3

2954 คำ
ในเมื่อไม่อาจเตือนเพื่อนอีกทั้งยังไม่สามารถบอกความจริงกับวีนัสได้ แสนดีจึงต้องตกอยู่ในอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอใคร่ครวญอยู่หลายครั้งว่าจะหาทางออกใดให้กับเรื่องนี้ สุดท้ายแล้วจึงรวบรวมความกล้าเพื่อยุติปัญหาที่ต้นเหตุ “คุณภูมิคะ!” เสียงเรียกของแสนดีทำให้ภาคภูมิที่กำลังจะขึ้นรถหยุดชะงัก “มีอะไร” “แสนมีธุระจะคุยด้วยค่ะ” ภาคภูมิกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินอย่างนั้นเพราะที่ผ่านมามีสาว ๆ ไม่น้อยที่เข้าหาเขาด้วยคำพูดเช่นนี้ “ธุระเหรอ...ฉันจำได้ว่าเธอเป็นน้องสาวคนสนิทของวีนัส ทำไมวันนี้ถึงมามีธุระกับฉันได้ล่ะ หรือว่ารอให้ฉันสนใจไม่ไหวเลยต้องเข้าหาเอง” ใบหน้าหวานร้อนวูบเมื่อได้ยินคำพูดดูแคลนของคนตรงหน้า ตอนนั้นเองที่เธอได้รู้ว่าภาคภูมิคือผู้ชายที่หลงตัวเองคนหนึ่ง “คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ แสนอยากคุยกับคุณเรื่องของเอม” ใบหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนสีเล็กน้อยเมื่อได้ยินธุระของเธอ แต่เพียงคู่เดียวก็กลับมาเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เอมบอกกับเธอเหรอ” “ไม่ค่ะ แต่แสนเห็นพวกคุณอยู่ด้วยกัน” “แล้วยังไง จะเอาเรื่องนี้มาขู่บังคับเอาอะไรจากฉัน อย่างนั้นเหรอ เงิน หรือตัวฉันดี หรืออยากได้ทั้งสองอย่าง” “แสนไม่อยากได้อะไรที่คุณพูดมาทั้งนั้นค่ะ แสนแค่อยากคุยกับคุณ” “งั้นก็ขึ้นรถ คุยตรงนี้ฉันไม่สะดวก” พูดจบเขาก็เปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถทำให้แสนดีจำใจต้องเปิดขึ้นไปนั่งตามเพราะไม่มีทางเลือก ภาคภูมิขับรถออกมาไกลพอสมควรจึงหาที่จอดเพื่อคุยกับแสนดีตามที่เธอต้องการ “ว่ามา...เธอต้องการพูดอะไร” “แสนอยากให้คุณเลิกยุ่งกับเอมค่ะ” “แล้วทำไมฉันต้องทำอย่างนั้นด้วย ในเมื่อเจ้าตัวอย่างเอมอยากให้ฉันยุ่งด้วยจะตาย” “แต่สิ่งที่คุณทำมันผิดนะคะ คุณนอกใจภรรยาคุณทำให้คุณวีเสียใจและเป็นทุกข์” “นี่เธอจะให้ฉันเข้าใจว่าเธอเป็นห่วงผู้มีพระคุณจนต้องมาขอให้ฉันเลิกคบกับเอมอย่างนั้นเหรอ แล้วนี่ถ้าเอมรู้ยังจะมองว่าเธอเป็นเพื่อนอยู่ไหม” “ที่มาพูดกับคุณวันนี้เพราะแสนสงสารคุณวีค่ะ และแสนก็เป็นห่วงเพื่อนของแสน คุณน่าจะรู้ดีว่าคุณวีจัดการกับผู้หญิงของคุณยังไง แสนไม่อยากให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับเอม” “แล้วเธอคิดว่าการที่มาบอกฉันแล้วจะมีประโยชน์เหรอ” “มีสิคะ ในเมื่อตอนนี้คุณวียังไม่รู้ แสนอยากให้คุณเลิกกับเอมซะก่อนที่เรื่องมันจะบานปลาย” “เธอถามเพื่อนเธอก่อนดีไหมว่าอยากเลิกกับฉันหรือเปล่า” ภาคภูมิพูดประโยคนั้นพร้อมกับรอยยิ้มภูมิใจแต่กลับทำให้แสนดีรู้สึกว่าน่ารังเกียจ “ก็เพราะคุณหลอกเธอไง คุณหว่านล้อมเอมสารพัดทำให้เอมเชื่อว่าคุณมีใจให้ ทำให้เอมรู้สึกว่าเอมพิเศษกว่าผู้หญิงคนอื่นของคุณ คุณเห็นแก่ตัวมากรู้ไหมคะ!” แสนดีขึ้นเสียงอย่างเหลืออดเพราะภาคภูมิไม่ได้มีวี่แววรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย “หืม...นี่เธอกำลังด่าฉันเหรอ” “คุณเห็นแก่ตัวจริง ๆ ค่ะ คุณทำร้ายผู้หญิงสองคนเพื่อความสุขของตัวเอง” ภาคภูมิมองเธอแล้วจู่ ๆ ก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนแสนดีต้องถอยหนีจนแผ่นหลังติดประตู “ฉันเลิกกับเอมก็ได้...แต่เธอต้องมาแทนนะ” ดวงตากลมโตไหวระริกบ่งบอกถึงความตื่นตระหนก แต่เพียงครู่เดียวก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ “ทุเรศที่สุด! ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าคุณวีรักผู้ชายอย่างคุณลงได้ยังไง สักวันเถอะคุณภูมิ! สักวันคุณจะเสียใจกับสิ่งที่คุณทำ!” “หึ หึ หึ อย่าแช่งกันสิฉันกลัวจนตัวสั่นแล้วเนี่ย” เมื่อรู้ว่าผู้ชายอย่างภาคภูมิเห็นแก่ตัวเกินกว่าจะสนใจใครแสนดีก็ตัดสินใจเปิดประตูแต่มันกลับติดล็อก “เปิดประตูค่ะ!” “ขึ้นมาว่าฉันฉอด ๆ แล้วก็จะลงไปง่าย ๆ อย่างนั้นน่ะเหรอ มันไม่ใช่มั้ง” “ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณแล้วค่ะ เพราะตอนนี้ฉันรู้แล้ว ว่าคนอย่างคุณมันเห็นแก่ตัวเกินกว่าจะขอร้อง!” “รู้มั้ยแสนดี...เธอน่ะสะดุดตาฉันตั้งแต่แรกเลย แต่ที่ฉันไม่ยุ่งก็เพราะว่าเธอเป็นน้องสาวคนสนิทของวี แต่วันนี้ฉันคงต้องเปลี่ยนใจ เพราะว่าตอนเธอโมโหมันน่าฟัดสุด ๆ เลยละ” “เปิดประตู! หยุดพูดจาน่ารังเกียจแล้วเปิดประตูเดี๋ยวนี้!” “หึ หึ หึ” ภาคภูมิส่งเสียงหัวเราะในลำคอเพราะกำลังสนุกกับการได้กลั่นแกล้งหญิงสาวที่กำลังขู่เหมือนแมวป่า “เปิดประตู!” “โอเค ๆ” พอเขาปลดล็อกเธอก็รีบพาตัวเองลงจากรถทันทีโดยไม่คิดจะร่ำลาตามมารยาท ตอนนี้นอกจากจะนึกรังเกียจภาคภูมิแล้วก็ยังเจ็บแทนวีนัสอีกด้วย ผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกสามีนอกใจครั้งแล้วครั้งเล่า หัวใจคงเหมือนถูกกรีดเป็นริ้วซ้ำแล้วซ้ำอีกยิ่งคิดถึงก็ยิ่งรู้สึกหดหู่ไปด้วย ในขณะเดียวกันภาคภูมิที่กำลังมองแสนดีผ่านกระจกมองหลังก็กำลังยิ้มอย่างมาดหมาย ตลอดชีวิตของเขาไม่เคยเลยสักครั้งที่จะถูกผู้หญิงเมินใส่ เห็นจะมีก็แค่แม่ตัวแสบที่ทั้งเมินทั้งกล้าต่อว่าเขา ซึ่งมันทำให้ภาคภูมิรู้สึกมีชีวิตชีวาและท้าทายอย่างบอกไม่ถูก หลายวันต่อมา... ตั้งแต่วันที่ได้พูดคุยกับภาคภูมิเธอก็ถูกเขาคุกคามจนเริ่มกังวล “ไปดูหนังสักเรื่องมั้ย” เท้าเล็กชะงักกึกพร้อมกับรีบมองซ้ายขวาด้วยกลัวว่าจะมีใครเห็น “อย่ามายุ่งกับฉัน!” “ดุ ๆ แบบนี้ฉันชอบ” “ขอเถอะคุณภูมิ อย่ามาตามตอแยฉันแบบนี้ได้มั้ยฉันกลัวว่าใครจะเข้าใจผิด” “แสดงว่าถ้าแอบ ๆ ยุ่งไม่ให้ใครรู้ก็ได้น่ะสิ” “ไม่ได้! ฉันไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับคุณเข้าใจทีเถอะ!” แสนดีรีบเดินหนีเมื่อเห็นพริตตี้อีกกลุ่มเดินมาทางเธอ ตั้งแต่รับรู้เรื่องรักสามเส้าก็เหมือนชีวิตของเธอจะวุ่นวายขึ้นมาก แสนดีถูกดึงเข้าไปในวงจรนั้นโดยไม่ทันตั้งตัว และแน่นอนว่ามันจะยิ่งถลำจนหาทางกลับไม่เจอ หญิงสาวเข้ามาเปลี่ยนชุดในห้องน้ำเพราะหมดชั่วโมงทำงาน แต่พอเปิดประตูออกมาก็ต้องตกใจเพราะวีนัสยืนรออยู่ด้วยสภาพน้ำตานองหน้า “คุณวี...” “ฮึก...แสน...” วีนัสตรงเข้าสวมกอดและสะอื้นออกมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “คุณวีเป็นอะไรคะ!” “ฉันเจ็บ...ฮึก...เจ็บตรงนี้!” ปึก! ปึก! ปึก! เธอผละออกแล้วใช้กำปั้นทุบที่อกซ้ายของตัวเองแรง ๆ จนแสนดีต้องดึงมือห้าม “อย่าทำแบบนี้ค่ะ!” “ฮึก...ฮือ ๆ ...” “เกิดอะไรขึ้นคะคุณวี” “พี่ภูมิเขา...” “เดี๋ยวค่ะ” แสนดีรีบห้ามเพราะนี่คือห้องน้ำของสนามจึงไม่เหมาะที่จะพูดเรื่องสำคัญ “มันเรื่องอะไรกันคะ” แสนดีสอบถามหลังจากพากันมาที่มุมสงบไร้คนพลุกพล่าน “ฉันจะทนไม่ไหวแล้วนะ พี่ภูมิเป็นเอามากถึงกับหลอกฉันว่าจะไปต่างประเทศ คงหาเรื่องออกไปนอนกกกับอีนั่น!” “บางทีคุณภูมิอาจจะไม่ได้โกหกก็ได้นะคะ” “โกหกหรือไม่โกหกฉันรู้ดีที่สุด ผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมา เขาก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่ครั้งนี้เขาปกปิด แล้วก็ดูจะระวังตัวเป็นพิเศษจนฉันกลัว ว่าแต่เท่าที่เธอสังเกตเธอสงสัยใครบ้างหรือเปล่า” แสนดีถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอเพราะความลำบากใจ วีนัสและตระกูลวรกิจคือผู้มีพระคุณ ส่วนเอมิกาก็เพื่อนรักที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข เธอจึงไม่อาจเลือกได้ว่าจะยืนฝั่งไหน “...ไม่เลยค่ะ” “อืม...พี่ภูมิคงจะหลงมันมากจนกลัวฉันอาละวาดเลยระวังตัว แต่อีกไม่นานหรอกฉันต้องรู้แน่ ๆ ว่ามันเป็นใคร” แววตามุ่งมั่นเคียดแค้นของวีนัสทำให้แสนดีนึกกลัว เพราะหากข่าวลือที่เคยได้ยินเข้าหูเป็นเรื่องจริง เอมิกาคงจะหาความสุขไม่ได้ไปอีกนาน ทั้งคู่พูดคุยกันอยู่พักใหญ่วีนัสก็กลับไปแสนดีเองก็เตรียมตัวออกจากสนาม “แสนดี” “คุณวิน...” เธอมองเขาเพียงนิดเดียวก็หลบตาเพราะไม่เคยสักครั้งที่จะกล้ามองใบหน้าหล่อเหลานั่นตรง ๆ “ทำหน้าอย่างกับฉันเป็นครูฝ่ายปกครองของเธออย่างนั้นแหละ” “เปล่าค่ะ” “ฉันมีเรื่องจะถามเธอหน่อย” “อะไรเหรอคะ” “วีมาคุยกับเธอเรื่องอะไร” “เรื่องทั่วไปค่ะ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำตอบแล้วใช้สายตาคาดคั้นแทนคำพูด “เรื่องทั่วไปจริง ๆ ค่ะ” “ถ้าคุยเรื่องทั่วไปทำไมถึงกับต้องมีน้ำหูน้ำตาด้วย ฉันอยากรู้ว่าน้องสาวของฉันทุกข์ใจด้วยเรื่องอะไร” แสนดีอึกอักเพราะไม่รู้ว่าควรตอบเช่นไรชวินจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นเสียเอง “คงจะเรื่องไอ้ภูมิสินะ” คราวนี้เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาโดยอัตโนมัติ เพราะรู้ดีว่าวีนัสปกปิดเรื่องราวนี้จากพี่ชายและครอบครัว “ตกใจหรือไงที่ฉันรู้ ไม่ต้องตกใจหรอกที่ฉันรู้เพราะว่าฉันไม่ได้โง่ เพียงแต่ไม่ชอบเข้าไปยุ่งกับชีวิตครอบครัวของใคร และอีกอย่างฉันก็คิดว่ามันก็มีบ้างเล็กน้อยตามประสาผู้ชาย แต่ถ้าถึงขั้นทำให้ยัยวีเสียน้ำตาได้ก็คงต้องคุยกันหน่อย” ถึงแม้ชวินจะไม่ได้พร่ำพรรณนาความรู้สึก แต่ทุกคำพูดบอกชัดถึงความรักและความห่วงใยในตัวน้องสาวอย่างชัดเจน “ถ้ายัยวีเลือกพูดเรื่องส่วนตัวกับเธอก็แสดงว่าเขาไว้ใจ ยังไงฉันฝากเธอช่วยดูแลน้องฉันด้วย บางทีคำพูดปลอบโยนดี ๆ ก็อาจทำให้ยัยวีรู้สึกดีขึ้นได้” “ค่ะ” “ช่วงนี้เธอสบายดีนะ” “สบายดีค่ะ” ชายหนุ่มส่งยิ้มพลางมองเธอด้วยแววตาเอื้อเอ็นดูจนแสนดีใจเต้นแรง “อืม...ฉันรู้สึกไม่ดีใจเลยนะที่ได้ยินอย่างนี้” คิ้วเรียวขมวดมุ่นเพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดชวินจึงอธิบายต่อ “ฉันอยากจะให้เธอมีปัญหาจะได้มาพึ่งพาฉันอีก” คำพูดที่แฝงความนัยรวมทั้งแววตาที่เขาใช้มองเธอทำเอาแสนดีแทบลืมหายใจ จู่ ๆ ในท้องก็เหมือนมีเกลียวคลื่นหมุนวนไปมา “หึ หึ หึ” เธอได้ยินเสียงเขาหัวเราะเบา ๆ แล้วยื่นมือมาจับศีรษะเล็กโยกไปมาด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเดินออกไปทั้งที่แสนดียังยืนอึ้งอยู่กับที่ ชวินเดินอมยิ้มมาจนถึงรถคันหรูของตัวเอง เขารู้สึกอารมณ์ดีเวลาที่ได้หยอกเย้าเธอ ตั้งแต่น้องสาวแนะนำให้รู้จักเขาก็คิดมาตลอดว่าแสนดีน่าสนใจ หลายต่อหลายครั้งที่เขาพยายามจะอ่อยเธอ แต่แม่สมันน้อยก็เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจ ชวินจึงนึกเอ็นดูเพราะไม่อยากจะล่อลวง ได้แค่เพียงหยอกเย้าให้อารมณ์ดีบ้างเท่านั้น “เด็กคนนั้นน่าสนใจนะครับ” รอยยิ้มของชวินหายไปเมื่อน้องเขยเดินเข้ามาทัก “เด็กไหน...” “ก็เด็กที่พี่หยอกอยู่เมื่อกี้น่ะสิครับ” “อ้อ...แสนดีน่ะเหรอ แค่คุยกันตามประสาคนรู้จักน่ะ ไม่ได้มีอะไรอย่างที่นายคิด ไม่เหมือนนาย...” ภาคภูมิยักไหล่ด้วยท่าทางไม่ยี่หระราวกับต้องการจะบอกว่าเขาไม่ได้คิดอะไร “เปล่านะครับ ผมไม่ได้คิดอะไร” “ก็ดีแล้ววันนี้ฉันเห็นยัยวีมาที่สนาม ร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นซึ่งมันแปลกมาก ๆ เลยอยากรู้ว่าน้องสาวพี่เสียใจอะไรถึงขนาดไม่คิดรักษาภาพลักษณ์” “คือ...” “เรื่องผู้หญิงเหรอ...” ชวินถามเสียงเรียบแต่นัยน์ตาฉายแววเอาจริง “แค่เล็ก ๆ ครับ...ตัวเล็กตัวน้อยเท่านั้น” “พี่เข้าใจนะภูมิว่านายเป็นผู้ชายต้องมีบ้าง ช่วงแรก ๆ อาจจะปรับตัวไม่ได้กับชีวิตคู่ แต่นี่มันก็เกือบปีแล้วนายควรบอกตัวเองให้หยุดสักที พี่ไม่อยากให้ยัยวีต้องเสียใจอีก” “วีไม่ได้ร้องไห้เสียใจเรื่องนี้หรอกครับ เพราะผมเก็บกวาดอย่างดี ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่วีพยายามมีลูกต่างหาก” “หมายความว่ายังไง” “คือวีอยากมีลูกน่ะครับแต่ก็ไม่มีสักทีเลยคิดมากเรื่องนี้มั้งครับ” “งั้นเหรอ...” “ครับ” “อย่างนั้นนายยิ่งต้องหยุดพฤติกรรมไม่ดีนะภูมิ ถึงขนาดวางแผนจะเป็นพ่อก็ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว” “ครับพี่วิน อย่าห่วงเลยครับ” “อืม...” สำหรับชวินและภาคภูมิพวกเขาไม่ใช่พี่ภรรยากับน้องเขยแต่เติบโตและรักใคร่กันมาตั้งแต่เด็ก ชวินรักภาคภูมิเหมือนน้องชาย ส่วนภาคภูมิเองก็เห็นชวินเป็นพี่ที่ทั้งรักทั้งเคารพและเกรงใจ อะไรก็ตามที่จะทำให้บาดหมางจึงพยายามที่จะหลีกเลี่ยง เพราะถึงอย่างไรเขาก็ยังอยากเป็นที่รักของทุกคนในครอบครัวของวีนัสเหมือนที่ผ่านมา @หอพัก แสนดีก้าวเอื่อย ๆ ไปบนบาทวิถีอย่างไม่รีบร้อนเพราะกำลังใช้ความคิด ทุกครั้งที่เห็นวีนัสร้องไห้หรือรับรู้ว่าอีกฝ่ายเจ็บปวดเธอก็อดไม่ได้ที่จะโทษตัวเอง “ใจลอยคิดถึงฉันอยู่เหรอ” คนตัวเล็กถึงกับสะดุ้งเมื่อจู่ ๆ ภาคภูมิก็โผล่มาขวางหน้า “คุณ!” “ใช่...ฉันเอง ตกใจอะไรขนาดนั้น” หญิงสาวไม่ตอบแต่เดินเลี่ยงไปอีกทาง “จะไปไหนล่ะยังไม่ได้คุยกันเลย” “หลบไปค่ะ” นอกจากภาคภูมิจะไม่ทำตามที่เธอบอกแล้วก็ยังล้วงเอาบางอย่างออกมาจากกระเป๋า “นี่ให้เธอ” แสนดีมองนาฬิกาเรือนเล็กแบรนด์ดังด้วยแววตาเรียบเฉยแล้วย้ำคำพูดเดิม “หลบไปค่ะ” “นาฬิกานี่ฉันตั้งใจซื้อให้เธอนะ” “หยุดทำแบบนี้สักทีเถอะค่ะคุณภาคภูมิ ถ้าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่เป็นเพราะไม่พอใจที่ฉันไปยุ่งเรื่องของคุณต่อไปนี้ฉันก็จะไม่วุ่นวายอีก ขอแค่คุณเลิกมาก่อกวนแบบนี้ได้แล้ว” “ที่ฉันคอยมาตอแยเธอเพราะฉันสนใจเธอ และฉันก็เชื่อไม่ลงจริง ๆ ว่าเธอจะไม่สนใจฉันบ้างเลย” คำพูดที่หลงตัวเองจนน่าขนลุกของคนตรงหน้าทำเอาแสนดีถึงกับถอนใจ “ฉันขอพูดตรง ๆ เลยนะคะ ฉันไม่สนใจคุณจริง ๆ ค่ะ เพราะฉันจะไม่ขอข้องเกี่ยวกับผู้ชายที่เห็นแก่ตัวอย่างคุณเด็ดขาด ต่อให้คุณหล่อกว่านี้รวยกว่านี้ฉันก็ไม่สนค่ะ แล้วถ้าคุณยังไม่เลิกยุ่งกับฉันละก็ ฉันจะบอกคุณวีว่าคุณตามมาตอแยฉัน” แทนที่ได้ยินแล้วภาคภูมิจะรู้สึกเกรงกลัวหรือถอยห่างเขากลับขยับเข้ามาใกล้พร้อมกระตุกยิ้มขบขัน “หึ หึ หึ เธอนี่มันเดียงสาจริง ๆ” “ฉันพูดจริง ๆ นะคะ และฉันก็กล้าทำด้วย!” “ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเธอไม่กล้า แต่ก่อนที่เธอจะกล้าทำอย่างที่พูดเธอควรรู้ไว้อย่างหนึ่ง ว่าลมหายใจของวีมันมีแต่ฉัน วีรักฉันยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด และที่ฉันกล้าทำอย่างที่ทำอยู่ก็เพราะฉันรู้ว่าสุดท้ายวีต้องยอม ถ้าเธอบอกวีเขาก็อาจจะเชื่อ แต่สุดท้ายแล้วเขาจะคิดว่าเป็นเพราะเธออ่อยฉัน เพราะอะไรรู้มั้ย...” ภาคภูมิชะงักคำพูดแล้วยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของแสนดี สำหรับเขาแล้วเธอก็แค่กระต่ายน้อยขี้กลัวตัวหนึ่งเท่านั้น ต่อให้จะแสดงพยศมากมายสักเท่าไร สุดท้ายก็ไม่รอดเงื้อมมือนักล่าอย่างเขาอยู่ดี “เพื่อที่เขาจะได้ให้อภัยฉันได้แบบสนิทใจ วีจะโทษว่าเธอเป็นคนผิด และฉันเป็นแค่สามีแสนดีที่หลงผิดไปเท่านั้นเอง” ชายหนุ่มบอกอย่างมั่นใจเพราะเขารู้จักวีนัสดียิ่งกว่าคนในครอบครัวเธอเสียอีก “คุณ...ถอยไปเถอะค่ะ” หลังจากหายอึ้งเธอก็พยายามจะเดินหนีอีกครั้ง “ไม่...” “ขอร้องละคุณภูมิ หลีกทางให้ฉันด้วย!” เธอบอกด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นอย่างที่ไม่ค่อยได้ใช้กับใคร เพราะพื้นฐานนิสัยของแสนดีแล้วเธอทั้งอ่อนหวานและนอบน้อม ด้วยเพราะโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าจึงเจียมตัวอยู่เสมอ จึงน้อยครั้งนักที่จะแสดงกิริยาก้าวร้าวใส่ใคร “โอเค...วันนี้ได้คุยแค่นี้ก็ชื่นใจละ” รอยยิ้มยียวนของภาคภูมิในความรู้สึกของแสนดีมันไม่น่ามองเอาเสียเลย และมันก็ทำให้เธอต้องถามตัวเองด้วยคำถามเดิมอีกครั้งว่าวีนัสรักผู้ชายคนนี้ลงไปได้อย่างไร
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม