นหัวเรือใหญ่ให้กับบริษัท ซึ่งเขาก็ได้ดึงเพื่อนสนิทอย่างเดชเข้ามาทำงานด้วย เนื่องจากชินกรต้องการเพื่อนคู่คิด และตลอดการเข้ามาศึกษาและดูแลบริษัทแทนพ่อของเขานั้น ชินกรก็ไม่เคยจะมีเวลาให้ตัวเองเลย ไม่มีเวลาแม้แต่จะสนใจเรื่องความรักด้วยซ้ำ นั่นจึงทำให้แม่ของเขาที่อยากจะมีหลานเหลือเกินคิดแผนการเช่นนี้ขึ้นมา                โดยตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมานี้ แม่ของชินกรก็ได้จ้างคนรับอุ้มบุญมาแล้วถึงสามคน …และจานินก็เป็นคนที่สี่                “ไอ้ชิน”                “ว่า?”                “วันนี้เราไปฉลองกันไหม เพราะคืนวันศุกร์ทั้งที แล้วเราก็จะได้นัดเจอเพื่อนคนอื่น ๆ ด้วย” ก่อนที่ชินกรจะเดินออกจากห้องประชุม เดชที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมก็ได้ถามขึ้นอีกครั้ง                “…ก็เอาสิ” ชินกรตอบกลับไป เนื่องจากตัวเขาเองก็ห่างหายไปจากการดื่มแอลกอฮอล์มาได้สักพักแล้วเหมือนกัน            “ก็ไม่ได้อยากจะยุ่งเลยนะ แต่นี่มันก็ห้าทุ่มแล้วนะ ทำไมถึงยังไม่กลับบ้านอีก”            ในช่วงดึกของวัน ขณะที่จานินกำลังอยู่ในบ้านเพียงลำพัง เนื่องจากเหล่าแม่บ้านหมดเวลางานไปแล้วนั้น เขาก็ได้พูดกับตัวเองด้วยความร้อนใจ เพราะจนถึงตอนนี้จานินก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าอีกคนจะเดินทางกลับมาถึงบ้านเลย ทั้งที่โดยปกติแล้วคุณชินกรมักจะกลับถึงบ้านไม่เกินสองทุ่มเสมอ                “หรือว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่านะ เฮ้อ… แต่เบอร์เขาเราก็ไม่มีอีก” จานินพูดกับตัวเองอีกครั้ง เมื่อสมองของเขาเริ่มคิดไปต่าง ๆ นานาและก็มีแต่เรื่องที่ไม่ค่อยน่าพิศมัยทั้งนั้น                โดยในจังหวะที่เขาเตรียมจะโทรหาคุณหยาดพิรุณ เพื่อขอเบอร์ลูกชายของเธอนั้น จู่ ๆ เสียงเปิดประตูรั้วก็ได้ดังขึ้นเสียก่อน นั่นจึงทำให้จานินรีบวางโทรศัพท์ลงและวิ่งออกไปดูที่หน้าบ้านทันที ซึ่งเขาก็ได้เห็นว่าคุณชินกรกำลังขับรถเข้ามาจอดในรั้วบ้านแล้ว                “น—นี่คุณชินเมาหรือเปล่าครับ?” หลังจานินนั่งรออีกคน จนกระทั่งอีกฝ่ายเปิดประตูเข้ามาในบ้านแล้ว เขาก็ตัดสินใจถามขึ้นอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก เพราะแทนที่จานินจะได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวของอีกคนอย่างในทุกวัน เขากลับได้กลิ่นแอลกอฮอล์เสียอย่างนั้น                “อืม พอดีไปเจอเพื่อนมา เลยดื่มมานิดหน่อย” คุณชินตอบกลับมาเสียงนิ่งดูไม่ค่อยต่างจากเดิมเท่าไรนัก แต่ทว่ามันก็ยังดูผิดปกติอยู่ดี เนื่องจากอีกฝ่ายดูตอบยาวยิ่งกว่าในทุกครั้ง ซึ่งหลังจากที่อีกฝ่ายตอบกลับมาแล้ว คุณชินกรก็ได้เดินผ่านหน้าจานินตรงไปยังตู้เย็น เพื่อหยิบน้ำเปล่าออกมาดื่ม                แล้วทันใดนั้น… จานินก็คิดแผนการอะไรออกพอดี                “จะทำอะไร”                “ผมก็หิวน้ำเหมือนคุณไงครับ” จานินตอบทั้งหน้าซื่อ เมื่อในจังหวะที่คุณชินกรกำลังยกน้ำขึ้นดื่ม เขาก็ได้เดินเข้าไปยืนข้าง ๆ อีกฝ่าย นั่นจึงทำให้คุณชินกรรีบตวัดสายตามองจานินอย่างไม่ไว้ใจทันที                “ผมขอขวดน้ำหน่อยนะครับ” จานินไม่พูดเปล่า แต่เขายังเอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำมาจากมือคุณชินกรด้วย หลังอีกฝ่ายกำลังถือมันเอาไว้อยู่ ซึ่งมืออีกข้างของเจ้าตัวนั้นก็กำลังถือแก้วน้ำเอาไว้                โดยในจังหวะที่จานินกำลังดึงขวดน้ำมาจากมือหนา เขาก็ได้ถือโอกาสทำให้มันหกใส่เสื้อของคุณชินกรอย่างจงใจ                “ตายจริง! เปื้อนหมดเลย” จานินพูดขึ้นเสียงตกใจ แล้วรีบวางขวดน้ำลงบนเคาน์เตอร์ครัว ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชูมาซับน้ำออกจากเสื้อคุณชินกรให้ ซึ่งหลังจากที่เช็ดเสื้อให้อีกคนเรียบร้อยแล้ว จานินก็ได้เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เพื่อสบตากับคุณชินกรอย่างสื่อความหมาย เพราะอีกฝ่ายนิ่งไปตั้งแต่จานินทำน้ำหกใส่แล้ว                หน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ขนาดนี้ คุณชินกรกล้าพูดได้ยังไงว่าตัวเองไม่ได้เมา จานินได้แต่นึกในใจ ก่อนที่เขาจะรวบรวมความกล้า และยื่นมือไปสัมผัสที่ปกเสื้อเชิ้ตของคุณชินกรด้วยอาการมือสั่นเทาเล็กน้อย ในขณะที่คุณชินกรเองก็มองตามมือของจานินอย่างเงียบ ๆ                นี่มันหมายความว่าคุณชินกรยอมเขาหรือยังนะ?            “จันทร์”                “….”                “ไม่ทำ” คุณชินกรว่าเสียงนิ่ง ซึ่งนั่นก็ทำให้จานินถึงกับชะงักไปโดยพลัน เพราะมันก็นานมากแล้วที่ไม่มีใครมาเรียกชื่อเล่นของจานินเช่นนี้ แต่ถึงอย่างนั้น…มันก็ใช่ว่าจานินจะยอมถอยทัพง่าย ๆ เพราะโอกาสทองกำลังอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว และก็ไม่รู้คุณชินกรจะเมาแบบนี้อีกเมื่อไร                “ทำไมล่ะครับ?” จานินถามแล้วว่าต่อ “ถ้าตอนนี้คุณยังไม่มีอารมณ์ ผมเร้าให้ก็ได้นะ”                “….”                “ถ้าไม่ตอบแบบนี้ งั้นก็แสดงว่าคุณตกลงแล้วนะครับ?” หลังถามความเห็นคุณชินกรแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังคงยืนนิ่งอยู่ จานินก็ตัดสินใจคว้าคอคุณชินกรเข้ามาประกบจูบทันที ซึ่งคนตัวสูงก็ไม่ได้ให้ความร่วมมือกับเขาเลย แต่ในขณะเดียวกันนั้นอีกฝ่ายก็ไม่ได้ปฏิเสธจูบของจานินเช่นกัน                “อ้าปากหน่อยสิครับ ผมจูบคุณได้ไม่ถนัดเลย” หลังจูบคุณชินกรไปได้สักระยะ ในที่สุดจานินก็เป็นฝ่ายผละออกก่อนอย่างยอมแพ้ แล้วเอ่ยขออีกฝ่ายอย่างอ้อนวอน                “ไม่” คุณชินกรปฏิเสธกลับมาคำเดียว                “โอเค งั้นก็ได้ครับ” ฝั่งของจานิน เขาก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนที่ในเวลาต่อมาจานินจะออกแรงเล็กน้อย เพื่อดึงแขนของคุณชินกรให้เดินตามมาที่โซฟาด้วยกัน                โดยทันทีที่จานินผลักอีกคนให้นั่งลงบนโซฟาได้แล้ว เขาก็รีบนั่งคร่อมบนตักหนาและถูไถสะโพกของตัวเองใส่กลางลำตัวคุณชินกรอย่างที่เขาเคยทำทันที ซึ่งคุณชินกรก็ยังคงนั่งนิ่งเหมือนอย่างวันนั้นไม่มีผิดเพี้ยน                หรือว่าคุณชินกรจะตายด้านไปแล้ว? จานินได้แต่นึกสงสัยในใจ            “อ้าว… ยังไม่ตายด้านนี่นา” ในเวลาต่อมาเสียงของจานินก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อเขารู้สึกได้ถึงบางอย่างที่กำลังดันออกมาจากตัวของคุณชินกร และถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะยังคงนั่งนิ่งอยู่ แต่ร่างกายของคุณชินกรก็ได้ตอบเขาแล้วว่ามันยังไม่ตายด้าน                “จะเอาแบบนี้ใช่ไหม?” คุณชินกรถาม                “คุณชินหมายถึงข้อเสนอนั้นเหรอครับ? ใช่ครับ ผมจะเอาแบบนั้นเลย” จานินรีบพยักหน้ารับทันที                “โอเค งั้นก็รับให้ได้ก็แล้วกัน” สิ้นเสียงของคนตัวสูง อีกฝ่ายก็จัดการอุ้มจานินขึ้นทันที โดยที่ขาทั้งสองข้างของเขาก็ยังคงกอดเกี่ยวเอวหนาเอาไว้อยู่ แล้วในหลังจากนั้นคุณชินกรก็ได้พาจานินขึ้นไปบนห้องนอนของเจ้าตัว โดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก                ซึ่งทันทีที่อีกฝ่ายพาจานินเข้ามาในห้องนอนของตัวเองเรียบร้อยแล้ว คุณชินกรก็จัดการเหวี่ยงร่างของจานินลงบนเตียงอย่างไร้ความปรานี โดยยังไม่ทันที่จานินจะได้ตั้งหลักด้วยซ้ำ แขนทั้งสองข้างของเขาก็ถูกฝ่ามือหนาจับรวบไว้เหนือหัวเสียก่อน                ก่อนที่ในเวลาต่อมา…คุณชินกรจะหยิบเอากุญแจมือข้างหัวเตียงมาล็อกข้อมือของจานินเอาไว้กับหัวเตียง ท่ามกลางความตกใจของจานิน                “อ้าปาก”                “….”                “กว้างกว่านี้”                “ฮืออออ” หลังถูกคุณชินกรบีบเข้าที่ปลายคางอย่างแรง นั่นก็ทำให้จานินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาทันที แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ ลิ้นร้อนของคุณชินกรก็สอดเข้ามาในโพรงปากเสียก่อน พร้อมตวัดเกี่ยวเรียวลิ้นของจานินอย่างชำนาญ ทำเอาคนที่กำลังถูกมัดมือไว้กับหัวเตียงรู้สึกมวนท้องอย่างบอกไม่ถูก            นี่คุณชินกรไม่ได้แค่กรึ่ม แต่อีกฝ่ายกำลังเมาได้ที่ต่างหาก…จานินรู้สึกอย่างนั้น                “ค—คุณชินใจเย็นก่อน! ผมหายใจไม่ทัน” เมื่ออีกฝ่ายผละจูบออกไปแล้วและเตรียมจะพุ่งเข้าหากันอีกรอบ จานินก็ต้องรีบร้องห้ามขึ้นพร้อมหันหน้าหนีไปทางอื่นทันที คุณชินกรจึงทำได้แค่จูบเข้าที่บริเวณสันกรามเขาเท่านั้น พร้อมพ่นลมหายใจร้อนใส่กันอย่างแรง                “ก็นายต้องการไม่ใช่เหรอ ขึ้นมาขย่มเองไม่ใช่หรือไง แล้วจะมาทำหน้าเหมือนถูกฉันรังแกทำไม?” คุณชินกรกระซิบถามข้างใบหู โดยในจังหวะเดียวกันนั้นจานินก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ถูกพ่นออกมาตามลมหายใจของอีกฝ่าย แม้ว่าก่อนที่เขาจะถูกอุ้มขึ้นมานี้ คุณชินกรจะแวะกินน้ำแก้วใหญ่แล้วก็ตาม                “นายนี่เชื่องจังเลยนะ แม่ฉันบอกให้ทำอะไรก็ทำตามหมด จนบางทีฉันก็อดสงสัยไม่ได้ว่านายต้องการอะไรหรือเปล่า”                “….”                “กลับมาในชีวิตฉันอีกทำไม ยังต้องการอะไรอีก?” คุณชินกรถามต่อ ขณะที่อีกฝ่ายก็เริ่มใช้มือทั้งสองข้างลูบไล้ตามสะโพกและบั้นท้ายของจานินเบา ๆ และในบางครั้งก็มีการบีบมันด้วย                “ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกชายของคุณหยาดจะเป็นคุณ เพราะถ้าผมรู้…ผมก็คงไม่ยอมเซ็นสัญญาหรอกครับ” ในที่สุดจานินก็กลั้นใจพูดความในใจออกไป โดยนี่มันก็เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้พูดคุยบทสนทนาทำนองนี้กัน หลังก่อนหน้านี้ต่างฝ่ายต่างสวมบทคนไม่รู้จักกันอยู่นานสองนาน                “แต่สุดท้ายนายก็เซ็นนี่” คุณชินกรว่า                “ก็เพราะตอนนั้นผมยังไม่รู้ไงครับ” จานินแย้งกลับทันควัน                “แต่ตอนนี้นายรู้แล้วนะ แล้วทำไมถึงยังพยายามเข้าหาอีก?”                “ก็เพราะผมอยากได้เงินไง”                “….”                “ไหน ๆ ผมก็จะได้ค่าจ้างห้าล้านอยู่แล้ว แต่ถ้าผมพยายามอีกนิดหน่อย ผมก็อาจจะได้เงินมาใช้ฟรี ๆ อีกตั้งสิบล้าน มันก็ดูคุ้มค่าไม่ใช่เหรอครับ? แล้วมันก็มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะไม่ทำ ถ้าได้สิบห้าล้านภายในสามเดือน…มันคุ้มจะตาย” ว่าจบ จานินก็แค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ ในขณะที่คุณชินกรก็เอาแต่ขมวดคิ้ว หลังจากที่จานินพูดจบ                “ดูเหมือนจะไม่ใช่จานินคนที่ฉันเคยรู้จักเลยนะ”            “นี่แหละครับตัวผม”                “….”            “ตัวผมที่คุณเคยหลงหัวปักหัวปำ สมัยตอนที่เรียนมหา’ลัยด้วยกันไง” สิ้นเสียงของจานิน คุณชินกรก็กระชากเสื้อเชิ้ตของเขาออกอย่างแรง ทำเอากระดุมที่เคยติดอยู่บนผ้าถึงกับกระเด็นไปคนละทาง                โดยในหลังจากนั้น คุณชินกรก็จับขาของจานินให้อ้าออกกว้างและแทรกกายเข้ามากลางหว่างขา จนทำให้ตอนนี้มันเหมือนกับว่าจานินกำลังนอนอ้าขาให้ท่าอีกฝ่ายอย่างเต็มใจ                “ถ้านายอยากได้เงินขนาดนั้น ฉันก็จะช่วยก็แล้วกัน…เพราะเศรษฐกิจทุกวันนี้มันทำให้เงินทองหายากนี่เนอะ” คุณชินกรเอ่ยพร้อมประกบจูบจานินอีกครั้ง ซึ่งในคราวนี้มันก็รุนแรงยิ่งกว่าครั้งแรกเสียอีก                เหมือนอีกฝ่ายกำลังโมโหจานินเป็นอย่างมาก            “อ๊ะ!” ภายในความเงียบ เสียงร้องของจานินก็ได้ดังขึ้นเบา ๆ เมื่อผิวตรงบริเวณซอกคอของเขากำลังถูกขบกัดโดยคนตัวสูง แล้วเพราะตอนนี้จานินยังถูกมัดเอาไว้กับหัวเตียงอยู่ นั่นจึงทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก นอกจากจะดิ้นพล่านไปมา เพื่อให้คุณชินกรหยุดขบผิวของเขาจนเกิดรอยแดงเสียที                “ถ้านายยังดิ้นไม่เลิก ฉันจะมัดขาของนายเอาไว้ด้วย” คุณชินกรเอ่ยเสียงเข้ม โดยนั่นก็ทำให้จานินหยุดการกระทำของตัวเองทันที เพราะอีกฝ่ายคงไม่ได้ดีแต่ขู่ แต่พร้อมจะลงมือทำจริงต่างหาก                “ก็แค่นั้น” คุณชินกรพูดต่อ เมื่อเห็นว่าจานินหยุดดิ้นไปแล้วและในหลังจากนั้นอีกฝ่ายก็ค่อย ๆ พรมจูบตามตารางผิวของจานินอย่างช้า ๆ ดูไม่ได้เร่งรีบอะไร ไม่เหมือนอย่างครั้งก่อนที่พวกเขารีบทำรีบเสร็จและไม่มีการเล้าโลมมากมาย จนทำให้ความต้องการถูกปลุกขึ้นมาอย่างเต็มที่แบบนี้                “ฮ๊ะ… ฮือ”                “โดนแค่นี้ก็ร้องแล้วเหรอ?” คุณชินกรว่า ระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังโน้มหน้าลงมาดูดเลียยอดอกให้จานิน ซึ่งในตอนนี้บนร่างกายของจานินก็มีแค่กางเกงเท่านั้นที่ปกปิดร่างกายเขาเอาไว้ ในขณะที่เสื้อผ้าของคุณชินกรยังอยู่ครบทุกชิ้น                โดยหลังจากที่คุณชินกรเล่นกับร่างกายส่วนบนของจานินจนพอใจแล้ว อีกฝ่ายถึงค่อยมายุ่งกับส่วนล่างของเขาต่อ ด้วยการใช้มือเกี่ยวขอบกางเกงทั้งชั้นนอกและชั้นใน แล้วถอดมันออกอย่างง่ายดาย                ซึ่งในที่สุดจานินก็เปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย                “อะ…ย—อย่าเค้น” เสียงของจานินดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อคุณชินกรกำลังใช้ฝ่ามืออุ่นของตัวเองรูดรั้งเข้าที่แก่นกายของจานิน หลังในตอนนี้มันกำลังขยายตัวเล็กน้อย เพราะถูกอีกฝ่ายเร้าในตอนแรก                “ก็จะช่วยไง” คุณชินกรไม่พูดเปล่า แต่อีกฝ่ายยังจับเข้าตรงบริเวณส่วนหัวและเค้นมันเบา ๆ อย่างจงใจ ซึ่งนั่นก็ทำให้จานินถึงกับหน้าเหยเกทันที เนื่องจากการกระทำนั้นมันทำให้เขายิ่งมีอารมณ์มากกว่าเดิม                “นายอย่าเพิ่งเสร็จล่ะ เพราะเดี๋ยวนายจะได้เสียวกว่านี้อีก” ว่าจบ คุณชินกรก็ขยับตัวออกห่างจานินเล็กน้อย เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้เคลื่อนหน้าลงต่ำกว่านี้ได้                 โดยในตอนแรกจานินก็ยังไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรต่อ จนกระทั่งคุณชินกรแลบลิ้นออกมาแล้วเลียตรงบริเวณช่องทางหลังของเขาให้ จานินก็ถึงกับครางฮือในลำคอพลางยกสะโพกของตัวเองขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้คุณชินกรได้เลียให้กันอย่างถนัด                “นายดูชอบมันนะ” คุณชินกรเอ่ยพร้อมระบายยิ้มออกมาจาง ๆ ขณะที่อีกฝ่ายกำลังเลียช่องทางให้จานินอย่างระรัว                โดยในบางครั้งอีกฝ่ายก็แทรกลิ้นเข้าไปในช่องทางของจานินด้วย ไม่ได้เลียแค่ตรงส่วนนอกให้เท่านั้น ซึ่งนั่นก็ทำให้จานินถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งร่างและรู้สึกต้องการมากกว่าเดิม เมื่อคุณชินกรเริ่มรูดรั้งส่วนหน้าให้เขาอีกครั้ง ในระหว่างที่อีกฝ่ายก็กำลังเลียด้านหลังให้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง                แต่ทว่าในจังหวะที่จานินใกล้จะเสร็จอยู่รอมร่อ จู่ ๆ คุณชินกรก็หยุดการกระทำทุกอย่างเสียดื้อ ๆ                “ย—อย่าเพิ่งไป!” หลังเห็นว่าอีกฝ่ายผละตัวออกห่างกันจริง ๆ จานินก็ถึงกับร้องเรียกเสียงหลงทันที                “….”                “ช่วยผมก่อน ช—ช่วยผมก่อนครับ” จานินรีบละล่ำละลักพูดต่อทั้งสายตาอ้อนวอน แต่ทว่าคุณชินกรกลับกระตุกยิ้มออกมาจาง ๆ เสียอย่างนั้น ก่อนที่ในเวลาต่อมาอีกฝ่ายจะส่ายหน้าปฏิเสธอย่างช้า ๆ แล้วพูดต่อเสียงนิ่ง                “พอดีฉันเหนียวตัว เกิดอยากอาบน้ำตอนนี้”                “….”                “เพราะงั้นนายก็รอไปก่อนก็แล้วกัน แต่ถ้ารอไม่ได้ก็นอนไปทั้งอย่างนั้นแหละ” ว่าจบ คุณชินกรก็ลุกลงจากเตียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปทันที ทิ้งให้จานินได้แต่นอนอ้าขาอยู่บนเตียงอย่างนั้นทั้งอารมณ์ค้างเติ่ง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม