EP 2 บังเอิญเจอ

1462 คำ
​ ​ “วันนี้อัยเป็นอะไร ดูไม่สดใสเลย” แสงดาวกับเฟื่องฟ้ารีบเอื้อมมือไปสะกิด เพราะเห็นว่าอัยย์ญาดานั่งเหม่อลอยอยู่นานแล้วจนอาจารย์เดินออกจากห้องไป “เปล่าหรอก เราแค่ง่วงนิดหน่อยเอง” เธอมัวแต่คิดถึงเรื่องของพิพัฒน์ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น “แล้วเย็นนี้อัยจะไปดูพี่กรซ้อมบาสกันอีกหรือเปล่า เรากับเฟื่องฟ้าจะได้หาซื้อขนมเตรียมไปนั่งกินด้วย” “วันนี้เราต้องรีบกลับบ้าน คงไม่ได้ไปแล้วแหละ” โดยปกติทุกๆวันเธอกับสองเพื่อนสนิทมักจะชวนกันไปดูพิพัฒน์ซ้อมบาสเกตบอลเกือบทุกวัน แต่เพราะเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าทำเอาหัวใจของเธอห่อเหี่ยวจนไม่เป็นอันทำอะไรเลย “ถ้าอย่างนั้นพวกเรากลับกันก่อนนะอัย เดียวไม่ทันรถรอบสี่โมง” แสงดาวกับเฟื่องฟ้าบ้านอยู่ทางเดียวกันจึงไป-กลับมหาวิทยาลัยด้วยกันทุกวัน และถ้าหากพวกเธอไม่ทันรถตอนสี่โมงเย็น ก็จะมีรถอีกทีรอบหกโมงเย็น “พรุ่งนี้เจอกันนะเฟื่องฟ้า แสงดาว” เพื่อนสาวต่างก็ลำลากันตามประสา อัยย์ญาดาเดินลงมาจากตึกเรียนก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังประตูหลังของมหาวิทยาลัยเพราะมีป้ายรถเมล์สายที่ผ่านบ้านของเธอ แต่อยู่ดีๆเธอก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมาจึงวิ่งไปยังห้องน้ำที่อยู่ติดกับรั้วหลังมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็วทันใจเพราะต้องทำเวลาด้วย และเมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จในขณะที่เธอกำลังจะเปิดประตูห้องน้ำออกมา ก็ได้ยินเสียงคนสองคนสนทนากัน เธอจำได้ขึ้นใจว่าหนึ่งในนั้นคือพิพัฒน์ ส่วนเสียงผู้หญิงอีกคนเป็นใครนั้นเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอัยย์ญาดาจึงค่อยๆเปิดแง้มบานประตูออกเพียงเพื่อให้สายตาได้มองลอดผ่าน แต่ทั้งพิพัฒน์และผู้หญิงคนนั้นกลับหายเข้าไปในห้องน้ำด้วยกันสองคน เธอแทบไม่อยากจะคิดต่อว่ามันเกิดอะไรขึ้น เมื่อได้ยินเสียงที่ดังเล็ดลอดออกมา “โอ้วววว...อูยยยยส์...ซี๊ดดดดส์” แทบไม่ต้องเดาให้ยากก็รู้อยู่แก่ใจว่าเสียงโอดครวญที่ได้ยินมันเปล่งออกมาจากปากของพิพัฒน์ ตาทั้งสองข้างหลับแน่นแทบจะทนไม่ไหวที่เขาทำตัวแย่แบบนี้ ทั้งที่เพิ่งให้คำมั่นสัญญากับพี่รหัสของเธอไปหยกๆ ยังไม่ทันพ่นข้ามวันก็ลักลอบทำบัดสีบัดเถลิงกับผู้หญิงคนอื่นในห้องน้ำมหาวิทยาลัย ยิ่งรู้สึกผิดหวังในตัวของเขาอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้จะโมโหแทนปรียาเพียงใด เธอก็ต้องทนข่มอารมณ์ตัวเองเอาไว้ ทำเหมือนกับว่าไม่เคยมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาก่อน จนเวลาผ่านไปหลายนาทีและเสียงครวญครางที่ได้ยินก็เงียบไป เธอจึงต่อยๆก้าวออกมาจากห้องน้ำ และเดินมุ่งหน้าต่อไปยังป้ายรถเมล์ “อัยย์ญาดา” คนถูกเรียกถึงกับหยุดชะงัก เธอคิดว่าเขาคงเดินออกไปไกลแล้ว แต่ทำไมถึงยัง... เขาคิดไว้ไม่มีผิดว่าเจ้าของกระเป๋าสะพายสีซีดที่วางอยู่หน้าห้องน้ำคือเด็กรุ่นน้องที่ตามติดปรียา จึงได้ยืนรออยู่นานจนเธอเดินออกมา ด้วยความต้องการที่มีมากกว่าเขาจึงไม่มีเวลามาสนใจเพราะอยากปลดปล่อยเต็มแก่ แล้วจึงค่อยจัดการทีหลัง “ฉันเรียกชื่อเธออยู่ ไม่ได้ยินหรือไง” พิพัฒน์ตัดสินใจเดินเข้าไปหาคนตัวเล็ก “ได้ยินค่ะ” อัยย์ญาดาก้มหน้างุดเพราะไม่กล้าสู้สายตาของผู้ชายที่เธอแอบรัก ทั้งยังเสียใจแทนปรียา “ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกเปรียวเด็ดขาด เข้าใจไหม” พิพัฒน์กำชับ “ค่ะ” เธอได้แต่ก้มหน้ารับปาก สายตามองเห็นแต่ปลายเท้าของตัวเอง “แล้วต่อไปเธอก็อย่ามายุ่งวุ่นวายกับฉันอีก ไม่ว่าจะเป็นที่โรงยิม ที่ตึกคณะ หรือในห้องสมุด เพราะมันน่ารำคาญ ฉันไม่ได้ชอบเธอ จำเอาไว้” พอพูดจบร่างใหญ่ก็ก้าวขาเดินออกมา ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเด็กอัยย์ญาดาตามดูเขาอยู่ตลอดเวลา แล้วการที่เธอมาตีสนิทกับปรียาก็คงเพราะอยากเข้าใกล้เขาสินะ ราวกับโดนไม้หน้าสามฟาดเข้าที่ใบหน้า แล้วถูกรถสิบล้อพุ่งเข้าชน อัยย์ญาดายืนนิ่งไม่ไหวติง ชาไม่ทั้งตัว “ก็ได้ ต่อไปนี้อัยจะเลิกสนใจพี่กรแล้ว” น้ำตาเอ่อคลอด้วยความผิดหวัง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเนื้อแท้ของพิพัฒน์จะเป็นคนที่ปากร้ายและดูถูกคนอื่นได้ขนาดนี้ “หน้าบูดเลยนะมึง ไปอารมณ์เสียที่ไหนมา” ชนาธรเห็นเพื่อนเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่บูดบึ้งก็รีบเดินเข้าไปถาม พร้อมกับโยนลูกบาทให้ “เรื่องเดิม” พิพัฒน์ตอบเสียงเรียบ “น้องอัยเหรอวะ ทำไม น้องเค้าไปยุ่งอะไรกับมึงอีกล่ะ” ชนาธรพูดติดตลก ทั้งที่มีสาวๆแฟนคลับมากมายเข้ามาปลื้ม แต่เพื่อนของเขากลับไม่ชอบอัยย์ญาดาเพียงแค่คนเดียว “ยัยนั่นเห็นกูกับเบอรี่ที่ห้องน้ำดิวะ” “ห๊ะ! แล้วแบบนี้น้องเค้าไม่เอาเรื่องแกไปบอกเปรียวหรอกเหรอ?” เรื่องมันแย่กว่าที่คิดไว้เสียอีก “คงไม่บอกมั้ง เพราะกูสั่งไว้แล้ว แล้วกูก็บอกไปอีก ว่าอย่ามายุ่งกับกูอีก น่ารำคาญชะมัด” พิพัฒน์ยกมือขึ้นเสยผมที่แรกลงบนใบหน้า ก่อนจะคว้าเอาขวดน้ำดื่มขึ้นมากรอกใส่ปาก “มึงก็ว่าเกินไป น้องเค้าออกจะรัก ดูซื่อๆใสๆดี กูชอบว่ะ” หน้าตาของอัยย์ญาดาก็ไม่ได้แย่ แถมยังดูสดใสน่ารักไร้เครื่องสำอางตามประสาเด็กต่างจังหวัด “อย่างมึงเนี่ยนะ? ปกติเห็นควงแต่ระดับท็อป” พิพัฒน์ชายตามองก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน ไม่คิดว่าชนาธรจะคิดอย่างที่ปากพูดจริงๆ “เอาน่า เปลี่ยนแนวบ้างจะเป็นไรไป ถ้ามึงไม่ชอบน้องเค้า งั้นกูจีบ” “ก็แล้วแต่ดิ เรื่องของมึง” พิพัฒน์กันใบหน้ามองไปทางอื่น บางทีการที่มีผู้ชายคนอื่นให้สนใจ ยัยเด็กนั่นอาจจะเลิกตามเขาก็ได้ จนในที่สุดก็ถึงวันปิดภาคเรียน อัยย์ญาดารีบเก็บกระเป๋าเพราะเธอมีนัดกับเมธาเพื่อนจากมัธยมที่เรียนอยู่คนละคณะ “น้องอัย” ชนาธรเดินเข้าไปหา ไม่แคร์สายตาของนักศึกษาคนอื่นที่อยู่ในห้อง “ว่าไงคะพี่แบงค์” ถึงแม้จะรู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อยที่จู่ๆเพื่อนสนิทของพิพัฒน์ก็ทำท่าราวกับว่าสนใจเธอ ก็ยิ่งทำให้เป็นจุดเด่น และถูกซุบซิบนินทาในมหาวิทยาลัย “เย็นนี้ให้พี่ไปส่งที่บ้านนะ” เขาแสดงความเป็นสุภาพบุรุษโดยการช่วยสาวน้อยถือกระเป๋าใบใหญ่ที่บรรจุเต็มไปด้วยหนังสือเรียน “ไม่เป็นไรค่ะ อัยเกรงใจ เดี๋ยวอัยขึ้นรถเมล์กลับเองได้ค่ะ” เป็นแบบนี้เกือบทุกวัน เขาจะรับรู้บ้างไหม ว่าเธอรู้สึกลำบากใจแค่ไหน “มัวชักช้าอะไรอยู่ วันนี้มีซ้อมใหญ่ ลืมไปแล้วหรือไง” เสียงของพิพัฒน์ดังขึ้นมา พร้อมกับร่างใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูอยู่หน้าห้อง ชนาธรหันไปขยับตาให้เพื่อน แต่เหมือนพิพัฒน์จะไม่ให้ความร่วมมือเลยสักนิด “พี่แบงค์ไปซ้อมบาสเถอะค่ะ” เธอส่งยิ้มให้คนตรงหน้า ก่อนจะรับกระเป๋ามาถือไว้เสียเอง “ก็ได้ครับ ถ้าน้องอัยย์กลับถึงบ้านแล้วโทรมาบอกพี่ด้วยนะ” ชนาธรจำใจต้องโบกมือลา ก่อนจะเดินออกไปหาไอ้เพื่อนเวรที่เข้ามาขัดจังหวะได้เหมาะเจาะจริงๆ “เมื่อไหร่อัยจะตอบรับเป็นแฟนกับพี่แบงค์สักทีล่ะ” ทั้งเฟื่องฟ้าและแสดงดาวรีบวิ่งเข้าไปหาด้วยอาการที่ตื่นเต้น “พี่เค้าไม่ได้ขออัยเป็นแฟนเสียหน่อย” อันที่จริงเธอแทบไม่ได้รู้สึกกับชนาธรเลย ต่างกับ...พิพัฒน์ เธอยังคงหวั่นไหวลึกๆในหัวใจในยามที่เห็นหน้าเขา “โหยยย...เค้ารู้กันทั้งมหาวิทยาลัยแล้วมั้ง ว่าพี่แบงค์ตามจีบอัยอยู่” แสงดาวเสริมขึ้น ลุ้นจนตัวเกร็งว่าเมื่อไหร่เพื่อนจะยอมใจอ่อน นี่ก็ผ่านมาตั้งหลายเดือนแล้วด้วย อัยย์ญาดาก็ได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนๆกลับไป เธอเองก็ไม่รู้จะปฏิเสธชนาธรอย่างไร แล้วอีกอย่างเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งเลยทีเดียว สามเดือนที่ผ่านมาชนาธรปฏิบัติตัวกับเธออย่างให้เกียรติ และไม่เคยล่วงเกินเลยสักครั้ง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม