Episode 3 : ป๊ะป๋าไต้ฝุ่น

1921 คำ
สายลมช่วยหม่าม้าขายของต่ออีกสัปดาห์ก็ได้ทิปจากลูกค้ามาเยอะพอสมควร เด็กน้อยแบ่งส่วนหนึ่งให้มารดานำไปลงทุนต่อยอดขายของ อีกส่วนก็นำมาหยอดกระปุกออมสินเก็บไว้เป็นค่ารถในการเดินทาง โชคดีอยู่บ้างที่พวกเขาอยู่ใกล้กับศูนย์บริการรถไฟฟ้า ซึ่งประหยัดค่าเดินทางได้มากกว่ารถรับจ้างสาธารณะทั่วไป ใช้เวลาออดอ้อนคนเป็นแม่อยู่หลายวันกว่าจะยอมปล่อยให้เขาออกไปข้างนอกกับคุณตาตามลำพังได้ โดยอ้างว่าจะไปตรวจสุขภาพประจำปี แท้จริงแล้วตั้งใจจะไปดักรอบิดาหน้ากองถ่ายต่างหาก เขารู้มาว่าวันพรุ่งนี้ปะป๋าจะมีถ่ายทำละครเรื่องใหม่ หากโชคดีอีกฝ่ายอาจเดินเข้ากองถ่ายทางประตูหน้าคงพอได้เห็น ที่จริงตรงนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยว สายลมดูมาแล้วพบว่าสามารถจ่ายเงินเข้าไปเดินชมข้างในได้ ซ้ำยังสามารถมองเห็นศิลปินดาราได้ด้วยในช่วงพักกอง ส่วนถ้าถามว่าทำไมเขากับคุณตาไม่เข้าไปก็เพราะไม่มีเงินน่ะสิ ค่าเข้าก็ปาไปหลายพันบาทต่อคนแล้ว ด้วยกำลังในตอนนี้... จ่ายไม่ไหวหรอก “พรุ่งนี้พ่อไม่ให้พายหยุดร้านไปด้วยแน่นะครับ ไหนจะเอาตัวแสบไปด้วยอีก” พระพายยังคงกังวลไม่เปลี่ยน ตาวัตรของเขาน่ะแก่มากแล้ว ไปคนเดียวก็ห่วง ยิ่งพาเจ้าตัวแสบไปด้วยยิ่งห่วงหนักกว่าเดิม เขารู้ว่าสายลมฉลาดและอาการดีขึ้นมาก แต่เด็กก็ยังเป็นแค่เด็กไม่ใช่หรืออย่างไร “ไปได้น่า พายอยู่ขายของเถอะ ใกล้ถึงวันจ่ายค่าเช่าบ้านแล้ว” “ก็ได้ครับ งั้นถ้ามีอะไรต้องรีบโทรหาพายนะ” ตาวัตรโบกมือส่ง ๆ เชิงบอกว่าไม่เป็นไร เขากลัวพูดมากกว่านี้แล้วจะทำความลับขั้นสุดยอดของเม่นน้อยแตก ขืนเป็นแบบนั้นเม่นน้อยคงผิดหวังในตัวคุณตาผู้เก่งที่สดในโลกอย่างเขา หลานก็แค่อยากเจอหน้าพ่อ รอให้พระพายพาไป อีกฝ่ายก็คงไม่กล้าก้าวข้ามกำแพงความกลัว หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรคงต้องให้เม่นน้อยช่วยนำทางแล้วล่ะ ครั้นแสงอรุณรุ่งมาถึงสายลมก็ตื่นแต่เช้าตรู่ไปอาบน้ำแต่งตัว เห็นว่าหม่าม้าพระพายออกไปขายของแล้ว ก็เดินไปยกกระปุกออมสินของตนเองออกมานับเงินที่มีอยู่ คุณตาบอกว่าค่ารถไฟฟ้าขาไปและขากลับน่าจะประมาณเก้าสิบบาท และค่าวินมอเตอร์ไซค์อีกสามสิบบาท เท่ากับหนึ่งร้อยยี่สิบบาท “อ๊า ยังดีที่เหลือเงินกินหนม” สายลมยกยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ มือเล็กป้อมกำเงินขึ้นมาใส่กระเป๋ารูดซิปปิดอย่างรอบคอบ เกิดทำหายขึ้นมาคงไม่มีเงินค่ารถไปหาปะป๋า ขอแค่ได้เห็นหน้าก็ยังดี เขาต้องการเพียงเท่านั้นจริง ๆ ถามว่าอยากคุยไหม อยากสิ อยากทักทาย อยากกอด แต่เขาไม่มีเงิน และปะป๋าก็เป็นดาราดังด้วย การจะเข้าถึงตัวได้ไม่รู้ต้องใช้เงินเท่าไร การเดินทางของหนึ่งตาหนึ่งหลานเริ่มต้นขึ้นในเวลาเก้าโมงเช้า ช่วงเวลาที่มนุษย์เงินเดือนไปทำงานกันหมดแล้วทำให้รถไฟฟ้าค่อนข้างโล่งโจ้ง สะดวกสบายดีไม่เบียดกัน สายลมยังคงแต่งตัวด้วยชุดเม่นตัวเก่ง มันเริ่มคับแน่นมากแล้วแต่ก็ยังคงชอบใส่ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมันเป็นเสื้อผ้าที่ดูดีที่สุดเท่าที่จะหาได้แล้วล่ะ มาถึงสถานที่ถ่ายทำ เห็นบรรดาหนุ่มสาวมากหน้าหลายตายืนถือป้ายชื่อไต้ฝุ่นรออยู่ข้างหน้าเกือบสิบคนก็มั่นใจแล้วว่าตนเองมาถูก ตาวัตรไม่ได้พาสายลมเข้าเบียดกับคนอื่นแต่เลือกที่จะหลบไปหาที่นั่งรออยู่ในร่มแทน เดี๋ยวปะป๋าของสายลมมาแฟนคลับก็คงพากันกรี๊ดส่งสัญญาณเองแหละ “คุณตาคับ ปะป๋าจะจำเยาได้ไหม” แววตาเศร้าสร้อยของเด็กน้อยทำให้คนแก่อย่างเขารู้สึกสะท้อนในใจอย่างไม่อาจห้าม ดูไปแล้วสายลมมีบางส่วนคล้ายไต้ฝุ่นอยู่ไม่น้อย แต่โครงหน้าส่วนใหญ่ยังเหมือนพระพายมากกว่าอยู่ดี สายลมเหมือนพระพายในวัยเด็กมาก หากไต้ฝุ่นมีเวลาสังเกตก็อาจจะตงิดใจ แต่โลกนี้มีคนนับล้านนับพัน จะหน้าเหมือนกันไปบ้างแล้วมันแปลกตรงไหน ขึ้นอยู่ที่โชคชะตาแล้วล่ะสายลมเอ๊ย… กรี๊ดดดดดดดด! เสียงกรี๊ดกร๊าดดังมาจากกลุ่มแฟนคลับบ่งบอกว่ารถของศิลปินที่รออยู่มาถึงหน้ากองถ่ายแล้ว ตาวัตรกำลังจะพาหลานชายตัวน้อยลุกขึ้นไปดู ทว่ากลับมีใครบางคนเข้ามาขัดจังหวะในช่วงเวลาสำคัญเสียอย่างนั้น “คุณลุงคะ ๆ” หญิงสาวคนหนึ่งในชุดทีมงานพร้อมทั้งป้ายห้อยคอที่บ่งบอกว่าตนเองเป็นสตาฟดังขึ้น เรียกความสนใจจากชายชราจนสายลมก็พลอยหยุดชะงักไปด้วย ในขณะที่หญิงสาวเอาแต่หอบหายใจ ดวงตากลมใสกลับเหลือมองรถของทีมงานเคลื่อนตัวเข้าไปข้างในด้วยแววตาสั่นระริก เขาได้เห็นแค่มือของปะป๋าเอง… สาวรุ่นลูกหายใจเข้าออกช้า ๆ เพราะวิ่งมาอย่างเหนื่อยหอบ เมื่อครู่เกิดปัญหาใหญ่ระดับโลกขึ้นในกองถ่ายคือนักแสดงเด็กเกิดถอนตัวกลางคันเพราะป่วยเป็นโรคมือเท้าปากที่ต้องใช้เวลารักษา ร้องให้ทีมงานอย่างเธอต้องหลบออกมาโทรหาเอเจนซี ผู้จัดการดาราทุกคนที่รู้จักเพื่อหาเด็กคนอื่นมาทดแทนแต่กลับไม่มีเลย ไม่มีเลย! แม้แต่คนเดียว! จะให้เลื่อนการถ่ายทำออกไปก็อาจจะซวยกันทั้งกองได้ ว่ากันว่าผู้กำกับคนนี้ค่อนข้างเคร่งในระเบียบวินัย จอมเผด็จการ ซ้ำคุณไต้ฝุ่นผู้เป็นนักแสดงนำคิวหนึ่งก็มาแล้ว ขืนไม่หาคนไปแทนมีหวังโดนหักค่าจ้างกันทั้งกองถ่าย เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เหลือบมาเห็นเด็กน้อยคนหนึ่งนั่งเล่นอยู่กับคุณตาหรืออาจจะเป็นคุณพ่อของเด็ก หน้าตาดูน่ารักน่าชัง ถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่จะดูเก่าเก็บแต่ก็ดูสะอาดสะอ้านดี เธอลอบสังเกตมาสักพักยิ่งมองยิ่งถูกใจเด็กคนนี้ ตรงคาแรกเตอร์ยิ่งกว่านักแสดงคนก่อนที่เลือกไว้เสียอีก “มีอะไรหนู” ตาวัตรบีบมือของหลานชายเบา ๆ รู้ว่าทำให้เจ้าตัวพลาดโอกาสสำคัญก็พลอยรู้สึกผิดไปด้วย เห็นทีคงต้องพาหลานรออยู่ที่นี่จนกว่าจะเลิกกอง อย่างน้อยก็ขอให้สายลมได้เห็นหน้าพ่อเสียก่อน “คือหนูเป็นทีมงานของกองถ่ายเลือดล้างเลือดซึ่งมีคุณไต้ฝุ่นรับบทนักแสดงนำนะคะ คุณลุงรู้จักใช่ไหม” คิ้วเล็กขมวดมุ่นขณะฟังบทสนทนาของพวกผู้ใหญ่ ที่จริงสายลมไม่รู้หรอกว่าเธอเข้ามาทักพวกเขาทำไม กระทั่งรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของหญิงสาวเด็กน้อยถึงได้เบิกตากว้างขึ้น มือน้อยสะกิดคุณตายิก ๆ ให้รีบตอบตกลง ขอแค่เขาเข้าไปข้างในก็จะได้เจอกับป๊ะป๋า “คือแบบนี้ค่ะ นักแสดงเด็กที่ติดต่อไว้ป่วยกะทันหันเลยต้องหาคนมาแทน แต่ว่าทางกองของเรามีค่าตอบแทนให้นะคะ วันละสามพันบาท” หญิงสาวอธิบายรัวเร็วแทบไม่หยุดหายใจเพราะใกล้จะถึงเวลาเปิดกองแล้ว ขืนยังชักช้าอยู่เธอจะได้ตายของจริงแน่ ๆ เห็นสีหน้าลังเลของผู้อาวุโสก็รีบแสดงความจริงใจ เธอรู้ว่ามันแปลกที่จู่ ๆ ก็มาชักชวนทั้งแบบนี้ จึงโชว์บัตรทีมงานและยินดีพาผู้อาวุโสกับหลานตัวน้อยเข้าไปในกองทันที “แต่หนูพาเข้าไปถึงโซนถ่ายทำได้แค่ตัวน้องนะคะ เนื่องจากคุณตายังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นผู้ติดตามนักแสดงค่ะ” “อยากทำไหมสายลม” “ฉายยมทำได้คับคุณตา” เด็กน้อยพยักหน้ารัวเร็วเป็นการยืนยัน ทั้งยังส่งสายตากึ่งขอร้องอ้อนวอนให้ผู้ปกครองของตนตอบตกลง นอกจากเขาจะได้เจอกับปะป๋าแล้ว ได้ใกล้ชิดซ้ำยังมีค่าตอบแทนที่สูงลิ่ว ละครมียี่สิบตอนเขาก็จะได้ค่าตอบแทนทั้งหมดหกหมื่นบาท เพราะเป็นตัวละครสมทบที่มีบทเด่นใช่เล่น จำนวนเงินหกหมื่นบาทมันเพียงพอสำหรับการตั้งตัวในครอบครัวของเขา “ให้ฉายยมทำเถอะนะคับ ฉายยมดูแลตัวเองได้จริง ๆ นะ” เขารู้ว่าตาวัตรเป็นห่วง ถึงเขาจะเป็นแค่เด็กสามขวบแต่มั่นใจว่าดูแลตนเองได้แน่นอน ที่สำคัญคุณตาก็มาส่งถึงหน้ากองถ่ายขนาดนี้แล้วคงไม่มีใครพาเขาแอบออกไปที่อื่นได้โดยไม่ผ่านสายตาผู้คนจำนวนมาก โอกาสรออยู่ตรงหน้าแท้ ๆ หากสายลมไม่คว้าเอาไว้คงได้เสียใจไปตลอดชีวิต ท่าทางขอร้องอ้อนวอน พร้อมเสียงเล็ก ๆ เจื้อยแจ้วทำให้พี่สาวทีมงานอดทึ่งในความฉลาดรู้ความของเด็กน้อยไม่ได้ ถึงจะยังพูดไม่ชัดแต่ความฉลาดกลับไม่แพ้พวกผู้ใหญ่ ยิ่งเห็นแบบนี้เธอก็ยิ่งมั่นใจว่าไม่มีใครเหมาะสมกับบาทเท่ากับสายลมอีกแล้ว เมื่อผู้เป็นตาพยักหน้าอนุญาตสายลมก็ร้องไชโยขึ้นเสียงดังด้วยความดีใจ ก่อนที่จะยืนรอ คุณตาฝากฝังตนเองกับทีมงานสาวยกใหญ่ เขาเอี้ยวหน้ามาโบกมือบ๊ายบายให้ตาวัตรด้วยรอยยิ้มสดใส แม้ใจหนึ่งจะเป็นห่วงอีกฝ่ายมากก็ตาม “พี่คนฉวยคับ พี่คนฉวยช่วยดูแลตาวัตรให้ฉายยมด้วยได้ไหม ฉายยมเป็นห่วงคุณตาคับ” “โถเด็กน้อย เดี๋ยวพี่ให้ทีมงานผู้ชายมาช่วยดูให้นะคะ ส่วนพี่ก็ต้องคอยดูแลหนูไง รับปากคุณตาเอาไว้แล้วนี่เนอะ” ความใจดีของหญิงสาวทำให้เด็กน้อยวัยสามขวบยิ้มกว้างอย่างขอบคุณ ที่จริงคุณตาของเขาแก่มากแล้วเลยเป็นห่วงที่ต้องอยู่คนเดียวท่ามกลางสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้ ซ้ำอาหารข้างในยังมีราคาแพง เงินที่เตรียมมาคงไม่พอที่จะซื้ออะไรได้ จะให้เดินออกไปข้างนอกก็ไม่ได้อีกเพราะถ้าออกไปแล้วต้องซื้อบัตรเข้ามาใหม่ เขาเชื่อว่าตาวัตรจะต้องยอมอดข้าวอดน้ำเป็นแน่ เดินตามทีมงานสาวมาไม่ไกลก็มาถึงจุดถ่ายทำ ดวงตากลมโตกวาดมองรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้น ก่อนที่ทีมงานสาวจะชี้บอกทางไปห้องแต่งตัวซึ่งในนั้นมีปะป๋าไต้ฝุ่นของเขารออยู่ หยาดน้ำตาแห่งความดีใจเอ่อคลอจนแทบกลั้นไม่ไหว ในที่สุดสายลมก็กำลังจะได้เจอปะป๋าแล้ว…
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม