บทที่3 จะเอายังไง

859 คำ
“ตามิลอยู่ไหนเหรอหนูปราง?” ผู้เป็นแม่เอ่ยถามหญิงสาวที่กำลังนั่งเลี้ยงลูกอยู่ตามลำพังภายในห้องนั่งเล่นโดยไร้เงาของลูกชาย สีหน้าของปรางอิดโรยคล้ายกับคนพักผ่อนไม่เพียงพอ “อยู่ในห้องค่ะ” “อะไรกัน นี่มันจะเที่ยงแล้วนะ ทำไมตามิลถึงยังไม่ออกจากห้องอีก” “…..” “แทนที่จะตื่นขึ้นมาช่วยดูลูกบ้าง แต่นี่อะไร” “รามิลคงทำงานเหนื่อยน่ะค่ะ” คนตัวเล็กพยายามอธิบายเมื่อเห็นว่าผู้เป็นแม่เริ่มโกรธขึ้นมาบ้างแล้ว นับว่าเป็นเรื่องปกติที่เวลาอยู่ด้วยกันแล้วเขามักจะตื่นสายแบบนี้ “แม่ว่าเที่ยวเหนื่อยมากกว่าน่ะสิ ไอ้ลูกคนนี้ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ เดี๋ยวแม่ไปปลุกให้เอง” หญิงวัยกลางคนเดินฟึดฟัดเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนโดยไม่ส่งสัญญาณใดๆ ก่อนจะเห็นว่าลูกชายกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว “นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วตามิล จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน” “…..” ใบหน้าคมคายค่อยๆ สะลึมสะลือตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียหลังจากได้ยินเสียงรบกวนที่ดังข้างหู “ตื่นขึ้นมาได้แล้ว!” “ยัยนั่นไปฟ้องอะไรแม่อีกล่ะ” ชายหนุ่มหยัดตัวลุกขึ้นด้วยความหงุดหงิดใจ เพราะคิดว่าปรางที่เป็นตัวต้นเหตุ ทำให้เขาถูกแม่ดุด่าอยู่บ่อยๆ “หนูปรางเขาไม่ได้ฟ้องอะไรแม่ทั้งนั้น รีบลุกขึ้นไปอาบน้ำ เสร็จแล้วจะได้ช่วยหนูปรางดูลูก” “…..” เวลาต่อมา… “ปรางไปไหน?” รามิลเอ่ยถามด้วยความสงสัยพลางวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นหญิงสาวอยู่แถวนี้ “แม่ให้หนูปรางไปกินข้าว แกมาก็ดีแล้ว มาช่วยกันดูยัยหนู” “น้องปริมขี้โรคจะตาย ตัวเล็กแค่นิดเดียวจับนิดจับหน่อยก็ป่วยแล้ว” เขามองไปยังลูกสาวที่กำลังส่งเสียงอ้อแอ้อย่างไร้เดียงสา หน้าตาของเด็กน้อยช่างละม้ายคล้ายคลึงกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน “แต่แกควรจะอุ้มลูกบ้างนะ จะได้แบ่งเบาภาระหนูปรางบ้าง เลี้ยงลูกเหนื่อยจะตายไป” “ไม่เอาหรอก ผมเลี้ยงเด็กไม่เป็น” “แง้งงงง” เด็กน้อยแบะปากร้องไห้คล้ายกับรู้ภาษาในสิ่งที่ผู้ใหญ่พูดคุยกัน “ร้องทำไมนักหนา ยัยเด็กขี้โรค” รามิลพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้จริงจังมากนัก ก่อนจะเลื่อนมือไปบีบแก้มของเด็กน้อย “อุ้มลูกเร็วสิ มัวแต่นั่งมองอยู่ได้” “…..” -PRANG PART- “เป็นไงบ้างคุณปราง กับข้าวฝีมือป้ายังอร่อยเหมือนเดิมไหม?” ป้าสมใจเอ่ยถามฉันที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตากินข้าวอยู่ในครัว ป้าสมใจคือหัวหน้าแม่ครัวประจำบ้านที่มีฝีมือชั้นยอดทำอาหารได้ทุกประเภท แถมยังอร่อยทุกอย่างเลย “อร่อยเหมือนเดิมเลยค่ะ” ฉันตอบพร้อมตักข้าวคำโตใส่ปากแล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย กลับมาบ้านใหญ่ทีไรได้กินแต่ของดีๆ ทั้งนั้นเลย “ถ้าอร่อยก็ทานเยอะๆ นะคะ ป้าว่าคุณปรางผอมลงไปเยอะเลย” “…..” “คุณปรางเลี้ยงลูกคนเดียวแถมยังทำงานบ้านเองอีกคงเหนื่อยแย่เลยใช่ไหม” “เหนื่อยมากเลยค่ะ แต่ต้องอดทน” “ทำไมไม่บอกให้คุณรามิลหาคนมาช่วยล่ะคะ” “…..” ฉันได้แต่ยิ้มบางๆ โดยไม่พูดอะไรไปมากกว่านั้น การจ้างคนเพิ่มเท่ากับต้องสิ้นเปลืองมากขึ้น ฉันเลยต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมดเพื่อจะได้ลดภาระค่าใช้จ่าย เมื่อกินข้าวและทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ฉันจึงเดินไปหารามิลที่นั่งเล่นอยู่ตรงสวนหลังบ้าน “มิลว่างหรือเปล่า พอดีปรางมีเรื่องอยากจะคุยด้วย” “เงินที่ให้ไปใช้หมดแล้วหรือไง คราวนี้จะขอเพิ่มเท่าไหร่?” “เปล่าหรอก ไม่ใช่เรื่องนั้น” “ถ้าไม่ใช่เรื่องเงินแล้วเป็นเรื่องอะไร ปกติเห็นถนัดขอแต่เงินฉันอยู่แล้วนิ” ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อได้ยินประโยคนั้น สายตาที่เขามองมามันเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลนฉันหนักหนา “เดือนหน้าปรางว่าจะไปหาสมัครงานจะได้แบ่งเบาภาระช่วยมิล อย่างน้อยก็ยังพอได้ช่วยจ่ายค่านมลูกได้บ้าง” จากที่เคยคิดว่าจะรอให้ลูกโตกว่านี้ พอได้ยินที่รามิลบอกฉันคงต้องรีบออกไปหางานเพราะค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนมันมากจริงๆ ไม่อยากให้เขาต้องมารับภาระอยู่คนเดียว “เด็กใจแตกเรียนก็ไม่จบอย่างเธอ ใครจะรับเข้าทำงาน” “เป็นร้านของพี่ชายนุ่นเอง เขาบอกว่าจะให้ปรางไปเป็นแคชเชียร์คอยคิดเงิน ได้เงินเดือนตั้งสองหมื่นเลยนะ ถ้าได้เงินจากส่วนนั้นคงช่วยแบ่งเบาภาระมิลได้เยอะเลย” “แล้วใครจะดูลูก?” “ปรางว่าจะ…” “ไม่ต้องไป! สภาพซื่อบื้ออย่างเธอจะไปทำอะไรได้ อยู่บ้านเลี้ยงลูกนั่นแหละ” “…..”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม