หวนคืน

1590 คำ
รัชศกเซียนเทียนที่สอง เดือนสิบสอง ปีระกา วันที่ยี่สิบเก้า  ชีวิตคนประหนึ่งแสงหิ่งห้อย เหวินเลี่ยงหรูท้องไส้ปั่นป่วนราวกับมีหนอนแมลงคลานยั้วเยี้ยชวนให้คลื่นเ**ยนจนมิอาจอดกลั้น นางเบิกตาโพลงในเรือนเงียบสงบราวกับไร้บ่าวไพร่ ขับเอาของเสียออกทางปากเป็นสาย กลิ่นเหม็นเน่าราวกับซากศพทำให้ใบหน้าของนางยิ่งซีดขาวและอาเจียนออกมาอีกระลอก สาวใช้นางหนึ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามามิสำรวมกิริยา เมื่อเห็นนางที่ร่างกายท่อนล่างยังอยู่บนเตียง แต่กลับพาดกายท่อนบนลงกับพื้นหมดเรี่ยวแรงจึงร้องเรียกผู้อื่นให้เข้ามาช่วยอย่างตื่นตระหนก เพียงเหลือบตามองยังนึกฉงนใจ นี่มิใช่เสี่ยวเหยาที่ควรสิ้นชีพไปแล้วหรอกหรือ เหตุใดเบื้องหน้านางที่ควรเป็นนรกโลกันต์กลับเป็นบ่าวตัวน้อยที่ตายแทนนางไปได้เล่า ทว่ามิอาจคิดหาเหตุผลได้นาน ความคลื่นไส้กลับตีขึ้นกลางอกให้ต้องขับมันออกมาอีกครา ร่างกายเย็นเยียบสะดุ้งโหยงเมื่อมือร้อนกร้านของเสี่ยวเหยาประคองร่างให้เอนลงบนเตียงในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน นางรับน้ำสะอาดจากสาวใช้อีกนางนาง บ้วนปากล้างหน้าจึงค่อยสดชื่นขึ้น สาวใช้อีกสองนางช่วยกันกำจัดกองอาเจียนด้วยสีหน้าเช่นไรนางมิอาจทราบด้วยไม่คิดใส่ใจหันมอง เมื่อปรับลมหายใจให้เป็นปกติจึงรวมรวบสมาธิ ไล่ผู้อื่นออกจากเรือนจึงถามเสี่ยวเหยาตัวน้อยที่นางนึกเสียใจทุกครา เมื่อมิอาจปกป้องเพื่อนเพียงคนเดียวที่มีให้พ้นจากความผิดที่มิได้กระทำได้ “เหตุใดเจ้าจึงอยู่ที่นี่” เสี่ยวเหยาขมวดคิ้วแน่นจนแทบผูกเป็นปม รีบใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามใบหน้าให้คุณหนูของตนอีกครา “เสี่ยวเหยาย่อมต้องอยู่รับใช้คุณหนูสิเจ้าคะ” “แม้ตายไปแล้วเจ้ายังคิดรับใช้ข้าอีกหรือ” เหวินเลี่ยงหรูเบนสายตาจับจ้องดวงตากลมที่สะท้อนความคิดให้ทุกผู้รับรู้เสียหมด แม้จะสะกิดใจกับความอ่อนเยาว์ของใบหน้า ทว่ากลับมิได้ใส่ใจ “คุณหนู แม้ต้องตายเสี่ยวเหยาก็จะตามรับใช้คุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้ร่างเล็กกล่าวด้วยความจริงใจ นางมิปล่อยให้คุณหนูต้องทนเหงาเพียงลำพังหรอก “เสี่ยวเหยาเอ๋ย ยามนี้เจ้ามิจำเป็นต้องทำเพื่อข้าอีกแล้ว” เหวินเลี่ยงหรูว่าอย่างอ่อนโยนยามไล้ปลายนิ้วตามใบหน้าเล็กที่แสนคิดถึง ห้าปีแล้วที่สามีไม่รักดีสังหารเสี่ยวเหยาของนางให้ตายตกอย่างทรมาน น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงข้างแก้ม “คุณหนู!” เสี่ยวเหยาร้อนรนนักยามเห็นน้ำตาของคุณหนู นางรู้ดีกว่าผู้ใดว่าคุณหนูของนางอ่อนแอและใฝ่หาไม้ใหญ่ไว้พึ่งพิงมากเพียงใด “มิเป็นไรนะเจ้าคะ ถูกโบยแค่นี้ เสี่ยวเหยามิเป็นอันใดหรอกเจ้าค่ะ นับว่าพี่เถียนผ่อนแรงให้มากแล้ว” “เถียน?...เถียนซาน?” เห็นสาวใช้ตัวน้อยพยักหน้าด้วยรอยยิ้มปลอบโยนยิ่งตะขิดตะขวงใจ มีบางสิ่งไม่ถูกต้อง เสี่ยวเหยาของนางตายเพราะสามีใจดำสั่งให้บ่าวไพร่ของเขาโบยจนสิ้นใจ เหตุใดจึงกลายเป็นเถียนซานซึ่งเป็นบ่าวสกุลเหวินไปได้ “คุณหนูเป็นอันใดไปเจ้าคะ หรือคุณหนูปวด...” นางรีบยกมือห้ามปากที่กำลังเจื้อยแจ้วของสาวใช้คนสนิทที่นางรักประหนึ่งน้องสาวนับแต่เห็นว่าเสี่ยวเหยายอมตายแทนนางได้ พิจารณาใบหน้าเล็กกลม แก้มป่องเหมือนแอบกักซาลาเปาไว้สองกระพุ้งแก้ม ดวงตากลมสงสัยใคร่รู้ แต่ยังพยายามระงับด้วยความอดทน ทั้งยังร่างเล็กๆที่ดูอย่างไรก็มิได้โตเป็นสาว ที่อยู่ตรงหน้านางคือเด็กน้อยยังมิพ้นวัยปักปิ่นเท่านั้น หรือวิญญาณสามารถปรับเปลี่ยนร่างได้ดังใจ นึกอยากแก่ก็แก่ นึกอยากเด็กก็เด็กเช่นนั้นหรือ? “เจ้ากล่าวว่าเถียนซานเป็นผู้โบยเจ้า?” “เจ้าค่ะ พี่เถียนยั้งแรงไว้ถึงสามส่วน ทั้งเสี่ยวหงยังแอบเอายามาทาให้จึงทุเลาลงมาก” เสี่ยวเหยาว่าอย่างนึกขอบคุณผู้ที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือยามนางถูกทำโทษ จับจ้องสายตายังคุณหนูที่รักยิ่งของตน “เจ็บกายแม้ต้องตายเสี่ยวเหยามินึกกลัว มีแต่คุณหนูที่สลบด้วยพิษไข้เท่านั้นเจ้าค่ะที่ทำให้เสี่ยวเหยากังวลนัก” “ข้าสลบด้วยพิษไข้?” เป็นไปได้อย่างไร นางตายเพราะดื่มสุราพิษมิใช่หรือ “คุณหนูให้เสี่ยวเหยาตามท่านหมอเหอดีหรือไม่เจ้าคะ” ยิ่งเห็นสีหน้ามิสู้ดีของคุณหนูยิ่งทำให้ใจร้อนรนจนเกือบจะลุกไปตามท่านหมอ นางเอนกายนอน เครียดขึงในอก เหตุใดหมอเหอที่ควรเดินทางจากเมืองหลวงไปหนานเจียงจึงยังรั้งอยู่ที่นี่กัน หรือแท้จริงแล้วนางพลาดสิ่งใดไป “ฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ แหม น้องก็นึกว่าพี่รองจะไปเข้าเฝ้าเหยียนหลัวหวางเสียแล้ว” เสียงใสแหลมสูงคุ้นหูทำให้นางเผยอเปลือกตามองยังประตู ดรุณีน้อยยังมิถึงวัยปักปิ่น แต่กลับแต่งหน้าทาชาดยืนเหยียดยิ้มดูแคลนนางอยู่ตรงนั้น นางพลันขมวดคิ้วมุ่น เบื้องหน้านางมิใช่เหวินลู่หลินน้องสาวบัดซบที่ตบแต่งเป็นฮูหยินให้แม่ทัพที่ปักใจตั้งแต่สิบหนาวหรอกหรือ ชัดเจนแล้วว่าสิ่งใดที่ผิดแปลกไป นางอดกระตุกยิ้มด้วยจังหวะชีพจรที่เต้นผิดเพี้ยนมิได้ “พี่สาวผู้นี้ยังอยู่กับเจ้าได้อีกนาน อย่าเป็นกังวลไปเลย น้องสาวที่รัก” เหวินลู่หลินเลิกคิ้วสูงประหนึ่งเห็นตัวประหลาดในห้องนอน นังพี่รองไร้สมองอ่อนแอไยตอบโต้นางเช่นนั้น น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความประชดประชัน ทั้งยังรอยยิ้มน่ารังเกียจบนใบหน้านั่นอีก แต่จะเป็นไปได้หรือที่นังสมองหมูจะคิดตามถ้อยของนางทัน เหอะ มันคงตกน้ำจนเพี้ยนไปแล้วเป็นแน่ “เช่นนั้นน้องก็เบาใจเจ้าค่ะ แต่เพื่อสุขภาพของพี่รอง น้องขอแนะนำว่า...” นางกรีดรอยยิ้มสดใสไร้เดียงสา “ช่วงเดือนนี้พี่รองอย่าเพิ่งออกไปไหนจะดีกว่านะเจ้าคะ ข้าจะไปบอกท่านพ่อให้เองว่าท่านฟื้นแล้ว” เหวินเลี่ยงหรูมองรอยยิ้มที่นางเคยเอ็นดู หากแต่เมื่อมองข้ามมันไปจึงเห็นแววตาชั่วร้ายกรีดลึกในดวงตาคู่โต หึ คิดกักขังนางไว้เพียงแต่ในเรือนหรือ “ขอบใจเจ้ามาก” ยังก่อน นางยังมิคิดจะหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวทั้งที่ยังตกอยู่ในสภาพนี้หรอก รอก่อนเถิด รอให้นางหายดีเมื่อใด หนี้ที่น้องสาวที่รักสร้างไว้ ย่อมต้องชดใช้เป็นพันเท่า เคยฉุดกระชากลากนางไปกับพื้นกรวดใช่หรือไม่ เคยกล่าวหาว่านางทำลายแจกันใบโปรดของบิดาใช่หรือไม่ เคยให้สาวใช้ปล่อยข่าวว่านางใจดำอำมหิตใช่หรือไม่ เคยกล่าวว่านางยั่วยวนแม่ทัพถงใช่หรือไม่ เคยทำร้ายนางมากมายเพียงใดยังจำได้หรือไม่ อยากให้นางใจดำอำมหิต นางซึ่งเป็นพี่สาวแสนดีย่อมทำตามมิขาดตกบกพร่อง อยากให้นางยั่วยวนแม่ทัพถงที่น้องรักปักใจแต่ยังเยาว์ นางย่อมพยายามทำตาม เพื่อให้น้องรักประจักษ์แก่สายตาว่าการยั่วยวนที่แท้จริงเป็นเช่นไร ถึงตอนนั้นอย่าได้หมอบกราบอ้อนวอนแทบเท้าพี่สาวคนนี้ก็แล้วกัน! “คุณหนูเป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ” เสี่ยวเหยารีบถามยามลับร่างคุณหนูสามไปแล้ว นางยังมิมีความกล้าพอจะต่อปากต่อคำกับคุณหนูผู้นั้นนัก ได้แต่มองดูคุณหนูของนางถูกกดขี่ “เสี่ยวเหยา ปีนี้ข้าอายุเท่าไหร่แล้วหรือ” เหตุการณ์นี้นางจำได้ขึ้นใจ นางป่วยไข้ มิอาจเข้าพิธีปักปิ่นของตนได้เพราะตกน้ำ ทั้งยังได้รับพิษอ่อนๆจากน้องสาวที่รักจนทำให้ไร้เรี่ยวแรง จนเมื่อเหวินลู่หลินเข้าพิธีปักปิ่น อาการของนางจึงดีขึ้น จนเมื่อนางถูกขายให้สกุลเหลยจึงได้มีโอกาสรักษาตัว ด้วยว่ายามแรกที่แต่งงานกัน สามีรักนางมาก ความรักจอมปลอมนั้นยังนับว่าพอมีประโยชน์อยู่บ้าง “สิบสามหนาวเจ้าค่ะ” “แล้วท่านแม่เล่าอยู่ที่ใด” เหวินเลี่ยงหรูเผลอกลั้นหายใจยามเอ่ยถาม ยังมิมั่นใจว่าสิ่งที่พานพบเป็นเพียงภาพฝันหรือเป็นตัวนางย้อนกลับมายังอดีตขมขื่นกันแน่ “ฮูหยินเอกไปสวดมนต์ขอพรที่วัดประจำตระกูลเจ้าค่ะ” นางร้องอ้อในลำคอ ดียิ่ง! มารดาของนาง ครอบครัวของนางยังคงมีชีวิตอยู่ ทั้งคำนวณแล้วนับจากนี้อีกไม่กี่เดือน มารดาจะถูกชายใจร้ายผู้นั้นแขวนคอ ทางเดียวคือทำให้มารดามิอาจกลับมาสถานที่โสมมนี้ หากแต่จะทำเช่นนั้นได้ย่อมต้องมีผู้ช่วย เหวินเลี่ยงหรูกดริมมุมปากหยักลึกยามนึกถึงใบหน้าคมคายวงหนึ่ง ทั้งยังนัยน์ตาเย็นชาเหลือแสน ถึงเวลาที่ท่านควรมีน้องสาวได้แล้วพี่ใหญ่!
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม