Intro
ณ ประเทศฮ่องกง
มินนี่ที่รีบเดินทางกลับมาด่วนเพราะเหตุบางอย่าง เธอนั่งแท็กซี่เพื่อที่จะกลับไปที่บ้านที่ครอบครัวของแม่อาศัยอยู่ ถึงแม้ว่าในใจลึกๆ มินนี่ไม่อยากกลับไปเหยียบที่นั่นเลยแต่เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้เธอต้องกลับมาอีกครั้ง
ณ บ้านมินตรา
มินนี่ลงจากรถแท็กซี่และเดินเข้าบ้านตัวเอง เสียงรองเท้าส้นสูงดังกระทบกับพื้นเป็นจังหวะจนกระทั่งมาถึงที่ห้องนอนของมินตราผู้เป็นแม่ของเธอ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“มินนี่เองค่ะแม่” มินนี่เปิดประตูเข้าไปก็พบมินตรายืนหันหลังกอดอกมองวิวที่หน้าต่างอยู่ในสภาพสวมชุดนอนและมีชุดคลุมทับ “แม่ไม่สบายอยู่ทำไมไปยืนอยู่ตรงนั้นละคะ กลับมานอนที่เตียงดีกว่านะคะ” มินนี่พูดและเดินเข้าไปใกล้มินตราเรื่อยๆ และหยุดยืนที่ข้างหลัง
เพี๊ยะ!
“นังลูกไม่รักดี!!!” จู่ๆ มินตราก็หันกลับมาและง้างมือตบมินนี่อย่างแรงด้วยความโมโหสุดขีด
“อ๊ะ!?” มินนี่หน้าหันอย่างแรกน้ำตาเริ่มคลอในขณะที่หันกลับไปมองมินตราด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น “นะ นี่มันอะไรกันคะแม่ ฮึก!” มินนี่พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา
“แกยังมีหน้ามาถามฉันอีกเหรอ! แกหนีไปอยู่กับย่าของแกสามเดือนแล้วแกรู้ไหมว่าที่นี่มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง! แกเคยรู้บ้างไหม!!!!!” มินตรากรี๊ดออกมาในประโยคสุดท้าย
“…ครั้งที่แล้วแม่เป็นคนไล่มินนี่ไปเองนะคะ” มินนี่ฝืนตอบกลับเสียงนิ่งถึงแม้ในใจเธอจะเจ็บปวดมากแค่ไหน
“นี่แกย้อนฉันเหรอห๊ะ!!!!” มินตราเตรียมจะง้างมือตบมินนี่อีกครั้งแต่ก็ยั้งมือตัวเองไว้ทัน “โถ่เอ๊ย!!!! เฮ้อ!”
“….” มินนี่ได้แต่ยืนเงียบๆ
“ตอนนี้สถานการณ์บริษัทของเราไม่ค่อยดี ช่วงหลังๆ ที่ผ่านมาบริษัทเราขาดทุนอย่างต่อเนื่องทำยังไงก็ไม่ดีขึ้นแถมหนี้ยังเพิ่มขึ้นทุกๆ วัน แกรู้ไหมถ้าฉันไม่มีเงินแล้วสังคมเขาจะหัวเราะ ดูถูกฉันว่ายังไงบ้าง!” มินตราพูดไปก็รู้สึกหงุดหงิดไป
“ตั้งแต่ที่คุณพ่อเสีย เงินประกันทั้งหมดแม่ก็เป็นคนได้รับไปบริษัทที่ฮ่องกงของคุณพ่อด้วย ตลอดเวลาที่ผ่านมามินนี่ขอแม่มาตลอดว่าอยากเข้าไปทำงานในบริษัทของคุณพ่อ แต่แม่ก็บอกกับมินนี่ว่ามินนี่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในบริษัทนี้ ยังไงซะบริษัทนี้แม่ก็จะยกให้ลูกชายใหม่ของแม่ แล้วทำไมวันนี้ถึงมีคำว่าบริษัทของเรากับมินนี่ละคะ?”
“เพราะแกเป็นคนเดียวที่จะสามารถรักษาบริษัทพ่อแกไว้ได้ไงทีนี้รู้หรือยัง หรือว่าแกอยากให้บริษัทที่พ่อแกสร้างมากับมือพังทลายลงละ!?”
“….” มินนี่เริ่มคิดหนักและสับสนทันที
“มันก็ไม่มีอะไรยาก….แค่เรามีเงินมาจ่ายหนี้พวกนั้นทั้งหมดทุกอย่างก็จะดีขึ้น” มินตราพูดต่อ
“คงไม่ได้จะให้มินนี่ไปขอเงินคุณย่าหรอกใช่ไหมคะ?” มินนี่ถามกลับ
“ฉันไม่คิดจะไปยุ่งเงินของย่าแกอยู่แล้ว คิดว่าย่าแกจะยอมช่วยฉันหรือไง เหอะ! ฉันมีทางออกที่ดีกว่านั้นและแกก็ต้องช่วยฉัน”
“อะไรคะ?”
“ยังไม่ถึงเวลาที่แกจะรู้ ไว้เมื่อถึงเวลาแกก็จะรู้เอง และเมื่อถึงเวลานั้นก็ทำหน้าที่เป็นลูกที่กตัญญูด้วยล่ะ ถือว่าทดแทนบุญคุณฉันที่อุ้มท้องแกมา!” พูดจบมินตราก็เดินผ่านหน้าเธอออกนอกห้องไป
“….” มินนี่หลับตาลงน้ำตาค่อยๆ ไหลอาบแก้มช้าๆ มือทั้งสองข้างกำกำปั้นแน่นด้วยความอดทนถึงแม้จะเจ็บปวดมากก็ตาม
ไคล์
ณ ประเทศอเมริกา
ไคล์เจ้าของรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าที่หล่อเหลา ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและคาดเดายาก เจ้าของใบหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกนั่งอยู่ที่โซฟาหน้าเตาผิงไฟ สายตาเย็นชาจับจ้องไปที่เปลวไฟตรงหน้า ส่วนมืออีกข้างก็ถือสิ่งของบางอย่างไว้ในมือ
“พรุ่งนี้จะออกเดินทางแล้ว…คิดดีแล้วใช่ไหมคะที่จะทำแบบนี้” นภาหญิงวัยสูงอายุที่เป็นคนดูแลไคล์มาตั้งแต่เด็กก่อนที่พ่อกับแม่ไคล์จะเสียชีวินเดินเข้ามาพูดน้ำเสียงนิ่ง
“ผมคิดมันมาทั้งชีวิตของผม…คิดมาตลอดสิบกว่าปี”
“แต่ในวันนี้คุณไคล์เดินมาไกลมากแล้วนะคะ ตอนนี้คุณมีครบทุกอย่างแล้ว ทั้งชื่อและตัวตนใหม่ที่ไม่มีใครรู้จักเงินทอง ลูกน้อง และอำนาจ…ทิ้งเรื่องราวในอดีตแล้วอยู่กับปัจจุบันได้ไหมคะ ถือว่าป้าขอร้อง” นภาบอกน้ำเสียงสั่นเครือเธอรู้ว่าไคล์เจอเรื่องแย่ๆ และเจ็บปวดมามากแค่ไหนเธอเพียงไม่อยากให้ไคล์กลับไปเจ็บปวดเหมือนเมื่อก่อนอีก
“เหอะ! ผมรักและเคารพป้าเชื่อฟังป้ามาตลอด…ทุกเรื่องผมยกเว้นให้ได้แต่ไม่ใช่กับเรื่องนี้ครับ คนพวกนั้นต้องได้รับกรรมที่ก่อเอาไว้” ไคล์กำกำปั้นแน่นด้วยความเคียดแค้น ความแค้นที่อยู่ในใจเขานานหลายสิบปี
“….” นภาสังเกตสิ่งของที่อยู่ในมือไคล์ที่เขากำไว้แน่นก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“กิ๊บตัวนั้น…”
“…” ไคล์ค่อยๆ คลายมือช้าๆ และมองกิ๊บสีชมพูและมีหัวใจสีแดงติดอยู่บนกิ๊บซึ่งเป็นกิ๊บของเด็กสาวคนหนึ่งที่ไคล์เคยรู้จักเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เขาจ้องมองมันไม่ละสายตาและยิ้มบางๆ ออกมา
“คุณยังเก็บรักษามันไว้อยู่อีกเหรอคะ?”
“ทุกครั้งที่ผมเริ่มโมโหหรือควบคุมความโกรธตัวเองไม่ได้ ทุกครั้งที่ผมมองกิ๊บตัวนี้มันทำให้ผมใจเย็นลงและสงบขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ….”
“ทำไมไม่ลองให้คนตามหาเด็กคนนั้นดูละคะเผื่อว่าคุณจะเจอเธออีกครั้ง”
“ตอนนี้ผมมีเรื่องอื่นให้ต้องคิดและต้องทำมากกว่าเรื่องพวกนี้ ผมรอวันนี้มานานมันจะพังไม่ได้เด็ดขาด”
“ ….” นภาถอนหายใจเมื่อรู้ว่ายังไงเธอก็ห้ามไคล์ไม่ได้
“เตรียมตัวให้พร้อมเถอะครับ พรุ่งนี้เราจะย้ายไปอยู่ที่ฮ่องกงกัน….”
“ค่ะ”
“นายครับ….” ลูกน้องไคล์เดินเข้ามาในจังหวะที่นภาเดินออกไปพอดี ไคล์ลุกขึ้นยืนและเอามือล้วงกระเป๋าเพื่อไม่ให้ใครเห็นกิ๊บติดผมตัวนั้น
“ว่ามา”
“ข่าวล่าสุด คนเรารายงานมาว่าตอนนี้บริษัทของพวกนั้นกำลังจะล้มละลายเพราะขาดทุนอย่างหนักครับ”
“อะไรกัน ฉันยังไม่ได้ทำอะไรก็จะตายจากกันไปก่อนซะแล้ว เหอะ!” ไคล์หัวเราะเยาะเบาๆ
“เอายังไงดีครับนาย เรายังจะไปที่นั่นอยู่ไหมครับ หรือเราจะอยู่ที่นี่รอดูการล่มสลายของบริษัทพวกมัน”
“ของแบบนี้ก็ต้องไปดูให้เห็นกับตาตัวเองสิ หึหึ ฉันไม่เปลี่ยนใจพรุ่งนี้เราจะออกเดินทางตามแผนที่เราเตรียมไว้”
“ครับนาย!”
**********
แก้คำผิดแล้วนะคะ🙏🏻
ฝากติดตามคู่นี้ด้วยนะค่า☺️ มาเป็นกำลังใจให้ทั้งมินนี่และไคล์น๊า สู้ๆ ✌🏻