ตอนที่ ๑๐

1877 คำ
สมิงร้ายชะงักการดื่มกินเลือดของมนุษย์สาวมันเงยหน้าขึ้นมามองผู้ที่ร้องห้ามด้วยสายตาหงุดหงิด ดวงตาสีอำพันเข้มเริ่มกลายเป็นสีแดงฉานเนื่องจากได้ดื่มเลือดของบุคคลพิเศษในตำนาน ร่างกายเริ่มรู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มมากขึ้นพร้อมกับรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่างกายโดยเฉพาะบริเวณหน้าผากที่รู้สึกเป็นพิเศษ ปากอ้ากว้างเผยให้เห็นเขี้ยวคมที่เปื้อนไปด้วยเลือด สมิงหนุ่มขู่คำรามในลำคอเพื่อเป็นการบอกว่าตนเองไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดขวาง “ท่านมาขวางอีกทำไม!” ไอยศูรย์ที่กลับคืนร่างมนุษย์ตวาดลั่นยืนจังก้าต่อว่าคนสำคัญของเผ่าอย่างไร้ความเกรงกลัว นับว่าเป็นครั้งที่สองแล้วที่ถูกนางสมิงห้ามกลางคัน อยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อระบายอารมณ์แต่ไม่สามารถทำได้เพราะอีกฝ่ายถอดจิตมา นางสมิงไม่ได้ตอบแต่สาวเท้าไปหาร่างเล็กที่ลำคออาบไปด้วยเลือดดูน่ากลัว อืม กลิ่นจางลงไปมากแล้ว หากถึงวันเดือนดับก็คงไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมาก ศิราวตรีย่อกายลงไปใกล้ร่างไร้สติอังมือเหนือศีรษะเล็กก่อนที่จะส่งพลังเข้าไปรักษาอาการบาดเจ็บภายในเบื้องต้นเลือดที่ไหลออกจากบาดแผลหยุดไหลเป็นที่เรียบร้อย ส่วนบาดแผลภายนอกนั้นนางยังไม่สามารถลงมือรักษาหญิงสาวผู้นี้ได้จนกว่าจะถึงเผ่า ดีเหลือเกินที่นางเห็นภาพนิมิตล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุจึงมาได้ทันเวลามิเช่นนั้นชะตาคงจะเปลี่ยนไปอีกเป็นแน่ “เจ้าฆ่านางไม่ได้” “ทำไม?” สมิงหนุ่มถามอย่างไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายบอกว่ามนุษย์จะช่วยให้พลังอำนาจของตนเพิ่มมากขึ้น หากไม่กินเลือดเนื้อของคนผู้นี้จะให้ทำเช่นไร? “เพราะนางคือคู่พันธะของเจ้า” “ท่านอย่าได้เอ่ยวาจาไร้สาระ!” ดวงตาสีแดงทอประกายวาวโรจน์เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยว่ามนุษย์อ่อนแอคือคู่พันธะของตน เป็นไปไม่ได้ในเมื่อคู่พันธะของตนคือดารกา “ใช่ไม่ใช่เจ้าก็ดูที่ใบหน้านางเอาเถิด” ศิราวตรีบอกด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ดวงตาดุดันเกรี้ยวกราดมองไปยังร่างที่นอนแน่นิ่งตามที่อีกฝ่ายบอก มือเอื้อมไปปัดผมที่ปรกหน้าเล็กออกลวกๆ คิ้วหนาขมวดแน่นริมฝีปากกัดฟันกรอดเมื่อเห็นว่าบนหน้าผากมนมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ปานแดงรูปพระอาทิตย์ได้ปรากฏขึ้น สมิงหนุ่มกุมหน้าผากของตนเมื่อครู่ที่รู้สึกร้อนที่ตรงนี้คงไม่ใช่ว่า… ใบหน้าคมเข้มหันไปมองสมิงเฒ่า ผู้หยั่งรู้ของเผ่าพยักหน้า “อย่างที่เจ้าคิด” ดวงตาดุดันสีแดงไม่มีท่าทีว่าจะเปลี่ยนเป็นสีดังเดิมทอประกายเกรี้ยวกราดก่อนจะประกาศด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “ข้าไม่ยอมรับ!” “แล้วเจ้าจะทำเช่นไรล่ะ” “ข้าจะฆ่านางทิ้ง” คนที่เป็นคู่พันธะที่ตนมีเพียงดารกาเท่านั้น “ก็เอาสิ หากเจ้าต้องการแบบนั้นก็ตามใจ” ศิราวตรีเอ่ยอย่างเย็นชา “ฆ่านางทิ้งพันธะเจ้าก็จะหายไปกลายเป็นสมิงอ่อนแอเช่นเดิม” “…” “ลงมือซะสิ ทิ้งไว้ก็รังแต่จะทำให้กลิ่นของนางกระจายล่อสมิงตนอื่นให้คลุ้มคลั่ง” ไม่เพียงไม่ห้ามแต่ยังยุให้สมิงหนุ่มลงมือ ไอยศูรย์ขบกรามดังกรอดกับความเป็นจริงตรงหน้าที่ไม่อยากจะยอมรับ มองใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือดอย่างไม่พอใจยิ่งเห็นปานแดงตรงกลางหน้าผากขาวก็ยิ่งสบถบอกมาเสียงดังด้วยความขุ่นมัว นานนับนาทีกว่าร่างสูงจะตัดสินใจ “กลับเผ่า” เอ่ยสั่งเพียงสั้นๆ ก่อนที่จะกลับคืนสู่ร่างสมิงดำตัวใหญ่แล้วกระโจนนำหน้าไปก่อนอย่างไม่รอผู้ใด ทิ้งให้บริวารทั้งสองที่ยืนรับรู้เหตุการณ์เมื่อครู่ทำตัวไม่ถูกอยู่เพียงสองคนกับอีกหนึ่งดวงจิตของผู้อาวุโสของเผ่า “เอ่อ…แล้วจะให้พวกข้าทำอย่างไรกับมนุษย์ผู้นี้ดีขอรับท่านศิราวตรี” ชนายุที่คืนสู่ร่างมนุษย์เป็นฝ่ายเอ่ยถามหลังจากได้สติมาสักพักพร้อมมองไปยังร่างที่นอนไร้สติตัวเปียกโชก ก่อนหน้านี้พวกตนเดินมาเกือบใกล้จะถึงปากทางเข้าป่า ท่ามกลางลมฝนที่กำลังโรยรินกลิ่นหอมบางอย่างกลับลอยเข้ามาในจมูกหลังจากนั้นก็รู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมตนได้กลายร่างกลับคืนสู่ร่างสมิงแล้วมุ่งหน้าวิ่งตามกลิ่นมาจนกระทั่งถึงบ้านหลังนี้ เมื่อหาต้นตอของกลิ่นเจอตนก็พุ่งเข้าใส่อย่างขาดสติรับรู้เพียงแค่ว่ากลิ่นนั้นมันหอมรู้สึกกระหายอยากเหลือเกิน จนกระทั่งได้สติเมื่อท่านไอยศูรย์ในร่างสมิงจัดการตบเรียกสติใช้อำนาจผู้นำกำราบถึงได้สติกลับคืนมาแล้วจึงรับรู้ว่าคนที่เป็นต้นตอของกลิ่นคือคนที่พวกตนตามหามานาน แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคืออีกฝ่ายกลายเป็นคู่พันธะของผู้นำของพวกตน คนถูกถามถอนหายใจหนักหน่วง “พวกเจ้าสองคนอุ้มนางกลับเผ่า” “จะไม่เป็นอันใดหรือขอรับ นางเอ่อ..ค่อนข้างบาดเจ็บหนัก” วรัชญ์เป็นฝ่ายเอ่ยบ้าง สภาพร่างของหญิงสาวชาวมนุษย์นั้นอาบไปด้วยเลือดอีกทั้งเปียกปอนเช่นนี้ ว่ากันว่ามนุษย์นั้นร่างกายอ่อนแอเจ็บป่วยนิดๆ หน่อยๆ ก็ตายอายุขัยก็แสนสั้นดูรวมๆ แล้วไม่น่าจะมีชีวิตรอด สมิงเฒ่าส่ายหน้า “ข้าได้ใช้พลังรักษายื้อชีวิตนางไว้แล้วระหว่างนี้ก็ฝากพวกเจ้าสองคนหาสมุนไพรรักษาบาดแผลไปพลางๆ ก่อน” ตนถอดจิตมาทำอะไรได้ไม่มากนักคงได้แต่ฝากให้สมิงรับใช้สองนายนี้ดูแล ในป่ามีสมุนไพรที่ใช้ได้มากมายจึงหายห่วง “แต่กลิ่นของนาง..” “ไม่เป็นอันใด เจ้าลองสูดกลิ่นดูสิ” ศิราวตรีเข้าใจในสิ่งที่สมิงหนุ่มนามวรัชญ์จะสื่อคงกลัวว่าหากได้กลิ่นอีกจะทำให้คลุ้มคลั่ง สองสมิงมองหน้ากันก่อนจะลองสูดกลิ่นของมนุษย์ตรงหน้าดู กลิ่นหอมที่พวกตนได้กลิ่นจนเกิดอาการขาดสติได้หายไปราวกับไม่เคยมีแถมยังรู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างจากตัวหญิงสาวชาวมนุษย์อีกด้วย ทั้งสองงุนงงเป็นอย่างมากหันไปมองสมิงเฒ่าผู้มากฤทธิ์อย่างขอคำตอบ ศิราวตรียิ้มบางๆ “นางผูกพันธะกับไอยศูรย์แล้ว กลิ่นของคนที่เกิดวันเดือนดับที่ติดตัวนางจะไม่ทำให้สมิงตนใดคลุ้มคลั่งอีกต่อไป” เพราะจะสัมผัสได้ถึงอำนาจของคนเป็นผู้นำในตัวของหญิงสาวทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าทำอันตรายใดๆ ชนายุและวรัชญ์พยักหน้าเมื่อเข้าใจ นางสมิงที่เห็นดังนั้นก็เบาใจไปส่วนหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าที่ฝนหยุดตกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สั่งการสองสมิงรับใช้ของไอยศูรย์ครู่หนึ่งเกี่ยวกับเรื่องการดูแลร่างบางที่หนึ่งในนั้นเป็นฝ่ายอาสาอุ้มร่างมนุษย์สาวขึ้นมาเพื่อที่นำตัวออกเดินทางกลับเผ่าอีกทั้งยังต้องรีบไล่ตามคนเป็นนายให้ทัน “พวกเจ้ารีบไปเถิดไอยศูรย์คงล่วงหน้าไปไกลแล้ว” ศิราวตรีมองไปยังทางที่ร่างสมิงสีดำพุ่งกระโจนไปก่อนหน้า แล้วหันมาพูดกับสมิงหนุ่มทั้งสอง “แล้วพบกันที่เผ่า” “ขอรับ/ขอรับ” ทั้งสองพยักหน้าแล้วบอกลาผู้อาวุโสแล้วรีบตามไอยศูรย์ไป สมิงเฒ่ามองสองสมิงที่หายไปจนลับสายตาก่อนจะกลับมามองสภาพบ้านเรือนที่พังเละเทะ ดวงวิญญาณร้ายทั้งหลายได้หายไปแล้วหลังจากการปรากฏตัวของอมนุษย์ที่มีฤทธิ์อำนาจมากกว่าอย่างสมิงเช่นพวกตน ดวงจิตศิราวตรีเดินเข้าไปกันร่างของชายชราบาดเจ็บหนักจนหมดสติไปเพราะถูกเหล่าผีร้ายรุมทำร้ายเนื่องจากอีกฝ่ายปกป้องในสิ่งที่พวกมันต้องการอย่างร่างกายของคนที่ละสังขารไปก่อนหน้าและเพราะทนพลังอำนาจของสมิงดำตัวใหญ่ไม่ไหว มือเหี่ยวย่นยื่นไปตรงหน้าก่อนจะส่งพลังเข้าไปทำให้ชายชราฟื้นคืนสติขึ้นมาเล็กน้อย ถึงจะใช้พลังรักษาตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วอีกไม่นานก็คงตามจอมขมังเวทย์อีกคนไป ดวงตาฝ้าฟางลืมตาขึ้นมาด้วยความยากลำบากกะพริบตาสองสามครั้งก่อนจะเห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าตน “ราตรี” เสียงแหบแห้งเรียกชื่อ นางสมิงยิ้ม “ตายอด” “เออ ข้ายังไม่..แคก ๆ ..ตายหรอก” ชายชราไอแคก ๆ กระอักลิ่มเลือดออกมาเล็กน้อย ยอดมองซ้ายขวาเมื่อเห็นว่าทุกอย่างกลับมาเป็นปกติแล้วแต่ไม่เห็นหลานสาวก็ร้อนรนรีบถามทันที “นังแขล่ะ หลานสาวข้าหายไหน! …สมิง ใช่! มีสมิงลายพาดกลอนสองตนกระโจนใส่หลานข้าแถมยังมีสมิงสีดำตัวใหญ่อีกด้วย!” คนที่พึ่งเรียบเรียงเหตุกาณ์ก่อนที่ตนจะสลบไปได้พูดออกมาเสียงดัง ไม่ใช่ว่านังแขมันถูกกินแล้วเหรอ! “ใจเย็นๆ นะ หลานสาวเจ้าไม่เป็นอะไรหรอก” ศิราวตรีพยายามจะระงับอาการตื่นตระหนกของจอมขมังเวทย์ตรงหน้าและค่อยๆ บอกความจริงให้ได้รับรู้ “จำที่ข้าบอกได้หรือไม่?” “เรื่องไหน?” อีกคนบอกตนหลายเรื่องเหลือเกิน จะไปรู้ได้ยังไงว่าอีกฝ่ายหมายถึงเรื่องไหน “หากนางอายุครบยี่สิบปีจะปรากฏคนที่จะสามารถคุ้มครองนางไปตลอดชีวิต” ชายชราจำได้แต่ว่า “แต่มันยังไม่อายุไม่ถึง” อีกตั้งหลายวันถึงจะถึงวันเกิดเดือนแขมัน ศิราวตรีได้ยินที่อีกคนแย้งก็ถอนหายใจ “ดวงชะตาคนเราเปลี่ยนแปลงได้เสมอ” “…” “เวลานี้ผู้ที่จะคุ้มครองนางได้ปรากฏขึ้นแล้ว หลานสาวเจ้าอยู่กับเขา” “ไหน? ใครกัน?” คิ้วสีดอกเลาขมวดเป็นปม “เจ้าได้เจอเขาแล้วเมื่อครู่” “ตอนไหนกัน ข้ายังไม่เจอไอ้หนุ่มที่ไหน เมื่อกี้มีแต่ภูตผีวิญญาณแล้วก็สมิง” ยอดมองหน้าอีกฝ่ายอย่างฉงนแต่เมื่อได้สบตาที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างก็ต้องชะงัก คิดวิเคราะห์ครู่หนึ่งก่อนจะตาเบิกโพลง ไม่ใช่ว่า!!! ศิราวตรีพยักหน้าเป็นคำตอบก่อนจะเอ่ยย้ำเพื่อให้เข้าใจตรงกันจริงๆ แต่ก็ไม่ได้บอกทั้งหมด “หนึ่งในสมิงสามตนนั่นคือคู่ของนาง” ศิราวตรีเอ่ยบอกเพียงเท่านั้นไม่กล้าบอกความจริงที่ว่าคู่ของหลานสาวอีกฝ่ายคือสมิงที่ร้ายกาจที่สุดในเผ่าอย่างไอยศูรย์
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม