หมายเหตุสำคัญ
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้นเนื้อหาไม่ได้อ้างอิงหรือเกี่ยวข้องกับโลกความจริงใด ๆเขียนขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
©️ ลิขสิทธิ์
งานเขียนเรื่อง ปล่อยใจปล่อยกาย 'รักพี่ชายเพื่อน' เป็นลิขสิทธิ์ของ ‘น้ำสีดำ’ แต่เพียงผู้เดียว
📌 ห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง คัดลอก หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียน
อ้างอิงตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2558 และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2565)
โดยเฉพาะมาตรา 6, 15 และ 27 ว่าด้วยสิทธิของผู้สร้างสรรค์งานเขียน และมาตรา 69 ว่าด้วยโทษการละเมิดลิขสิทธิ์
ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายกำหนดทั้งทางแพ่งและอาญา
_____________________________________________
ปี 4 ภาคเรียนที่ 1 – หน้าตึกเรียนที่ 3 เวลา 08:00 🍃
ปึ้ง! เสียงปิดประตูรถดังขึ้น ร่างบางก้าวขาลงจาก BMW 2 Series Gran Coupé 220i M Sport สีดำเงาวับ
สวัสดีค่ะ 🐱
ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ
ฉันชื่อ ยี่หวา วันยี่หวา อายุ 22 ปี ปีสุดท้ายแล้วค่ะ อีกไม่กี่เดือนก็จะเรียนจบมหาลัยสักที
สามปีที่ผ่านมาหนักเอาการ แต่ฉันก็ผ่านมาได้ เพราะมีเพื่อนสนิทที่คอยอยู่ข้าง ๆ ฉันเป็นคนจริงจังกับการเรียนมาก เป้าหมายคือเกียรตินิยมอันดับ 1 เท่านั้น แต่เรื่องกินเที่ยวก็ไม่เคยพลาดนะคะ เรียนก็เต็มที่ เที่ยวก็สุดเหมือนกัน
ครอบครัวของฉันอยู่ระดับกลาง ๆ ไม่ได้ลำบาก แต่ก็ไม่ได้รวยล้นฟ้า คุณแม่เปิดร้านทำเล็บ Aura Nail มีถึง 5 สาขาทั่วกรุงเทพ ส่วนคุณพ่อเป็นคุณหมอ มีคลินิกความงามของตัวเอง ที่บ้านให้อิสระเต็มที่ ไม่เคยบังคับอะไรเลย ชีวิตก็เลยสบาย ๆ ตามสไตล์ลูกสาวคนเดียวค่ะ
____________
“ยี่หวาาาาาาาาา!!”
เสียงเรียกดังสนั่นหน้าตึกเรียน ทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก หลุดจากภวังค์ทันที
เจ้าของเสียงคุ้นหู ก้าวลงมาจากรถหรูด้วยท่วงท่าสวยสง่า—เรียวขาขาวเพรียวเหยียบส้นสูงแบรนด์เนม เสื้อผ้าจัดเต็มตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมลอนสีน้ำตาลอ่อนสะบัดพลิ้ว ราวกับมีไฟสปอร์ตไลต์ส่วนตัวส่องให้ตลอดเวลา
ใช่แล้วค่ะ นี่คือ มิลิน เพื่อนสนิทตัวดีของฉันเอง
ลูกสาวมหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจยักษ์ใหญ่ ทั้งที่พัก โรงแรมหรู ห้างสรรพสินค้า แฟชั่นแบรนด์ดัง เรียกว่ามีหมดทั้งในและนอกประเทศ ที่สำคัญ—มหาลัยที่ฉันเรียนอยู่นี่ก็เป็นของบ้านนางค่ะ! (เรื่องนี้รู้กันแค่ฉันกับนางนะ)
“มานานรึยังคะหล่อน?” มิลินเดินดิ่งมาหาฉันด้วยสีหน้ายิ้มแฉ่ง
“มานานแล้วจ้ะ รอตั้งชั่วโมงละ” ฉันตอบประชดทันที
“เว่อร์ละ ฉันเห็นรถแกเลี้ยวเข้ามาก่อนหน้าฉันไม่กี่นาทีเองย่ะ” มิลินทำหน้ายียวน
“แล้วถามทำไมยะคุณหนู 🙄 วันนี้ไม่ได้เอารถบ้านมาเหรอ ใครมาส่งคะ?” ฉันแซวด้วยน้ำเสียงเจือหยอก เพราะรู้ดีว่านางเปลี่ยนผู้ชายบ่อยยิ่งกว่าฉันเปลี่ยนรองเท้า (แต่ไม่มั่วหรอกนะ นางควงแบบกินข้าว ช็อปปิ้ง เดินเล่นมากกว่า เบื่อก็เปลี่ยนแค่นั้นเอง)
“แล้วคุณเพื่อนสาวคะ รู้ตัวไหมว่าปี 4 แล้ว แต่ดันมาเรียนวันแรกด้วยหน้าสดแบบนี้ ไม่คิดจะแต่งหน้าทำผมหน่อยเหรอ?” มิลินย่นคิ้ว ก่อนจะล้วงลิปสติกแบรนด์ดังจากกระเป๋ามายื่นให้ “ทาปากสักนิดค่ะ คนสวย”
ฉันรับมาทาแล้วทำหน้ากวน “พอใจรึยังคะคุณหนู”
ใช่ค่ะ พ่อแม่ฉันทำธุรกิจความงามจริง แต่บางทีฉันก็ปล่อยจอย วันนี้เพลียจากการทำรายงานสรุปฝึกงาน เลยเลือกชุดนักศึกษากระโปรงทรงเอเรียบ ๆ บวกหน้าสด ทาครีมกันแดดแล้วออกมาโลด แหม…หน้าสดก็ยังสวยอยู่แล้ว จะซีเรียสอะไร
“ป่ะ เข้าไปข้างในเหอะ ร้อนแล้ว” มิลินเร่ง
“ฉันว่าน่าจะเข้าไปตั้งนานละ” ฉันพึมพำ ขณะเดินเข้าตึกใหญ่ที่มีร่มเงาจากต้นไม้ช่วยบังแดดบ้าง
เนื่องจากช่วงปิดเทอม เราแทบไม่ได้เจอกันเลย ต่างคนต่างไปฝึกงาน มิลินเลือกฝึกที่บริษัทของครอบครัว ส่วนฉันอยากลองหาที่เอง เลยไปสมัครบริษัทอื่นแทน ถึงยัยคุณหนูจะโวยวายว่ากลัวเพื่อนลำบาก แต่สุดท้ายฉันก็ผ่านมาได้
เราเดินเข้าห้องเรียนด้วยกันเหมือนเคย—นั่งคู่กันมาตลอด 3 ปี รู้ไส้รู้พุงกันหมด!
ที่จริงเราเริ่มสนิทกันตั้งแต่ปี 1 วันแรก เพราะมิลินดันวิ่งเข้าห้องเรียนสาย หน้าซีดเผือดจากแดดกับเหงื่อ ทั้งที่สวยมากแต่ดันถูกเพื่อนล้อจนเขิน ฉันเลยลุกขึ้นบอกเสียงดัง “เลิกทำเหมือนเพื่อนเป็นตัวตลกได้แล้วค่ะ!” แล้วจูงนางมานั่งข้าง ๆ …จากวันนั้นก็กลายเป็นเพื่อนแท้กันมาจนวันนี้
“โอเครครับ วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ รบกวนนิสิตทำสรุปส่งด้วยนะครับ” เสียงอาจารย์หนุ่มหล่อดังขึ้น
มิลินหันมาพูดเสียงหวาน “หล่อเนอะ…หล่อสะอาด ๆ เหมือนคนเพิ่งอาบน้ำเลย”
ฉันหัวเราะหึ ๆ “แถมเก่งอีกต่างหาก อายุยังน้อยแต่ความสามารถเหลือล้น”
ทันใดนั้น อาจารย์ก็หันมาทัก “อ้าว นิสิตสองท่าน…ยังไม่กลับอีกเหรอครับ?”
ฉันสะดุ้ง รีบเก็บของ “เอ่อ…กลับค่ะ ๆ” ก่อนสกิดมิลินให้ลุกตาม
“ไปกินข้าวกันไหมแก” มิลินถามระหว่างเดินลงตึก
“ได้สิ โรงอาหารนะ ไปส่องเด็กปี 1 กัน อิอิ” ฉันยิ้มกริ่ม
“ดีเลย หมาด็กนี่หอมหวานจริง ๆ เนอะ” มิลินหัวเราะ
พวกเราชอบไปโรงอาหารต้นเทอมเพื่อดูรุ่นน้องหล่อ ๆ (สารภาพตรง ๆ) ถึงจะเป็นลูกคุณหนู แต่มิลินติดดินสุด กินได้ทุกที่ เที่ยวได้ทุกทาง
---
หลังมื้อกลางวันเราก็แยกย้าย
“บ๊ายบาย เจอกันนะแก” มิลินโบกมือ ก่อนขึ้นรถหรูคันเช้า
ฉันเหลือบไปมองในรถ เห็นผู้ชายโครงหน้าคม ใส่แว่นดำ ส่งยิ้มบางให้มิลิน
‘หล่อทะลุแว่นเลยนะนั่น…แฟนใหม่ของยัยมิลินหรือเปล่า ทำไมไม่เห็นเล่าเลย เคยเห็นแต่เฮียวินนี่นา…’ ฉันคิดในใจ
จากนั้นก็ขึ้นรถตัวเอง ขับออกตรงดิ่งกลับบ้าน