[EPISODE1]
กรงรักเสพติดร้าย
The Wicked Cage
[EPISODE1]
การแจ้งเตือนกระทู้ [กอสซิปไอดอลมหา'ลัย]
[“กรี๊ดดดดด! งานแฟร์มหา'ลัยวันนี้คือสมรภูมิรบของสาว ๆ ชัด ๆ ซุ้มแต่ละคณะงัดเอาตัวตึงระดับเทพเจ้ามาตกคนดูแบบไม่มีใครยอมใคร โดยเฉพาะสี่หนุ่มฮอตที่โดนเพื่อนลากมาสแตนด์บายประจำซุ้ม ใครไหวไปก่อนเลย ทางนี้ขอเติมเลือดด่วน!”]
#งานแฟร์มหาลัย #หล่อจนต้องร้องขอชีวิต #หล่อบอกต่อด้วย
Comments...
June.CA: “วันนี้แก๊งนิเทศจะไปกวาดให้เรียบค่ะ”
Ball.ME: “ซุ้มน้ำปั่นคณะฉันคือที่สุดแล้วปะ นัวมาก”
Matthew.CA4: “คนเยอะมาก ระวังเบียดกันนะครับ”
2,450 Like 512 Comments 890 Shares
เปลวแดดร้อนแรงช่วงบ่ายแผดเผาลงมาบนลานกิจกรรมกว้างของมหาวิทยาลัย เปลี่ยนลานอเนกประสงค์ให้กลายเป็นงานแฟร์ประจำปีที่อัดแน่นไปด้วยฝูงชน เสียงดนตรี เสียงพูดคุย และเสียงหัวเราะดังระงมไปทั่วบริเวณ ทว่าสำหรับ ‘ยาหยี’ หญิงสาวจากคณะนิเทศศาสตร์ปีหนึ่ง ความร้อนของอากาศกลับทำอะไรความสวยสะพรั่งของเธอไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ร่างอรชรส่วนสูง 165 เซนติเมตรก้าวเดินไปตามทางเดินด้วยความมั่นใจ เสื้อนักศึกษาสีขาวแขนสั้นพอดีตัวรัดรึงเข้ากับหน้าอกอวบอัดจนเห็นสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจน ตัดกับกระโปรงทรงเอสีดำที่สั้นเหนือเข่า เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนอมชมพูที่ทอดน่องไปตามจังหวะ เส้นผมสีดำขลับยาวสลวยทิ้งตัวเคลียระบั้นท้ายงอนงาม ทุกย่างก้าวของเธอส่งกลิ่นหอมหวานละมุนของแป้งเด็กที่เจือความหอมบริสุทธิ์ของดอกเหมยลอยอวลในอากาศ
“มึงดูน้องคนนั้นดิ โคตรน่ารักเลยวะ เด็กคณะไหนวะ” เสียงซุบซิบจากกลุ่มนักศึกษาชายแปลกหน้าดังแว่วมาให้ได้ยิน
“หุ่นโคตรเอ็กซ์เลยมึง ผิวอย่างขาว” อีกเสียงหนึ่งสมทบ พร้อมกับสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมายังร่างเล็กด้วยความหิวกระหาย
“ชะนีฉันบอกแล้วไงว่าซุ้มฝั่งวิศวะปีนี้จัดเต็มมาก”
‘บอลลี่’ หนุ่มวิศวะหน้าสวยเจ้าของเส้นผมมัลเล็ตสีชมพูสว่างเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น นิ้วเรียวยาวชี้ชวนให้เพื่อนสาวในกลุ่มดูความอลังการของซุ้มต่าง ๆ ที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า
“เค้าแค่อยากมากินน้ำหวาน ๆ เย็น ๆ เองนะบอลลี่ ไม่ได้กะมาส่องผู้ชายสักหน่อย” ยาหยีตอบกลับด้วยรอยยิ้มน่ารักซุกซน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มกลมโตเปล่งประกายแพรวพราว นิ้วเรียวเล็กที่ประดับด้วยแหวนเลสเกลี้ยงวงเล็กที่นิ้วชี้ซ้ายขยับสายกระเป๋าเป้สีขาวใบเล็กที่มีพวงกุญแจหัวกะโหลกสีเงินห้อยต่องแต่งให้เข้าที่ ปลายนิ้วที่มีเล็บสีชมพูธรรมชาติดูสะอาดตาและน่าสัมผัส
“แหม ปากบอกไม่อยากส่อง แต่ตาแกนี่เป็นประกายเชียวนะยัยหยี”
‘จูน’ แม่สาวนักข่าวประจำกลุ่มเอ่ยแซวพร้อมกับหัวเราะคิกคัก ขณะที่ ‘แพม’ สาวสวยหน้านิ่งเพียงแค่พยักหน้าเห็นด้วยเงียบ ๆ
“งั้นเราไปเริ่มที่ซุ้มน้ำปั่นของภาคไฟฟ้ากันก่อนเลย ยัยหยีบ่นหิวน้ำไม่ใช่เหรอ” บอลลี่ออกความเห็นก่อนจะเดินนำแก๊งสาวงามมุ่งหน้าไปยังซุ้มที่เนืองแน่นไปด้วยกลุ่มนักศึกษาหญิงมากที่สุด
ป้ายไม้กระดานด้านบนเขียนด้วยลายมือหวัด ๆ ว่า ‘ซุ้มผู้ชายขายน้ำ’ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดใจผู้คนไม่ใช่รสชาติของผลไม้ปั่น แต่เป็นร่างสูงสง่าของผู้ชายที่กำลังยืนเขย่าเชคเกอร์อยู่หลังเคาน์เตอร์ต่างหาก
‘ลีเจย์’ ร่างสูงตระหง่านถึง 192 เซนติเมตรของเขาโดดเด่นสะดุดตาราวกับนายแบบหลุดออกมาจากนิตยสาร ใบหน้าหล่อเหลาสไตล์ลูกครึ่งเกาหลีมีรอยยิ้มประดับอยู่บนริมฝีปากหยักลึก เส้นผมสีเงินอมเทายาวประบ่าถูกมัดครึ่งไว้ด้านหลังสไตล์แมนบันเซอร์ ๆ เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดแบรนด์เนมสีขาวทับด้วยเสื้อช็อปสีน้ำเงินของสาขาไฟฟ้า ชายเสื้อปลดกระดุมออกจนหมด ลาดไหล่กว้างรับกับสร้อยเกียร์สีเงินที่ทิ้งตัวอยู่บนแผงอกแกร่ง แขนเสื้อที่พับขึ้นเผยให้เห็นลายสักสไตล์ Cyber Sigilism สีดำสนิทที่พันเกี่ยวอยู่บนท่อนแขนล่ำสัน ดูอันตรายและเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ กลิ่นหอมวอดดี้ผสมผสานกับเบอร์กาม็อตลอยโชยมาเตะจมูก
“พี่ลีเจย์จะหยุดหล่อกี่โมงคะเนี่ย” สาว ๆ ส่งเสียงอย่างชื่นชม
ทันทีที่ยาหยีแทรกตัวเข้ามาจนถึงหน้าเคาน์เตอร์ นัยน์ตาคมปลาบที่แฝงไปด้วยความเจ้าชู้และแพรวพราวของลีเจย์ก็ตวัดมาสบประสานเข้ากับนัยน์ตากลมโตของหญิงสาวทันที รอยยิ้มเรี่ยราดที่มักแจกจ่ายให้ทุกคนพลันชะงักไปชั่วครู่ สายตาของเขากวาดมองตั้งแต่ใบหน้าหวาน เลื่อนต่ำลงมายังหน้าอกอวบอัดที่ดันเนื้อผ้าออกมาอย่างโจ่งแจ้ง สายตานั้นเปลี่ยนเป็นความสนใจอย่างลึกซึ้งและไม่ได้ปิดบังความปรารถนาเลยแม้แต่น้อย
“รับน้ำอะไรดีครับคนสวย หรือจะรับคนปั่นไปแทนดี?” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ จังหวะที่เขาขยับริมฝีปากพูด จิลสีเงินที่ฝังอยู่บนลิ้นก็เผยให้เห็นวับแวม
“แก...พี่ลีเจย์มองน้องคนนั้นตาเยิ้มเลยว่ะ ปกติแกแกล้งหยอดเฉย ๆ ไม่ใช่เหรอ” เสียงซุบซิบจากรุ่นพี่ปีสามที่ต่อคิวอยู่ด้านหลังดังแว่วมาด้วยความแปลกใจ
“หนู...ขอสตรอว์เบอร์รีปั่นค่ะ” ยาหยีตอบกลับเสียงแผ่ว พยายามรักษาอาการแก้มที่เริ่มซับสีเลือด
“สำหรับหนู พี่ขออนุญาตปั่นด้วยใจแถมความหวานให้เป็นพิเศษเลยนะครับ” ลีเจย์ขยิบตาให้ มือหนาขยับเตรียมเครื่องดื่มอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจจากพื้นฐานหน้าตาและฐานะ ขณะที่ ‘คาอิน’ เพื่อนสนิทสายอินฟลูฯ ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับส่งเสียงผิวปากแซวอย่างรู้ทัน
“ระวังน้ำตาลขึ้นนะเว้ยลีเจย์ หยอดเก่งขนาดนี้” คาอินหัวเราะร่วน
เมื่อเครื่องดื่มเสร็จสิ้น ลีเจย์ยื่นแก้วน้ำปั่นเย็นเฉียบมาให้ ยาหยียื่นมือออกไปรับ ทว่าปลายนิ้วสากของชายหนุ่มกลับจงใจไล้ผ่านหลังมือและข้อนิ้วของเธออย่างเชื่องช้าและแผ่วเบา สัมผัสนั้นจงใจอ้อยอิ่ง สร้างความวาบหวามแล่นริ้วไปตามแนวสันหลังจนหญิงสาวต้องลอบกลืนน้ำลาย เธอรีบดึงมือกลับพร้อมกับส่งยิ้มบาง ๆ ก่อนจะถูกเพื่อน ๆ ลากตัวออกมายังโซนถัดไป นัยน์ตาคู่คมของลีเจย์ยังคงทอดมองตามแผ่นหลังบางนั้นไปอย่างหมายมาด
“โอ๊ยยยยย! แกเห็นสายตาพี่ลีเจย์ไหม ฉันจะละลาย!” จูนกระซิบกระซาบอย่างตื่นเต้น
“ระดับนั้นเพลย์บอยตัวพ่อ แกอย่าไปหลงกลเชียวนะยาหยี” แพมเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เดินถัดมาไม่ไกล พวกเธอก็พบกับซุ้มปาเป้าของคณะบริหารธุรกิจ บรรยากาศของซุ้มนี้แตกต่างจากซุ้มน้ำปั่นอย่างสิ้นเชิง มันดูเป็นระเบียบ เรียบร้อย ทว่ารังสีความกดดันอันแสนเร่าร้อนบางอย่างกลับแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงที่ยืนควบคุมซุ้มอยู่เงียบ ๆ
‘พิช’ ชายหนุ่มร่างสูง 190 เซนติเมตรยืนโดดเด่นด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับเทพบุตร ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติรับกับผิวขาวจัดสไตล์คนจีน เส้นผมทรงวูล์ฟคัทสั้นสีดำขลับขับให้ใบหน้าดูคมเข้ม เขาไม่ได้สวมเสื้อช็อปเหมือนคนอื่น แต่สวมเสื้อนิสิตนักศึกษาสีขาวแขนยาวที่พับขึ้นมาถึงข้อศอกอย่างประณีต กางเกงสแล็คสีดำคาดเข็มขัดหนังสีดำตราสถาบัน รองเท้าหนังขัดมันวับ สิ่งที่ทำให้เขาดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจคือแว่นตาทรงเหลี่ยมกรอบบางสีเงินที่สวมอยู่บนสันจมูกโด่ง นัยน์ตาคมปลาบมีเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่หลังเลนส์แว่นนั้นกวาดมองผู้คนด้วยความเรียบเฉย สุขุม และเจ้าระเบียบ
“เค้าอยากลองปาเป้าจัง” ยาหยีพึมพำ ก่อนจะก้าวเข้าไปที่หน้าเคาน์เตอร์ วางเงินลงบนโต๊ะ
พิชปรายตามองหญิงสาวตรงหน้า นัยน์ตาสีดำสนิทที่เคยเรียบเฉยพลันวาวโรจน์ขึ้นด้วยความสนใจประหลาด เขากวาดมองตั้งแต่เส้นผมยาวสลวย เลื่อนผ่านหน้าอกอวบอิ่ม ลงมาจนถึงปลายเท้า ก่อนจะหยุดนิ่งที่ใบหน้าหวานล้ำ มุมปากของเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นลักยิ้มที่แก้มขวาเพียงชั่วเสี้ยววินาที เขาหยิบลูกดอกส่งให้เธอโดยไม่พูดอะไร
ยาหยีรับลูกดอกมาถือไว้ในมือ ลองเล็งไปยังลูกโป่งที่อยู่บนผนัง ทว่าท่าทางของเธอเก้ ๆ กัง ๆ และผิดหลักการไปหมด
“จับแบบนั้น ปาให้ตายก็ไม่โดนหรอกครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาทว่าแฝงความเร่าร้อนเอ่ยขึ้น ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของพิชจะก้าวเข้ามาซ้อนที่ด้านหลังของเธอ
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศทาง
“มึง...พี่พิชคนเนี้ยบสัมผัสตัวผู้หญิงว่ะ ปกติแกเกลียดสกินชิพไม่ใช่เหรอวะ” สาวแว่นคณะบริหารที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ กระซิบกระซาบกับเพื่อนด้วยความตกตะลึง นี่มันปาฏิหาริย์ชัด ๆ ปกติโดนเดินเฉียดเสื้อยังมองแรงแทบตาย
ความร้อนจากแผงอกกว้างแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาสัมผัสกับแผ่นหลังบอบบางของยาหยี กลิ่นหอมสะอาดอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาตีรวนเข้ากับกลิ่นแป้งเด็กและดอกเหมยของเธอ พิชเอื้อมมือมาจับที่ข้อมือเล็กของยาหยี นิ้วยาวเรียวของเขาจัดแจงปลายนิ้วของเธอให้จับลูกดอกอย่างถูกต้อง สัมผัสของเขาแข็งแกร่ง หนักแน่น ทว่าลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่บริเวณหลังคอขาวเนียนกลับทำให้ผิวของเธอร้อนผ่าวไปทั้งร่าง
“ตั้งสมาธิ มองเป้าหมายให้ชัด แล้วออกแรงจากข้อมือ ไม่ใช่หัวไหล่” เขากระซิบชิดใบหู เสียงแหบพร่าของชายหนุ่มกระตุ้นสัญชาตญาณเบื้องลึกจนขนอ่อนในกายของหญิงสาวลุกชัน ความรู้สึกวาบหวามและตึงเครียดทางอารมณ์ตีพุ่งขึ้นมาจนเธอเผลอกลั้นหายใจ หน้าอกคัพซีของเธอขยับเบียดเสียดสีกับท่อนแขนแกร่งของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทว่าพิชกลับไม่ยอมถอยห่าง เขากลับยิ่งเบียดร่างหนาแนบชิดเข้ามาจนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
“พะ...พี่พิชปล่อยก่อนค่ะ หนูจะลองปาเอง” ยาหยีพยายามขยับตัวออกห่างด้วยใบหน้าที่แดงซ่าน
“ถ้าปาพลาด เธอต้องถูกลงโทษนะครับ” พิชกระซิบเสียงพร่า ก่อนจะยอมผละออกไปยืนคุมเชิงอยู่ด้านข้าง รอยยิ้มร้ายลึกปรากฏขึ้นที่มุมปาก ชั่วขณะนั้นเองที่ ‘ขันเงิน’ เพื่อนสนิทสายแบดบอยของพิชเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนเบา ๆ พร้อมกับยักคิ้วให้ยาหยีอย่างมีเลศนัย
-------------------------------
เกี่ยวกับลิขสิทธิ์
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และฉบับเพิ่มเติม ห้ามมิให้ทำซ้ำ คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง แก้ไข ตีพิมพ์ หาไอเดีย สแกนเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของนิยายเรื่องนี้ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนักเขียนนามปากกา ‘ตัวตึงดึงปฐพี’ หรือ ‘เจ้าของลิขสิทธิ์’ เป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจนและถูกต้อง หากมีการฝ่าฝืนไม่ว่าในกรณีใดข้างต้น ทางนักเขียนผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์นิยายจะขอดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
นามปากกา ตัวตึงดึงปฐพี
เจ้าของลิขสิทธิ์
-------------------------------
แวะคุยกับนักเขียน
นิยาย ‘กรงรักเสพติดร้าย The Wicked Cage’ เมื่อความบริสุทธิ์ของเธอกลายเป็นเดิมพันในเกมล่าของ ‘หมาป่า’ ทั้งห้าตัว
จากนักศึกษาธรรมดาที่อยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ‘ยาหยี’ กลับถูกผลักตกลงไปในสมการรักที่บิดเบี้ยวและอันตรายที่สุด เมื่อชายหนุ่มระดับ ‘ตัวท็อป’ ถึงห้าคน ก้าวเข้ามาพังทลายกำแพงของเธอด้วยความหึงหวง ดิบเถื่อน และความปรารถนาที่ไม่มีใครยอมใคร
คนหนึ่ง...เงียบขรึมทว่าพร้อมจะกลืนกินเธอทั้งตัว
คนหนึ่ง...ร้อนแรงและป่าเถื่อนดั่งไฟบรรลัยกัลป์
คนหนึ่ง...เยือกเย็นและซ่อนความหยาบโลนไว้ใต้ความเจ้าระเบียบ
คนหนึ่ง...เจ้าเล่ห์ แพรวพราว และพร้อมจะแผดเผา
และอีกคน...มืดมิด อันตราย และก้าวร้าวที่สุด
เมื่อการหนีไม่ใช่ทางออก และการแย่งชิงนำมาซึ่งความพินาศ เธอจึงต้องพลิกกระดาน เปลี่ยนตัวเองจาก ‘เหยื่อ’ ที่ถูกล่า ให้กลายเป็น ‘ราชินี’ ผู้ถือเชือกจูงคอหมาป่าทั้งห้าตัว
“ถ้าอยากมีหนูอยู่ในชีวิต...ก็จงคุกเข่า แล้วแบ่งปันกันซะ!”
[WARNING: นิยายเรื่องนี้พระเอก 5 คน และพวกเขาไม่รู้จักคำว่า ‘อ่อนโยน’]
เหมาะสำหรับสายอ่านที่ชื่นชอบความฟิน ความร้อนแรง และความสัมพันธ์แบบ Toxic-turned-Poly ซึ่งตัวละครและสังคมในนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเหตุการณ์ที่ผู้เขียนสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์แบบ Polyamory (หลายคนในความสัมพันธ์เดียว), Toxic Relationship (ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษในช่วงแรก), Non-con / Dub-con (การบีบบังคับกึ่งสมยอม), มีการใช้ภาษาหยาบคาย และการบรรยายฉากร่วมเพศอย่างโจ่งแจ้งและรุนแรง (NSFW 20+) โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน