At The Airport
ไม่ใช่เรื่องยากที่ซูซานจะสืบได้ว่าจิณณ์จะกลับจากอเมริกามาถึงประเทศไทยวันไหน เวลาไหนหรือแม้กระทั่งไฟลท์อะไร เธอเพียงสอบถามจากกลุ่มเพื่อนของเขา หรือต่อให้ไปถามจากเจ้าตัวเองก็ทำได้ แต่การจะทำแบบนั้นเธอก็ยังไม่อยากบอกเขาตรงๆว่าอยากดึงตัวเขามากำกับหนังเรื่องใหม่
หญิงชะเง้อมองหาชายหนุ่มอยู่ที่ตรงทางออกของผู้โดยสารขาเข้า ตามเวลาจิณณ์ควรจะมาถึงแล้ว ตลอดสามวันมานี้ ซูซานเอาแต่คิดหาทางว่าจะใช้วิธีไหนเพื่อโน้มน้าวใจจิณณ์ได้ เพราะเธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนง่ายๆ ถึงแม้จะเหมือนง่ายก็ตาม
และในตอนที่ซูซานกำลังมองหาเพื่อนวัยเรียนของเธออยู่นั้น ร่างสูงก็เดินเข้ามาในสายตาของเธอ ใบหน้าหล่อเหลาดูสะอาดเกลี้ยงเกลา เรียวปากสวยได้รูปนั้น ซูซานมองแว๊บเดียวก็ยิ้มออกมา เพราะเขาคือจิณณ์ ชายหนุ่มที่เป็นเหมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของเธอ
“ไอ้ยีนส์!!!” หญิงสาวกระโดดแล้วชูมือขึ้นสูง อีกทั้งยังส่งรอยยิ้มไปหาเขา เป็นเวลาหกปีที่ทั้งสองไม่ได้เจอหน้ากัน ไม่แปลกเลยที่จะดีใจหากได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง
“ซูซาน?” ทว่าชายหนุ่มแสดงทีท่าแปลกใจไม่น้อยเมื่อได้เห็นซูซาน
“ไม่ได้เจอกันโคตรนาน... มึงดูดีขึ้นนะ” ซูซานวิ่งเข้าไปหยุดตรงหน้าจิณณ์พร้อมรอยยิ้มดีใจ
“มึงก็... กูแก่ แล้วก็ไม่สวยเหมือนเดิม” เขาเอ่ยบอกเธอก่อนจะเผยรอยยิ้มเป็นมิตรออกมา ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นสายที่บอกความหมายไม่ได้
“กวนตีน... มา... กูช่วยถือ” หญิงสาวถลึงตาใส่ร่างสูงก่อนจะส่งมือไปด้านหน้าหวังจะไปช่วยเขาถือกระเป๋าเดินทางในโต แต่จิณณ์กลับยื้อกระเป๋าของตัวเองไว้พร้อมขมวดคิ้วมองซูซานที่ทำตัวมีพิรุธ
“เดี๋ยว... มึงมาทำอะไรที่นี่? อย่าบอกว่ามารับกูนะ?”
“ก็ใช่น่ะสิ... กูมารับมึง” ว่าแล้วซูซานก็คว้าแขนของจิณณ์ ดึงตัวเขาเดินออกไปจากตรงนั้น
ระหว่างทางจากสนามบินตรงเข้าสู่เมือง ซูซานกับจิณณ์คุยกันไม่หยุด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหญิงสาวที่ชวนชายหนุ่มคุย เธอถามถึงชีวิตความเป็นอยู่และการงานที่รุ่งเรืองของเขาในอเมริกา เรียกได้ว่าเธอถามเขาทุกอย่างจริงๆ
"แล้วนี่มึงจะกลับมาอยู่ไทยถาวรเลยป่ะ? หรือว่าแค่มาทำงาน..." ซูซานเผลอถามถึงงานที่รู้ว่าเขากำลังจะมาคุยโปรเจคใหญ่กับค่าย Good Vision
"มึงรู้ได้ไงว่ากูจะมาทำงาน" จิณณ์หันมองซูซานพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"ก็... กูก็เดาเอาอ่ะ แหม... ก็มึงดังแล้วนี่ งานรัดตัวขนาดนั้นถ้าไม่กลับมาทำงานแล้วจะกลับมาทำไม? ใช่ป่ะล่ะ?" หญิงสาวดิ้นเอาตัวรอดก่อนจะส่งยิ้มแหยๆให้ชายหนุ่ม
"กูมาคุยงาน ถ้าลงตัวก็คงอยู่ที่นี่สักหกเดือนแล้วก็คงกลับไปแอลเอ"
"นี่คือมึงกะจะไม่มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แล้วใช่ป่ะ?"
จิณณ์ส่ายหน้าเป็นคำตอบของคำถามนั้น เขาไม่อยากกลับมาเป็นลูกนกในกรงของใครต่อใครอีก เขาไม่อยากต้องใช้ชีวิตตามใจใครต้องการ หากการจะต้องไปอยู่ไกจำยอม
"หรือมึงมีเมียรออยู่ที่แอลเอ...?
"เมียเมอที่ไหนล่ะ กูไม่คิดสั้นมีเมียหรอกซาน ว่าแต่มึงเถอะ ป่านนี้มีผัวเป็นสิบแล้วมั๊ง" เขายกยิ้มถามกลับ
"โนค่ะ! กูก็ไม่ขอคิดสั้นมีผัวแบบมึงนั่นแหละ!" หญิงสาวเบะปากตอบ สายตาจับจ้องไปยังถนนเบื้องหน้า คำตอบของเธอทำให้ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มออกมา
"แสดงว่ากูก็ยังเป็นจูบแรกของมึงอยู่อ่ะดิ"
เอี๊ยยยยยด!
ซูซานเหยียบเบรคกะทันหันเมื่อได้ยินคำถามเชิงบอกเล่าของจิณณ์ หญิงสาวถึงกับไปไม่เป็น แล้วภาพจูบแรกเมื่อหลายปีก่อนก็ปรากฎขึ้นมาในโสตประสาททันที
"คันหลังจะชนเอา มึงจะเบรกทำไมเนี่ย" ผู้กำกับหนุ่มเลิกคิ้วถามขณะที่หันไปมองรถที่ตามมาด้านหลัง
"ก็แล้วมึงจะพูดเรื่องจูบขึ้นมาทำไมล่ะ! คือกูไม่นับว่ามันคือจูบด้วย! เพราะมึงแค่ผายปอดตอนกูจมน้ำ"
"ปากชนปากก็เรียกว่าจูบแหละ" จิณณ์แกล้งพูด
"พูดจาเหมือนพวกหน้าหม้อ แล้วทำมาบอกว่าไม่คิดสั้นเอาเมีย... ย้อนแย้งฉิบหาย" ซูซานถลึงตาใส่จิณณ์
"เอ้า! ไม่พอใจเชี่ยไรเนี่ย... ไม่เอาเมียก็ไม่จำเป็นว่ากูต้องตายซากป่ะวะ หรือมึงตายซากไปแล้ว?"
"ตายซากพ่อ! กูอ่ะแซ่บเวอร์ คนจีบกูเยอะนะจะบอก" ซูซานยักไหล่ตอบ
"กูไม่เชื่อ ใครแม่งจะโง่เอาหมาทำเมียวะ"
"ไอ้เชี่ยยีนส์! มึงสิหมา!"
"เลี้ยวขวาข้างหน้าอ่ะ" จิณณ์ชี้บอกทางซูซาน
หญิงสาวเลี้ยวรถเข้ามาจอดที่ด้านหน้าของโรงแรมชื่อดัง นึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่จิณณ์เลือกที่จะพักในโรงแรมแทนที่จะกลับไปบ้านหรือคอนโดที่เขาเคยอยู่สมัยเรียน
"เดี๋ยวกูช่วย" หญิงสาวรีบลงจากรถไปทำดีกับคนที่จะมาฉุดให้เธอขึ้นจากโครนตม
"มึง... มาแปลกนะไอ้ซาน" ร่างสูงหรี่ตามองหญิงสาว
"แปลกอะไรวะ? เพื่อนไม่ได้เจอกันนาน..."
หลังจากที่เช็กอินเสร็จ ซูซานเดินตามจิณณ์เข้ามาในห้องพักของเขาซึ่งเป็นห้องสูท ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาวหลังจากที่ประตูห้องปิดลง
"มึงยังอยู่อีกเหรอ?" จิณณ์ยังคงนึกประหลาดใจกับการตามติดของซูซาน
"จะไล่กันเฉย... ทำไมมึงไม่กลับไปอยู่คอนโดเก่ามึงวะ มาอยู่โรงแรมทำไม"
"คอนโดกูขายไปตั้งแต่ที่ย้ายไปแอลเอแล้ว มึงนี่ยังเสือกเหมือนเดิมเลยนะไอ้ซาน" จิณณ์แสยะยิ้มมองซูซาน
"ความเสือกมันฝังอยู่ในเส้นเลือดกูว่ะ ไหนๆก็เสือกแล้ว งั้นกูขอเสือกต่อเลยได้ป่ะ? ทำไมอยู่ๆมึงถึงต้องย้ายไปอยู่แอลเอวะ มีอะไรเหรอ? แล้วที่มึงกลับมาคุยงานนี่... มึง... มาคุยงานอะไรเหรอ?" ข้อแรกเป็นเรื่องที่ซูซานสงสัยจริงๆ ส่วนข้อที่สองเธอเพียงแกล้งถามเท่านั้น
"บางเรื่องก็ไม่ควรเสือกป่ะ? เช่นเรื่องส่วนตัวอ่ะ" จิณณ์ส่งมือไปยีผมซูซานพร้อมรอยยิ้ม
"อื้อ! อย่าเล่นหัวกู!" ซูซานปัดมือจิณณ์ก่อนจะใช้มือสางผมตัวเองให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติ
"กลับไปได้แล้วไป... กูอยากพัก"
"เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งไล่ กูยังไม่ได้เข้าเรื่องของกูเลย" ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ซูซานจำต้องเข้าประเด็นของเธอเสียที
"กูว่าแล้ว... ที่อยู่ๆมึงมารับกูนี่ มันต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ" จิณณ์เลิกคิ้วพร้อมแสยะยิ้ม
"คืองี้... กูมีบทหนังอยากให้มึงอ่านอ่ะ เป็นหนังของค่าย Wolf pack เขาอยากให้มึงมากำกับ" ซูซานพยายามอธิบายขณะเดียวกันก็เอาบทหนังจากกระเป๋ามายื่นให้จิณณ์ดู
เขารับมันมาอ่าน แต่อยู่ๆก็ขมวดคิ้วแล้วยื่นมันกลับให้เธอ
"ไหนบทหนัง...? กูเห็นแต่เอกสารแจ้งหนี้กับคำสั่งย้ายออก..." ชายหนุ่มพลิกสำเนาเอกสารตัวปัญหาที่ปะหน้าปึกบทหนังให้ซูซานดู
"เชี่ย!" หญิงสาวรีบเข้าไปดึงสำเนากลับคืนมายัดลงกระเป๋า
"มึงมีปัญหาอยู่เหรอซาน?" มองปราดเดียวเขาก็ดูออกว่าหญิงสาวตรงหน้าต้องการที่พึ่ง
"ไม่ต้องไปบอกพวกเพื่อนๆล่ะ กูไม่อยากเดือดร้อนคนอื่น" ซูซานยกมือขึ้นเสยผมพลางถอนหายใจ
"แต่ตอนนี้มึงกำลังเดือดร้อน"
"ก็ถ้ามึงยอมมากำกับหนังเรื่องนี้ให้กูแทนที่จะไปกำกับหนังให้ค่าย Good Vision กูอาจจะไม่เดือดร้อนก็ได้... นะยีนส์... กูอ่านบทแล้ว กูการันตีว่าบทมันดีจริงๆ รับรองว่ามันต้องดังแน่ๆ"
"ที่มึงไปรับกูจากสนามบิน... มาตามทำดีกับกูนี่... เพราะมึงอยากดึงตัวกูไปทำหนัง? แค่นั้นใช่ไหม?" สายตาส่อแววผิดหวังเมื่อเขาได้รู้ถึงจุดประสงค์ของหญิงสาว
"อืม... จะว่าแบบนั้นก็ได้ แต่กูก็ดีใจนะที่ได้เจอมึง เพราะเราไม่ได้เจอกันนานมาก"
"กูไม่ทำ" และนั่นเป็นคำตอบของเขา
"เชี่ย! ไอ้ยีนส์... มึงอย่าเพิ่งตัดสินดิวะ! มึงลองอ่านบทดูก่อน... นะ... กูขอร้อง มึงอ่านบทก่อนได้ป่ะ?" ซูซานเข้าไปเกาะแขนร่างสูงที่กำลังมีท่าทีไม่พอใจ
"กูกลับมาไทนเพื่อทำหนังกับ Good Vision อยู่ๆจะให้กูไปทำหนังกับค่ายอื่นได้ยังไง"
"มึงยังไม่ได้เซนต์สัญญาเลยนี่ เขานัดมึงคุยอาทิตย์หน้าไม่ใช่เหรอวะ?"
"นี่คือมึงรู้เรื่องกูหมดแล้วใช่ไหมไอ้ซาน?"
"เออ! เอาตามตรงเลยนะ! ตอนนี้กูเดือดร้อนมาก... อยู่ๆพ่อก็เอาคอนโดกูไปขาย แล้วก็สร้างหนี้ไว้มากมาย... กูต้องย้ายที่อยู่ภายในเดือนนี้! แล้วก็ต้องหาเงินมาใช้หนี้สี่แสนห้า ถ้ามึงมากำกับหนังเรื่องนี้... กูจะได้ขึ้นเป็นโปรดิวเซอร์... และกูก็จะมีเงินมาใช้หนี้... ตอนนี้แม่งมีแค่มึงอ่ะที่ช่วยกูได้จริงๆ..."
"..." จิณณ์นิ่งไปเมื่อได้ยินปัญหาของซูซาน
"มึงพูดอะไรสักอย่างได้ป่ะ...?" ซูซานช้อนสายตาของจิณณ์
ครืดๆ ครืดๆ ครืดๆ
ในตอนที่ภายในห้องนั้นเงียบงัน เสียงระบบสั่นของมือถือจิณณ์ก็ดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดูสายเรียกเข้า พอเห็นว่ามันเป็นสายของแม่ ชายหนุ่มก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายทันที
"ครับแม่..." จิณณ์รับสายโดยสายตานั้นสบสายตาซูซานไม่วาง
"จิณณ์... ลูกกลับมาเมืองไทยแล้วแต่ทำไมถึงไม่มาเชียงใหม่" ผู้เป็นแม่เอ่ยถามจากปลายสาย ยามปกติครอบครัวและคนหมู่มากจะเรียกชื่อจริงของเขา ส่วนชื่อเล่นนั้นจะมีเพียงเพื่อนวัยเรียนเท่านั้น
"ผมเพิ่งมาถึงเองครับแม่ มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า"
"อย่าลืมนัดของเรา... คราวนี้ลูกจะทำให้แม่เสียหน้าอีกไม่ได้แล้วนะ" เจ้าจันทร์ ผู้เป็นแม่เอ่ยถึงนัดดูตัวที่เธอจัดการให้ลูกชาย แต่เขากลับทำมันพังไปแล้วหลายต่อหลายครั้งก่อนจะย้ายหนีไปอยู่แอลเอเมื่อหลายปีก่อน
"ครับ"
"มะรืนนี้สิบเอ็ดโมงตรงลูกต้องมาถึงเชียงใหม่ แม่จะส่งรถไปรับที่สนามบิน"
"ครับ" เขาตอบรับสั้นๆก่อนจะวางสายจากแม่
"มีอะไรวะมึง... หน้าเครียดเชียว" ซูซานถามขึ้นทันทีเมื่อจิณณ์วางสาย
"ไม่ใช่แค่มึงหรอกที่มีปัญหา เพราะกูก็มี" เขาเอ่ยตอบก่อนจะมองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หูจรดปลายเท้า
"มองอะไรวะ" คนถูกมองขมวดคิ้วถาม
"มึงอยากให้กูอ่านบทหนังนี่ใช่ไหม?" จิณณ์ชูบทหนังในมือขึ้น
"เออ"
"งั้นมะรืนนี้มึงไปเชียงใหม่กับกู" เขามีแผนอยู่ในใจแล้ว
"ไปทำเชี่ยไร... มึงแค่อ่านบทเอง ทำไมกูต้องไปเชียงใหม่กับมึงวะ?"
"กูยอมอ่านบทที่มึงบอกว่าดีนักดีหนาแลกกับการที่มึงจะไปเป็นแฟนปลอมๆให้กู... แค่วันเดียวเอง คุ้มจะตาย"
"เชี่ยอะไรของมึงเนี่ย? แฟนปลอมๆอะไรของมึงวะไอ้ยีนส์ กูตามไม่ทัน" ซูซานขมวดคิ้วมองร่างสูงอย่างไม่เข้าใจ ขณะที่คนถูกมองกลับกำลังยิ้ม... บางทีอาจจะต้องใช้วิธีน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่ากับผู้หญิงอย่าเธอ...