บรืน
รถคันหรูเคลื่อนตัวด้วยความเร็วเข้ามาจอดยังหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ในยามค่ำคืน ก่อนจะหยุดจอด
เอี๊ยดด!
"โอ๊ย! ขับรถให้มันดีกว่านี้สักหน่อยไม่ได้เหรอฮะคุณ" มิราหันไปต่อว่าคามิลด้วยสีหน้าโกรธเคือง เพราะใบหน้าของเธอนั้นแทบจะกระแทกเข้ากับด้านหน้าของตัวรถ หลังจากเขาใช้เท้ากดแตะเบรกรถให้หยุดจอดอย่างกะทันหัน
คิดจะฆ่ากันหรือไง!
"ขับแบบนี้แหละดีแล้ว เหมาะเธอดี"
คามิลหันมาพูดตอบกลับกวนๆ ก่อนหันกลับไปเปิดประตูและลงจากรถทันทีเมื่อพูดจบ จากนั้นสาวเท้าเดินเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งยังคงเปิดไฟสว่างจ้าโดยไม่รอให้มิราลงจากรถเลยด้วยซ้ำ
"อีตาบ้า!" เธอตะโกนไล่หลังเขาอย่างหัวเสียดังลั่นภายในรถ ก่อนรีบปลดเข็มขัดนิรภัยและเปิดประตูก้าวลงจากรถ สาวเท้าเดินตามหลังเขากลับเข้าไปคฤหาสน์ทันที
ตัดมาทางคามิล เขาที่เดินมาได้สักพักจนถึงห้องโถงรับแขก ก็พบว่าคนเป็นมารดายังคงนั่งจิบชาอ่านหนังสือรอพวกเขาอยู่ตรงโซฟา
"กลับมาแล้วเหรอลูก"
"ครับ" สิ้นเสียงมารดา คามิลจึงสาวเท้าเดินมาหาท่าน ก่อนทิ้งนั่งลงบนโซฟาตัวหรู ก่อนยกมือขึ้นจับปมเนกไทออกแรงขยับเล็กน้อยเพื่อคลายออก ก่อนเอ่ยปากถามมารดาต่อ "แล้วนี่ทำไมคุณแม่ยังไม่นอนอีก นี่มันก็ดึกมากแล้วนะครับ" ทำไมถึงยังนั่งรออยู่แทนที่จะขึ้นไปนอนพักผ่อน
"ก็แม่มานั่งรอแกกับหนูมิรานั่นแหละ ไปงานประมูลเครื่องเพชรมาเป็นยังไงบ้างลูกสะใภ้แม่ดูสนุกไหม"
มารดาถามด้วยรอยยิ้ม สีหน้าเหมือนจะอยากรู้อยากเห็นมากเลยทีเดียวว่าลูกสะใภ้คนโปรดมีความสุขกับการออกงานสังคมหรือเปล่า ผิดกับแต่สีหน้าของลูกชายในตอนนี้ทีชักสีหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันที
คำก็มิราสองคำก็ลูกสะใภ้ รักกันจริงๆ เลยนะ ชิ!
"สนุกมากเลยค่ะคุณแม่"
ทว่าในวินาทีถัดมา คำถามของมารดาเมื่อครู่ เป็นจังหวะเดียวกับเจ้าตัวได้ยินเข้าพอดิบพอดี เธอจึงปั่นหน้าเดินยิ้มกริ่มมีความสุขเข้ามาหาแม่สามีในห้องรับแขก แต่รอยยิ้มของความสุขนั้นกลับทำให้คามิลต้องนั่งปั้นหน้าปั้นตาเบะปากมองเธอด้วยแววตาชิงชังรู้สึกหมั่นไส้เกินทนเหมือนตัวอิจฉาในละครเห็นๆ
"มันก็น่าจะสนุกกว่านี้นะครับ ถ้าลูกสะใภ้คนโปรดของคุณแม่ไม่ไปประมูลชุดเพชรราคาหลายสิบล้านมา" พูดจาแดกดันฟ้องมารดาโดยทันที
"ว่ายังไงนะ หนูไปประมูลชุดเพชรราคาหลายสิบล้านมาเลยเหรอลูก"
คุณหญิงเบิกตากว้างขยายใหญ่หันมามองหน้าลูกสะใภ้ด้วยความเหลือเชื่อและตกใจ ทำให้ใบหน้ายิ้มแย้มพลันหน้าเผือดสีลงทันตา เพราะลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลย ซึ่งผิดกับเขาที่แอบนั่งยิ้มมุมปากมองเธออย่างพอใจเมื่อคิดไว้แล้วว่างานนี้เธอต้องโดนแม่ของเขาต่อว่าแน่ๆ
ไอ้คนขี้ฟ้อง ช่วยโกหกกันสักหน่อยไม่ได้เหรอไงยะ!
"อะ เอ่อ คะ...คุณแม่คะ คือหนูแค่...." จากคนที่พูดจาคล่องแคล่วกลับพูดอึกๆ อักๆ เธอกลอกกลิ้งตาไปมา แอบบีบมือตัวเองแน่นกลัวว่าครั้งนี้อาจจะถูกแม่สามีตำหนิจริงๆ
"ไม่ต้องพูด" คุณหญิงยกมือห้าม หยัดกายนั่งตัวโดยทันที ก่อนเอ่ยถามต่อด้วยสีหน้าเรียบนิ่งจนเดาอารมณ์ของท่านไม่ออก "อยู่ไหน"
"คะ?"
"ชุดเพชรที่หนูไปประมูลมาอยู่ที่ไหน แม่อยากเห็น" เสียงเย็นยะเยือกและไหนจะท่าทีสงบเสงี่ยมเริ่มทำให้มิรารู้สึกใจไม่ดี
ตายแน่ฉันคราวนี้ เพราะอีตานั่นแท้ๆ เลย
มิราเหลือบสายตาหันไปมองหน้าคามิลอย่างคาดโทษ แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกนอกจากยอมรับความผิดและกล่าวตามความจริง เธอจึงล้วงหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงใส่เครื่องเพชรที่ประมูลมาแบบสดๆ ร้อนๆ ออกมาจากกระเป๋าก่อนจะก้าวเดินนำไปวางลงบนโต๊ะรับแขกตรงหน้าท่านรวมไปถึงสร้อยเพชรระย้าเส้นใหญ่ที่เธอใส่ออกมาจากงานก่อนหน้านี้
"นี่ค่ะ ชุดเครื่องเพชรที่หนูไปประมูลมา" พูดพลางเปิดกล่องเครื่องเพชรให้ท่านดูอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"นี่มัน..."
"คุณแม่เห็นมั้ยครับว่าลูกสะใภ้แสนดีที่คุณแม่ยอนักหนาสิ้นเปลืองแค่ไหน ผมแค่บอกให้ประมูลพอเอาหน้าเอาตา แต่นี่อะไรเล่นประมูลงานใหญ่มาเลย"
คามิลพูดใส่เสริมเติมสีเพิ่ม พลางปรายตาสายตาเจ้าเล่ห์ฟันมามองทางมิรา ใช้โอกาสนี้พยายามเป่าหูหวังให้มารดาโกรธเคืองและตำหนิเธอหนักๆ
แต่ทันทีที่คุณหญิงโสภิตาได้เห็นเครื่องเพชรชุดใหญ่ราคาหลายร้อยล้านตรงหน้าที่มิราประมูลกลับมาได้แล้ว แววตาของท่านก็เปล่งประกายขึ้นมาทันตาเหมือนกับแสงระยิบระยับของสิ่งตรงหน้า
"กรี๊ด!" เสียงกรีดร้องของความตกตะลึงดังขึ้นในวินาทีถัดมา ทำเอามิราและคามินถึงกับสะดุ้งตัวโยนตกใจจนหัวใจแทบจะร่วงลงไปอยู่ตรงตาตุ่ม
"เฮือก!!"
"มันสวยมาก หนูมิรานี่ตาถึงมาก ประมูลชุดเครื่องเพชรเนื้อดีแบบนี้มาได้ถือว่าถูกใจแม่มากเลยจริงๆ ลูก"
"ห๊ะ?"
คามิลหน้าเหวอไปชั่วขณะ และเพิ่งได้เข้าใจกับคำว่าเกมพลิกก็วันนี้
"เครื่องเพชรชุดนี้ เป็นเพชรน้ำงามมากเลย ถ้าหนูมิราไม่ประมูลมาแม่คงเสียดายมากแน่ๆ ดูสิ ระยิบระยับเล่นแสงไฟสวยจริงเชียว หนูว่าไหม"
"เอ่อ...ใช่เลยค่ะคุณแม่ ตอนแรกที่หนูเห็น หนูคิดว่ามันดูเหมาะสมกับคุณแม่มากเลยค่ะ หนูก็เลยยอมทุ่มสุดตัวประมูลมา" ตอบอย่างกล้าๆ กลัวๆ แม้ท่านจะพูดจายกยอเธอ แต่ก็ยังกังวลว่าท่านอาจจะไม่ชอบอย่างที่แสดงออกมาไม่หายอยู่ดี
ทว่าหลังจากคามิลได้ฟังมิราพูดจบ เขาที่ยังตกอยู่ในความสับสนหันขวับมองหน้าเธอโดยทันที เบิกกว้างขึ้นอย่างเหลือกับสิ่งได้ยิน เพราะคนที่จ่ายเงินจริงๆ ก็คือเขา แต่เธอยึดเครดิตไปเป็นของตัวเองอย่างหน้าตาเฉย
ผมสิ ผมนี่ที่เป็นคนจ่ายเงิน ไม่ใช่เธอ!
"แม่ล่ะไม่เคยผิดหวังกับลูกสะใภ้คนนี้เลยจริง ๆ ไม่เหมือนกับใครบางคน" ว่าแล้วก็เหลือบมองมาลูกชาย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าท่านกำลังเอ่ยพาดพิงถึงใคร
จากที่คิดว่ามารดาจะต้องต่อว่ามิราเรื่องที่เธอใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย กลับกลายเป็นว่าท่านรู้สึกชอบใจเยินยอลูกสะใภ้คนสวยยกใหญ่ ดูนั่นสิ ดวงตาเปล่งประกายเมื่อได้เห็นเครื่องเพชร ศึกลูกสะใภ้แม่ผัวที่เขาอุตส่าห์คิดไว้กลับล่มไม่เป็นท่าเสียได้ ให้ตายเถอะ
มิราเองที่ได้ฟังคำชมจากคุณหญิงแม่แบบนั้นแล้ว เธอก็รู้สึกใจชื้นอย่างโล่งอกไม่น้อย เผยยิ้มหวานขึ้นมาได้อีกครั้ง
"สวยเนอะหนูมิรา"
"สวยมากจริงๆ ค่ะคุณแม่"
"คืนนี้จะใส่นอนซะเลยดีมั้ยนะ ฮ๊ะๆ" หัวเราะชอบใจ มองเครื่องเพชรในมือ ก่อนหันมาเอ่ยกล่าวกับลูกสะใภ้ด้วยสีหน้าอารมณ์ดีเป็นพิเศษ "งั้นเดี๋ยวแม่พาไปเก็บไว้บนห้องก่อนดีกว่า ถือนานๆ อาจจะเสียของ หนูมิราอยู่คุยกับพี่เขาไปนะลูก"
"ค่ะคุณแม่"
"จ๊ะ" ตอบรับอย่างยิ้มแย้มหน้าบาน แต่ก่อนจะเดินจากไปก็ไม่วายจะหันมาชักสีหน้าและออกคำสั่งกับลูกชายตัวดี "ตามิล แม่จะกลับขึ้นห้องแล้ว แกก็อย่าหาเรื่องทะเลาะน้องนะข้าใจล่ะ"
"ครับ"
คามิลตอบแบบส่งๆ อย่างไม่ค่อยพอใจเหมือนในทุกที เพราะสิ่งที่เขานึกไว้กลับไม่สำเร็จอย่างที่คิดเลยสักนิด กลับกันมารดาเขาได้เดินออกจากห้องรับแขกไปพร้อมเครื่องเพชรอารมณ์ดีพร้อมคนใช้ประจำกาย
ผิดคาดไปหมด
โดยที่คุณหญิงหารู้ไหมว่าทันทีเมื่อท่านก้าวขาออกไป ไม่เพียงแค่ครู่เดียว การปะทะศึกระหว่างลูกชายกับลูกสะใภ้ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
"เป็นยังไงล่ะคะ หน้าแตกหมอไม่รับเย็บเลยสินะ พ่อคนขี้ฟ้อง"
"นี่เธอ!"
"ทีนี้คุณก็รู้แล้วสินะคะว่าใครคือลูกรักของคุณแม่ตัวจริง"
"เธอ ผู้หญิงจอมลวงโลก เก่งจริงนะเรื่องขยันเป่าหูแม่ฉันให้เชื่อเธอ" คามินโกรธจนหน้าแดงเมื่อได้รับน้ำเสียงและสายตาเยาะเย้ยจากมิรา
"ฉันไปเป่าหูอะไรคุณแม่คะ ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าเครื่องเพชรชุดนั้นมันสวยจริง ๆ เหมาะสมกับคุณแม่ท่านจะตายไป" เอ่ยออกมาอย่างไม่สะทกสะท้านอะไร แตกต่างจากคนตรงหน้าซึ่งได้แต่ยืนหน้าบึ้งหูร้อนไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก
"ฉันเป็นลูกสะใภ้ทำให้คุณแม่มีความสุขได้ แล้วคุณคนที่เป็นลูกชายแท้ ๆ เคยทำอะไรให้ท่านมีความสุขได้บ้างหรือเปล่าคะ" จ้องหน้าคามิลด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยอารมณ์หลากหลายความรู้สึก "คนอย่างคุณ วัน ๆ ทำอะไรเป็นบ้าง เอาใจใส่คนอื่นเป็นบ้างหรือเปล่า มัวแต่ทำตัวเป็นเสือผู้หญิงเที่ยวเตร่ไปวัน ๆ งานการไม่รู้จักทำ จะให้คุณแม่เอาความภาคภูมิใจในตัวของคุณมาจากที่ไหนกันคะ"
"อึก!" คำพูดของมิราทำให้คนฟังถึงกับชะงักค้างพูดอะไรไม่ออก ฝ่ามือของเขาค่อย ๆ บีบตัวเข้าหาจนกลายเป็นกำหมัด
"เจ็บใจใช่ไหมล่ะ ถ้าเจ็บใจก็ลองเอาคำพูดของฉันไปพิจารณาดูนะคะ ว่าควรจะปรับตัวเองให้มันดีขึ้นกว่านี้ไหม"
ปึก
ไนต์คลับ
"ยัยบ้านั่นกล้าพูดแบบนี้กับฉันได้ยังไง"เสียงแข็งพูดขึ้นหลังจากกระดกเหล้าในแก้วจนหมด
หลังจากปะทะคารมกับมิราเสร็จจนเธอเดินขึ้นห้องไป คำพูดแต่ละคำของเธอมันจุกอยู่ในอกจนต้องออกมาดื่มเหล้าระบายความอัดอั้นกับบรรดาเพื่อนฝูงในตอนนี้ที่ไนต์คลับ
"คุณแม่ก็อีกคน เข้าข้างแต่ยายนั่น หนูมิราดีอย่างนู้นดีอย่างนั้น ทีกับลูกชายตัวเองไม่เห็นจะเป็นแบบนั้นบ้างเลย"
"นี่ คุณแม่เขาไม่ยกมรดกให้ยัยตัวแสบของมึงทั้งหมดก็ดีมากแค่ไหนแล้ว คนอะไรขนาดถูกเมียด่ายังมีอารมณ์มานั่งกินเหล้า" เคนพูดพลางส่ายหัวเบาๆ
"แต่กูเป็นลูกของคุณแม่นะ คุณแม่ก็ต้องเข้าข้างกูบ้างสิวะ ไม่ใช่เอาแต่เข้าข้างลูกสะใภ้" ว่าแล้วก็เจ็บใจ ดื่มเหล้าในแก้วที่เหลือไปจนหมด
"จะไปโทษใครได้ ก็มึงมันไม่เอาไหนอย่างเธอจริง ๆ ฮ่า" เสียงหัวเราะในบรรดาเพื่อนฝูงดูเหมือนเป็นการตอกย้ำเขาเสียมากกว่า แม้แต่บรรดาเพื่อนของเขายังเข้าข้างมิรามากกว่าเขาแล้วหรือนี่