ตอนที่ 2 คนทรยศ

1202 คำ
มาตินกรุ๊ป บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ และมีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของทวีปเอเชีย โดยมีคุณมาติน เพตรารักษ์ เจ้าของกิจการทั้งในไทยและต่างประเทศ เสียชีวิตลงในวัย 54 ปี ด้วยโรคหัวใจ การเสียชีวิตของประธานกรรมการบริหารเมื่อ 1 เดือนก่อน ทำเอาเครือมาตินกรุ๊ปและหุ้นส่วนที่มีอยุ่นั้นสั่นคลอน หุ้นส่วนรายใหญ่หลายคนเร่งประท้วงกันยกใหญ่ เพียงเพราะกลัวว่ากำไรที่เคยได้มาจะหายไปเมื่อขาดเสาหลัก ในขณะที่กรรมบริหารบางคน เสนอว่า ให้รีบแต่งตั้งประธานกรรมการบริหารคนใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่ให้เร็วที่สุด “อย่างที่บอกไป 1เดือนที่ผ่านมา เครือของเราหุ้นตกลงไปเยอะถ้าเราไม่รีบแต่งตั้งคนที่เก่งๆ ขึ้นมาบริหารมีหวังกำไรก็จะหายไปด้วยนะครับ” การประชุมเคร่งเครียดเมื่อยังหาข้อสรุปไม่ได้ ว่าจะเลือกใครในที่ประชุมนี้ให้ขึ้นมาเป็นแทนคุณมาตินที่เสียชีวิตไป “ผมขอเสนอ คุณมนตรีดีมั้ยครับ ไหนๆ ท่านก็เป็นรองคณะกรรมการคนที่ 1 แล้ว” ศิฐา หนึ่งในกรรมการบริหารเอ่ยเสนอขึ้นมา ทำให้คณะกรรมต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ได้ยิน และกำลังรอทุกคนลงมติเห็นชอบเพียงเสี้ยววินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะสายเกินไป ทว่าจู่ๆ ทุกคนในห้องประชุมขนาดใหญ่กลับต้องชะงักลงเมื่อประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกอย่างถือวิสาสะ “ประชุมกันแบบไม่รอผมได้ยังไงครับ”ชายหนุ่มรูปงามเดินเข้ามาในมาดนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง และดูเหมือนจะเป็นคนที่เด็กที่สุดในองค์ประชุมในครั้งนี้ เขากล่าวทักทายผู้อวุโสกว่าอย่างนอบน้อม “คุณอาไม่คิดจะรอผมเลยนะครับ” ตะวันฉายเอ่ยทักทาย ศิฐาที่กำลังยิ้มหน้าเจื่อนเมื่อเห็นหน้าลูกชายเจ้านายเก่า เขาไม่คิดว่าชายหนุ่มจะกลับมาเร็วขนาดนี้ คิดว่าคงจะไม่สนใจบริษัทของพ่อตนเองสร้างขึ้น เหมือนกับที่เขาเคยต่อต้านความต้องการของผู้เป็นพ่อเสมอมา “อ้าว ตะวัน กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ อาไม่เห็นรู้เลย” ชายหนุ่มเค้นยิ้มออกมาเบาๆ ที่มุมปาก ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งตรงหัวโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ เขามองดูเหล่าคณะกรรมการของบริษัทพ่อของเขาช้าๆ อย่างพิจารณา จากการศึกษาประวัติและนิสัยของทุกคนมาก่อนก็ดูว่าคงจะเป็นไปได้ ที่เขาจะฝากตัวร่วมงานด้วย ทว่าในทั้งหมดนี้มีคนไม่ซื่อสัตย์อยู่ และแน่นอนว่าเขารู้ดี ว่ามีคนกำลังจะหุบกิจการที่พ่อของเขาสร้างมากับมือไป ที่มาในวันนี้ นอกจากจะมาแนะนำตัวกับทุกคนในที่นี้แล้ว สิ่งสำคัญที่เขาอยากจะทำให้พ่อของเขา นั่นก็คือฉีกหน้ากาก คนทรยศ!! “วันนี้อาจะได้รู้บางอย่างเพิ่มขึ้นครับ” แววตาดุดันมองคนที่เขาเรียกว่าอา ก่อนจะเริ่มกล่าวทักทายทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ ทุกอย่างราบรื่นตามเขาตั้งใจ ทุกคนให้การต้อนรับเขาอย่างดี และยินดีจะสอนงานเขา ถึงแม้ว่าเขาจะมีตำแหน่งที่สูงที่สุดในบริษัทแต่ก็พร้อมจะเรียนรู้งานได้ในทันที “คุณอาศิฐาอยู่ก่อนนะครับ” ตะวันฉายเอ่ยเรียกคนอายุมากกว่า แววตาดุดันพร้อมจะเดินเข้าไปต่อยให้ร่วงสักหมัดสองหมัด ถ้าไม่ติดที่ว่าเป็นคนรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ ถ้าไม่รู้เรื่องบางอย่างเข้า เขาคงจะเคารพและนับถือผู้ชายคนนี้ต่อไป ทว่าตอนนี้มันกลับไม่ใช่อย่างนั้น “หลานกลับมาทั้งที วันนี้อาพาหลานไปเลี้ยงข้าวดีมั้ย” ศิฐา มองหน้าตะวันฉายนิ่ง ราวกับว่าเขากำลังบอกถึงสถานะของตัวเองว่ายังไงเสียเขานั้นก็แก่กว่าเขา และสนิทสนมกับพ่อของเขาผู้ล่วงลับไปอย่างคุณมาติน “คุณอาทำงานกับพ่อมากี่ปีแล้วนะครับ” แววตาดุดันทว่าน้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถามอย่างใจเย็น ภายในห้องทำงานเย็นเฉียบชนิดที่ว่ากำลังจะมีคนได้รับผลกรรมที่ก่อเอาไว้ “ก็จะ20 ปีแล้วนะ หลานถามทำไมหรอ” ศิฐาพยายามพูดให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ภายในใจกลับหวั่นๆ ถึงเรื่องความลับบางอย่างที่ไม่มีใครรู้ “อ๋อ จะ20แล้วงั้นหรอครับ ถึงว่าคุณพ่อถึงได้ไว้ใจมากเป็นพิเศษ” “หลานกำลังจะพูดอะไร พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า” พรึ่บบบ แฟ้มเอกสารกระทบกับโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น ชายหนุ่มยืนขึ้นจ้องมองศิฐานิ่ง นี่นะหรอ คนที่พ่อของเขาไว้ใจ คนใกล้ตัวร้ายที่สุดของจริงสินะ “อะอะไร” “เปิดดูเองเถอะครับ” “นี่มัน” “ใช่ครับ นี่คือหลักฐานการยักยอกเงินที่อาหักหลังพ่อมา10ๆ ปีไงครับ!!” ชายหนุ่มตบโต๊ะดังลั่นจนคนที่นั่งอยู่ถึงกับสะดุ้ง ศิฐาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาส่ายหน้าไปมาราวกับจะบอกว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความจริง เด็กเมื่อวานซีนอย่างตะวันฉายจะรู้เรื่องเกี่ยวกับงานของบริษัทที่ตัวเองไม่เคยมาดูดำดูดีได้ยังไง “มันไม่ใช่ของจริง หลานไปเอามาจากไหน” ฺศิฐาเริ่มขึ้นเสียงบ้าง เด็กคนนี้มันไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่สินะ “หลานเพิ่งกลับมา หลานอาจจะกำลังโดนหลอก อาไม่ได้ทำ อาถูกใส่ร้าย” ศิฐาโวยวายออกพิรุธสุดๆ ตะวันฉายมองอาการของคนตรงหน้า “ไม่มีใครหลอกผมได้หรอกครับ เพราะทั้งหมดนั้นผมศึกษามันด้วยตัวเอง” ตะวันฉายนั่งลงที่เดิม กระดิกนิ้วเรียกคนของเขาที่รออยู่ข้างนอกให้เข้ามารวบตัวศิฐาเอาไว้ “ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม แกทำอย่างนี้กับฉันได้ยังไง” “ไม่พอใจก็ไปหาทนายเก่งๆ มาครับ” ชายหนุ่มพูดก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก มองคนกำลังถูกควบคุมตัวออกไปจากห้อง และอีกไม่นานก็กำลังจะถูกคุมตัวเข้าตารางเหมือนกัน “ไปไหนต่อครับ” เจนจัด บอดี้การ์ดมือขวาคนสนิทของตะวันฉายถามขึ้นเมื่อเห็นผู้เป็นนายกำลังเดินออกไปจากห้อง “กลับบ้าน ฉันต้องไปเครียร์เรื่องน้องพอร์ชต่อ” ข่าวแพร่สะพัดถึงเรื่องว่าที่ประธานกรรมการบริหารคนใหม่ ที่เป็นถึงลูกชายของคุณมาติน และเขากำลังจะเข้ามารับตำแหน่งในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า เหล่าพนักงานหญิงต่างพากันตื่นเต้นเมื่อรับรู้ว่า ชายหนุ่มนั้นมีใบหน้าที่หล่อเหลาเพอร์เฟ็คราวกับเทพบุตร ทว่าอีกด้านยังได้รับข่าวลือที่เขานั้นทำการไล่คุณศิฐา หนึ่งในกรรมการบริหารออก ตั้งแต่วันแรกที่มาเหยียบที่บริษัท ทำเอาคนที่ขี้เกียจทำงานที่มีตำแหน่งเอาแต่สั่งคนอื่นถึงกับเสียวสันหลังกันไปตามๆ กัน เพราะถ้าโดนจับได้ขึ้นมา ก็คงจะมีจุดจบเหมือนคุณศิฐา
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม