วันตรุษจีน ประเทศไทย
“อาม่า ทองหยิบ ทองหยอดนี่พอก่อนมั้ย แทบจะกินได้ทั้งหมู่บ้านแล้วนะ” เธอบ่นไปขณะช่วยอาม่าทำขนมไทย เพื่อทำไหว้บรรพบุรุษในวันตรุษจีน ที่นอกจากหมู เห็ด เป็ด ไก่ มากมาย
“ลื้อก็พูดเวอร์ไปน้ำผึ้ง นานๆพวกลื้อจะกลับบ้านมานานทีปีหน อั้วก็อยากให้พวกลื้อได้กินของดีดี อร่อยๆ ขนมไทยฝีมืออั้วไม่ได้หากินง่ายๆหรอกนะ อั้วสืบทอดมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ เมื่อก่อนน่ะนะ…”
“โอเค โอเค หนูรู้แล้ว เมื่อก่อนนี้อาม่ากับอากงข้ามน้ำข้ามทะเลมาลำบากลำบน อากงต้องรับจ้างขนของ อาม่าโชคดีได้ทำงานร้านขนมเลยได้สูตรขนมไทยดีดีจากในรั้วในวัง หนูฟังมาจะร้อยๆแล้วจ้าาา” เธอรีบแทรกเบรกก่อนอาม่าจะร่ายชีวประวัติความลำบากและวิถีชีวิตของตัวเองออกมาครั้งที่ร้อยแปดสิบแปดได้
“ว่าไม่ได้นะ ขนมไทยอาม่านี่ยืนหนึ่งจริงๆ” ซิ่มหง (อาสะใภ้) ร่างอวบอิ่มรีบส่งเสียงเอาใจอาม่าทันที
“หึ” อาม่ายิ้มด้วยความพึงพอใจ แม้จะถูกหลานสุดที่รักขัดคอ
บ้านเธอเป็นครอบครัวใหญ่คนไทยเชื้อสายจีนอยู่ที่ต่างจังหวัดในประเทศไทย แต่เธอใช้ชีวิตที่กรุงเทพเป็นส่วนใหญ่ตั้งแต่สอบติดทุน เรียนหลักสูตรเกษตร จากมหาลัยอันดับหนึ่งในประเทศ จนเรียนจบ ปัจจุบันอายุ 30 ปีแล้ว ทำงานในบริษัทเครื่องปรุงรสเบอร์ต้นของประเทศ ในตำแหน่งพัฒนาสูตร และวัตถุดิบ
ในช่วงตรุษจีนเธอกลับต่างจังหวัดเพื่อรวมญาติตามขนบประเพณีคนไทยเชื้อสายจีน เหล่าม่ามีลูกทั้งหมด 6 คน พ่อเธอคือลูกคนโต และเธอก็มีน้องชาย 1 คน นอกนั้นก็เป็น อาๆ และลูกพี่ลูกน้องเต็มบ้าน วันรวมญาติแบบนี้ก็วุ่นวายเป็นปกติแต่ยังไม่ถึงขนาดเลือดข้นคนจางใดใด เพราะถึงเธอจะเป็นผู้หญิง แต่เธอก็เป็นหลานสาวสุดที่รักของอาม่า เพราะเธอคือหลานสาวคนโตที่ถูกเลี้ยงด้วยอาม่าในตอนเด็กๆ
“เมื่อไหร่จะพาใครมาตรุษจีนด้วยกันมั้งละน้ำผึ้ง” เจ็กบอย สามีซิ่มหง เปิดประเด็นชวนปวดหัวทันที
“โอ้ยยย งานแน่นขนาดนี้จะไปเจอใครได้ละเจ็ก”
“ลื้อควรหาได้แล้วน่าอาน้ำผึ้ง อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว จริงๆอั้วมีหลานเพื่อนที่รู้จัก เห็นว่าจบเมืองนอกมาลื้อลองไปกินข้าวดูสักครั้งสิ” อาม่าเสริมทันทีด้วยความเป็นห่วง พร้อมเสนอฉากดูตัวให้เสร็จสรรพ
“โถ่อาม่า ถ้าคนมันใช่ เดี๋ยวก็มาเจอกันเองแหละ เห็นม๊าบอกอาม่าจะให้ของขวัญวันเกิดย้อนหลังหนูหรือเปล่า” เธอรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“อาน้ำพุ ลื้อขึ้นไปหยิบกล่องไม้หน้ากระจกในห้องอั้วให้หน่อยสิ” อาม่าบอกน้องชายเธอ
“นี่ครับอาม่า” หลังจากออกจากห้องอามาแล้วน้องชายเธอยื่นกล่องไม้ให้
“เปิดดูสิอันนี้ของลื้อ” อาม่ายื่นกล่องให้เธอ
“แหวน?” เธอเปิดกล่องไม้ออกมาเป็นแหวนหยกลายดอกหมู่ตานวงหนึ่ง
“ใช่ ให้เป็นของขวัญลื้อปีนี้” อาม่าบอก
“หูยยย ได้ของเก่าแก่ซะด้วยย” ลูกพี่ลูกน้องเธอแซว เธอหยักคิ้วให้ทีหนึ่งพร้อมนำแหวนมาใส่อวดทัน ซึ่งแหวนสามารถสวมใส่ที่นิ้วชี้ของเธอได้พอดี
อาม่าเล่าว่าเป็นแหวนที่ได้รับมาคุณแม่ของอาม่าอีกที (ถ้าตามธรรมเนียมจีนก็คือหนึ่งในกองสินเจ้าสาวของอาม่านั่นแหละ) ปกติอาม่าจะใจดีให้ของลูกๆหลานๆอยู่แล้วทำให้ไม่มีใครอิจฉาเธอเพียงเพราะแหวนหยกวงนี้วงเดียว
“ปีนี้ลื้อลางานจนถึงวันไหว้รับเจ้าใช่ไหมอาน้ำผึ้ง ลื้อควรอยู่ให้ถึงนะ เพื่อเป็นสิริมงคล” อาม่าถามย้ำอีกที วันไหว้รับเจ้า หรือวันไหว้รับเจ้าลงสวรรค์ เป็นความเชื่อมาแต่โบราณว่า ก่อนวันตรุษจีนจะมีวันเจ้าขึ้นสวรรค์ และหลังจากตรุษจีนอีก 4 วันจะเป็นวันเจ้าลงจากสวรรค์ พวกลูกหลานเจ็กอย่างพวกเธอก็จะไหว้รับเจ้าลงจากสวรรค์เพื่อเสริมสิริมงคลแก่คนในบ้าน อารมณ์ว่าอัญเชิญเทพยาดาต่างๆมาอยู่ในบ้าน
“ลาแล้วอาม่า อยู่ถึงแน่นอนค่ะ” เธอตอบรับพร้อมคิดถึงการลางานของตัวเอง เพราะความงกวันลาของเธอเองจึงลาต่อถึงแค่วันนั้นเลย แล้วค่อยขับรถกลับเข้ากรุงเทพฯตอนเย็น