นี่ก็ผ่านมาสองวันแล้วหลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้นรตียังคงงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ดีๆพี่ภพก็หยุดและเช้าวันต่อมาพี่ภพก็ไม่ได้พูดถึงหรือแสดงท่าทีอะไรยังคงทำตัวเหมือนปกติคงมีแค่รตีที่รู้สึกค้างคาถึงแม้ว่าสติของเธอในตอนนั้นจะไม่เต็มร้อยแต่มันก็ทำให้รตีรู้สึกดีมากๆ จนอยากเรียนรู้มันอีก ในขณะที่รตีกำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น
ตู้ดดด ตู้ดดดด
“ฮัลโหลค่ะพี่ฤดี” รตีรับสายของพี่สาวที่โทรเข้ามา
“รตีพี่ขอคุยกับภพหน่อยสิจ้ะ พอดีพี่โทรหาภพแล้วภพไม่รับสายหนะ ติดธุระอะไรอยู่รึเปล่า”
“พี่ฤดีรอแปปนึงนะคะเดี๋ยวรตีเดินเข้าไปหาพี่ภพให้” รตีเดินไปเคาะประตูห้องทำงานและยื่นโทรศัพท์ตนให้กับภพรัก “พี่ฤดีโทรมาค่ะ”
“ว่าไงครับฤดี”
“พอดีภพลืมเปิดเสียงหนะพึ่งประชุมเสร็จ ขอโทษนะครับ”
“ได้ครับ ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยนะภพเป็นห่วง” รตีได้ฟังภพรักคุยโทรศัพท์กับพี่สาวก็รู้สึกคันยุบยิบในใจ
“ครับ ทำบุญให้สบายใจครับ” ภพรักวางสายและยื่นโทรศัพท์คืนให้รตี “พี่คุณโทรฯมาบอกว่าจะเดินสายทำบุญต่ออีกสักอาทิตย์หนะ วันนี้เลิกงานเราทานข้าวนอกบ้านกันเลยละกันนะ” ภพรักพูดจบก็ก้มหน้าทำงานต่อ รตีรู้สึกค้างคาใจทำไมพี่ภพถึงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่กลับเป็นรตีเองที่รู้สึกว้าวุ่นใจ
เลิกงานภพรักพารตีแวะร้านอาหารกึ่งบาร์หรูใกล้บ้านเขาสั่งอาหารมาทานสามสี่อย่าง ทั้งคู่นั่งทานอาหารกันไปสักพักภพรักก็สั่งไวน์มาดื่ม
“รตีดื่มเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะคะ” ภพรักพูดพร้อมยื่นแก้วอีกใบให้รตี
รตีที่ว้าวุ่นใจเป็นทุนเดิมจึงหยิบแก้วมากระดกรวดเดียวและขอให้ภพรักรินไวน์ให้เธออีก
“ดื่มช้าๆก็ได้ เดี๋ยวก็เมาหรอกรตี”
“เมาก็ดีค่ะ รตีอยากเมา” เมื่อภพรักรินไวน์ให้เธออีกรตีก็หยิบแก้วขึ้นกระดกพรวดอีกเรื่อยๆ ภพรักรอบยิ้มในใจที่เห็นน้องเมียกระดกไวน์แบบนี้ ภพรักปล่อยให้รตีดื่มจนกระทั่งไวน์หมดขวดจึงเรียกพนักงานมาเก็บเงินและพยุงร่างบางที่เริ่มเมาไปที่รถเพื่อกลับบ้าน
“อ๊ะ พะ..พี่ภพจะทำอะไร” รตีพูดขึ้นหลังเข้ามานั่งในรถแล้วภพรักโน้มตัวมาทางเธอ
“พี่แค่จะคาดเบลล์ให้ คิดว่าพี่จะทำอะไรเราหรอ” ภพรักเอื้อมมือคว้าเบลล์มาคาดให้รตีแต่ยังไม่ถอยใบหน้าออกจากข้างแก้มบาง
“ก็พี่ภพจะ..” รตีเงียบเสียงลงเมื่อภพรักเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้
“รตีคิดว่าพี่จะทำอะไรหรอคะ”
“ก็ทำ..” รตีหน้าแดงขึ้นมาเมื่อนึกถึงตอนที่ถูกเขาดื่มน้ำหวานจากตัวเธอ ภพรักที่เห็นร่างบางแก้มแดงก็รู้ทันทีว่ารตีกำลังคิดอะไร
“พี่ไม่ทำหรอก” รตีทำสีหน้าโล่งใจ ก่อนภพรักจะกระซิบประโยคต่อมาทำให้รตีขนลุกซู่
“บนรถมันแคบ พี่ไม่ค่อยชอบ” พูดจบภพรักก็ขับรถมุ่งหน้ากลับบ้านทันที
เมื่อถึงบ้านรตีอยากรีบลงจากรถแต่ด้วยอาการมึนจากไวน์ทำให้ทำไม่ได้อย่างที่ใจคิด ภพรักเดินอ้อมมาประคองรตีมือหนาข้างนึงโอบเอวรตีและมืออีกข้างจับประคองเต้างามที่เด่นล่อตาของเขา
“อ๊ะ อย่านะพี่ภพ” รตีพยายามจะขืนตัวออกจากอ้อมแขนของพี่เขยแต่เพราะความมึนทำให้ออกแรงได้ไม่มากนัก ภพรักไม่ได้ฟังเสียงโวยวายของน้องเมียมือหนายังบีบและเขี่ยหัวนมของรตีมาตลอดทางที่เดินเข้าบ้านจนกระทั่งถึงเตียงนอนที่ห้องรตี
รตีล้มตัวนอนลงแต่ขายังห้อยอยู่ที่ปลายเตียงกระโปรงพริ้วที่รตีใส่วันนี้เริกขึ้นสูงจนเห็นกางเกงในที่เจ้าตัวสวมใส่และมีรอยน้ำซึมออกมาเล็กน้อย ภพรักยืนมองภาพนั้นและยิ้มออกมา
“หึหึ บอกว่าอย่าแต่แค่โดนบีบนมก็น้ำเดินแล้วหรอคะน้องรตี” ภพรักพูดพร้อมกับปลดกระดุมเสื้อที่สวมใส่อยู่ออก เขาเดินไปโน้มตัวลงมองสบตารตี รตีที่ยังมึนอยู่ไม่ได้ตอบอะไรภพรักจึงโน้มหน้าลงไปประกบจูบริมฝีปากแดงสวยตรงหน้า
“อ้าปากออกหน่อยค่ะ พี่อยากจูบเรา” รตีเผยอปากออกลิ้นร้อนก็แทรกเข้าเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของร่างบาง รตีเคลิ้บเคลิ้มกับรสจูบที่ได้รับเผลอตอบกลับพี่เขยแบบเงอะงะ ภพรักยิ่งรู้สึกถูกใจมือหนาคว้าบีบเต้านมสวยเต่งออกแรงบีบจนรตีครางอื้ออึงในลำคอเพราะปากยังถูกเขาจูบอย่างดูดดื่ม
“ถอดชุดออกดีกว่าพี่อยากดื่มนมอีกแล้ว” ภพรักจัดการถอดชุดของรตีออกควักเต้านมสวยออกมาจากเสื้อในและลงลิ้นดูดเลียจนหัวนมรตีแข็งชี้หน้าของเขา
“อ๊ะ อ๊าา อื้มม” รตีรีบยกแขนขึ้นปิดปากเพื่อไม่ให้ตนเองครางออกมา
“ครางออกมาเลยรตีพี่อยากฟัง”
“มะ..ไม่” รตีพูดจบภพรักก็ประกบปากจูบรตีอีกครั้งอย่างร้อนแรง
“ได้ รตีจะเอาแบบนี้ใช่ไหม งั้นกลั้นไว้นะถ้าพี่ได้ยินเสียงครางเราเมื่อไหร่พี่จะเอารตีจนเช้าเลย”