บทที่1 ให้เกียรติแม่เลี้ยงด้วยนะคะคุณลูกเลี้ยง

2416 คำ
หลังจากฝ่าฟันอุปสรรคจนเข้ามาในห้องได้สำเร็จเธอก็ต้องยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองด้วยความเหนื่อยล้า คำขู่ของธารายังคงก้องกังวานอยู่ในหัว ยาหยีทำได้เพียงข่มตานอนให้หลับเพราะพรุ่งนี้ที่มหาวิทยาลัยมีกิจกรรมหลายอย่างที่รุ่นพี่บังคังให้เข้าร่วม . . “พี่น้ำหยีไปเรียนแล้วนะคะ” “อ้าว!! คุณหยีวันนี้ไม่ทานข้าวก่อนเหรอคะ เมื่อคืนก็ไม่ได้ทานอะไรเลย” ใบหน้าสวยหันมาส่งยิ้มบางๆ แต่ท่าทางดูรีบร้อนจนทุกคนอดเป็นห่วงไม่ได้ “วันนี้หยีต้องเข้าร่วมกิจกรรมตอนเช้าค่ะ อาหารของคุณท่านหยียกขึ้นไปแล้วนะคะ ส่วนยาก็เตรียมไว้แล้ว” “เดี๋ยวให้ลุงม่อมไปส่งนะคะ” “ค่ะป้านิด หยีไปนะคะทุกคน” “เดี๋ยว!!” ยังไม่ทันจะได้ก้าวออกจากบ้านเสียงของธาราก็ดังขึ้นมาซะก่อนทำให้ยาหยีต้องหยุดชะงักหันกลับมายังต้นเสียงด้วยหน้าตาที่ไม่ค่อยพอใจ “ฉันเองก็จะไปทำงาน เธอนั่งไปกับฉันสิ จะใช้รถให้มันหลายคันทำไม เปลืองน้ำมัน” “เอ่อแต่มันเป็นหน้าที่ของลุงม่อมอยู่แล้วนะคะคุณธารา” ป้านิดแม่บ้านเก่าแก่ประจำคฤหาสน์เอ่ยขึ้นกล้าๆ กลัวๆ ทุกคนในนี้รู้ดีว่าธาราไม่ค่อยจะชอบหน้ายาหยีเท่าไหร่เพราะเมื่อวานน้ำได้เล่าทุกอย่างที่ธาราทำกับหญิงสาวให้ทุกคนฟังจนหมด “ป้านิด!!” “ขอโทษค่ะ ป้าแค่อยากจะเรียนให้คุณธาราทราบ” พอเห็นทุกคนต้องมาเดือดร้อนเพราะเธอยาหยีจึงจำใจยอมที่จะนั่งรถไปพร้อมกับเขา “ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวหยีไปพร้อมคุณธาราก็ได้” คนโตกว่าเหยียดยิ้มขึ้นที่มุมปาก เขาไม่คิดจะพูดอะไรอีกเดินนำเธอไปยังรถยนต์คันหรูทันที เสียงสตาร์ทรถทำให้เล่าคนใช้ในบ้านได้แต่มองตาปริบๆ พวกเขาทุกคนภาวนาขออย่าให้ธาราคิดแกล้งอะไรยาหยีเลย “หยีเรียนที่มอ.LAค่ะ” ขึ้นรถได้เธอก็เอ่ยบอกจุดหมายปลายทางที่เขาต้องขับไปส่งเธอ “หึ มิน่าถึงไม่รับเงินจากฉัน ชีวิตเธอคงจะสุขสบายมากสินะ ที่มอ.นั่นได้ข่าวว่าค่าเทอมสูงลิ่วเลยนิ” ไม่มีใครที่ไม่รู้จักมหาวิทยาลัยLAเพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่ออันดับหนึ่งของประเทศแถมยังได้รับขนานนามว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีค่าเทอมแพงที่สุดอีกด้วย ส่วนใหญ่จะมีเพียงลูกคุณหนูหรือพวกที่รวยล้นฟ้าเท่านั้นที่เรียนกัน “คุณท่านเป็นคนบอกให้หยีเรียนที่นี่ค่ะ” “ใช้ท่าไหนอ่อยพ่อฉันล่ะ” ยาหยีกำหมัดแน่นในสายตาของเขาเธอก็คงเป็นได้แค่เมียน้อยของพ่อเขาเท่านั้นแหละ ในเมื่อเขามองเธอแบบนั้นไปแล้วเธอก็คงต้องเล่นให้สมบทบาทสักหน่อย “คงหลายท่ามั้งคะ ท่านถึงได้ยอมทุ่มหมดหน้าตักเพื่อหยีขนาดนี้ ไม่สิในเมื่อฉันเป็นเมียน้อยพ่อคุณก็แสดงว่าฉันมีศักดิ์เป็นแม่คุณ อืม!! ช่วยเคารพให้เกียรติแม่เลี้ยงคนนี้ด้วยสิค่ะคุณลูกเลี้ยง” ใบหน้าสวยกระตุกยิ้มที่มุมปากเธอไม่รู้เลยว่าคำพูดเมื่อสักครู่อาจจะทำให้ตัวเธอเองต้องตกที่นั่งลำบากก็ได้ เอี๊ยดดดด “นี่!! ขับรถอะไรของคุณ” ธาราหักรถจอดข้างทางกระทันหัน เขาหันมากระชากแขนเธอก่อนจะเอ่ยบอก “เคารพเธอ? เคารพเด็กใจแตกอย่างเธออ่ะนะ เธอรู้ไหมขนาดเมียน้อยพ่อฉันที่มีอายุเกือบเท่าแม่ฉัน ฉันยังไม่เคารพเลย….อวดดีมากก็ไปเองสิ” มือหนาเอื้อมไปเปิดประตูรถฝั่งที่ยาหยีนั่งแถมยังปลดเซฟตี้ให้เธอและผลักเธอลงจากรถจนร่างบางเสียการทรงตัวล้มเข่ากระแทกฟุตบาทท่ามกลางสายตาคนที่ผ่านไปมาแถวนั้นแต่เขาก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิด ธาราหยิบกระเป๋าของยาหยีโยนตามเจ้าตัวลงไปนัยน์ตาคมกริบเหลือบมองเธอเล็กน้อยก่อนจะขับรถออกมาจากตรงนั้น “อ้ะ โอ๊ย!! บ้าจริง” มือเล็กแตะลงที่เข่าตัวเองเบาๆ ดูเหมือนมันจะเป็นแผลถลอกเลือดซิบออกมาเยอะเลย “ไอ้คุณธาราไอ้คนใจหยาบบาปช้า ผลักฉันลงจากรถเนี่ยนะ ให้ตายสิ สุภาพบุรุษซะไม่มี” ยาหยีบ่นไล่หลังมองรถที่ขับออกไปไกลด้วยความเจ็บใจ เธอคว้ากระเป๋าตัวเองมาถือไว้ถ้าถามว่าอายสายตาผู้คนที่มองมาไหมก็คงตอบได้เต็มปากเลยว่าอายมาก จากนี่ถึงมหาวิทยาลัยก็ดูจะไกลพอสมควรเธอมองซ้ายแลขวาโชคดีที่มีแท็กซี่ขับผ่านมาพอดิบพอดี ยาหยีรีบโบกรถและบอกคนขับให้ไปส่งที่มหาวิทยาลัยอย่างไว ไปสายขึ้นมาโดนรุ่นพี่หน้าเลือดทำโทษแน่ๆ “ทั้งหมดเป็น180บาทครับ” “อ่อค่ะ” ยาหยีล้วงกระเป๋าสะพายหากระเป๋าตังค์ตัวเองกลับไม่เจอ เธอพยายามค้นดูเป็นสิบๆ รอบก็ไม่มี “อ้าวน้อง นี่คิดจะโกงค่าแท็กซี่เหรอ?” “ปะเปล่านะคะ สงสัยกระเป๋าตังค์หนูหายค่ะ หนูขอโทษจริงๆ นะคะ งั้นโอนได้ไหมคะ?” “ได้ๆ จะโอนก็ไม่บอกแต่แรกจะได้ไม่ต้องเสียเวลา” คนขับแท็กซี่ยื่นQR Code ส่งให้เธอแต่พอยาหยีจะเปิดโทรศัพท์สแกนจ่ายแบตเตอรี่ในโทรศัพท์ของเธอกลับไม่มีเลย นึกขึ้นได้เมื่อคืนเธอเผลอหลับไปโดยไม่ได้ชาร์ตมันด้วยซ้ำ “พะพี่คะ พอดีว่า…” “อะไรอีก!! นี่ถ้าไม่มีเงินเนี่ยเอาตัวน้องแลกไหม พี่ขอหนึ่งชั่วโมง โอเคป่ะ” คนขับแท็กซี่ทำหน้าตาหื่นๆ ใส่จนเธอรู้สึกขยะแขยง “มะไม่นะ เปิดสิ เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ เปิด!!ไอ้หน้าปลาทูทอดฉันบอกให้เปิดไง” เธอได้แต่ร้องโวยวายมือก็พยายามเปิดประตูรถแต่เพราะโดนคนขับแท็กซี่กดล็อกเอาไว้จึงทำให้เธอเปิดมันไม่ได้ “เอ้าอีนี่ บอกเดี๋ยวกลับมาส่งไง แปบเดี๋ยว” “ไม่ ฉันจะไปเอาตังค์กับเพื่อนมาจ่ายให้ ฉันพูดจริงๆ นะ แกปล่อยฉันก่อนสิ” ก็อกๆๆ เสียงเคาะกระจกรถของคนข้างนอกทำคนขับแท็กซี่และยาหยีหันไปมองเล็กน้อยแต่พอคนขับแท็กซี่ไม่สนใจเขาก็ทำท่าเหมือนจะชกกระจกรถจนคนขับแท็กซี่ต้องลดกระจกลงด้วยความหงุดหงิด “มีอะไร ไม่เห็นเหรอครับว่ายังไม่ว่าง” “เห็น เห็นว่าผู้หญิงที่อยู่ข้างในกำลังร้องขอความช่วยเหลือ” ใบหน้าหล่อที่แสนจะกวนตีนเอ่ยขึ้น นัยน์ตาคมเหลือบมองยาหยีเล็กน้อยก่อนจะหันมาคุยกับคนขับแท็กซี่ต่อ “ขอความช่วยเหลืออะไร เข้าใจผิดแล้ว ผู้หญิงคนนี้คิดจะโกงค่าแท็กซี่ฉันต่างหาก อ้างทำกระเป๋าหายอ้างแบตโทรศัพท์หมด แล้วจะให้ฉันทำยังไง” “ใครบอก ฉันไม่ได้โกงนะ จะออกไปเอาตังค์กับเพื่อนมาให้ไง พูดไม่รู้จักฟัง” “เออ พูดไม่รู้จักฟัง แล้วอีกอย่างพี่ก็ไม่ควรกักขังหน่วงเหนี่ยวเธอป่ะ…แล้วค่าแท็กซี่ที่เธอติดพี่มันเท่าไหร่ ผมจะจ่ายเอง” “180บาท” ร่างสูงโปร่งล้วงกระเป๋าหยิบแบงค์พันออกมายื่นให้กับคนขับแท็กซี่และเดินไปที่ประตูทางเบาะหลัง “เปิดดิ จะล็อกทำเพื่อ?” พอคนขับแท็กซี่ปลดล็อกมือหนาจึงเปิดประตูคว้าแขนเรียวของเธอออกมาจากในรถอย่างไว “ส่วนตังค์ทอนเก็บไว้เถอะ” “เก็บไว้อะไร ทอน820เลยนะ นายจะยอมเขาทำไม” “หุบปากไปเลย หึ แบบนี้ค่อยคุ้มค่าเสียเวลาหน่อย” ว่าจบคนขับแท็กซี่จึงรีบขับรถออกไปอย่างไวเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจทวงตังร์ทอนคืน “ขะขอบคุณ เดี๋ยวฉันจะคืนให้” “ไม่จำเป็น เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นไลน์เธอแทนได้ป่ะ?” ใบหน้าหล่อยังคงส่งยิ้มออกมากวนอวัยวะส่วนล่างไม่หยุด “นายเรียนคณะไหนอ่ะ ฉันจะได้เอาเงินไปคืนให้ถูก” “เฮ้ย บอกแล้วไงว่าไม่เอาเงิน ไม่เอาคำขอบคุณ เอาไลน์เธอมาจะได้จบๆ” “ไม่มีหรอก ถ้าไม่เอาสักอย่างฉันจะไปแล้วนะ” “เดี๋ยว!! เมื่อเช้าทำไมไอ้ธาราถึงถีบเธอลงจากรถ” ยาหยีขมวดคิ้วเข้าหากัน จริงๆ มันก็ไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นถีบไหม เขาแค่ใช้มือผลักก็แค่นั้น “นายรู้จักหมอนั่นได้ยังไง แล้วเมื่อเช้าเห็นได้ไงว่าเขาผลักฉันลงจากรถ” “ถีบก็ถีบเถอะน่า ไอ้เวรนั่นมันนิสัยเสียมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว…เออแนะนำตัวเลยแล้วกัน ฉันชื่อนทีเป็นลูกชายคนเล็กของปัญญาวิวัฒน์” นทีเอ่ยแนะนำตัวกับเธออย่างเป็นทางการจริงๆ เขาบินกลับมาถึงไทยก่อนธาราได้เป็นอาทิตย์แล้วล่ะแต่ที่ยังไม่มีโอกาสเข้าไปที่คฤหาสน์ก็เพราะวุ่นกับการหาที่เรียนอยู่ กว่าจะจัดการที่พักที่เรียนเสร็จก็ใช้เวลาไปเกือบสัปดาห์และวันนี้ที่เขาเห็นธาราผลักยาหยีลงจากรถก็เพราะเมื่อเช้าเขาเข้าไปที่บ้านตั้งใจจะเข้าไปเยี่ยมผู้เป็นพ่อแต่พอเห็นรถที่เจ้าคุณสุรศักดิ์ใช้ประจำขับออกมาเขาจึงคิดว่าพ่อของเขาน่าจะเข้าบริษัทเลยตัดสินใจขับตามออกมา “นที น้องชายต่างแม่ของธาราอ่ะนะ” “อืม พูดอีกก็ถูกอีกนั่นแหละ ว่าแต่เธอเป็นผู้หญิงของมันเหรอ? แหม่ไอ้เวรนี่มาแค่วันเดียวหาสาวควงเลยนะ” “นี่!! ไม่ใช่ซะหน่อย ฉันไม่ใช่ผู้หญิงของไอ้บ้าจอมอำนาจนั่นสักนิด” “แล้วเป็นอะไรทำไมเมื่อเช้าถึงได้ออกมาจากคฤหาสน์พร้อมกัน ไม่ใช่ว่ามันฟันแล้วทิ้งเบื่อก็เลยถีบหัวส่งหรอกเหรอ” ถ้าไม่ติดว่าต้องคีบลุคคุณหนูเอาไว้เธอคงกระโดนถีบคนตรงหน้าไปแล้ว “ฉันไม่มีเวลามาตอบคำถามนายหรอกนะ…ขอตัว” ยาหยีรีบเดินหนีนทีแต่ดูเหมือนเขาเองก็ยังไม่ยอมเลิกราเดินตามเธอจนมาถึงที่หน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ “เฮ้ย!! จริงดิ อย่าบอกนะว่าเธอเรียนที่คณะนี้อ่ะ” นทีมองใบหน้าสวยอย่างอึ้งๆ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้หญิงที่ดูเรียบร้อยอย่างเธอจะเรียนที่คณะนี้ได้ “บ้าหรือไง ไร้สาระฉันเดินมาส่งนานต่างหากล่ะ” “ส่งฉัน?” นทีชี้นิ้วเข้าหาตัวเองเป็นเชิงถาม “ก็ดูเสื้อที่นายใส่สิ คณะบริหารเขาใส่กันมั้งถามไม่คิด” นทีรู้สึกชอบเธอขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกก่อนหน้าที่เธอถามเขาว่าอยู่คณะไหนคงแค่ถามไปตามมารยาทละมั้งเพราะจริงๆ แค่ดูเสื้อเธอก็น่าจะรู้แล้ว “Wow พ่อหนุ่มเดือนคณะมีสาวสวยมาส่งด้วยเว้ย” เพื่อนของนทีเดินออกมาพร้อมกับเอ่ยแซวยาหยีกันยกใหญ่ ถ้าไม่ติดว่าเขาช่วยเธอจากคนขับแท็กซี่หัว…นั่นเธอคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้หรอก “ฉันเดินมาส่งนายแล้ว ถือว่าหายกันหรือถ้าอยากได้ค่าแท็กซี่คืนฉันเรียนที่คณะบริหาร ตามไปทวงเอาแล้วกัน” ว่าจบเธอก็หมุนตัวกลับรีบเดินไปยังคณะตัวเองที่อยู่ห่างออกไปเกือบหนึ่งกิโลเมตรทันที ” เยส!! แม่งโครตเอาว่ะ เดินมาส่งมึงไม่พอเดินกลับไปที่คณะตัวเองเนี่ยนะ ใครวะไอ้นะ” เพื่อนนทีเอ่ยถามแต่ตาก็ยังมองตามยาหยีจนเธอหายไปลับตา “ไม่รู้ ผู้หญิงที่ไอ้ธาราเขี่ยทิ้งมั้ง” “โครตสวยว่ะ แม่ง พี่ชายต่างแม่มึงทิ้งลงได้ไงวะ” ที่เพื่อนของนทีรู้เรื่องของครอบครัวเขาก็เพราะพวกเขาเคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นมานทีก็หนีไปเรียนต่อต่างประเทศที่ตัดสินใจกลับมาเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ไทยก็เพราะพ่อของเขานั่นแหละ โชคดีกลับมาก็เจอเพื่อนเก่าเลยทำให้เขาไม่ต้องหาเพื่อนใหม่ให้ลำบาก นิสัยกวนตีนแบบเขาใครจะไปอยากเข้าใกล้ตำแหน่งเดือนคณะที่คว้ามาได้ก็เพราะหน้าตาหล่อของเขาล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับองค์ประกอบอื่นๆ เลย . . “อ้าวเฮ้ย!! น้อง น้องที่สวยๆ นั่นน่ะ เพื่อนเขาประชุมกันจนเสร็จแล้วนะ มาสายขนาดนี้คงต้องโดนทำโทษแล้วมั้ง” ถึงหน้าคณะรุ่นพี่ก็พุ่งเป้ามาที่เธอพร้อมสายตาของเพื่อนรุ่นเดียวกันนับห้าสิบคน “เอ่อขอโทษทีค่ะ พอดีว่า…” “ไม่เอาเว้ย ไม่ฟัง สนามฟุตบอลสิบรอบ เชิญครับ” รุ่นพี่ที่เคยตามจีบเธอช่วงรับน้องใหม่ๆ เอ่ยขึ้นเพราะครั้งหนึ่งยาหยีได้แหกหน้าปฏิเสธเขาต่อคนมากมายจนเขาอายแทบมุดแผ่นดินหนี “แต่อีกหน่อยจะถึงเวลาเรียนแล้วนะพี่” เพื่อนสนิทสุดรักของยาหยีเอ่ยขึ้นเพราะเป็นห่วงสุขภาพของเพื่อนตัวเอง “อ่อ สงสัยน้องคงอยากจะมีส่วนร่วม รักเพื่อนเหรอครับ รักเพื่อนมากก็ไปวิ่งช่วยเพื่อนสิ ไป!! ส่วนทุกคนแยกย้ายไปเรียนได้” สิ้นคำสั่งทุกคนก็แยกย้ายกันขึ้นอาคารเรียนเหลือเพียงยาหยีกับเพื่อนรักที่ถอนหายใจออกมาเบาๆ นี่มันวันซวยจริงๆ “ไปสิครับ สนามฟุตบอลรออยู่” แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว สนามฟุตบอลที่มีขนาด84x114 เมตร หรือ 9,576 ตารางเมตร วิ่งสิบรอบเธอคงได้ตายแน่ๆ “ปากแกนี่มันจริงๆ กลัวฉันเหงาหรือไง” ยาหยีหันไปถามเพื่อนตัวเองในระหว่างที่เดินไปยังสนาม “เป็นห่วงแกไง แล้วนั่นเข่าไปโดนไรมาอีกล่ะ” “มีเรื่องนิดหน่อย แต่ช่างเถอะ” จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดมันเพราะเขาคนเดียวเลย ถ้าไม่ใช่เพราะเขาผลักเธอลงจากรถหรือเอ่ยปากบอกให้เธอออกมาพร้อมเขาแต่แรกมันคงไม่มาเจอเรื่องซวยซ้ำซวยซ้อนแบบนี้หรอก
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม