เวลาล่วงเลยมามากว่าสัปดาห์แล้วที่ณิชารีย์โดนชายหนุ่มรังแกให้เป็นได้แค่ที่ระบาย หญิงสาวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมจำนนท์ต่อโชคชะตา คุณพ่อคุณแม่ท่านก็ไม่อยู่แล้ว จะเหลือก็แต่พี่ชายกับบริษัทที่ประสบปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน
"พี่นนท์คะ ไม่อยู่ทานมื้อเช้าด้วยกันก่อนล่ะคะ" นักศึกษาสาวลงทุนตื่นตั้งแต่ฟ้าไม่ทันสว่าง ลงมาทำมื้อเช้าให้พี่ชายได้ทาน ทว่าเขาดูรีบร้อนจะออกจากบ้านท่าเดียว
"พี่ไม่มีเวลาแล้วนิ" เพราะต้องรีบไปจัดการงานที่มีปัญหา เวลาพักผ่อนก็แทบจะไม่มีด้วยซ้ำ และเขาไม่รู้ด้วยว่าน้องสาวกำลังเจอเข้ากับอะไร
"ทำไมคะ เกิดเรื่องที่บริษัทอีกหรือเปล่า"
"เปล่า เช้านี้พี่มีประชุมด่วน" เขาลูบศีรษะน้องนางอย่างอ่อนโยน แววตาพี่ชายเศร้าสลดแต่ก็ชอบฝืนทำว่าไม่เป็นไร ทั้ง ๆ ที่เขากำลังจะถูกฟ้องล้มละลายหากยังไม่มีเงินไปชดใช้หนี้ธนาคาร
"งั้นเอานี่ไปทานระหว่างทางด้วยค่ะ" เธอแบ่งมื้อเช้าจัดใส่กล่องให้พี่ชายไว้ทานมันในรถ โดยมีแม่บ้านอีกสองคนคอยยืนช่วยอีกแรง
"ขอบคุณนะณิชารีย์" เขายิ้มให้อย่างอบอุ่น เขาจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องน้องสาวและบริษัทของตัวเองไว้ให้ได้
"ตอนเย็นเจอกันนะคะพี่นนท์" น้องสาวเดินมาส่งพี่ชายที่มุกหน้าบ้าน เช้านี้เธอกลับรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก
"พี่ไปก่อนนะ" เขาหันมาลาผู้เป็นน้อง แต่ทว่า...
"พี่นนท์อย่าเพิ่งไปค่ะ" ณิชารีย์พูดด้วยเสียงอ่อน เมื่อนึกถึงใบหน้าของซาตานร้าย ที่เคยให้คำมั่นสัญญาต่อหญิงสาว ว่าจะช่วยเหลือบริษัทของครอบครัวเอาไว้ แลกกับความสาวของตัวเอง
"อะไรของเธอ" จู่ ๆ น้องสาวก็เข้ามาสวมกอดพี่ชายพลางเอาหน้าซุกซบอกอุ่น ร่างบอบบางสั่นเทิ้ม
"ฮึก" เพราะหยดน้ำตาและเสียงสะอื้นทำให้คนเป็นพี่ตกใจ
"เป็นอะไรหนูนิ" เสียงทุ้มถามอย่างใจอ่อน ดวงตาสีเข้มจับจ้องคนตรงหน้าอย่างห่วงใย
"ฮึก!" ณิชารีย์ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาไม่ยอมปริปากพูด ธนนท์ใจเสียได้แต่ดึงร่างผู้เป็นน้องสาวเข้ามากอดปลอบใจ นานหลายนาทีกว่าน้องจะหยุดร้องไห้
"คราวนี้จะยอมพูดได้หรือยังล่ะ"
"นิกลัวค่ะ" น้ำตาเม็ดโตหยดแหมะลงบนแก้มนวลอย่างห้ามไม่อยู่ น้อยใจในโชคชะตาของตัวเองนัก
"น้องกลัวอะไร" ก่อนจะใช้นิ้วเรียวเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้าให้น้องสาวอย่างอ่อนโยน
"นิบอกไม่ถูกค่ะ จู่ ๆ มันก็รู้สึกกลัวขึ้นมา"
"อย่ากลัว เรามีพี่อยู่ทั้งคน" เขาจะปกป้องน้องน้อยสุดชีวิต
"แต่ว่า..."
"พี่สายแล้ว ต้องรีบไปก่อน ฝากดูแลคุณณิชาด้วยนะครับ" เขาหันมาฝากแม่บ้านที่ยืนถือกระเป๋า
"พวกเราจะดูแลคุณหนูอย่างดีค่ะ" เขายิ้มแทนคำขอบคุณ รถยนต์คันหรูเคลื่อนห่างจากบ้านไปจนสุดลูกตา
"ถึงเวลาแล้วสินะ" ธนนท์ว่าพลางถอนหายใจพรืด
"คุณนนท์จะไม่บอกความจริงเรื่องนี้ กับคุณณิชาจริง ๆ หรือครับ" เด่นดนัยเลขาคนสนิททำหน้าที่พลขับเอ่ยถามอย่างห่วงใยเจ้านาย
"บอกไปให้มันได้อะไรขึ้นมาล่ะ ณิชายังเด็กไม่สมควรต้องมารู้ถึงปัญหาของผู้ใหญ่หรอก" รังแต่จะพากันเครียดไปใหญ่ ชายหนุ่มสีหน้าไม่ค่อยดีนัก มันเต็มไปด้วยความตัดพ้อต่อโชคชะตา
'พี่อยากอธิบายให้นิเข้าใจ แต่พี่ก็ทำไม่ได้จริง ๆ'
ร่างบางกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้งเตรียมตัวจะไปมหาลัย แต่ก็เกิดอาการวูบหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมขึ้นมาฉับพลัน
"คุณนิ ยืนไหวไหมคะ พี่ช่วยพยุงดีกว่า" สาวใช้ช่วยประคองไว้ได้ทัน มิเช่นนั้นเธอได้ล้มหน้าคว่ำแน่
"ไม่เป็นไรค่ะ นิแค่หน้ามืด" สาเหตุหลักเกิดมาจากการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ณิชารีย์ไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองท้องกับผู้ชายสารเลวแน่นอน เพราะลูกเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้ต้องการตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
( เธอมีเรียนกี่โมง )
เขาส่งข้อความมาหา แต่ทว่าณิชารีย์เมินเฉยเลือกที่จะไม่อ่านหรือตอบกลับ ผู้ชายอย่างอัศวินจะมีเรื่องสำคัญอะไรนอกจากเรื่องใต้สะดือ ไอ้คนกามชอบความรุนแรง เงินก็มีมากมายมหาศาล ทำไมถึงไม่ไปซื้อกินเอา
จริงอยู่ที่เธอมีหน้าที่ปรนนิบัติยามที่เขาต้องการ พอนึกถึงแววตาที่แสนร้ายกาจณิชารีย์ก็เกิดอาการหวาดกลัว จึงรีบเปิดอ่านข้อความแล้วพิมพ์ตอบกลับทันที
"นิมีเรียนเช้าค่ะ คุณวินมีอะไรคะ" อยากจะอ้วกยามลงท้ายด้วยคำสุภาพ คนสถุนดิบเถื่อนไร้ความเป็นสุภาพบุรุษไม่สมควรได้รับมัน
( กี่โมง ) กำลังจะตอบแต่เจ้ากรรมแบตโทรศัพท์ของเธอดันมาหมดพอดี คนรออ่านก็จ้องหน้าจอไม่เลิกพลางหงุดหงิดใจขึ้นมาดื้อ ๆ เขาต่อสายหาเธอแต่ไม่ติด
"ไงณิชารีย์" เสียงแหลมของนาราเอ่ยทักพลางยิ้มหวานส่งให้เพื่อน เธอคือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มี เป็นคนที่ทำให้ณิชารีย์ยิ้มได้ รวมถึงพี่ชายของนางด้วย พูดถึงเขาก็โผล่มาพอดี
"ทานนี่ไหมพี่ซื้อมาเผื่อ" น้ำเต้าหู้เจ้าประจำแถวบ้านเป็นเครื่องดื่มที่โปรดปรานของหนุ่มสาว
"นิทานจากบ้านมาแล้วค่ะ"
"หน้านิดูคล้ำจัง คิดมากเรื่องสอบใช่ไหมเอ่ย"
"เหรอ สงสัยจะจริง" ใบหน้าสวยหมองคล้ำอย่างที่เพื่อนทักจริง ๆ หลายวันมานี้หนังสือแทบจะไม่ได้แตะหรือทบทวนตำราเรียน รวมถึงเมื่อคืนก็ด้วย
"เออนิ พี่วาอยากชวนไปดูหนัง ไปด้วยกันนะ" นาราอ้อนเสียงหวาน นางเป็นแม่สื่อแม่ชักให้พี่ชายของตัวเอง โดยปกติแล้วนาราจะขับรถมาเรียนเอง
แต่ทว่าวันนี้นาวาเกิดอาสาอยากขับรถมาส่งน้องสาว แต่หมายใจจะมาเจอหญิงสาวที่รัก ก็สมดั่งใจปรารถนาเขาแหละ
"พี่วาไม่เข้าบริษัทหรือคะ" เขาหน้าเสียเมื่อน้องน้อยถาม งานน่ะเขามีแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ไง เรื่องงานสำหรับเขาเป็นเรื่องรอง ที่หนึ่งก็คือณิชารีย์
"เหมือนถูกนิด่ากลาย ๆ เลยนะเนี่ย"
"อย่าเข้าใจผิดสิคะ นิเป็นห่วงต่างหากล่ะ" น้องนางหัวเราะเบา ๆ เขาเห็นจึงยิ้มแก้มฉีกยามน้องบอกว่าเป็นห่วงกัน
"เบาได้เบานะพี่วา" นาราแอบแซวพี่ชายตัวเอง
"ถ้างั้นพี่ขอตัวเลยแล้วกัน"
"น้องจะพานิไปรอที่ห้างนะคะ"
"อื้อ โอเคแล้วเจอกัน พี่ไปนะนิ" ณิชารีย์โบกมือลาชายหนุ่ม แล้วเดินเข้าไปในอาคารเรียนพร้อมเพื่อน