บทที่ 2 ความตาย

1845 คำ
คาซ่า โบนิต้า เป็นคอนโดมิเนียมของโบนิตา พ่อแม่ของเธอทำธุรกิจนำเข้าส่งออกอาหารแห้งและเครื่องเทศที่ญี่ปุ่น พวกเขาสร้างคอนโดมิเนียมแห่งนี้ไว้เพื่อกลับมาอยู่ในช่วงบั้นปลายของชีวิต น่าเสียดายที่พ่อของเธอจากไปอย่างกะทันหันเสียก่อนด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ เหลือก็แต่แม่ที่ยังทำธุรกิจต่อไปที่ญี่ปุ่น นานๆ จะกลับมาสักที โบจึงดูแลคอนโดมิเนียมแห่งนี้แทนแม่ของเธอ วีร์รับกล่องเค้กกับขวดโคลด์ ดริป คอฟฟี่ มาถือไว้เสียเองเพื่อให้โบรูดคีย์การ์ดเข้าไปในส่วนห้องพักชั้นสี่ ห้องของนายวริศอยู่สุดทางเดินด้านขวา หญิงสาวกดกระดิ่งที่หน้าห้อง “นี่ถ้าพี่วีร์ไม่มาด้วยนะ โบจะกดกระดิ่ง เอากล่องเค้กวางไว้หน้าห้องแล้วเผ่นแน่บจริงๆ ด้วยละ” หญิงสาวเบ้ปาก เธอยืนกอดอก ถือโอกาสไม่รับกล่องเค้กกลับไป ปล่อยให้วีร์เป็นคนถือแทน “อันที่จริงให้พี่เอามาส่งให้ก็ได้ โบนั่งรอที่ร้าน” “ไม่ได้” เธอทำตาโตพูดเสียงเฉียบขาด “อ้าว ทำไมล่ะ พี่มาส่งให้ไม่ดีเหรอ” “ไม่ดีแน่ๆ ถ้าจะมาเราต้องมาด้วยกันสิคะ ก็โบเป็นห่วงพี่วีร์” “ห่วงพี่เรื่องอะไร แค่มาส่งกาแฟแค่นี้เอง” “ก็นายวริศน่ะเป็นคนอันตรายทั้งกับโบและกับพี่วีร์ เขาเป็นพวกผู้ชายที่คิดว่าตัวเองแก้ทอมซ่อมดี้ คืนสตรีสู่สังคมได้ คนอะไรไม่รู้ในหัวมีแต่เรื่องอย่างว่า” หญิงสาวยื่นหน้ามากระซิบใกล้ๆ วีร์ เธอเขม่นดวงตาสวยใสกลมโตเน้นที่พูดว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ วีร์ได้กลิ่นวานิลลาหอมอ่อนจางระเหยมาจากตัวของเธอ มันทำให้รู้สึกดีจัง “เราไปรู้ได้ไงว่าเขาเป็นแบบนี้” วีร์ถามเสียงเรียบๆ ชวนคุยเสียมากกว่าจะอยากรู้จริงจัง “วุ้ย เวลาที่เจอโบเนี่ย ความเจ้าชู้มันทะลักออกมาจากตาจากปากเขายังกะซาลาเปาไส้ลาวาเลยค่ะ เจอเป็นไม่ได้ รี่เข้ามาคุยเรื่องห้องเช่ายังงั้นยังงี้ แหม...ทำไมโบจะไม่รู้ว่าหาเหตุมาคุยเจ๊าะแจ๊ะ ไอ้ห้องที่โบให้เขาเช่าน่ะ มันไม่มีปัญหาอะไรหรอก” เธอค้อนลม วีร์ยิ้มให้การเปรียบเทียบความเจ้าชู้กับซาลาเปาลาวาของเธอ “อ้าว...แล้วทำไมไม่มาเปิดประตูเนี่ย รอนานแล้วนะ” ท้ายประโยคหญิงสาวหันไปกดกระดิ่งอีกครั้ง เพราะยังไม่มีใครมาเปิดสักที “อ้อ นายวริศเขาเช่าห้องนี้ของโบนี่เนอะ ยังเหลือห้องให้เช่าอีกหลายห้องไหม” วีร์นึกขึ้นได้ว่านอกจากขายแล้ว โบยังปล่อยเช่าบางห้องในคอนโดมิเนียมของเธอด้วย “ห้องมีคนเช่าหมดแล้วค่ะ เหลือก็แต่ยูนิตสำหรับขายอีกนิดหน่อย ยังดีหน่อยที่นายวริศนี่จ่ายตรงเวลาทุกเดือน” หญิงสาวพูดพลางกดกระดิ่งอีกครั้ง “พี่วีร์ว่าเขานอนหลับไหมคะ” “เอ ยังหัวค่ำอยู่เลยนะ สงสัยจะไม่อยู่เสียมากกว่า” วีร์คิดอย่างนั้นเพราะท่าทางของวริศ ชายเจ้าของห้องน่าจะเป็นนักท่องราตรีมากกว่าคนรักสุขภาพที่เข้านอนเร็ว “อ้าว แล้วยังไงเนี่ย” โบมองไปที่กล่องเค้ก “แต่ตอนโบกดกระดิ่งพี่ไม่ได้ยินเสียงกระดิ่งดังออกมาเลยนะ ปกติมันน่าจะได้ยินเสียงลอดออกมาแว่วๆ หรือว่ากระดิ่งจะเสีย” วีร์ย่นหัวคิ้วด้วยความสงสัย “ลองเคาะดูซิ” โบเคาะประตูห้องค่อนข้างแรงสองสามครั้ง แต่ในห้องก็ยังเงียบ “เอาละสิ สงสัยจะไม่มีคนอยู่ เค้กกับกาแฟนี่เอาไงดีคะพี่วีร์ หรือเราจะวางไว้หน้าห้อง” หญิงสาวเลิกคิ้ว “ถ้าไม่มีคนอยู่ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น ลองเคาะอีกทีซิคะ” โบไม่เคาะแล้วเพราะคงจะเจ็บข้อนิ้ว เธอใช้ฝ่ามือตบประตูแรงๆ สามสี่ครั้ง เสียงดังทีเดียว ถ้ามีคนอยู่ในห้องคงจะหงุดหงิดแล้วรีบมาเปิดรับเป็นแน่ แต่เมื่อยืนรออยู่ครู่หนึ่งก็ไม่มีใครมา ตอนที่วีร์กำลังตัดสินใจจะวางกล่องเค้กและขวดโคลด์ ดริป คอฟฟี่ ลงที่พื้นนั่นเอง เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ทักขึ้น “เค้กกับกาแฟมาแล้วเหรอคะ” วีร์และโบหันไปมองพร้อมกัน ก็พบหญิงวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบปลายๆ เธอชื่อสาวิตรี แต่เรียกตัวเองด้วยสำเนียงอเมริกันว่า ซาร่า เป็นเจ้าของร้านทำผม ซาร่า ซาลอน ที่ชั้นล่างสุดของคอนโดมิเนียม “คุณน้องมายืนรอนานหรือยังคะ” นางยิ้มหว่านเสน่ห์แบบนางงามจนรอยตีนกาขึ้นเป็นริ้ว “สักพักแล้วค่ะ แต่กดกระดิ่งแล้วก็ไม่มีใครมาเปิด” โบตอบ “อ้าว เหรอคะ สงสัยคุณวริศจะหลับละมั้ง ขอโทษทีนะคะ วันนี้รถติดมากๆ เลย คุณพี่เลยมาถึงช้าไปหน่อย” นางพูดพลางหยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋าถือ ไขเปิดประตูห้องเหมือนกับว่าเป็นห้องของตัวเอง จากนั้นยื่นมือมารับกล่องเค้กกับขวดกาแฟไป “มาค่ะ คุณพี่รับไปเอง” “โคลด์ ดริป นี่ถ้ายังไม่ดื่มก็ใส่ตู้เย็นไว้ได้นะคะ” วีร์บอก “ขอบคุณมาก” นางยิ้มให้อีกครั้ง ท่าทางมีความสุขแม้จะดูเหน็ดเหนื่อยและสีหน้าโทรมๆ นั่นก็เป็นมันย่อง จากนั้นนางก็ปิดประตู ทั้งวีร์และโบถอนหายใจออกมาดังๆ พร้อมกัน เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นเสียที วีร์เดินนำเธอไปที่ลิฟต์ จู่ๆ โบก็หัวเราะกิ๊กออกมา “ขำอะไรคะ” วีร์เลิกคิ้ว “ขำความลับของคุณซาร่าน่ะสิพี่วีร์ ไม่เห็นเหรอว่านางมีกุญแจห้องของนายวริศด้วยนา...” โบลากเสียง ช้อนตามองวีร์อย่างมีเลศนัย “อืม คิดสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมคุณซาร่าถึงมีกุญแจห้องชายหนุ่ม ทีแรกคิดว่าเธอพักอยู่กับเขา” วีร์พูดยิ้มๆ “เปล่านา” โบลากเสียง “นางแค่มีร้านทำผมอยู่ชั้นล่างของคอนโดฯ แต่ไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก บ้านของนางหลังเบ้อเริ่ม อยู่ในซอยข้างคอนโดฯ ค่ะ” วีร์อมยิ้ม แบบนี้ก็ชัดละ “โบบอกแล้วว่านายวริศเนี่ยเจ้าชู้กะเรี่ยกะราด ขนาดคุณซาร่านี่สี่สิบกว่ายังไม่เว้นเลยเห็นไหม” โบยื่นหน้ามาทำตาโตป้องปากกระซิบกระซาบทั้งที่ก็ยืนกันอยู่สองคน จากนั้นเธอกดเรียกลิฟต์ให้ขึ้นมารับ “เราเนี่ยนะ ปากหอยปากปู” วีร์เอื้อมมือไปโยกศีรษะโบด้วยความเอ็นดู หญิงสาวกลับยิ้มพอใจเหมือนเวลาที่ลูกแมวมีคนมาเกาคอเกาหูลูบเนื้อตัวให้ “คุณๆ ช่วยหน่อยสิ” เสียงของซาร่าเรียกมาจากประตูห้อง “มีอะไรหรือคะ” วีร์ถามออกไป “คือไฟในห้องมันดับน่ะ ฉันไม่รู้ว่าคัตเอาต์มันอยู่ตรงไหน ห้องมันก็มืดไปหมดเลยมองอะไรไม่เห็น คุณรู้ไหมคะว่าเขาติดคัตเอาต์ไว้ตรงไหน” ท้ายประโยคซาร่าหันมาทางโบนิตา เพราะรู้ว่าโบเป็นเจ้าของตึก เธอเองก็ซื้อห้องทำร้านทำผมจากโบเหมือนกัน “อ๋อ เดี๋ยวดูให้ค่ะ” โบตอบไป ทั้งสองคนจึงต้องกลับไปที่ห้องของนายวริศอีกครั้ง วีร์หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงยีนแล้วเปิดฟังก์ชันไฟฉาย ขณะที่โบชี้ไปที่มุมห้องซึ่งกั้นเป็นครัวเล็กๆ ด้วยเคาน์เตอร์บาร์ “อยู่ด้านหลังตู้เย็นน่ะค่ะพี่วีร์” เสียงโบบอก แต่ตอนนั้นเองที่เสียงกรีดร้องของซาร่าดังขึ้น วีร์ตกใจจนแทบจะทำสมาร์ตโฟนหลุดมือ “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด....!!!” “พี่วีร์” เสียงโบสั่นพร่าด้วยความตกใจ หญิงสาวผวามาเกาะแขนวีร์ไว้แน่น “เฮ้ย เกิดอะไรขึ้น” วีร์กราดไฟฉายไปทั่วห้องทำให้ลำแสงจับไปตามผนังห้องโดยรอบ แล้วประสาทสัมผัสก็บอกเธอว่าเสียงกรีดร้องนั้นดังมาจากในห้องนอน ด้วยความรีบร้อนวีร์จึงไม่ทันได้หาคัตเอาต์ แต่ถือสมาร์ตโฟนส่องแสงนำทางไปอีกห้องซึ่งน่าจะเป็นห้องนอน โบตามมาติดๆ เมื่อเข้ามาในห้อง สิ่งแรกที่วีร์เห็นในความมืดก็คือร่างของซาร่าหันหน้าเข้าซุกผนัง สองมือของเธอปิดหน้าส่งเสียงครางและร้องไห้ด้วยความตื่นตระหนก ร่างท้วมของสาวใหญ่สั่นเทิ้มไปทั้งตัว ที่พื้นมีสมาร์ตโฟนของเธอตกอยู่ มันส่องแสงตรงขึ้นไปบนเพดาน รอบบริเวณจึงยังมืดมิด “โบ รอพี่ตรงนี้นะคะ อย่าเข้ามา” วีร์หันไปบอกหญิงสาวที่ยืนเกาะแขนเธอไว้แน่น โบคงกลัวจนพูดไม่ออกจึงพยักหน้ารับแล้วยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้ตามวีร์เข้ามาในห้องน้ำ “คุณซาร่า เป็นอะไรไปคะ” วีร์ทาบมือลงบนต้นแขนสั่นเทาของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบโยน ทั้งที่เธอก็ไม่รู้ว่าซาร่าเป็นอะไร ซาร่านั้นสะดุ้งโหยง รีบเบียดตัวเข้าผนัง ซุกศีรษะก้มจรดคอและร้องไห้เสียงดังเหมือนคนเสียขวัญที่พร้อมจะสติแตกขึ้นมาได้ทุกเมื่อ “ฮือ...คุณวริศ” “สติค่ะ คุณซาร่า ตั้งสติไว้ เกิดอะไรขึ้นคะ” วีร์พยายามตะล่อมถาม “คุณวริศ...ในนั้น” หญิงวัยกลางคนยังคงร้องไห้และยกมือปิดหน้า อีกมือหนึ่งนั้นชี้ไปที่อ่างอาบน้ำซึ่งมีผ้าพลาสติกกั้นน้ำบังอยู่บางส่วน วีร์จึงหันไปทางอ่างอาบน้ำ ทันทีที่เธอเบนหน้าจอสมาร์ตโฟนสาดแสงไปที่อ่าง ภาพที่ปรากฏทำให้วีร์ผงะถอยหลังด้วยความตกใจ “เฮ้ย!” ร่างของนายวริศนอนอยู่ในอ่างอาบน้ำ ใบหน้าบิดเบี้ยว ผิวหน้าและร่างกายบางส่วนไหม้เกรียมแช่อยู่ในอ่างที่มีน้ำอยู่ครึ่งๆ “กรี๊ดดดดดดด” วีร์สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ เสียงโบกรีดร้องดังมาจากข้างหลังใกล้ๆ นี่เอง ไม่รู้ว่าเธอเดินตามเข้ามาเมื่อไร เมื่อหันไปมองก็เห็นโบกำลังตะลึงจ้องมองสภาพศพสุดสยองในอ่างน้ำ “อย่ามอง ปิดตาเสีย อย่ามองค่ะ” วีร์กอดโบเอาไว้แน่น มือหนึ่งประคองศีรษะของเธอให้หันมาซุกกับอกเพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นภาพความตายอันน่าสยดสยองของเจ้าของวันเกิดในวันนี้
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม