ประกวดนางงามทุกครั้งถือเป็นวันใหญ่สำหรับสองพี่น้อง เทียนกัลยาภัคนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญอยู่แล้ว เพราะเป็นคนเด่นในการประกวด แต่กิริฎาก็พลอยวุ่นไปด้วย เธอตื่นพร้อมพี่สาว เป็นม้าใช้คอยหยิบโน่นนี่ ช่วยยกสไบที่ลากพื้น หรือช่วยซับหน้าที่เริ่มมันเพราะแดดยามบ่ายแก่ความร้อนยังไม่ราแสงลง
“ถ่ายรูปผมที่เกล้าข้างหลังให้พี่ดูที”
นางงามสั่งน้อง กิริฎาหยิบมือถือเครื่องใหม่ราคาหลายตังค์ของพี่มาถ่าย
“ไม่ต้องกังวลนะคะน้องเทียน พี่แต่งให้สุดฝีมือ สวยแล้วค่ะ”
เจ๊โรสยิ้มหวาน มองความสวยสะพรั่งจากการแต่งแต้มของตนอย่างพึงใจ
“ยังไงคืนนี้น้องเทียนก็ต้องได้ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งอยู่ดีค่ะ กรรมการล็อกผลไว้แล้ว”
“ไม่สนุกเลย เทียนอยากชนะด้วยความสามารถตัวเอง”
เทียนกัลยาภัคมองเงาสะท้อนความสมบูรณ์แบบของตนในกระจกด้วยความภูมิใจ
“มันเป็นเรื่องจำเป็นค่ะ ต้องเอาใจสปอนเซอร์คนอื่นให้ได้ลุ้นตำแหน่งเด็กตัวเองบ้าง เขาจะได้ขายลูกโป่งได้เยอะ ๆ”
งานประกวดธิดาส้มโอหวานแบ่งคะแนนเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งเป็นคะแนนจากกรรมการ ส่วนอีกครึ่งมาจากคะแนนลูกโป่ง หนึ่งใบเท่ากับหนึ่งคะแนน ข่าวว่าปีนี้ขายกันถึงลูกละหนึ่งร้อยบาท
“ปีหน้าถ้าเข้ามหาวิทยาลัย น้องเทียนก็จะได้ประกวดเวทีใหญ่ขึ้น อายุโตพอที่จะใส่ชุดว่ายน้ำแล้วไม่น่าเกลียด”
เธอมักได้ประกวดเฉพาะงานที่แต่งชุดไทยใส่ผ้านุ่งยาวถึงตาตุ่ม ด้วยเหตุที่ถึงแม้นายบุญเพียรจะยอมให้ลูกสาวประกวดนางงาม แต่ห้ามเด็ดขาดกับการใส่ชุดว่ายน้ำขึ้นประกวด ทั้ง ๆ ที่เทียนกัลยาภัคก็มั่นใจในหุ่นของตนที่ผ่านการขัดตัว อาบน้ำแร่ แช่น้ำนมในร้านเจ๊โรสมาอย่างดี
“ควันมาถ่ายรูปอัปเฟซให้พี่หน่อย”
สาวงามยื่นมือถือตนให้น้องสาว ลุกขึ้น จับจีบผ้า แล้วไปจัดท่ายืนอย่างสง่างามที่ริมหน้าต่าง กิริฎาที่เป็นทุกอย่างให้พี่สาวกดถ่ายรูปรัว ๆ
“ย้อนแสงหรือเปล่า หน้าพี่ดำไหม”
“ไม่จ้ะ พี่เทียนสวยที่สุด”
กิริฎายิ้มแป้น แม้จะไม่สวยเท่าพี่สาว แต่เธอก็มีเสน่ห์ตรงรอยยิ้ม แต่งตัวเสร็จเจ๊โรสก็ซักซ้อมเรื่องการตอบคำถามรอบสุดท้าย เทียนกัลยาภัคนั้นมืออาชีพเรื่องการประกวด ตอบอย่างมั่นใจฉะฉาน จนเกือบหกโมงเย็นสาว ๆ จึงขึ้นรถเจ๊โรสไปยังวัดเพื่อเข้าร่วมงาน
พอเจตน์ส่งม่อนไปดูลาดเลาว่าสาวที่ตนหมายปองมาหรือยัง ส่วนตนนั่งเปิดแอร์รออยู่ในรถ เขาใช้ไม้ไปซื้อลูกชิ้นปิ้งกับน้ำอัดลม ลูกน้องหายไปนานจนชักหงุดหงิด
กุหลาบช่อสวยส่งกลิ่นหอมแรง จนเขารู้สึกจะเมากลิ่น ต้องปิดแอร์เปิดหน้าต่างให้ลมโกรกเข้า ถัดจากรถคนอื่นที่จอดไปสามสี่คัน ซีอาร์วีคันโตก็เข้ามาจอด นายอำเภอเกษมกับลูกชายลงมาก่อน แล้วเปิดประตูหลังรถประคองคุณนายอรุณีลงมา
พอเจตน์ทำเสียงฮึในลำคออย่างสะใจ เมื่อเห็นชุดกาวินคืนนี้ เป็นเพียงยืดสีขาวและกางเกงยีน สวมรองเท้าผ้าใบ เขาเสียอีกที่แต่งตัวดีกว่า สวมเชิ๊ตสีชมพูลายเรือใบเล็ก ๆ กางเกงตัวหลวมและรองเท้าหนังหุ้มข้อราคาหลายพันที่มารดาให้ร้านรองเท้าใหญ่ในตลาดมาวัดไซซ์แล้วสั่งมาจากกรุงเทพฯ
กาวินเรียนเมืองนอกเสียเปล่า แต่รสนิยมแฟชั่นไม่ได้เรื่อง หากเทียนกัลยาภัคตระหนักถึงความจริงข้อนี้ เธอจะไม่สนใจมันแน่
ระหว่างนั้นไม้ก็กลับมาพร้อมลูกชิ้นปิ้งราดน้ำจิ้มหวานเผ็ดเสียชุ่ม อีกมือถือถุงใส่ห่อผัดไทย ในมือเดียวกันยังมีถุงขนมเบื้องที่มีไส้เป็นครีมขาวแบบฟูทะลัก
“ผมเอามาให้ก่อน สั่งน้ำไว้แล้ว เดี๋ยวจะไปเอา” ลูกน้องหน้าตายยื่นถุงของกินให้
“มึงกะจะใช้พันหนึ่งที่กูให้ไปจนหมดเลยเหรอวะ”
“ที่ซื้อมาหรือคุณพอลจะไม่กิน” ไม้ย้อน
“ซื้ออะไรมากูก็แดกได้ทั้งนั้นแหละ รีบไปรีบมาล่ะ โทรตามไอ้ม่อนด้วย มันหายไปนาน”
ปากบ่นไปงั้น แต่ในปากชักน้ำลายสอ กลิ่นลูกชิ้นปิ้งกับน้ำจิ้มยั่วยวนใจ ลืมความขุ่นมัวยามเห็นคู่แข่งหัวใจเมื่อสักครู่นี้ลงไปได้ ลับหลังแฝดน้องตัวคนพี่ก็โทรมา
“น้องเทียนมาแล้วคุณพอล แต่เขาให้นางงามไปนั่งรอประกวดกันในเต็นท์หลังเวที ห้ามคนภายนอกเข้า”
“โธ่โว้ย!”
อะไร ๆ ก็ช่างไม่เป็นใจกับเขาเหลือเกิน
“เสี่ยกับเจ๊ก็มาแล้ว ผมหลบแทบแย่”
ปลายเสียงขาด ๆ หาย ๆ แสดงว่าหลบจริงดังว่า
“เออ มึงกลับมาก่อน มาคิดแผนว่าจะเอาดอกไม้ไปให้น้องเทียนยังไง”
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ขออิ่มก่อนแล้วพอเจตน์ค่อยนึกออกว่าต้องทำอย่างไรที่จะให้ช่อกุหลาบแดงสดกลิ่นแรงถึงมือคนที่สมควรได้รับเสียที
งานบนเวทีเริ่มขึ้นด้วยการทักทายผู้มาร่วมงานของพิธีกรคู่หูซึ่งจัดเสียงตามสายในอำเภอทุกเช้าเย็น จากนั้นก็เป็นการรำอวยพรจากเด็กโรงเรียนประถม สลับการประกาศรางวัลส้มโอลักษณะสวยที่เข้าประกวดแต่ละลำดับ
พอเจตน์ ม่อน ไม้ ไปซื้อหน้ากากยางรูปยอดมนุษย์มาสวม แล้วพยายามไปยืนคละกับคนมาร่วมงานที่ไม่มีที่นั่ง แต่มีใจอยากดูการแสดงบนเวที ไม้ที่สวมหน้ากากแฟรงเกนสไตน์เป็นคนหอบช่อกุหลาบ เพราะเคลื่อนตัวคล่องที่สุด เพราะหอบแล้วกุหลาบไม่เบียดพุงเหมือนสองหนุ่มอวบ
มีการแสดงเพลงพื้นบ้านจากชมรมผู้สูงอายุคั่นรายการ แล้วก็ถึงการประกวดธิดาส้มโอหวานรอบแรก
“น้องเทียน”
พอเจตน์เรียกเสียงดังปนเปกับเสียงเชียร์และเสียงกรี๊ดอย่างชื่นชมยามเทียนกัลยาภัคแนะนำตัวจบ เธอสวยจับใจในผ้านุ่งสีชมพูสไบเหลือง ผิวนอกร่มผ้าขาวผ่อง ริมฝีปากชมพูสดเป็นกระจับ โดดเด่นท่ามกลางสาวงามที่ยืนเรียงแถวกัน
บนเวทีมีการแสดงคั่นประกาศผลส้มโอที่ได้รางวัลรอบลึก ๆ แล้วสลับมาเป็นผลประกวดนางงาม เทียนกัลยาภัคติดหนึ่งในสิบ เจ๊โรสกับกิริฎาแม้จะรู้ผลอยู่แล้วก็อดที่จะดีใจไม่ได้
นางงามที่เข้ารอบสิบคนมาเดินโชว์ตัวอีกรอบ แล้วให้กลับไปเตรียมตัวแสดงความสามารถ แต่ละคนมีเวลาแสดงความสามารถคนละไม่เกินห้านาที
เทียนกัลยาภัคเลือกร้องเพลงสากล พลังเสียงของสาวม.ปลายสะกดคนรอบเวทีให้นิ่งสนิท หลังจบเพลงผู้คนปรบมือกันกระหึ่ม นายบุญเพียรและนางเกษรยิ่งปลื้มปริ่ม ไม่รู้เนื้อเพลงว่าหมายถึงอะไร แต่หัวอกคนเป็นพ่อแม่ก็ดีใจที่ลูกมีความสามารถได้รับการชื่นชมถึงขนาดนี้
เทียนกัลยาภัคมองไปรอบเวทีแล้วไปสบตากับกาวิน เขายกนิ้วโป้งสองนิ้วให้ เธอยินดีที่สร้างความประทับใจให้เขาได้
บนเวทีพิธีกรประกาศผลส้มโอหวานที่ชนะเลิศลำดับหนึ่งถึงสาม จากนั้นประกาศนางงามรอบสุดท้าย เทียนกัลยาภัคติดหนึ่งในห้า เข้าสู่ช่วงตอบคำถามจากคณะกรรมการ เทียนกัลยาภัคจับได้ซองคำถามจากนายอำเภอ
“ระหว่างเป็นคนสวยแต่ไม่ฉลาด กับเป็นคนไม่สวยแต่ฉลาด จะเลือกเป็นแบบไหนครับ”
พิธีกรอ่านคำถามช้า ๆ ชัด ๆ เทียนกัลยาภัคยิ้มนิดหนึ่ง ยื่นมือไปรับไมค์
“ตอบยากจัง เลือกเป็นตัวของตัวเองค่ะ เทียนเชื่อว่าในโลกนี้ไม่มีผู้หญิงไม่สวย ทุกคนสวยในแบบของตัวเอง แล้วก็ไม่มีใครที่จะฉลาดไปเสียทั้งหมดหรอกค่ะ”
คำตอบของเธอเรียกเสียงปรบมือได้อีกครั้ง
“ฉันละหัวใจจะวาย ทำไมไม่โดนคำถามเกี่ยวกับธรรมชาติสิ่งแวดล้อมบ้างนะ”
เจ๊โรสที่ยืนฟังจากหลังเวทีถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ไม่ว่าคำถามอะไรพี่เทียนก็ตอบได้หมดแหละจ้ะ” กิริฎายิ้มยืดอกอย่างภูมิใจในตัวพี่สาว
“ดู ๆ ไป ควันก็หน้าตาดีนะ ถ้าเทียนไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว สนใจจะให้เจ๊ปั้นไปประกวดนางงามไหม”
นางมองสาวน้อยในเสื้อยืดกางเกงยีนอย่างวิเคราะห์
“ไม่เอาหรอกจ้ะ ควันไม่ชอบยืนอยู่หน้าคนเยอะ ๆ”
“ไม่ลองจะไปรู้ได้ยังไงว่าจะทำได้หรือไม่ได้”เจ๊ดันคะยั้นคะยอ
“ควันไม่อยากให้เจ๊เสียเวลาด้วย อ๊ะ...เขาจะขายลูกโป่งกันแล้ว”
กิริฎาดึงความสนใจเจ๊โรสไปยังคณะกรรมการจัดงานกลุ่มหนึ่งที่ถือลูกโป่งมากมายมารออยู่ข้าเวที พอพิธีกรประกาศขายลูกโป่ง ก็เกิดชุลมุนกันขึ้น ผู้ชมแย่งกันซื้อลูกโป่งใหญ่ พอเจตน์ส่งม่อนที่อ้วนพลิ้วไปรบรากับคนอื่น
ลูกน้องเขาใช้ธนบัตรสีเทาสามใบหมดในพริบตา ได้ลูกโป่งสามสิบลูก รีบนำไปให้นางงามที่เจ้านายตนหมายตาอย่างว่องไว
ใช่ว่าหน้ากากยางจะปกปิดได้ว่าเป็นใคร เพราะเทียนกัลยาภัคเห็นอยู่เกือบทุกวัน จากท่าทางก็รู้ว่าเป็นม่อน ซึ่งพอเจตน์เป็นคนอยู่เบื้องหลังแน่ แต่ทำอย่างไรได้ เธออยากชนะ อยากเป็นที่หนึ่ง จึงจำต้องรับของจากคนที่ไม่ชอบ
++++++++++++++++++++++++++++++
วันอาทิตย์จะอัพ 5 ตอน นะคะ
วันธรรมดาตั้งเวลาอัพวันละ 2 ตอน 06.00 กับ 17.00 น.
อัพจนจบแล้วจะติดเหรียญค่า ขอค่ากาแฟ ค่าขนมไรต์ฯหน่อยค่า
รีบ ๆ มาอ่านกันนะคะ
ขอให้อ่านสนุก
เฌอเลียร์