ถูกใจ

1186 คำ
ตอนที่ 1 “เลิกเรียนแล้วแกไปไหนต่ออ่ะ ไปเล่นบ้านฉันไหมเดี๋ยวขากลับฉันให้คนขับรถที่บ้านไปส่ง?” อุ่นเอ่ยชวนน้ำหนึ่งหลังจากที่เรียนเสร็จและกำลังเดินออกมาจากตึกคณะ “วันนี้ฉันไม่ว่างอ่ะไว้วันหลังนะ” น้ำหนึ่งทำสีน่าเสียดายและตอบกลับ “ทำไมอ่ะ พ่อแกมารับแล้วเหรอ?” “เปล่า วันนี้ฉันมีสอนติวอ่ะ” “เพื่อนฉันนี่สุดยอดคนขยันแห่งปีเลยนะ เรียนเก่ง ใจดี แถมยังรับสอนติวหารายได้เสริมอีกต่างหาก” อุ่นเอ่ยชมน้ำหนึ่ง “แหม๋~ บ้านฉันไม่ได้ร่ำรวยแบบเธอหนิ ฉันไปก่อนนะไว้เจอกันพรุ่งนี้” “โอเคแก ถึงบ้านทักไลน์บอกฉันด้วยนะ” “จ้า~” น้ำหนึ่งโบกมือลาน้ำอุ่นจากนั้นก็โบกมือเรียกแท็กซี่ ณ คฤหาสน์หลังหนึ่ง “โห้~ บ้านหลังใหญ่มากเลยนะเนี่ย” น้ำหนึ่งลงจากรถและมองเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะหยิบมือถือออกมาเปิดที่อยู่อีกครั้งว่าเธอมาบ้านไม่ผิดหลัง “แปดสิบแปดทับแปด อื้ม~ หลังนี้แน่นอน” “สวัสดีครับมาหาใครหรือเปล่าครับ?” ยามหน้าบ้านเอ่ยทักทายน้ำหนึ่ง “เอ่อ…สวัสดีค่ะหนูชื่อน้ำหนึ่งค่ะ เป็นครูสอนติวเตอร์ที่จ้างมาวันนี้ค่ะ” “อ๋อ~ เชิญด้านในเลยครับ” ยามเดินมาเปิดประตูให้เธอ น้ำหนึ่งเดินเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ด้วยความรู้สึกประหม่า จากนั้นสาวใช้ก็พาเธอมาที่ห้องนั่งเล่นโดยมีผู้หญิงวัยกลางคนๆ หนึ่งนั่งอยู่ “สวัสดีค่ะ” น้ำหนึ่งเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่นอบน้อม “สวัสดี…ชื่อน้ำหนึ่งใช่ไหม?” “ค่ะ” หญิงวัยกลางคนลุกขึ้นยืนและเดินเข้ามาหาเธอ “ฉันชื่อกะรัตเป็นคุณผู้หญิงของบ้านหลังนี้ คือ…ฉันต้องขอโทษด้วยลูกชายตัวแสบฉันยังไม่กลับมาเธอช่วยรอสักหน่อยได้ไหม?” กะรัตเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่เกรงใจแต่เธอกลับรู้สึกเอ็นดูน้ำหนึ่งด้วยหน้าตาที่สวยน่ารักและกิริยาท่าทางที่รู้จักกาลเทศะ “ได้ค่ะ สงสัยลูกชายของคุณผู้หญิงคงรถติด เมื่อกี้หนูนั่งแท็กซี่มารถก็กำลังจะติดเลยค่ะ” น้ำหนึ่งตอบด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มเป็นมิตร “งั้นหนูขึ้นไปรอลูกชายฉันที่ห้องเขาดีกว่า เดี๋ยวฉันจะให้แม่บ้านยกของว่างไปให้ จะได้เตรียมเนื้อหาด้วย” “ขอบคุณค่ะ” น้ำหนึ่งขึ้นมายังห้องนอนห้องหนึ่งซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นห้องนอนของผู้ชาย ห้องนอนมีขนาดใหญ่และตกแต่งด้วยโทนสีดำ เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างราคาแพงมากจนเธอไม่กล้าจะแตะอะไรในห้อง น้ำหนึ่งมีเวลาว่างจึงนั่งที่เก้าอี้โต๊ะทำงานและหยิบการบ้านของตัวเองขึ้นมาทำระหว่างรอ บรื๊น!!! เอี๊ยด!! พายุขับรถเข้ามาในบ้านด้วยความเร็วก่อนจะเบรกเสียงดัง เขาลงจากรถและเดินเข้าบ้านด้วยท่าทีที่ชิลล์ๆ ไม่ได้รีบเร่งอะไร “ครูติวเตอร์แกรออยู่บนห้องรีบขึ้นไปซะ” กะรัตยืนกอดอกและเอ่ยบอกลูกชาย “สวัสดีครับแม่” พายุยกมือไหว้และเดินผ่านหน้ากะรัตไป แทนที่เขาจะได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ กลับโดนแม่ของเขาบังคับให้ติวหนังสือสีหน้าของพายุบ่งบอกว่าเขาอารมณ์เสียอย่างเห็นได้ชัด แกร๊ก! แอ๊ด! ปัง! น้ำหนึ่งที่กำลังตั้งใจทำการบ้านอยู่สะดุ้งแรงด้วยความตกใจและลุกขึ้นยืนกะทันหันก่อนจะหันกลับไปมองต้นเสียง “…” น้ำหนึ่งมองพายุด้วยความตกใจเธอยืนยิ่งอึ้งไปสักพักราวกับโดนสะกด หัวใจน้ำหนึ่งเต้นแรงไม่เป็นจังหวะอย่างกับไม่เคยรู้สึกมาก่อน “…” พายุโยนเสื้อแจ็คเก็ตตัวเองลงบนเตียง สายตาของเขาก็จ้องน้ำหนึ่งโดยไม่ละสายตาเช่นเดียวกันใบหน้าที่สวยและละมุนขนาดนี้ ดึงดูดความสนใจจากพายุได้เป็นอย่างดี “จะมองหน้าฉันอีกนานไหม?” “เอ่อ…ขะ ขอโทษค่ะ คือ…ฉันชื่อน้ำหนึ่งค่ะแล้วคุณคือ?” “พายุ” พายุตอบกลับสั้นๆ จากนั้นก็สาวเท้าเดินเข้ามาประชิดตัวน้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งที่ไม่ทันได้ตั้งตัวจึงเซถอยหลังไปสองก้าวแต่พายุคว้าเอวเธอและประคองเธอไว้ทัน หมับ! “อ่ะ! จะ จะทำอะไรคะ?” น้ำหนึ่งรู้สึกกลัวไปชั่วขณะสายตาพายุที่มองเธอเป็นสายตาที่เธออธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ “เธอเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้เหรอ?” พายุมองสัญลักษณ์ที่เสื้อของน้ำหนึ่งและเอ่ยถามเสียงเรียบ “ใช่ค่ะ…คือคุณช่วยถอยออกไปก่อนได้ไหมคะ?” น้ำหนึ่งรู้สึกประหม่าและเขินอายที่ได้อยู่ใกล้พายุแบบระยะประชิด หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะใบหน้าเธอแดงเถือกด้วยความเขินอาย “ปีไหน?” “คะ?” “ฉันถามว่าเธอเรียนปีไหน?” “สะ สามค่ะ” น้ำหนึ่งหลบหน้าและตอบตะกุกตะกัก “ฉันอยู่ปีสี่ แต่แปลกทำไมไม่เคยเห็นเธอที่คณะเลยทั้งๆ ที่คณะเดียวกัน” พายุกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ “คุณเคยเข้าเรียนบ้างหรือเปล่าล่ะคะ ถ้าเข้าเราคงได้เจอกันผ่านๆ บ้าง” น้ำหนึ่งถามกลับนิ่งๆ “หึ ฉันเป็นรุ่นพี่เธอต่อไปนี้เธอต้องเรียกฉันว่าพี่” “คะ?” พายุเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานและเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างสบายใจ “จะติวไหม มัวรออะไรอยู่” พายุพูดต่อ “เอ่อ…ค่ะๆ” น้ำหนึ่งสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ จากนั้นก็เริ่มติวหนังสือให้เขา น้ำหนึ่งเป็นคนที่เรียนเก่งมากอยู่แล้วเพราะงั้นการติวจึงเป็นไปด้วยดี “ข้อต่อไปเราจะเริ่มกันตรงนี้…” น้ำหนึ่งถอนหายใจเมื่อรู้สึกว่าพายุไม่ได้ตั้งใจฟังเธอแต่เอาแต่นั่งจ้องหน้าเธอ “พี่พายุคะ ฟังหนึ่งอยู่หรือเปล่าคะ?” น้ำหนึ่งถอนหายใจและถามขึ้นอย่างเหลืออด “มีแฟนหรือยัง?” พายุยิงคำถามตรงไปตรงมาจนน้ำหนึ่งทำหน้าไม่ถูก “หนึ่งว่ามันไม่เกี่ยวกับเนื้อหาที่หนึ่งพูดเมื่อกี้นะคะ” “มีหรือไม่มี?” พายุทำสีหน้านิ่งและยังไม่หยุดที่จะพยายามถามเอาคำตอบ “เฮ้อ~ ไม่มีค่ะ” น้ำหนึ่งกลั้นใจตอบกลับและมองค้อนพายุด้วยสายตาที่ตำหนิ “แล้วมีคนมาจีบบ้างไหม?” “หนึ่งไม่ชอบที่พี่พายุถามเรื่องส่วนตัวจากหนึ่งแบบนี้นะคะ หนึ่งเป็นติวเตอร์กรุณาหยุดถามแล้วตั้งใจติวได้ไหมคะ” “ฉันก็ไม่ชอบที่เธอไม่ตอบคำถามฉัน ถ้าเธอไม่ตอบฉันก็ไม่ติว” “เฮ้อ~ หนึ่งไม่รู้หรอกค่ะว่าใครจีบไม่จีบหนึ่งไม่ได้สนใจ” น้ำหนึ่งตอบปัดไปเพราะเริ่มรู้สึกรำคาญ “งั้นฉันจะจีบเธอตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป…” “…” น้ำหนึ่งตกใจและหันไปมองพายุแต่ด้วยความที่ใบหน้าพายุอยู่ใกล้ทำให้ปลายจมูกของเธอและเขาชนกัน ต่างคนต่างมองหน้ากันและสบตากันนานสักพัก หัวใจของน้ำหนึ่งเต้นไม่เป็นจังหวะ หน้าเธอแดงขึ้นเรื่อยๆ จนเธอต้องเป็นฝ่ายหลับหน้าลง ********
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม