ตอนที่ 4

1471 คำ
  เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลก็กลับออกมาจากห้องทำงาน “เชิญทางนี้ค่ะ” หญิงสาวอีก 2  คน งง...คนหนึ่งงงว่าเชิญทางนี้ นี่มันทางไหน จะพาหล่อนไปไหน  ก็ไหนว่าต้องรอสัมภาษณ์ แต่นี่ไม่เห็นถามอะไรซักนิด คำกล่าวนั้นจึงพาให้งง ส่วนสาวน้อยอีกคนงง  ทุกทีเห็นใครมาสมัครงานก็จะต้องสัมภาษณ์กับผู้จัดการฝ่ายบุคคลก่อนตามระบบระเบียบ แต่คราวนี้ ไม่มี   ไม่ถามแม้แต่ชื่อเสียงเรียงนาม อย่างนี้น่าจะ ไม่ธรรมดาซะแล้ว ขวัญฟ้าเดินตามหญิงต่างวัยตรงหน้าขึ้นลิฟท์ไปชั้น 25  ไม่เข้าใจแค่สัมภาษณ์ทำไมต้องไปถึงชั้นนั้นด้วยก่อนที่หล่อนจะได้คำตอบ  ผู้จัดการก็หยุดลงตรงหน้า...ห้องประธานกรรมการผู้บริหาร ถ้ำปีศาจ! ขวัญฟ้า  คิดในใจก่อนพยายามกลืนก้อนแข็งๆ ลงคออย่างยากลำบาก  ทั้งที่รู้ตัวอยู่ก่อนแล้วว่าการจะทำงานร่วมกันยังไงก็ต้องพบเจอกับเจ้านายที่ดุเหมือนปีศาจคนนั้นแน่นอน  แต่... วันนี้...เวลานี้...เดี๋ยวนี้... หล่อนยังไม่ได้เตรียมใจมาก่อนล่วงหน้าซักนิด  ว่าจะต้องมารับมือกับเขาตั้งแต่วันแรกที่มาสมัครงานอย่างนี้  ความกดดันไหลบ่าเข้าท่วมหัวใจจนเต็มเปี่ยมเกือบล้น  เมื่อผู้จัดการฝ่ายบุคคลหันมากล่าว... “คุณ...เอ้อ...”   คุณจีราพรอึกอัก ไม่รู้จะเรียกหญิงสาวตรงหน้าว่าอย่างไรดี  “ขวัญค่ะ ขวัญฟ้า  ทวิชากร ค่ะ”   “ค่ะ คุณขวัญฟ้า นี่คือห้องของท่านประธานกรรมการผู้บริหารของบริษัทนี้   ท่านจะเป็นผู้สัมภาษณ์คุณด้วยตัวเองค่ะ” คำกล่าวนั้นนำมาซึ่งความแปลกใจ ไม่ใช่แค่คนจะถูกสัมภาษณ์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคนที่เพิ่งรับคำสั่งอย่างคุณจีราพรด้วย   เมื่อหล่อนได้โทรมาแจ้งกับ  ระพีวิชญ์ ว่ามีคนมาสมัครงานตามที่เขาสั่งไว้ ‘ถ้าวันนี้มีใครมาสมัครงาน โทรมาแจ้งผมด้วยนะครับ’ แต่คำตอบกลับมาของท่านประธาน  ทำให้หล่อนถึงกับอึ้งกิมกี่ “พาเธอขึ้นมาที่ห้องผมได้เลย ผมจะสัมภาษณ์เธอเอง” ท่านประธานรู้ได้ยังไง?...ว่าจะมีคนมาสมัครงาน แถมยังรู้ซะด้วยว่าคนสมัครเป็นผู้หญิง? แต่คุณจีราพรก็ไม่ได้ถามอะไร คำสั่งก็คือคำสั่ง  และบัดนี้หล่อนได้ทำตามคำสั่งนั้นแล้ว  ถือว่าหน้าที่ของหล่อนเสร็จสมบูรณ์ ที่เหลือคือหน้าที่ของหญิงสาวตรงหน้าต้องรับมือเอง... “ก๊อกๆ” “เชิญครับ” เมื่อประตูเปิด ภาพที่ปรากฏตรงหน้าขวัญฟ้า คือ... ห้องทำงานสีฟ้าอ่อนๆจนเกือบเป็นสีขาว ผนังด้านหนึ่งติดกระจกบานใหญ่  ส่วนอีกด้านมีชุดโซฟาไว้สำหรับรับรองแขก พื้นบุด้วยพรมอย่างดีเลิศ  สีเข้มลวดลายหรูหรา ทำให้ห้องดูกว้างขวาง โอ่อ่าสมกับฐานะของ ท่านเจ้าของห้อง  เฟอร์นิเจอร์เครื่องตกแต่งทุกชิ้นดูดี มีราคาอย่างที่น่าจะ...แพงระยับ...  ซึ่งของบางชิ้นหล่อนพอจะดูออกว่าเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ไม่มีขายในเมืองไทย  แต่ที่น่าสังเกตคือของทุกชิ้นมีโทนสีร้อนแรงที่ตัดกับสีของผนังห้องอย่างน่ากลัว   ทว่าคนออกแบบกลับทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดูกลมกลืนลงตัวกับห้องแห่งนี้ได้อย่างน่าทึ่ง บ่งบอกถึงความมีรสนิยมสูงของเจ้าของห้อง   นี่เป็นห้องทำงานที่ดูเรียบง่าย  หากก็หรูหราเกินกว่าที่ขวัญฟ้าคิดมาก  ไม่น่าเชื่อ... ไม่น่าเชื่อ  ว่านี่คือห้องที่...นายปีศาจ...นั่นทำงานอยู่ กลางห้องมีโต๊ะทำงานตัวใหญ่ซึ่งขณะนี้มีแฟ้มเอกสารกองพะเนินเป็นภูเขาขนาดย่อมๆ  ด้านซ้ายเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก  และสารพัดเครื่องเขียนและเศษกระดาษที่วางระเกะระกะดูไม่เป็นระเบียบนัก หากแต่... ขวัญฟ้ากลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าของห้อง  เพราะตอนนี้เก้าอี้ท่านประธานหันหลังให้ประตูอยู่   “ท่านประธานคะ ดิฉันพา... เอ่อ...มาแล้วค่ะ” คนพูดไม่รู้จะสรรหาคำใดมาบอกว่าคนที่ตนพามาพบคือใคร ขวัญฟ้าสูดหายใจลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ไม่เข้าใจตัวเอง  จะกลัวอะไรนักหนา  หากเขาไม่รับก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่นา  ตัวหล่อนเองคงไม่ถึงกับต้องอดตายหรอกน่า... เก้าอี้ของท่านประธานค่อยๆ หันมาช้าๆ ขวัญฟ้า กลั้นหายใจตื่นเต้น แสงแดดจ้าที่สะท้อนจากหน้าต่างเบื้องหลังทำให้หล่อนมองไม่ถนัด  ภาพที่เห็นจึงคล้ายกับว่ามีรัศมีเจิดจ้าเปล่งประกายออกมาจากตัวคนที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ตัวนั้น  และเมื่อตาเริ่มปรับแสงสว่างได้... “ตุ้บ...”  เสียงกระเป๋าเอกสารที่หล่อนถือมาด้วยร่วงกระจายกับพื้น  พร้อมกับหัวใจที่ร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม นัยน์ตาสวยเบิกกว้าง ใบหน้านวลเปลี่ยนจากสีชมพูอ่อนๆเป็นสีขาวซีดแล้วค่อยกลับแดงจัด  หญิงสาวอ้าปากค้างอย่างตกตะลึงพรึงเพริศสุดชีวิต...แข้งขารู้สึกอ่อนแรงจนร่างระหงซวนเซ  แทบจะไม่สามารถพยุงตัวเองไว้ได้ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักมวยที่ถูกน็อกร่วงไปนอนนับดาว... งานเข้าแล้วไอ้ขวานฟ้า!! “นะ...นะ...นาย ”    ริมฝีปากบางพึมพำแทบไม่เป็นภาษามนุษย์ เป็นไปได้ยังไง... ทำไม...ทำไมหล่อนถึงไม่...ไม่เฉลียวใจซักนิดนะ “ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ”   ขวัญฟ้าแอบสะดุ้ง หันไปมองผู้หญิงข้างๆ ที่กำลังจะตัดช่องน้อยแต่พอตัวทิ้งหล่อนเผชิญชะตากรรมเพียงลำพังด้วยสายตาอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร   หากอีกฝ่ายกลับทำเป็นไม่รู้ซะนี่ เวรกรรม! เมื่อประตูปิดสนิทลง  บรรยากาศในห้องก็เข้าสู่ภาวะเงียบงันเหมือนป่าช้า คนบอกจะสัมภาษณ์หล่อนกลับทำเป็นไม่สนใจคนที่เขาจะสัมภาษณ์ซักนิด  ไม่แม้แต่จะเชิญหล่อนให้นั่งลงด้วยซ้ำ  จะพูดให้ถูกคือเขาแทบไม่ชายตาแลหล่อนเลยต่างหาก... ไอ้คนไร้มารยาทเอ้ย!   ขวัญฟ้านึกเข่นเขี้ยวในใจอย่างโกรธจัด พลางก้มลงเก็บเอกสารที่หลุดมือกระจายเมื่อกี้ใส่กระเป๋า มันต้องไม่ใช่ความจริงแหงๆ  โอย...นี่หล่อนฝันไปหรือไรนะ แต่เมื่อลองเอามือหยิกตัวเองแรงๆ โอ้ย! เจ็บชะมัด...ไม่ใช่ฝันนี่หว่า  แต่...อีตายามปากเสีย นั่นไม่มีทางจะเป็นคนเดียวกับ...ท่านประธานกรรมการผู้บริหาร...ตรงหน้าหล่อนเวลานี้ได้...ไม่มีทาง...แล้วภาพที่เห็นตอนนี้มันคืออะไรกันล่ะ ให้ตายเหอะ...นี่หล่อนเดินสะดุดเหยียบตอจังๆ เลย ซวยอะไรอย่างนี้ เมื่อเก็บเอกสารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย หล่อนก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้นำใบสมัครและหลักฐานอะไรให้เขาเลยซักอย่าง  จึงรวบเอกสารในมือบรรจงวางอย่างเบามือ หากชายหนุ่มตรงหน้าก็ไม่มีทีท่าว่าจะละสายตาไปจากแฟ้มเอกสารเล่มหนานั่นซักนิดแถมเมื่ออ่านเสร็จก็โยนแฟ้มนั้นทับบนเอกสารของหล่อนอีกต่างหาก ถึงหญิงสาวจะรู้ดีว่าตนกำลังถูกเขาแกล้งเมินใส่อยู่  แต่สมองน้อยๆก็พร่ำบอกกับหล่อนว่าให้อดทนต่อไป  นี่คือบททดสอบแรกเท่านั้น  อย่าให้เขาเห็นความอ่อนแอของเด็ดขาด ให้มันรู้ไปสิว่าคนอย่าง ขวัญฟ้า จะแพ้ให้กับนายปีศาจหน้าหยกนี่ เมื่อไม่ให้นั่งก็จะไม่นั่ง  เมื่อไม่ยอมพูดด้วยก็ไม่ต้องพูด  แต่จะให้หล่อนยอมแพ้เขานั้น...ไม่มีวัน ฝากไว้ก่อนเหอะ...นายปีศาจร้าย…ทีใครทีมัน รู้งี้เชื่อไอ้เชอร์รี่แต่แรกก็ดี  ไม่น่าเลยเราอยู่ดีไม่ว่าดีหาเรื่องใส่ตัว หาเหาใส่หัวตัวเองจริงๆ  เวลาผ่านไปนาน คนตรงหน้าก็ไม่มีทีท่าจะใส่ใจหล่อนซักนิด  ส่วนคนที่ยืนบนส้นสูงนานๆ ก็ชักเมื่อยขาเต็มทนแถมหิวสุดๆ   กาแฟกับขนมปังปิ้งที่รองท้องมาแต่เช้าก็ไม่รู้หายไปไหนหมด แถมหล่อนต้องนั่งรอนานๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาหารมื้อกลางวันยังไม่ตกถึงท้องเลยซักนิด  จนในที่สุด... “โครก!...อุ้ย! ขะ...ขอโทษค่ะ” เสียงท้องร้องดังสนั่นของขวัญฟ้า เหมือนสัญญาณเตือนชายหนุ่มว่ายังมีใครอยู่ด้วยอีกคน ระพีวิชญ์ เงยหน้าจากแฟ้มเอกสาร  ตวัดหางตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้า  ที่ตอนนี้หน้าแดงด้วยความอับอายเป็นที่สุด 
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม