ตอนที่3 : ว่าที่คู่หมั้น

1449 คำ
Mabel Part @Italian Restaurant “สวัสดีครับเมเบล” “สวัสดีค่ะ” เสียงทุ้มต่ำดังมาจากด้านหน้าของฉันที่นั่งอยู่ในร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดัง ฉันกล่าวทักทายกลับตามมารยาทพรางเชื้อเชิญให้ผู้ชายตรงหน้านั่งร่วมโต๊ะด้วย “ฉันชื่อไทม์นะ เป็นว่าที่คู่หมั้นของเธอ” “ไม่ทราบว่าฉันไปเป็นว่าที่คู่หมั้นของนายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” ฉันชักสีหน้าพรางตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ที่ฉันยอมมาเจอเขาที่นี่นั่นก็เป็นเพราะโดนป๊าบังคับให้มาเท่านั้นเอง “พูดแบบนี้ฉันเสียใจแย่เลยนะสิ ก็ครอบครัวพวกเราอยากให้เธอกับฉันหมั้นหมายกันนี่นา” “นายก็ปฏิเสธไปซะสิ ในเมื่อเราไม่ได้รักกันแล้วนายจะยอมให้ผู้ใหญ่คลุมถุงชนรึไง” “เธอพูดเหมือนว่าพวกเราขัดใจพวกผู้ใหญ่ได้งั้นแหละ แต่ถึงต่อให้ทำได้ฉันก็ไม่ทำหรอก” ผู้ชายหน้าหล่อที่ชื่อไทม์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย้าหยอกพรางยกยิ้มกว้างอย่างเลศนัย “นายหมายความว่ายังไง?” ฉันเอ่ยถามไทม์อย่างสงสัยและไม่เข้าใจในสิ่งที่เขากำลังสื่อ หมอนี่พูดราวกับว่าตัวเองเต็มใจที่จะหมั้นกับฉันยังไงยังงั้น “ก็เธอสวยแถมยังมีเสน่ห์ เพราะงั้นมันก็ไม่มีเหตุผลที่ฉันควรปฏิเสธการหมั้นเลย” “แต่ถ้าผู้หญิงเขาไม่เต็มใจ มึงก็ควรพิจารณาตัวเองนะครับ” เสียงทุ้มใหญ่อันคุ้นเคยของวาริทดังขึ้นจากด้านหลังอย่างน่าประหลาดใจ "วาริท?!" ฉันพูดออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นวาริทมาปรากฏตัวต่อหน้าก่อนที่เดินมานั่งข้างๆพรางยื่นแขนมาสวมกอดที่ไหล่ฉันไว้แน่น “นายคือใคร?” “เพื่อนสนิทยัยนี่ไง” “งั้นก็ไม่ควรยุ่งนะครับ มันไม่ใช่เรื่องที่เพื่อนจะมาเสือกได้” “หึ แล้วถ้ากูเป็นมากกว่าเพื่อน มึงจะหยุดยุ่งกับยัยนี่ป่ะ” ผู้ชายทั้งสองพูดจาตอบโต้กันอย่างไม่มีใครยอมใครราวกับพร้อมที่จะต่อยกันได้ทุกเมื่อ ทั้งสองจ้องกันตาเขม็งจนฉันเองสัมผัสได้ถึงความกระอักกระอ่วนจนอยากจะหนีไปให้พ้นจากตรงนี้ “มึงรู้ได้ไงว่ากูอยู่ที่นี่” ฉันกระซิบถามวาริทอย่างสงสัย ทั้งที่บอกว่าตัวเองจะไม่ยุ่งแต่กลับโผล่มาที่นี่ซะได้ “มีอะไรบ้างที่กูไม่รู้เกี่ยวกับตัวมึงอ่ะ” “ชิ ไหนบอกว่าเรื่องครอบครัวคนนอกไม่ยุ่งไง” ฉันพูดเชิงประชดประชันใส่วาริทอย่างน้อยใจที่เมื่อวานมันทิ้งฉันไว้ให้เผชิญหน้ากับป๊าเพียงคนเดียว “หึ แล้วคนนอกที่ไหนเขาเอากันว่ะ” วาริทโน้มหน้ามากระซิบที่ข้างหูฉันด้วยน้ำเสียงชวนจั๊กจี้ ใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงเผยออกมาให้เห็นอย่างน่าอาย "หุบปากนะวาริท!" ฉันตวาดใส่วาริทอย่างหงุดหงิดแต่มันกลับยิ้มยียวนใส่อย่างกวนโอ๊ย “ฉันว่านายควรออกไปจากตรงนี้จะดีกว่านะ ตอนนี้มันเป็นเวลาของว่าที่คู่หมั้นเขาจะทำความรู้จักกัน” ไทม์เอ่ยเสียงแข็งใส่วาริทอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก แต่ในทางกลับกันวาริทกลับยิ้มเยาะใส่อย่างไม่เป็นเดือดเป็นร้อน “กู ไม่ ไป” วาริทตอบโต้กลับอย่างไม่เกรงกลัว ความอึดอัดมันเริ่มทวีคูณขึ้นอีกครั้งเมื่อทุกคนภายในร้านเริ่มซุบซิบนินทาพวกเราทั้งสามคน ฉันปลีกตัวออกมาจากร้านอย่างไม่สนใจผู้ชายทั้งสองคน สถานการณ์ตึงเครียดแบบนั้นมันทำให้ฉันอยากแทรกแผ่นดินหนี คนนึงก็ว่าที่คู่หมั้นอีกคนก็เพื่อนสนิทที่พึ่งไปเอากันมา ทำไมชีวิตฉันต้องมาพบเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ “เม เมเบล! กูเรียกไม่ได้ยินรึไง!” วาริทตะโกนเรียกชื่อฉันอย่างไม่ขาดสายพรางวิ่งร่าตามออกมาจากร้านอาหาร “มึงจะตามกูมาทำไม ทีตอนกูขอให้ช่วยทำไมไม่ช่วย” “ก็มาช่วยแล้วนี่ไง” “ไม่จำเป็น!” ฉันตวาดใส่วาริทอย่างน้อยใจ มันมักจะเป็นแบบนี้อยู่เสมอ ชอบทิ้งให้ฉันเผชิญปัญหาคนเดียวอยู่เรื่อย แล้วไหนจะความสัมพันธ์แบบFWBงี่เง่านั่นอีกทุกอย่างมันฟังดูไร้สาระสิ้นดี แต่ฉันก็ไม่โทษมันคนเดียวหรอกเพราะฉันเองก็ผิดเต็มๆ ที่อยากจะพิสูจน์ทฤษฎีบ้าบออะไรนั่นจนเอาศักดิ์ศรีตัวเองไปเข้าแลกแบบนั้น “มึงโกรธอะไรกูนักหนาว่ะ หรือเป็นเพราะเรื่องเมื่อคืนก่อน” ฉันสะอึกเล็กน้อยกับคำถามของวาริท สีหน้าไร้อารมณ์ราวกับเป็นเรื่องปกติสำหรับวาริทยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเคืองใจ “กูไม่ได้โกรธแต่กูแค่โมโหที่มึงไม่ช่วยกูคุยกับป๊า ทั้งๆ ที่เราพึ่งเอากันมาแต่มึงกลับยอมให้กูไปดูตัวกับผู้ชายคนอื่นนี่นะ” “มึงครับ ที่เราทำอยู่คือเพื่อนนอนนะครับไม่ใช่ผัวเมีย” ความรู้สึกเหมือนโดนฟาดเข้าที่กลางหน้า ทุกคำพูดที่เปล่งออกมาจากปากของวาริทยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเจ็บใจ แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่วาริทพูดออกมาถูกทุกอย่าง “งั้นมึงก็กลับไปเถอะ กูไม่มีอะไรจะคุยกับมึง” ถ้าจะโกรธจะเกลียดฉันก็คงต้องโกรธเกลียดตัวเองแล้วล่ะที่โง่เอง... Mabel Part Ended Warit Part ผมได้แต่ยืนอ้ำอึ้งมองเมเบลเดินจากไปอย่างทำตัวไม่ถูก ผมไม่เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้เลยจริงๆ ว่าตัวเองไปทำอะไรให้มันต้องโกรธขนาดนั้น คำพูดที่ดูเหินห่างยิ่งทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจ ถ้าเป็นเพราะเรื่องเมื่อคืนก่อนเราก็ยินยอมด้วยกันทั้งสองฝ่าย ผมไม่ได้บังคับขืนใจให้มันมาเอากับผมสักหน่อย และถึงแม้ว่าผมจะไม่เคยพูดหรือแสดงออกมาให้เมเบลได้รับรู้แต่ผมก็โคตรแคร์ความรู้สึกเมเบลเลยนะ ผู้หญิงที่ชอบทำตัวห่ามแต่ความจริงอ่อนแอซะไม่มีเป็นแบบนี้จะไม่ให้ผมห่วงมันได้ไง “เมเบล มึงเลิกเดินหนีกูจะได้มั้ยว่ะ” ผมจับแขนเมเบลไว้แน่นเพื่อไม่ให้หนีไปไหนได้อีก ผมโคตรไม่ชอบความรู้สึกที่มันน่าอึดอัดแบบนี้มันทำให้ผมพรางทำตัวไม่ถูก “ปล่อยนะ จะมายุ่งทำไมว่ะ!” เมเบลยังคงตวาดเสียงแข็งใส่ผมอย่างไม่ใยดี ยิ่งมันทำแบบนี้ผมก็ยิ่งรู้สึกเดือดดลอยู่ในใจ “กูไม่ปล่อย แล้วถ้ามึงคิดจะหนีอีกก็อย่าหาว่ากูไม่เตือน” “ปล่อย!” อุ๊ป! ม๊วฟ~ ผมกระชากเมเบลเข้ามาแล้วประกบริมฝีปากจูบอย่างดุเดือด ผมยัดเยียดรสจูบอันเผ็ดร้อนให้โดยที่อีกฝ่ายไม่เต็มใจ เมเบลพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการแต่ยิ่งเธอดิ้นผมก็ยิ่งกอดเธอไว้แน่น “อื้อ อ่อยอู…” เสียงเมเบลเล็ดลอดออกมาอย่างไม่เป็นคำ “จะเลิกหนีได้รึยัง?” “คนตั้งเยอะแยะมึงทำบ้าอะไรเนี่ยวาริท!” เมเบลบ่นพึมพำพรางทำหน้ามุ่ยใส่ผมอย่างไม่พอใจ เวลาเมเบลไม่พอใจมันมักจะทำหน้ามุ่ยแบบนี้อยู่เสมอ เมื่อตอนเด็กๆ เวลาเมเบลโดนผมแกล้งมันมักจะทำหน้ามุ่ยไปฟ้องเฮียวายุตลอดเลย แก้มตุ่ยๆ กับคิ้วที่ขมวดปมของเมเบลทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัว “ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้มึงดื้อกับกูเอง” “ไอคนนิสัยไม่ดี!” “ขอบคุณที่ชม ฮ่าๆๆ” ผมยื่นมือไปยีหัวเมเบลอย่างหมั่นเขี้ยว แค่เห็นว่ามันหายโกรธผมก็รู้สึกโล่งใจมากแล้ว “ไม่ต้องมาขำเลย กูยังงอนอยู่” “ขอโทษครับ วันนี้ก็มาช่วยแล้วไงหายงอนได้แล้วแต่ถ้าง้อแล้วยังไม่หายเดี๋ยวกูพาไปขึ้นสวรรค์แทนก็ได้นะ” “สมองมึงคิดแต่เรื่องเน้ดอย่างเดียวเลยสินะ” “ก็กูติดใจมึงไงครับเพื่อน” “ถ้ามึงหิวมากขนาดนั้นก็ไปล่อเหยื่อที่อื่นค่ะ กูไม่มีวันหลงกลมึงอย่างแน่นอน” “ลองพิสูจน์ดูมั้ยละ…” ผมโน้นหน้าไปกระซิบที่ข้างหูของเมเบลอย่างเบาบาง แก้มของเมเบลเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงทีละนิด ลมหายใจเข้าออกที่ไม่เป็นจังหวะมันแสดงชัดถึงความประหม่าของเมเบล แต่ต่อให้เมเบลจะใจแข็งแค่ไหนแต่สุดท้ายมันก็ไม่มีวันชนะผมอยู่ดี... Warit Part Ended
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม