“คุณลูกค้าเปลี่ยนชุดก่อนค่ะ เสร็จแล้วเรียกพี่นะคะ” หมอนวดที่ชื่อนิดหน่อยบอก ก่อนส่งชุดให้ลูกค้าคนสุดท้ายของร้านเปลี่ยน
ชุดของที่นี่ไม่ต่างจากร้านนวดร้านอื่นสักเท่าไร เสื้อผ้าฝ้ายสีขาวแขนสั้นตัวบาง กับกางเกงขาก๊วยสีเลือดหมู คล้ายกางเกงสะดอหรือกางเกงเล ส่วนเสื้อผ้าที่ใส่มาถอดแล้วก็พับเก็บไว้ในตะกร้า
“พี่คะ หนูเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วค่ะ” เหมือนแพรแง้มม่าน บอกกับหมอนวดร่างท้วม ก่อนเธอจะเดินเข้ามา
“นวดแผนไทยชั่วโมงนึงนะคะ น้องอยากเน้นตรงไหนเป็นพิเศษมั้ย” หมอนวดแจ้งเวลาก่อนถามย้ำ
“เน้นสะบักหลังกับไหล่ค่ะพี่ หนูคงนั่งนานไปหน่อย ปวดมากเลย”
“โอเคจ้ะ งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้นะคะ นวดเสร็จแล้วน่าจะดีขึ้น”
หมอนวดร่างท้วมเอาผ้าขนหนูชุบน้ำในกะละมัง เช็ดทำความสะอาดทุกส่วนทุกซอกของเท้าจนสะอาด จากนั้นก็สั่งให้ลูกค้าสาวนอนคว่ำ เพื่อเริ่มนวด
“เดี๋ยวพี่นวดน้ำหนักปกติไปก่อนน้า ถ้าหนักไปหรือเบาไป น้องบอกพี่ได้เลยนะคะ”
แต่แค่น้ำหนักแรกที่กดลงตรงฝ่าเท้า เหมือนแพรแทบจะร้องจ๊ากออกมา ทำไมนวดแล้วมันเจ็บแบบนี้ ไม่เห็นสบายแบบที่เจ้านายเธอบอกเลยสักนิด
“พี่คะ ขอเบากว่านี้อีกค่ะ อ๊ะ!!” หญิงสาวร้องขอให้เธอลดแรงกดลง พร้อมกับแผดเสียงที่บ่งบอกว่าเจ็บ
“ว่าแล้วว่าต้องเจ็บ หนูตัวเล็กนิดเดียว ทนแรงพี่ไม่ได้แน่ๆ” หมอนวดเบาแรงลงมากกว่าครึ่งก่อนกดซ้ำตรงจุดเดิม “แบบนี้โอเคขึ้นมั้ยคะ”
“ดีค่ะ สบายเลยค่ะพี่” เหมือนแพรว่าพลางหลับตาลง
เพลงสากลที่ถูกบรรเลงจากเครื่องดนตรีไทยดังออกมาจากลำโพงที่ซ่อนอยู่ตรงมุมห้อง ลอยบางเบาแว่วหวานกระทบโสตประสาท เคล้ากับกลิ่นอโรม่าคาโมมายล์ผสมกับยูคาลิปตัสที่หอมละมุนผ่อนคลาย กอปรกับความเหนื่อยล้าที่แบกสะสมมานาน ก่อนอีกไม่กี่นาที สติของหญิงสาวเริ่มรางเลือน จิตเริ่มล่องลอยเข้าสู่ภวังค์
ความสบายที่เธอได้รับจากแรงกดตรงฝ่าเท้าและหลังน่อง ทำให้เหมือนแพรผล็อยหลับไปโดยไม่รู้สึกตัว
นี่คงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอได้กลับมานวดอีกครั้ง หลังจากเคยไปนวดกับแม่เมื่อหลายปีก่อน นวดครั้งนั้นจำได้แม่น นวดเสร็จเธอระบมไปทั้งตัว มิหนำซ้ำยังจับไข้ไปอีกหลายวัน นั่นเลยทำให้หญิงสาวเข็ดขยาดกับการนวดตัวไปนานหลายปี
แต่ขณะที่เธอกำลังเคลิ้ม เสียงโทรศัพท์ที่เจ้าตัวไม่คุ้นหูดังขึ้น ผู้เป็นลูกค้าลืมตาขึ้นมาดูครั้งหนึ่ง
“อุ๊ย ลูกสาวโทรมา ขออนุญาตรับสายสักครู่นะคะ” หมอนวดบอก ก่อนเธอจะกดรับสาย ส่วนลูกค้าก็ปิดเปลือกตาเข้าสู่การหลับใหลอีกครั้ง
แม้เหมือนแพรจะไม่ได้สนใจมากนัก แต่เมื่อฟังจากเสียงสนทนาแล้ว ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น ปลายสายไม่ใช่ลูกสาวของเธออย่างที่เธอบอก แต่เป็นเสียงใครสักคนบอกว่าลูกสาวเธอไปมีเรื่องตบตีกับรุ่นน้องในสถาบันกวดวิชาไม่ใกล้ไม่ไกลจากตึกสำนักงานแห่งนี้
“ลูกค้าคะ มีคนโทรมาบอกว่าลูกสาวพี่ไปมีเรื่องอยู่ตรงโรงเรียนกวดวิชาตรงซอยใกล้ๆ พี่ขออนุญาตเปลี่ยนหมอนวดคนใหม่ให้นะคะ”
เหมือนแพรเอี้ยวตัวหันไปมองหน้าเธอ “ไว้วันหลังหนูมาใหม่ก็ได้ค่ะพี่ เห็นเมื่อกี้น้องคนที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์บอกว่าหมอนวดคิวหมด กำลังจะกลับบ้านกันหมดแล้ว”
“อย่าเลยค่ะ ไหนๆ ก็มาแล้ว น้องนอนรอตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่ไปตามหมอคนใหม่ให้”
ในเมื่อเธอว่าอย่างนั้น ลูกค้าคนสุดท้ายของร้านก็ไม่ขัดศรัทธา นอนคว่ำในท่าเดิมรอหมอนวดคนใหม่ กระทั่งผล็อยหลับไปอีกครั้ง
ทางด้านของนิดหน่อย เดินออกมาจากผ้าม่าน ตอนนี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ลูกสาวคนเล็กที่เป็นทอม อายุเพิ่งจะสิบห้าแต่ชอบไปมีเรื่องต่อยตีกับเด็กโรงเรียนอื่นอยู่บ่อยๆ จนเธอปวดหัว
เธอเดินมายังห้องพักพนักงานด้านหลัง มองซ้ายมองขวา เห็นอยู่คนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะตัวยาว
“เฮ้อ...โชคดีที่เธอยังอยู่ โล่งอกเลย พี่มีธุระด่วน มีคนโทรมาว่าลูกคนเล็กไปมีเรื่องอีกแล้ว รบกวนเธออยู่นวดให้ลูกค้าอีกสักชั่วโมงได้มั้ย” นิดหน่อยขอร้อง ‘ธาร’ หมอนวดหนุ่มที่กำลังแกะห่อขนมปังกินเพราะความหิว
“พี่นิดหน่อย ไม่เอาแล้ว วันนี้ผมโดนหนักทั้งวัน ปวดมือไปหมดแล้ว” ชายหนุ่มโพล่งขึ้นมา อิดออด ก่อนทำท่าทางสะบัดมือเพราะความเมื่อย
“นะคะน้องธารสุดหล่อ นี่มันสุดวิสัยจริงๆ ไม่งั้นพี่ไม่มาขอร้องเราหรอก อีกอย่างลูกค้ารีเควสคนมือเบา น้องธารไม่ต้องออกแรงอะไรมากเลย เธอตัวเล็กนิดเดียว บอบบางมากๆ นวดแรงพี่ก็กลัวเธอจะช้ำเอาเหมือนกัน”
ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในเมื่อร้านรับลูกค้ามาแล้ว และตอนนี้ก็ไม่เหลือใครแล้วด้วย เขาจึงตัดสินใจรับลูกค้าต่อจากนิดหน่อย ก่อนเธอจะยิ้มร่า ส่งกุญแจสำรองของร้านให้ แล้วรีบคว้ากระเป๋าออกไปดูลูกสาวทันที
หมอนวดหนุ่มจึงเดินออกไปหน้าร้าน ดึงประตูเหล็กม้วนลงเพื่อให้รู้ว่าร้านปิดแล้ว จะได้ไม่มีใครมาถาม ก่อนปิดล็อกประตูกระจกอีกชั้นแล้วเดินเข้าไปในช่องที่มีผ้าม่านปิดไว้ทุกด้าน
ความเหนื่อยล้าทำให้ลูกค้าสาวหลับสนิท เสียงหายใจดังกว่าปกติเล็กน้อย เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่า หมอนวดคนใหม่คือใคร และกำลังทำอะไรกับเธอ
::
::
โปรดติดตามตอนต่อไป
::
::