“มอร์นิ่ง มัฟฟินน้อย” ปีเตอร์บอกอรุณสวัสดิ์ลูกสาวคนโตแล้วแก้มที่มีรอยเหี่ยวย่นก็โดนจูบเบาๆ มัฟฟินคือชื่อเล่นที่เขาชอบเรียกลูกสาวส่วนคนเล็กก็คือคัพเค้ก
“ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างลูก”
“สนุกมากเลยค่ะแด๊ดดี้ วันนี้คุณครูจะพาไปดูหนอนผีเสื้อค่ะ”
“แล้วกลับมาเล่าให้แด๊ดดี้ฟังด้วยนะ”
“ได้ค่ะแด๊ด” เด็กสาวตอบแล้วลงมือรับประทานมื้อเช้า อาภาหารือเรื่องทั่วๆ ไปกับสามีเหมือนทุกวันถึงจะไม่ได้ออกไปทำงานหรือเข้าบริษัทบ่อยๆ แต่เธอก็รับรู้ทุกอย่าง
“ไม่ร้องนะไอรีน เดี๋ยวพี่ก็กลับแล้ว” อลิสาไปบอกลาน้องสาวตัวจ้อยที่ร้องไห้ตามเธอทุกเช้า
“อีกหน่อยหนูก็ได้ไปพร้อมพี่ ไม่ร้องนะคะคนเก่ง” อาภาช่วยปลอบใจอีกแรง สองคนพี่น้องรักและสนิทสนมกันมาก อลิสาทั้งห่วงทั้งหวงน้องเพราะเป็นลูกคนเดียวมาเป็นสิบปีพอมีน้องชีวิตจึงสดใสสนุกสนานขึ้นหลายเท่า
เมื่อบอกลากันเสร็จสรรพ อลิสาก็เดินไปขึ้นรถยนต์คันงามที่รออยู่หน้าประตูบ้านส่วนบิดาขึ้นคันถัดไปเพราะโรงเรียนกับบริษัทไปคนละทาง
ชีวิตในโรงเรียนของอลิสาสนุกสนานสมวัยของเธอเพราะที่นี่ไม่เน้นการท่องจำแต่ฝึกให้เห็นจากของจริง ตัวอย่างเช่น วันนี้ที่คุณครูจะพาไปรู้จักกับหนอนผีเสื้อว่าหน้าตาเป็นยังไงพร้อมกับติดตามผลจนมันกลายเป็นผีเสื้อเต็มตัว การสอนแบบนี้จะทำให้เข้าใจและจดจำได้ง่ายอีกทั้งยังเป็นรูปธรรมไม่ต้องท่องจำให้เสียเวลาเพราะเห็นประจักษ์กับตาตัวเอง
คุณหนูอลิสานั่งอยู่ที่เบาะด้านหลังของรถยนต์ยุโรปขึ้นเงามันวับ เธอมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วคิดถึงเพื่อนๆ ที่โรงเรียนว่าป่านนี้จะไปถึงกันรึยังเพราะมีเรื่องจะคุยด้วยเยอะแยะ ชีวิตของเธอไม่เคยรู้จักความลำบากหรือสิ่งไม่เจริญตาเจริญใจซึ่งไม่ใช่ความผิดของเธอเลย
ในเมื่อเกิดมาบนกองเงินกองทองชีวิตจึงแตกต่างจากคนอื่น
“เย็นนี้คุณปีเตอร์ให้ไปเจอกันที่ pacific place นะครับ” คนขับรถบอกกับคุณหนูของเขาซึ่งอลิสาก็ทราบดี ทุกวันอังคารเธอและครอบครัวจะไปที่ห้างสรรพสินค้า pacific place เพื่อรับประทานอาหารเย็นส่วนคุณพ่อจะไปถึงก่อนหลายชั่วโมงเพื่อตรวจความเรียบร้อยของร้านต่างๆ ที่ท่านเป็นเจ้าของกิจการ
“ขอบคุณค่ะ” อลิสากล่าวกับคนขับรถเมื่อเขาเปิดประตูให้
แจ็คกี้รับใช้ครอบครัวฮิลล์ตั้งแต่คุณหนูอลิสายังไม่เกิด เขามองเด็กสาวด้วยความชื่นชมบูชาจะหาเด็กที่ไหนมารยาทงามและจิตใจอ่อนโยนเท่าเธอคงไม่มีอีกแล้ว ไหนจะหน้าตาที่งดงามราวกับตุ๊กตากระเบื้องปั้น ถึงจะเป็นแค่คนรับใช้แต่ก็อดภาคภูมิใจไม่ได้ที่มีเจ้านายเป็นคนใหญ่คนโตแถมยังสุจริตซื่อตรง
คุณปีเตอร์คือนักธุรกิจที่ร่ำรวยระดับต้นๆ ของเกาะฮ่องกงแต่ก็ใช้ชีวิตเรียบง่ายไม่เคยอวดมั่งอวดมี รับใช้ท่านมาเกือบยี่สิบปียังไม่เคยเห็นท่านหยุดงานอยู่บ้านเฉยๆ สักวัน ทุกลมหายใจเข้าออกของท่านคืองาน ท่านเคยบอกว่าที่ยอมเหนื่อยก็เพื่อที่ลูกกับเมียจะได้สุขสบายโดยเฉพาะลูกสาวที่เขาจะต้องทิ้งเธอไว้ข้างหลังเพราะต้องข้ามไปอีกฝั่งภพก่อนเธอแน่ๆ
เมื่อมีลูกก็ได้อภิชาตบุตรเพราะไม่เคยทำเรื่องร้อนใจมีแต่สร้างรอยยิ้มสร้างความสุขให้พ่อกับแม่
แล้วเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับครอบครัวฮิลล์ อยู่ๆ ลูกคนที่สองก็กำเนิดขึ้นมาด้วยความบังเอิญ คุณท่านทั้งสองดีใจมาก คุณหนูไอรีนเหมือนของขวัญที่พระเจ้าประทานมาให้
หนุ่มใหญ่มองคุณหนูของเขาจนลับตาแล้วจึงกลับไปที่คฤหาสน์ฮิลล์
อลิสาไม่รู้ตัวว่าตนเองได้รับความสนใจเพียงใดเพราะเธอใส่ใจแค่การเรียนกับเพื่อนผู้หญิงสองคนที่สนิทกัน ระหว่างที่เดินไปห้องเรียน เด็กชายทั้งรุ่นน้องรุ่นพี่มองเธอเป็นตาเดียวด้วยความชื่นชมเพราะชื่อเสียงของเธอไม่ว่าจะเป็นคะแนนสอบดีเลิศ วิชาดนตรีดีเยี่ยม กีฬาก็ไม่เป็นรองใครและที่สำคัญกว่านั้นก็คือเธอสวยหยาดหยดราวกับนางฟ้าที่อยู่บนสรวงสวรรค์
“ไฮ แพตตี้” อลิสาทักทายเพื่อนที่นั่งรออยู่แล้ว
“เทสยังไม่มาเหรอ” เด็กสาวถามถึงเทเรซ่าเพื่อนอีกคน
“คงไม่มาแล้วแหละ ตะกี้เพิ่งแชตมาบอกว่าท้องเสีย” แพตตี้หรือแพทริเซียบอก
“จริงด้วย เมื่อกี้เสียงดังเลยไม่ได้ยินว่าแชตเข้า” อลิสาหยิบมือถือขึ้นมาอ่านก็หน้าเสียเพราะเป็นห่วงเพื่อน เวลาไม่สบายมันไม่สนุกสักนิดเธอทราบดี นี่คงเป็นเรื่องเดียวที่เธอเข้าใจเกี่ยวกับความยากลำบาก
“ไปดูขนมกันไหม” แพตตี้ชวนแล้วยิ้มกว้าง ทั้งคู่รับประทานอาหารมาจากที่บ้านแล้วแต่ก็ยังเหลือที่ว่างให้ขนมได้เกือบทุกวัน
“ไปสิ ไม่รู้จะมีขนมใหม่ๆ บ้างรึเปล่า” อลิสาวางกระเป๋าแล้วสองสาวก็จับมือกันเดินไปชั้นล่าง แน่นอนว่าทั้งคู่ตกเป็นเป้าสายตาของหนุ่มๆ เพราะแพตตี้ก็น่ารักไม่แพ้ใคร เธอคือลูกครึ่งอังกฤษ-จีน หน้าตาจึงผสมผสานกันแปลกตาแต่ก็สะดุดตาลงตัว
ตอนเย็น
แจ็คกี้มารับคุณหนูตามเวลาเดิมแล้วพามุ่งหน้าไปที่ pacific place อลิสากำลังคิดเมนูของมื้อเย็นว่าจะรับประทานอะไรแต่ที่คิดถึงที่สุดก็ต้องยัยคัพเค้กน้องสาวแก้มยุ้ย ป่านนี้คงชะเง้อคอรอพี่แล้วแน่ๆ
“สวัสดีค่ะมัม สวัสดีค่ะแด๊ดดี้” เด็กสาวยกมือไหว้อย่างชดช้อยงดงาม แม้จะเติบโตเมืองนอกเมืองนาแต่มารดาก็ไม่เคยลืมความเป็นไทยถึงตัวจะอยู่ที่ไหนแต่หัวใจก็คือคนไทยอยู่ดี อาภาวางแผนกับสามีว่าเมื่อถึงเวลาวางมือจากธุรกิจก็จะกลับบ้านเกิดเมืองนอน ปีเตอร์ถึงจะเป็นคนอังกฤษแต่ก็รักเมืองไทยเพราะมันคือประเทศที่ทำให้เขาได้พบรักกับภรรยา
“สวัสดีจ้ะ วันนี้เรียนสนุกไหมลูก” อาภาถามลูกแล้วส่งสาวน้อยคัพเค้กไปให้พี่อุ้ม
“สนุกค่ะมัม หนูตั้งชื่อหนอนผีเสื้อว่าคาราเมลค่ะเพราะหนอนสีน้ำตาล”
“ชื่อเหมาะมากๆ เลยจ้ะ” อาภาเอ่ยชมแม้มันจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ
“หนอนตัวอ้วนมากเลยค่ะแด๊ดดี้” อลิสาเล่าด้วยความตื่นเต้นเพราะเพิ่งเคยเห็นหนอนแบบใกล้ๆ
“คุณปีเตอร์ คุณอาภาบังเอิญจังเลยค่ะ” หญิงสาวชาวไทยที่สองสามีภรรยาไม่คุ้นหน้าเลยเข้ามาทัก
“สวัสดีค่ะ จำดิฉันได้ไหมคะ เราเคยเจอกันที่ปารีสที่งานแฟร์เมื่อปีก่อนไงคะ” เธอแนะนำตัวเองแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความยินดีเกินจำเป็น ปีเตอร์กับอาภาพยายามนึกแต่ก็นึกไม่ออก
“เสียใจจังเลยค่ะ งั้นดิฉันไม่รบกวนแล้วดีกว่า”
“อ้อ ! จำได้แล้วค่ะ งานแฟร์ใช่ไหมคะ พอดีเจอคนเยอะมากอาจจะตกหล่นไปบ้าง ต้องขอโทษด้วยนะคะ” อาภาแสร้งทำเป็นจำได้เพื่อรักษาหน้าของสามีกับตนเองและถนอมน้ำใจหญิงไทยแปลกหน้าด้วย ผู้หญิงคนนี้คงเคยเจอเธอกับสามีจริงๆ นั่นแหละไม่งั้นจะเข้ามาทักทำไม
ปีเตอร์หันไปส่งสายตากับลูกสาวเพื่อบอกว่าให้ไปนั่งรอก่อน อลิสาเข้าใจโดยที่บิดาไม่ต้องพูดอะไร เธออุ้มน้องสาวไปนั่งที่ม้านั่งไม่ไกลจากจุดที่พ่อกับแม่ยืนมากนัก
“ขอบคุณมากเลยนะคะ ดีใจมากๆ ที่ได้เจอคนไทยบ้าง” ผ่านไปสิบนาทีของการรื้อฟื้นความทรงจำที่ปารีสจากคนแปลกหน้า อาภากับปีเตอร์ก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่าเคยเจอเธอคนนี้เมื่อไหร่
“คุณ ! ลูกไปไหน !” อาภาหันกลับไปก็ไม่เจอลูกสาวทั้งสอง เธอกวาดตามองจนทั่วก็ไม่เห็นแม้แต่เงา อลิสาไม่ใช่เด็กไม่รู้ความเธอไม่เคยเดินไปไหนโดยไม่บอกก่อน
“ไอรีนอาจจะปวดฉี่มั้ง คุณไปดูในห้องน้ำสิ” ปีเตอร์บอกภรรยาแล้วเธอก็วิ่งไปทันที ส่วนตนเองก็เดินดูรอบๆ แต่ก็ไม่พบลูกทั้งสองเช่นกัน
สองสามีภรรยาวิ่งไปทั่วห้างเหมือนคนบ้า เจ้าหน้าที่ก็ช่วยตามหาแต่ก็สายเกินไป อลิสากับไอรีนโดนกลุ่มคนร้ายมืออาชีพจับตัวไปแล้ว พวกมันติดตามครอบครัวฮิลล์อยู่นานจนรู้กิจวัตรประจำว่าทุกวันอังคารจะพากันมารับประทานอาหารที่นี่ซึ่งแผนการที่วางไว้สำเร็จอย่างงดงาม