INTRO

937 คำ
INTRO “คนไข้ช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมครับว่าก่อนหน้าที่คุณกับเด็กคนนี้จะมาถึงที่นี่ทานอะไรไปบ้าง” แพทย์ประจำห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเดินถือชาร์จในมือเข้ามาหาจรัสพงศ์ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ในตอนนั้นชายหนุ่มแทบจะไม่ได้ฟังที่หมอถาม แต่กลับมองภาพข้างหน้าด้วยหัวใจที่หลุดลอย ชายหนุ่มนั่งหน้าซีดปากสั่นอยู่บนเตียงคนไข้ภายในห้องฉุกเฉิน บนหลังมือซ้ายมีสายน้ำเกลือห้อยอยู่สายหนึ่ง ดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังเตียงฝั่งตรงข้ามอีกฝั่งหนึ่งของห้องฉุกเฉินอย่างไม่วางตา กลุ่มหมอหลายคนมุงเตียงด้านนั้นโดยสีหน้าแต่ละคนเคร่งเครียด ในระดับสายตานอกจากร่างบางระหงของหญิงสาวที่เพิ่งจะได้พบปะกันในงานสีดำเมื่อสองชั่วโมงก่อน ก็คงเป็นปลายเท้าเล็กที่โผล่พ้นผ้าห่มของโรงพยาบาล เด็กหญิง เกลรดา ภัชรกุล มารดาของเธอร้องไห้ตลอดเวลา เดินไปเดินมาเหมือนหนูติดจั่นไม่เหลือสภาพหญิงสาวผู้เย่อหยิ่งที่ตอกคำพูดเจ็บแสบใส่เขาเมื่อตอนเจอหน้ากัน แววตาที่แม้จะเฉยชาแต่ก็ยังคงแฝงไปด้วยความชิงชัง เกลวลินตั้งใจบอกเขาผ่านการกระทำของเธอ แม้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานหลายปีแล้วแต่สิ่งความเจ็บปวดที่เขากระทำกับเธอไม่อาจลบเลือนมันได้ด้วยกาลเวลา จรัสพงศ์ขยับกายห้อยปลายเท้าลงจากเตียง แต่ก็ไม่รู้ว่าที่หน้ามืดมันมาจากปริมาณยาในน้ำเกลือที่หมอให้เขาเนื่องจากอาการแพ้เฉียบพลัน หรือเป็นเพราะความคิดที่ตบตีกันอยู่ภายในหัวกันแน่ “รดาเป็นคนแน่นหน้าอกก่อน แล้วผมก็รู้สึกตาม สักพักเห็นเธอหายใจติด ๆ ผมก็มีอาการเหมือนก็รู้เลยว่าเราคงจะแพ้อาหารที่กินไป ผมเป็นโรคนี้อยู่แล้วก็เลยรู้ตัวเร็ว ตัดสินใจอุ้มรดามาที่รถ ก่อนรดาหมดสติหัวเธอไม่กระแทกแน่นอน” จรัสพงศ์ตอบออกไปด้วยน้ำเสียงบางเบาราวกับกระซิบเหมือนว่าเขากำลังพูดอยู่กับตนเองมากกว่าที่จะตอบหมอเจ้าของไข้ ส่วนภาพในหัวฉายสลับไปสลับมา เขาจำเหตุการณ์เมื่อชั่วโมงก่อนได้ดี ชายหนุ่มแค่รู้สึกกระหายอยากดื่มกาแฟดำสักแก้วจึงเดินออกมาร้านกาแฟหน้าวัด วันนี้เขามาร่วมฌาปนกิจศพอดีตเพื่อนเก่า และก็เจอเกลรดาที่ร้านกาแฟนั่น เด็กหญิงเป็นคนเข้ามาทักทายเขาก่อน ในขณะที่นึกถึงเหตุการณ์ที่พบเจอเด็กหญิง จรัสพงศ์รู้สึกเหมือนจะเป็นลมแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นไปเห็นดวงตาแดงก่ำคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาทางนี้ จรัสพงศ์ก็รู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที เกลวลินไม่เพียงแค่มองมาเฉย ๆ แต่เสียงฝีเท้าที่ย่ำกระแทกกลับเดินตรงมาทางนี้ด้วย เธอกำลังเดินตรงมาหาเขา หัวใจของจรัสพงศ์เต้นแรงมาก มันมากจนเจ็บอกไปหมด “คุณกินอะไรเข้าไปครับ…” แพทย์หนุ่มช้อนสายตาขึ้นมามองคนป่วยอย่างรอคอยคำตอบ แต่ดูเหมือนคนป่วยมีอาการเหมือนสับสน ขอบตาแดงก่ำคล้ายจะร้องไห้ สองมือเอาแต่ถูกันไปมาจนเพื่อนต้องมาตบบ่าและลูบหลังเบา ๆ “ไอติม เธอชวนผมกินไอติมที่คาเฟ่หน้าวัด…” “รดาไม่เคยกินอะไรซี้ซั้ว! คุณเป็นคนยัดเยียดของพวกนั้นให้ลูกฉันกินใช่ไหม!” เสียงของเกลวลินทั้งดังและสั่นเครือ ยามเธอเอ่ยปากพูดออกมาริมฝีปากสั่นระริกเพราะพยายามกลั้นร้องไห้ สองมือกำแน่นโทสะที่อัดแน่นอยู่กลางอกระเบิดออกมาเป็นหยาดน้ำตาเม็ดใหญ่ที่ไหลรินลงมาไม่ขาดสาย “พี่เปล่านะเกล พอดีเราเจอกันรดาบอกว่าไม่ได้เอากระเป๋าเงินมาพี่เลยจ่ายให้ พี่ขอโทษที่ไม่ได้ถามว่ามันมีส่วนผสมของถั่วไหม…รดาแพ้ถั่วเหรอ” เสียงของจรัสพงศ์แสดงความรู้สึกผิด ขอบตาของเขาแดงก่ำเหมือนคนจะร้องไห้ คนเป็นหมอพยักหน้าตอบแทนมารดาของเด็กหญิง ทันทีที่รู้คำตอบเช่นนั้นกลางอกของจรัสพงศ์เหมือนกำลังมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบเคล้นให้เจ็บปวด “เกล…พี่” จรัสพงศ์พูดได้แค่นั้นและเขาก็หาเสียงตัวเองไม่เจอ ก่อนจะก้มหน้าลงและไอโขลกออกมาเพราะหายใจไม่ทัน พยาบาลเข้ามาชาร์จตัวเขาและหยิบสายออกซิเจนสวมใส่ให้ ร่างสูงนอนราบไปกับเตียงมีใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด เกลวลินเห็นภาพนั้นแล้วก็ได้แต่กำมือแน่น แววตาขอลุแก่โทษมองมาทางเธอไม่วางตา แต่ใจของหญิงสาวร้อนรุ่มราวกับมีไฟแผดเผา “เกลไอ้เจคมันไม่ได้ตั้งใจหรอก…คนขายไอติมเป็นพนักงานพาสไทม์น่าจะไม่รู้เรื่องส่วนผสม ในไอติมมีอัลมอนด์ผสมมันกับลูกสาวเธอก็แพ้ด้วยกัน…แพ้เหมือนกัน” คำพูดของโคลเพื่อนสนิทราวกับย้ำชัดในความจริง เกลวลินถึงกับเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น กลีบปากอวบอิ่มยกเยาะและตวัดสายตากลับมามองคนที่นอนหายใจรวยริน “ถ้าลูกฉันเป็นอะไรไปฉันไม่เอาคุณไว้แน่!”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม