“พี่จุน....พี่จุนของจินไปไหนมาคะ” น้องสาวสุดที่รักวิ่งเข้ามากอดเอวผมแน่น ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสของเธอนั้นคือความสุขเดียวของผม
พ่อแม่ของเราสองคนจากไปแล้ว...ท่านจากไปด้วยอุบัติเหตุ ก็...คนอื่นรู้แบบนั้น แต่ในฐานะลูกชายคนโตที่ต้องรับสืบทอดกิจการต่อรู้ดีว่า แท้ที่จริงพ่อแม่ของผมถูกลอบสังหารจากน้องชายแท้ๆ ของพ่อ เนื่องจากขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจ ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่เลวร้าย ผมยังเรียนไม่จบและจินก็ยังเด็กเกินไปที่จะมารับรู้
ผมอยู่ท่ามกลางสงครามเย็นในครอบครัว ทั้งที่อายุแค่สิบหกปีแต่ต้องต่อสู้เพื่อแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างของพ่อแม่ตัวเองกลับมาอยู่ในมือ อายุสิบเจ็ดผมกลายเป็นประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของผู้เป็นพ่อ ตอนแรกก็ไม่มีใครยินยอมหรอก เพราะผมยังเด็กเกินไป แต่ที่ผมยืนอยู่จุดสูงสุดได้...เพราะผมไม่เคยก้มหัวให้ใคร แม้ว่าใครจะกล่าวหาผมว่าไม่มีคุณสมบัติพอจะดูแลบริษัท ผมก็แค่ทำหน้าที่ให้ดีแล้วก็เป่าหัวพวกคิดต่างด้วยกระสุนปืน
เพียงไม่นาน...อำนาจที่เคยเป็นของพ่อก็ตกอยู่ในมือของผม
ผมบริหารบริษัทและเรียนควบคู่ไปด้วย ทั้งยังดูแลน้องสาวสุดที่รักเพียงคนเดียว กว่าจะผ่านพ้นมันมาได้...ผมก็แทบจะใช้เวลาทั้งชีวิตหมดไปกับงานและน้อง
ตอนนี้ทุกอย่างโอเคแล้ว ผมไม่ต้องเรียนอะไรอีก จบมันแค่ปริญญาตรีก็เพียงพอ เพราะงานต้องใช้ประสบการณ์บวกความรู้เพียงเล็กน้อย
ตอนนี้จินเรียนอยู่ปีสองคณะบริหารธุรกิจเช่นเดียวกับผม ส่วนผมเรียนจบมาห้าปีแล้ว จินได้เจอกับไมค์ตอนปีหนึ่ง ช่วงเวลาของการรับน้องทำให้เธอและเขาชอบพอกัน จินบอกกับผมทุกอย่างเพราะผมเป็นคนพูดกับเธอเองว่ามีอะไรให้บอกพี่ แน่นอนว่าน้องสาวของผมน่ารัก เธอเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอ แม้ว่าบางอย่างนั้นจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมโกรธมากก็ตาม...
เธอมีอะไรกับไมค์...แฟนของเธอ
ผมต้องเก็บความโกรธทั้งหมดลงคอ กล้ำกลืนมันลงไปแล้วเดินหนีเธอ เพื่อไม่ให้คำพูดคำจาเลวร้ายทำร้ายเธอผู้เป็นดั่งดวงใจของผม หลังจากสงบสติได้ผมก็ให้เธอกินยาคุมรวมถึงไปตรวจโรคให้เป็นประจำ ผมอธิบายเหตุผลให้เธอฟังว่าทำไมต้องทำ มันก็เพื่อตัวเธอเองทั้งนั้น ส่วนการห้ามไม่ให้เธอมีอะไรกับแฟน...มันเป็นไปไม่ได้หรอก
ยิ่งห้าม...ก็เหมือนยิ่งยุนั่นแหละ
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยากรู้อยากลอง เซ็กส์ก็เป็นสิ่งที่สัญชาตญาณการสืบเผ่าพงพันธุ์ ห้ามมีเซ็กส์ก็เหมือนกับห้ามกินข้าวนั่นแหละ ผมเลยไม่ห้ามและต้องทำใจยอมรับว่ามันเป็นเรื่อธรรมชาติ
ผมใช้เวลาหนึ่งวันเต็มไม่ทำงาน ไม่ทำอะไรเลยเพื่อยอมรับนี้...
แต่แล้วไม่นาน หลังจากไมค์ได้พรมจรรย์น้องสาวของผมไป มันก็เริ่มออกลาย จินไม่เคยบอกผม ไม่เคยพูดด้านเลวๆ ของไมค์ให้ผมฟัง เพราะเธอหวาดกลัวผม เธอรักไมค์...เธออยากอยู่กับไมค์
มันก็เหมือนเรื่องมีอะไรกัน ผมก็แค่ต้องอดทน ซ้ำแล้ว...ซ้ำเล่า ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของน้องสาวสุดที่รักอยู่เป็นประจำ ไม่รู้จินจะรู้ไหมว่า...เวลาเธอเจ็บปวด ผมเจ็บกว่าเธอเป็นร้อยเป็นพันเท่า เพราะเธอคือดวงใจของผม คือชีวิตทั้งชีวิต...
แต่หลังจากที่ผมไปพบไมค์วันนั้น น้องสาวของผมก็ดูมีความสุขกับเขามากขึ้น ผมยิ้ม ยีหัวเธอเล่นเพราะเอ็นดูและรักเธอเหลือเกิน
“วันนี้พี่ไปคุยงานมาค่ะคนดี คนดีของพี่ละคะ วันนี้เป็นยังไงบ้าง...” เรากอดเอวพากันไปที่ห้องทานอาหาร บ้านหลังโต แต่อยู่กันแค่สองคน...
“ก็ดีค่ะ ช่วงนี้ไมค์ทำตัวดีมากเลย น่ารักที่สุดเหมือนตอนคบกันใหม่ๆ เลยนะคะ ใช่...วันนี้ไมค์ซื้อช็อคโกแลตมาให้จินด้วยแหละค่ะ พี่จุนกินกับจินไหมคะ...”
“ไม่เอาค่ะ พี่ไม่อยากแย่งคนดีของพี่อ้วน”
“อ้า...พี่จุนใจร้าย กินแค่นี้ไม่อ้วนสักหน่อยนะคะ”
“ค่าๆ ไม่อ้วนก็ไม่อ้วนค่ะ” เสียงหัวเราะของผมดังเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าเง้างอนของจิน
บวกกับสีหน้าที่ทรมานเจียนตายของไมค์ในวันนั้น ผมก็ยิ่งรู้สึกมีความสุขมากขึ้นไปอีก นับว่าเขาฉลาดที่คว้าโอกาสที่ผมได้ให้ไว้ แถมยังกำมันเอาไว้ดิบดีอีกด้วย
หลังมื้อเย็นแสนสุขของผมและจินจบลง เธอก็ขอตัวไปโทรหาไมค์เพราะว่าได้เวลาไมค์เลิกเรียนแล้ว ผมปล่อยน้องสาวที่แสนดีของตัวเองไปอย่างที่เธอต้องการ จากนั้นตัวเองก็คลุกอยู่กับกองเอกสารในห้องทำงาน
แต่สัตว์ป่ามักเชื่องยาก...
ไมค์ทำตัวดีๆ กับน้องสาวของผมได้แค่ไม่นาน...เสียงร้องไห้นั่นกลับมาอีกแล้ว ผ่านไปแค่เดือนเดียวเอง และครั้งนี้เลวร้ายกว่าเดิม
ในเช้าที่เสียงร้องไห้นั้นดังระงมมาทั้งคืน ผมก็เข้าไปปลุกเมื่อเมดมาบอกว่าจินไม่ขานตอบเสียงปลุกของเธอ และเมื่อผมเข้าไปหาจิน ผมก็พบว่าน้องสุดที่รักของผมหมดสติอยู่ข้างเตียงพร้อมกับเลือดและมีดคัตเตอร์!
แค่ซีอีโอคิดต่างผมยังไม่ปล่อยไว้ แล้วนับประสาอะไรกับคนที่ทำร้ายดวงใจของผมจนยับเยิน
“ไปลากตัวมันมา” ผมอุ้มน้องสาวเอาไว้ในอ้อมแขนแล้วสั่งเสียเฉียบกับคนสนิท
ดูท่า...สั่งสอนแค่นั้นมันจะไม่เพียงพอ!!!
*____________*
ฝากคอมเมนต์ให้กันบ้างน้า ^^