ในเมื่อไม่อาจเตือนเพื่อนอีกทั้งยังไม่สามารถบอกความจริงกับวีนัสได้ แสนดีจึงต้องตกอยู่ในอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอใคร่ครวญอยู่หลายครั้งว่าจะหาทางออกใดให้กับเรื่องนี้ สุดท้ายแล้วจึงรวบรวมความกล้าเพื่อยุติปัญหาที่ต้นเหตุ
“คุณภูมิคะ!”
เสียงเรียกของแสนดีทำให้ภาคภูมิที่กำลังจะขึ้นรถหยุดชะงัก
“มีอะไร”
“แสนมีธุระจะคุยด้วยค่ะ”
ภาคภูมิกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินอย่างนั้นเพราะที่ผ่านมามีสาว ๆ ไม่น้อยที่เข้าหาเขาด้วยคำพูดเช่นนี้
“ธุระเหรอ...ฉันจำได้ว่าเธอเป็นน้องสาวคนสนิทของวีนัส ทำไมวันนี้ถึงมามีธุระกับฉันได้ล่ะ หรือว่ารอให้ฉันสนใจไม่ไหวเลยต้องเข้าหาเอง”
ใบหน้าหวานร้อนวูบเมื่อได้ยินคำพูดดูแคลนของคนตรงหน้า ตอนนั้นเองที่เธอได้รู้ว่าภาคภูมิคือผู้ชายที่หลงตัวเองคนหนึ่ง
“คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ แสนอยากคุยกับคุณเรื่องของเอม”
ใบหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนสีเล็กน้อยเมื่อได้ยินธุระของเธอ แต่เพียงคู่เดียวก็กลับมาเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เอมบอกกับเธอเหรอ”
“ไม่ค่ะ แต่แสนเห็นพวกคุณอยู่ด้วยกัน”
“แล้วยังไง จะเอาเรื่องนี้มาขู่บังคับเอาอะไรจากฉัน อย่างนั้นเหรอ เงิน หรือตัวฉันดี หรืออยากได้ทั้งสองอย่าง”
“แสนไม่อยากได้อะไรที่คุณพูดมาทั้งนั้นค่ะ แสนแค่อยากคุยกับคุณ”
“งั้นก็ขึ้นรถ คุยตรงนี้ฉันไม่สะดวก”
พูดจบเขาก็เปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถทำให้แสนดีจำใจต้องเปิดขึ้นไปนั่งตามเพราะไม่มีทางเลือก
ภาคภูมิขับรถออกมาไกลพอสมควรจึงหาที่จอดเพื่อคุยกับแสนดีตามที่เธอต้องการ
“ว่ามา...เธอต้องการพูดอะไร”
“แสนอยากให้คุณเลิกยุ่งกับเอมค่ะ”
“แล้วทำไมฉันต้องทำอย่างนั้นด้วย ในเมื่อเจ้าตัวอย่างเอมอยากให้ฉันยุ่งด้วยจะตาย”
“แต่สิ่งที่คุณทำมันผิดนะคะ คุณนอกใจภรรยาคุณทำให้คุณวีเสียใจและเป็นทุกข์”
“นี่เธอจะให้ฉันเข้าใจว่าเธอเป็นห่วงผู้มีพระคุณจนต้องมาขอให้ฉันเลิกคบกับเอมอย่างนั้นเหรอ แล้วนี่ถ้าเอมรู้ยังจะมองว่าเธอเป็นเพื่อนอยู่ไหม”
“ที่มาพูดกับคุณวันนี้เพราะแสนสงสารคุณวีค่ะ และแสนก็เป็นห่วงเพื่อนของแสน คุณน่าจะรู้ดีว่าคุณวีจัดการกับผู้หญิงของคุณยังไง แสนไม่อยากให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับเอม”
“แล้วเธอคิดว่าการที่มาบอกฉันแล้วจะมีประโยชน์เหรอ”
“มีสิคะ ในเมื่อตอนนี้คุณวียังไม่รู้ แสนอยากให้คุณเลิกกับเอมซะก่อนที่เรื่องมันจะบานปลาย”
“เธอถามเพื่อนเธอก่อนดีไหมว่าอยากเลิกกับฉันหรือเปล่า”
ภาคภูมิพูดประโยคนั้นพร้อมกับรอยยิ้มภูมิใจแต่กลับทำให้แสนดีรู้สึกว่าน่ารังเกียจ
“ก็เพราะคุณหลอกเธอไง คุณหว่านล้อมเอมสารพัดทำให้เอมเชื่อว่าคุณมีใจให้ ทำให้เอมรู้สึกว่าเอมพิเศษกว่าผู้หญิงคนอื่นของคุณ คุณเห็นแก่ตัวมากรู้ไหมคะ!”
แสนดีขึ้นเสียงอย่างเหลืออดเพราะภาคภูมิไม่ได้มีวี่แววรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย
“หืม...นี่เธอกำลังด่าฉันเหรอ”
“คุณเห็นแก่ตัวจริง ๆ ค่ะ คุณทำร้ายผู้หญิงสองคนเพื่อความสุขของตัวเอง”
ภาคภูมิมองเธอแล้วจู่ ๆ ก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนแสนดีต้องถอยหนีจนแผ่นหลังติดประตู
“ฉันเลิกกับเอมก็ได้...แต่เธอต้องมาแทนนะ”
ดวงตากลมโตไหวระริกบ่งบอกถึงความตื่นตระหนก แต่เพียงครู่เดียวก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ
“ทุเรศที่สุด! ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าคุณวีรักผู้ชายอย่างคุณลงได้ยังไง สักวันเถอะคุณภูมิ! สักวันคุณจะเสียใจกับสิ่งที่คุณทำ!”
“หึ หึ หึ อย่าแช่งกันสิฉันกลัวจนตัวสั่นแล้วเนี่ย”
เมื่อรู้ว่าผู้ชายอย่างภาคภูมิเห็นแก่ตัวเกินกว่าจะสนใจใครแสนดีก็ตัดสินใจเปิดประตูแต่มันกลับติดล็อก
“เปิดประตูค่ะ!”
“ขึ้นมาว่าฉันฉอด ๆ แล้วก็จะลงไปง่าย ๆ อย่างนั้นน่ะเหรอ มันไม่ใช่มั้ง”
“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณแล้วค่ะ เพราะตอนนี้ฉันรู้แล้ว ว่าคนอย่างคุณมันเห็นแก่ตัวเกินกว่าจะขอร้อง!”
“รู้มั้ยแสนดี...เธอน่ะสะดุดตาฉันตั้งแต่แรกเลย แต่ที่ฉันไม่ยุ่งก็เพราะว่าเธอเป็นน้องสาวคนสนิทของวี แต่วันนี้ฉันคงต้องเปลี่ยนใจ เพราะว่าตอนเธอโมโหมันน่าฟัดสุด ๆ เลยละ”
“เปิดประตู! หยุดพูดจาน่ารังเกียจแล้วเปิดประตูเดี๋ยวนี้!”
“หึ หึ หึ”
ภาคภูมิส่งเสียงหัวเราะในลำคอเพราะกำลังสนุกกับการได้กลั่นแกล้งหญิงสาวที่กำลังขู่เหมือนแมวป่า
“เปิดประตู!”
“โอเค ๆ”
พอเขาปลดล็อกเธอก็รีบพาตัวเองลงจากรถทันทีโดยไม่คิดจะร่ำลาตามมารยาท ตอนนี้นอกจากจะนึกรังเกียจภาคภูมิแล้วก็ยังเจ็บแทนวีนัสอีกด้วย ผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกสามีนอกใจครั้งแล้วครั้งเล่า หัวใจคงเหมือนถูกกรีดเป็นริ้วซ้ำแล้วซ้ำอีกยิ่งคิดถึงก็ยิ่งรู้สึกหดหู่ไปด้วย
ในขณะเดียวกันภาคภูมิที่กำลังมองแสนดีผ่านกระจกมองหลังก็กำลังยิ้มอย่างมาดหมาย ตลอดชีวิตของเขาไม่เคยเลยสักครั้งที่จะถูกผู้หญิงเมินใส่ เห็นจะมีก็แค่แม่ตัวแสบที่ทั้งเมินทั้งกล้าต่อว่าเขา ซึ่งมันทำให้ภาคภูมิรู้สึกมีชีวิตชีวาและท้าทายอย่างบอกไม่ถูก
หลายวันต่อมา...
ตั้งแต่วันที่ได้พูดคุยกับภาคภูมิเธอก็ถูกเขาคุกคามจนเริ่มกังวล
“ไปดูหนังสักเรื่องมั้ย”
เท้าเล็กชะงักกึกพร้อมกับรีบมองซ้ายขวาด้วยกลัวว่าจะมีใครเห็น
“อย่ามายุ่งกับฉัน!”
“ดุ ๆ แบบนี้ฉันชอบ”
“ขอเถอะคุณภูมิ อย่ามาตามตอแยฉันแบบนี้ได้มั้ยฉันกลัวว่าใครจะเข้าใจผิด”
“แสดงว่าถ้าแอบ ๆ ยุ่งไม่ให้ใครรู้ก็ได้น่ะสิ”
“ไม่ได้! ฉันไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับคุณเข้าใจทีเถอะ!”
แสนดีรีบเดินหนีเมื่อเห็นพริตตี้อีกกลุ่มเดินมาทางเธอ ตั้งแต่รับรู้เรื่องรักสามเส้าก็เหมือนชีวิตของเธอจะวุ่นวายขึ้นมาก แสนดีถูกดึงเข้าไปในวงจรนั้นโดยไม่ทันตั้งตัว และแน่นอนว่ามันจะยิ่งถลำจนหาทางกลับไม่เจอ
หญิงสาวเข้ามาเปลี่ยนชุดในห้องน้ำเพราะหมดชั่วโมงทำงาน แต่พอเปิดประตูออกมาก็ต้องตกใจเพราะวีนัสยืนรออยู่ด้วยสภาพน้ำตานองหน้า
“คุณวี...”
“ฮึก...แสน...”
วีนัสตรงเข้าสวมกอดและสะอื้นออกมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“คุณวีเป็นอะไรคะ!”
“ฉันเจ็บ...ฮึก...เจ็บตรงนี้!”
ปึก! ปึก! ปึก!
เธอผละออกแล้วใช้กำปั้นทุบที่อกซ้ายของตัวเองแรง ๆ จนแสนดีต้องดึงมือห้าม
“อย่าทำแบบนี้ค่ะ!”
“ฮึก...ฮือ ๆ ...”
“เกิดอะไรขึ้นคะคุณวี”
“พี่ภูมิเขา...”
“เดี๋ยวค่ะ”
แสนดีรีบห้ามเพราะนี่คือห้องน้ำของสนามจึงไม่เหมาะที่จะพูดเรื่องสำคัญ
“มันเรื่องอะไรกันคะ”
แสนดีสอบถามหลังจากพากันมาที่มุมสงบไร้คนพลุกพล่าน
“ฉันจะทนไม่ไหวแล้วนะ พี่ภูมิเป็นเอามากถึงกับหลอกฉันว่าจะไปต่างประเทศ คงหาเรื่องออกไปนอนกกกับอีนั่น!”
“บางทีคุณภูมิอาจจะไม่ได้โกหกก็ได้นะคะ”
“โกหกหรือไม่โกหกฉันรู้ดีที่สุด ผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมา เขาก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่ครั้งนี้เขาปกปิด แล้วก็ดูจะระวังตัวเป็นพิเศษจนฉันกลัว ว่าแต่เท่าที่เธอสังเกตเธอสงสัยใครบ้างหรือเปล่า”
แสนดีถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอเพราะความลำบากใจ วีนัสและตระกูลวรกิจคือผู้มีพระคุณ ส่วนเอมิกาก็เพื่อนรักที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข เธอจึงไม่อาจเลือกได้ว่าจะยืนฝั่งไหน
“...ไม่เลยค่ะ”
“อืม...พี่ภูมิคงจะหลงมันมากจนกลัวฉันอาละวาดเลยระวังตัว แต่อีกไม่นานหรอกฉันต้องรู้แน่ ๆ ว่ามันเป็นใคร”
แววตามุ่งมั่นเคียดแค้นของวีนัสทำให้แสนดีนึกกลัว เพราะหากข่าวลือที่เคยได้ยินเข้าหูเป็นเรื่องจริง เอมิกาคงจะหาความสุขไม่ได้ไปอีกนาน
ทั้งคู่พูดคุยกันอยู่พักใหญ่วีนัสก็กลับไปแสนดีเองก็เตรียมตัวออกจากสนาม
“แสนดี”
“คุณวิน...”
เธอมองเขาเพียงนิดเดียวก็หลบตาเพราะไม่เคยสักครั้งที่จะกล้ามองใบหน้าหล่อเหลานั่นตรง ๆ
“ทำหน้าอย่างกับฉันเป็นครูฝ่ายปกครองของเธออย่างนั้นแหละ”
“เปล่าค่ะ”
“ฉันมีเรื่องจะถามเธอหน่อย”
“อะไรเหรอคะ”
“วีมาคุยกับเธอเรื่องอะไร”
“เรื่องทั่วไปค่ะ”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำตอบแล้วใช้สายตาคาดคั้นแทนคำพูด
“เรื่องทั่วไปจริง ๆ ค่ะ”
“ถ้าคุยเรื่องทั่วไปทำไมถึงกับต้องมีน้ำหูน้ำตาด้วย ฉันอยากรู้ว่าน้องสาวของฉันทุกข์ใจด้วยเรื่องอะไร”
แสนดีอึกอักเพราะไม่รู้ว่าควรตอบเช่นไรชวินจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นเสียเอง
“คงจะเรื่องไอ้ภูมิสินะ”
คราวนี้เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาโดยอัตโนมัติ เพราะรู้ดีว่าวีนัสปกปิดเรื่องราวนี้จากพี่ชายและครอบครัว
“ตกใจหรือไงที่ฉันรู้ ไม่ต้องตกใจหรอกที่ฉันรู้เพราะว่าฉันไม่ได้โง่ เพียงแต่ไม่ชอบเข้าไปยุ่งกับชีวิตครอบครัวของใคร และอีกอย่างฉันก็คิดว่ามันก็มีบ้างเล็กน้อยตามประสาผู้ชาย แต่ถ้าถึงขั้นทำให้ยัยวีเสียน้ำตาได้ก็คงต้องคุยกันหน่อย”
ถึงแม้ชวินจะไม่ได้พร่ำพรรณนาความรู้สึก แต่ทุกคำพูดบอกชัดถึงความรักและความห่วงใยในตัวน้องสาวอย่างชัดเจน
“ถ้ายัยวีเลือกพูดเรื่องส่วนตัวกับเธอก็แสดงว่าเขาไว้ใจ ยังไงฉันฝากเธอช่วยดูแลน้องฉันด้วย บางทีคำพูดปลอบโยนดี ๆ ก็อาจทำให้ยัยวีรู้สึกดีขึ้นได้”
“ค่ะ”
“ช่วงนี้เธอสบายดีนะ”
“สบายดีค่ะ”
ชายหนุ่มส่งยิ้มพลางมองเธอด้วยแววตาเอื้อเอ็นดูจนแสนดีใจเต้นแรง
“อืม...ฉันรู้สึกไม่ดีใจเลยนะที่ได้ยินอย่างนี้”
คิ้วเรียวขมวดมุ่นเพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดชวินจึงอธิบายต่อ
“ฉันอยากจะให้เธอมีปัญหาจะได้มาพึ่งพาฉันอีก”
คำพูดที่แฝงความนัยรวมทั้งแววตาที่เขาใช้มองเธอทำเอาแสนดีแทบลืมหายใจ จู่ ๆ ในท้องก็เหมือนมีเกลียวคลื่นหมุนวนไปมา
“หึ หึ หึ”
เธอได้ยินเสียงเขาหัวเราะเบา ๆ แล้วยื่นมือมาจับศีรษะเล็กโยกไปมาด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเดินออกไปทั้งที่แสนดียังยืนอึ้งอยู่กับที่
ชวินเดินอมยิ้มมาจนถึงรถคันหรูของตัวเอง เขารู้สึกอารมณ์ดีเวลาที่ได้หยอกเย้าเธอ ตั้งแต่น้องสาวแนะนำให้รู้จักเขาก็คิดมาตลอดว่าแสนดีน่าสนใจ หลายต่อหลายครั้งที่เขาพยายามจะอ่อยเธอ แต่แม่สมันน้อยก็เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจ ชวินจึงนึกเอ็นดูเพราะไม่อยากจะล่อลวง ได้แค่เพียงหยอกเย้าให้อารมณ์ดีบ้างเท่านั้น
“เด็กคนนั้นน่าสนใจนะครับ”
รอยยิ้มของชวินหายไปเมื่อน้องเขยเดินเข้ามาทัก
“เด็กไหน...”
“ก็เด็กที่พี่หยอกอยู่เมื่อกี้น่ะสิครับ”
“อ้อ...แสนดีน่ะเหรอ แค่คุยกันตามประสาคนรู้จักน่ะ ไม่ได้มีอะไรอย่างที่นายคิด ไม่เหมือนนาย...”
ภาคภูมิยักไหล่ด้วยท่าทางไม่ยี่หระราวกับต้องการจะบอกว่าเขาไม่ได้คิดอะไร
“เปล่านะครับ ผมไม่ได้คิดอะไร”
“ก็ดีแล้ววันนี้ฉันเห็นยัยวีมาที่สนาม ร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นซึ่งมันแปลกมาก ๆ เลยอยากรู้ว่าน้องสาวพี่เสียใจอะไรถึงขนาดไม่คิดรักษาภาพลักษณ์”
“คือ...”
“เรื่องผู้หญิงเหรอ...”
ชวินถามเสียงเรียบแต่นัยน์ตาฉายแววเอาจริง
“แค่เล็ก ๆ ครับ...ตัวเล็กตัวน้อยเท่านั้น”
“พี่เข้าใจนะภูมิว่านายเป็นผู้ชายต้องมีบ้าง ช่วงแรก ๆ อาจจะปรับตัวไม่ได้กับชีวิตคู่ แต่นี่มันก็เกือบปีแล้วนายควรบอกตัวเองให้หยุดสักที พี่ไม่อยากให้ยัยวีต้องเสียใจอีก”
“วีไม่ได้ร้องไห้เสียใจเรื่องนี้หรอกครับ เพราะผมเก็บกวาดอย่างดี ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่วีพยายามมีลูกต่างหาก”
“หมายความว่ายังไง”
“คือวีอยากมีลูกน่ะครับแต่ก็ไม่มีสักทีเลยคิดมากเรื่องนี้มั้งครับ”
“งั้นเหรอ...”
“ครับ”
“อย่างนั้นนายยิ่งต้องหยุดพฤติกรรมไม่ดีนะภูมิ ถึงขนาดวางแผนจะเป็นพ่อก็ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว”
“ครับพี่วิน อย่าห่วงเลยครับ”
“อืม...”
สำหรับชวินและภาคภูมิพวกเขาไม่ใช่พี่ภรรยากับน้องเขยแต่เติบโตและรักใคร่กันมาตั้งแต่เด็ก ชวินรักภาคภูมิเหมือนน้องชาย ส่วนภาคภูมิเองก็เห็นชวินเป็นพี่ที่ทั้งรักทั้งเคารพและเกรงใจ อะไรก็ตามที่จะทำให้บาดหมางจึงพยายามที่จะหลีกเลี่ยง เพราะถึงอย่างไรเขาก็ยังอยากเป็นที่รักของทุกคนในครอบครัวของวีนัสเหมือนที่ผ่านมา
@หอพัก
แสนดีก้าวเอื่อย ๆ ไปบนบาทวิถีอย่างไม่รีบร้อนเพราะกำลังใช้ความคิด ทุกครั้งที่เห็นวีนัสร้องไห้หรือรับรู้ว่าอีกฝ่ายเจ็บปวดเธอก็อดไม่ได้ที่จะโทษตัวเอง
“ใจลอยคิดถึงฉันอยู่เหรอ”
คนตัวเล็กถึงกับสะดุ้งเมื่อจู่ ๆ ภาคภูมิก็โผล่มาขวางหน้า
“คุณ!”
“ใช่...ฉันเอง ตกใจอะไรขนาดนั้น”
หญิงสาวไม่ตอบแต่เดินเลี่ยงไปอีกทาง
“จะไปไหนล่ะยังไม่ได้คุยกันเลย”
“หลบไปค่ะ”
นอกจากภาคภูมิจะไม่ทำตามที่เธอบอกแล้วก็ยังล้วงเอาบางอย่างออกมาจากกระเป๋า
“นี่ให้เธอ”
แสนดีมองนาฬิกาเรือนเล็กแบรนด์ดังด้วยแววตาเรียบเฉยแล้วย้ำคำพูดเดิม
“หลบไปค่ะ”
“นาฬิกานี่ฉันตั้งใจซื้อให้เธอนะ”
“หยุดทำแบบนี้สักทีเถอะค่ะคุณภาคภูมิ ถ้าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่เป็นเพราะไม่พอใจที่ฉันไปยุ่งเรื่องของคุณต่อไปนี้ฉันก็จะไม่วุ่นวายอีก ขอแค่คุณเลิกมาก่อกวนแบบนี้ได้แล้ว”
“ที่ฉันคอยมาตอแยเธอเพราะฉันสนใจเธอ และฉันก็เชื่อไม่ลงจริง ๆ ว่าเธอจะไม่สนใจฉันบ้างเลย”
คำพูดที่หลงตัวเองจนน่าขนลุกของคนตรงหน้าทำเอาแสนดีถึงกับถอนใจ
“ฉันขอพูดตรง ๆ เลยนะคะ ฉันไม่สนใจคุณจริง ๆ ค่ะ เพราะฉันจะไม่ขอข้องเกี่ยวกับผู้ชายที่เห็นแก่ตัวอย่างคุณเด็ดขาด ต่อให้คุณหล่อกว่านี้รวยกว่านี้ฉันก็ไม่สนค่ะ แล้วถ้าคุณยังไม่เลิกยุ่งกับฉันละก็ ฉันจะบอกคุณวีว่าคุณตามมาตอแยฉัน”
แทนที่ได้ยินแล้วภาคภูมิจะรู้สึกเกรงกลัวหรือถอยห่างเขากลับขยับเข้ามาใกล้พร้อมกระตุกยิ้มขบขัน
“หึ หึ หึ เธอนี่มันเดียงสาจริง ๆ”
“ฉันพูดจริง ๆ นะคะ และฉันก็กล้าทำด้วย!”
“ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเธอไม่กล้า แต่ก่อนที่เธอจะกล้าทำอย่างที่พูดเธอควรรู้ไว้อย่างหนึ่ง ว่าลมหายใจของวีมันมีแต่ฉัน วีรักฉันยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด และที่ฉันกล้าทำอย่างที่ทำอยู่ก็เพราะฉันรู้ว่าสุดท้ายวีต้องยอม ถ้าเธอบอกวีเขาก็อาจจะเชื่อ แต่สุดท้ายแล้วเขาจะคิดว่าเป็นเพราะเธออ่อยฉัน เพราะอะไรรู้มั้ย...”
ภาคภูมิชะงักคำพูดแล้วยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของแสนดี สำหรับเขาแล้วเธอก็แค่กระต่ายน้อยขี้กลัวตัวหนึ่งเท่านั้น ต่อให้จะแสดงพยศมากมายสักเท่าไร สุดท้ายก็ไม่รอดเงื้อมมือนักล่าอย่างเขาอยู่ดี
“เพื่อที่เขาจะได้ให้อภัยฉันได้แบบสนิทใจ วีจะโทษว่าเธอเป็นคนผิด และฉันเป็นแค่สามีแสนดีที่หลงผิดไปเท่านั้นเอง”
ชายหนุ่มบอกอย่างมั่นใจเพราะเขารู้จักวีนัสดียิ่งกว่าคนในครอบครัวเธอเสียอีก
“คุณ...ถอยไปเถอะค่ะ”
หลังจากหายอึ้งเธอก็พยายามจะเดินหนีอีกครั้ง
“ไม่...”
“ขอร้องละคุณภูมิ หลีกทางให้ฉันด้วย!”
เธอบอกด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นอย่างที่ไม่ค่อยได้ใช้กับใคร เพราะพื้นฐานนิสัยของแสนดีแล้วเธอทั้งอ่อนหวานและนอบน้อม ด้วยเพราะโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าจึงเจียมตัวอยู่เสมอ จึงน้อยครั้งนักที่จะแสดงกิริยาก้าวร้าวใส่ใคร
“โอเค...วันนี้ได้คุยแค่นี้ก็ชื่นใจละ”
รอยยิ้มยียวนของภาคภูมิในความรู้สึกของแสนดีมันไม่น่ามองเอาเสียเลย และมันก็ทำให้เธอต้องถามตัวเองด้วยคำถามเดิมอีกครั้งว่าวีนัสรักผู้ชายคนนี้ลงไปได้อย่างไร