ลู่หลานเฟินเกิดในตระกูลหญิงชนชั้นสูงมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ผู้ชายในครอบครัวของเธอล้วนเป็นเสนาบดีเคียงบัลลังก์มังกรมาหลายสิบรุ่น ส่วนผู้หญิงในตระกูลบางคนก็ได้ถวายตัวรับใช้ในวังหลัง แต่ละนางล้วนได้รับความโปรดปราณและดำรงตำแหน่งพระสนมเอกขึ้นไปทั้งนั้น จนกระทั่งมาถึงรุ่นของนางที่มีท่านป้าเป็นถึงพระสนมเอกกุ้ยเฟย อีกทั้งลูกพี่ลูกน้องอย่างองค์ชายหย่งเล่อก็เป็นถึงองค์ชายรัชทายาทซื่อจื่อ ภายหลังเมื่อนางตามเข้าวังมาคอยรับใช้ท่านป้า รวมถึงเรียนรู้งานในวังหลัง บรรดาข้าราชบริพารจึงเกรงใจนางไม่ต่างจากราชนิกุลคนอื่น ๆ
หญิงสาวรูปร่างเพรียวระหง ผิวพรรณขาวผุดผ่องราวหิมะ มีใบหน้าที่สวยหวานจนเป็นที่เลื่องลือว่างามล่มเมือง มีชายหนุ่มสูงศักดิ์ทั้งในแคว้นและต่างแคว้นต้องการสู่ขอไปเป็นภรรยา แต่พระสนมเอกกุ้ยเฟยผู้เลี้ยงดูนางมาแต่น้อยไม่ถูกใจชายหนุ่มเหล่านั้นนัก
ทรงเอ่ยอยู่เสมอว่านางเหมาะสมจะสวมชุดสีแดงเคียงบัลลังก์มังกรในตำแหน่งฮองเฮามากกว่า
ลู่หลานเฟินแปลกใจแต่ไม่อาจคัดค้านได้ การแต่งงานในหมู่เครือญาติเช่นลูกพี่ลูกน้องไม่นับเป็นเรื่องผิดแปลกก็จริง แต่บัดนี้องค์ชายรัชทายาทกำลังจะเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับองค์หญิงจากต่างแคว้น อีกทั้งจู่ ๆ เซียนอ๋องที่พระสนมเอกไม่เคยเอ่ยถึงและห้ามปรามไม่ให้พบเจอ บัดนี้กลับอนุญาตให้นางมาร่วมงานจิบน้ำชาขององค์หญิงลี่อินและได้พบกับเขาง่ายดายราวกับจับวาง
" ยังไม่เสด็จกลับหรือเพคะ "
หญิงสาวค้อมกายอย่างอ่อนช้อยอีกครั้ง ทิ้งระยะถอยยืนจากเขา
ที่กำลังยืนชมดอกบัวในสระกว้างอยู่หลายก้าว ไม่อาจยืนเทียบเคียงชายหนุ่มที่สูงศักดิ์กว่าได้ ใบหน้าหวานแย้มยิ้มเอ็นดู นางหายตกใจจากเหตุการณ์ที่เขาตะโกนเสียงดังโวยวายในวัดครั้งก่อนแล้ว เมื่อมารู้ภายหลังจากข่าวลือที่แพร่สะพัด ว่าเขาเพียงเขินอายในความงามของนางจนทำตัวไม่ถูกเท่านั้น
" ข้ายังอยากสนุกอีกสักหน่อย "
" มีอะไรน่าสนุกหรือเพคะ ? "
ดวงตากลมโตมองตามเขาออกไปที่ผืนน้ำกว้างใหญ่และชมดอกบัวที่หุบดอกเป็นดอกตูมยามเย็นกระจายตัวอยู่ทั่วขอบสระ ใบหน้าด้านข้างของเขาดูจริงจัง เย็นชา แต่ทว่าก็เหมือนกำลังมองหาสิ่งใดเช่นกัน
" นกเหยี่ยวของข้ากำลังเล่นสนุก "
ชายหนุ่มกล่าวเพียงเท่านั้นก็ไม่ได้มีท่าทีใดอีก ลู่หลานเฟินจึงถือวิสาสะยืนรอไปพร้อมกับเขา มองดูบรรยากาศยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้าไปพร้อมกัน
' เซียนอ๋องนั้นเป็นบุรุษที่ไม่เลวทีเดียว การศึกก็เก่งกาจ งานหลวงก็เฉียบคม เสียก็แต่เข้าถึงยากไปสักหน่อย '
' ภายภาคหน้าเขาจะเป็นใหญ่เป็นโต ข้าเชื่อว่าหญิงงามอย่างหลานเอ๋อร์จะต้องพึงพอใจ '
ลู่หลานเฟินกำลังใจลอยนึกถึงคำพูดของพระสนมเอกที่ยังวนเวียนอยู่ในหัว นางยังแปลกใจนักว่าในเมื่อหมายมั่นให้นางขึ้นเป็นไทเฮาในภายภาคหน้า เหตุใดกุ้ยเฟยจึงพูดสนับสนุนเซียนอ๋อง แทนที่จะเป็นองค์ชายหย่งเล่อ แต่นางเองก็แอบคิดเห็นตรงกัน บุรุษรูปร่างสูงผึ่งผาย ท่วงท่าองอาจไม่เกรงกลัวผู้ใดเช่นเซียนอ๋องนั้น หากได้แสดงความสามารถเป็นที่ประจักษ์ต่อผู้คน เขานั้นช่างเหมาะสมกับบัลลังก์มังกรเสียยิ่งกว่าใคร ๆ
" เจ้ารอดูให้ดีเชียวล่ะ "
" เอ๊ะ... เพคะ ? "
แก๊กกกกกก
" กรี้ดดดดดดด ไปให้พ้นนะ ! ไอ้นกบ้า ! "
ริมฝีปากของเซียนอ๋องยกยิ้ม เมื่อเห็นเหยี่ยวรักกำลังบินไล่หลิวซูมี่อยู่ไกล ๆ จากอีกฝั่งของขอบสระ นกตัวอ้วนบินในระดับศีรษะโฉบไปโฉบมาน่ากลัวจนหลิวซูมี่และสาวใช้ต้องวิ่งหนีกันให้วุ่น
" คุณหนูลู่ "
" เพคะท่านอ๋อง... "
" เจ้าว่าหลิวซูมี่สดใสร่าเริง เหมาะกับตำแหน่งชายาเหอซั่วชินหวังหรือไม่ ? "
หญิงสาวในท่วงท่าอ่อนช้อยราวสตรีสูงศักดิ์ขยับกายนั่งลงบนรถม้า โดยมีนางกำนัลของตำหนักกุ้ยเฟยคอยปรนนิบัติอยู่ไม่ห่าง ลู่หลานเฟินกวาดสายตาช้า ๆ มองผ่านบานหน้าต่างเล็กประดับม่านผืนบาง พบว่าเขาผู้นั้นยังยืนอยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าอมยิ้มน้อย ๆ อย่างพึงพอใจ
นางไม่ได้ตอบคำถามของเขา ทว่ากลับเบี่ยงเบนด้วยการรีบขอตัวกลับตำหนัก
ฝ่ามือเล็กกำเข้าหากันแน่นแม้ใบหน้าจะยังยกยิ้มอย่างอ่อนหวาน
ลู่หลานเฟินคนนี้ไม่เคยถูกชายใดมองข้ามหรือลดความสำคัญมาก่อน
เขาเป็นคนแรกที่กล้าหักหน้านางถึงเพียงนี้ คำพูดหนึ่งของพระสนมเอกกลับเวียนวนเข้ามาในหัวนางอีกครั้ง ว่าการเป็นสตรีวังหลังหากสามีคอยแต่นึกถึงหญิงอื่นนั้นช่างน่าเจ็บใจนัก เพราะต่อนางให้งดงามเพียงใดกลับมีคนที่คอยจ้องจะแย่งชิงความรักจากสามีอยู่ตลอดเวลา
ลู่หลานเฟินเข้าใจอย่างถ่องแท้ก็วันนี้ ว่าทำไมท่านป้าของนางจึงต้องให้นางเข้าวังมาเรียนรู้วิถีชีวิตของสตรีวังหลังตั้งแต่อายุเพียงสิบห้าปีเท่านั้น
" คุณหนูจะกลับไปพักผ่อนเลยหรือไม่เจ้าคะ "
" ข้าอยากเข้าเฝ้าพระสนมเอกเสียก่อน "
รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านหน้าศาลาสระบัวจากไป ปลายหางตาสวยเหลือบมองชายหนุ่มร่างสูงสง่าที่ยังยืนไขว้หลังสบาย ๆอีกครั้ง โดยมี
หลิวซูมี่วิ่งวนอยู่รอบกายพร้อมนกเหยี่ยวสีขาวที่ยังไม่หยุดรังแกนาง บรรยากาศช่างอ่อนหวานสนุกสนานแปลกตา ราวกับพวกเขาเป็นคู่รักที่กำลังกลั่นแกล้งหยอกเย้า
หญิงสาวเผยยิ้ม นางอยู่ในวังหลังมานาน แม้ขุ่นเคืองใจเพียงใด โลกของสตรีวังหลังสอนในนางแย้มยิ้ม แม้เกลียดผู้ใดโลกของสตรีวังหลังสอนให้นางยิ่งเข้าหา การกำจัดศัตรูได้ดีที่สุดคือการสร้างมิตรแล้วหักหลังจนเจ็บแสบ เพื่อการขึ้นเคียงบัลลังก์เป็นสตรีที่สูงที่สุดในแผ่นดิน นางพร้อมทำทุกสิ่งไม่สนใจผู้ใด
" แต่เวลานี้พระสนมเอกคงกำลังพักผ่อน..."
" ข้ามีสิ่งหนึ่งอยากจะทูลถามให้แน่ใจ "
"..."
" บางทีอาจจะเป็นความประสงค์ของพระสนมเอก..."
เหอซั่วชินหวังผู้นี้...คือหวงตี้แห่งแคว้นฉางตัวจริงในภายภาคหน้าใช่หรือไม่ ?
เช่นนั้นหรือที่แท้แล้วองค์ชายหย่งเล่ออาจมิใช่โอรสของพระสนมเอกกุ้ยเฟยเช่นนั้นหรือ...