ขนิษฐาใจร้อน ไม่อยากรอรถจากช่าง หญิงสาวเรียกรถมารับ มีหลายอย่างที่ต้องทำ เธอสอบถามไปที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน เพื่อหาพี่เลี้ยงที่ไว้ใจได้ และศูนย์นัดให้เธอเข้าไปพูดคุย วันจันทร์เธอต้องทำงานและต้องออกจากจังหวัด ทุกอย่างดูเร่งด่วนไปหมด
เยี่ยมลูกเสร็จแล้วหญิงสาวรีบเดินทางไปที่ศูนย์ฯรับเลี้ยงเด็ก ภาวนาว่าขอให้เจอพี่เลี้ยงที่เป็นคนดี
“สวัสดีค่ะ คุณขนิษฐาที่ติดต่อมาใช่ไหมคะ ดิฉันชื่ออิงอรค่ะ เป็นเจ้าของศูนย์รับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียนแห่งนี้ ยินดีต้อนรับนะคะ”
“ดิฉันมาดูรายละเอียดตามที่แจ้งไว้ค่ะ พอจะมีพี่เลี้ยงแนะนำไหมคะ คือดิฉันร้อนใจมากตอนนี้ลูกยังอยู่ที่โรงพยาบาล วันมะรืนต้องไปทำงานแล้ว ซึ่งด่วนและสำคัญมาก ถ้าจะให้หยุดเลี้ยงลูก งานก็จะเสียหายเป็นวงกว้าง ขอโทษนะคะที่พูดเรื่องส่วนตัว”
“ที่บ้านไม่มีใครพอที่จะช่วยเลี้ยงเลยเหรอคะ”
“ไม่มีค่ะ เราอยู่กันแค่สองคนแม่ลูก”
“แบบนี้ก็น่าเห็นใจนะคะ คุณขนิษฐาเรียกพี่ว่าพี่อิงก็ได้นะคะ จะได้เป็นกันเอง”
ขนิษฐารู้สึกถูกชะตากับเจ้าของศูนย์ฯคนนี้ ท่าทางใจดี ยังสาวอยู่เลย แต่กล้าเปิดศูนย์รับฝากเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน แสดงว่าจิตใจดีจริง และทุนคงหนามากด้วย นี่ถ้าอยู่ใกล้บ้านเธอจะเอาลูกชายมาฝากเลี้ยงที่นี่ซะเลย
“ขอบคุณนะคะพี่อิงอร งั้นฐาไม่เกรงใจแล้วนะคะ”
หลังจากนั้นทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างถูกคอ ขนิษฐาเพิ่งรู้ว่าอิงอรยังไม่แต่งงาน แต่เธอก็ไม่อยากจะละลาบละล้วงถามอะไรมาก เพราะเพิ่งเจอกันครั้งแรก
“ตกลงตามนี้นะคะน้องฐา ช่วงที่น้องฐาต้องทำงาน พี่จะให้พี่เลี้ยงไปเยี่ยมน้องที่โรงพยาบาลให้ เริ่มพรุ่งนี้เลย น้องฐาไม่ต้องห่วง พี่เลี้ยงชื่อนกไว้ใจได้ ที่สำคัญ บ้านพี่นกอยู่บริเวณบ้านน้องฐาเลย สามารถไปเช้า เย็นกลับได้เลยค่ะ”
“ดีจังเลยค่ะ เรื่องเงินเดือน ฐาไม่เกี่ยงเลยนะคะ ขอให้ดูแลลูกดี ขอบคุณมากนะคะพี่อิง”
“ไม่เป็นไรค่ะ เป็นเรื่องที่เราต้องทำอยู่แล้ว ทุกเรื่องที่ต้องทำค่ะ ไม่ใช่แค่ให้ลูกค้าพอใจ เราทำแล้วมีความสุขได้บุญด้วย”
ขนิษฐาอยู่พูดคุยกับอิงอรและพี่นกต่ออีกจนเกือบสองทุ่ม หญิงสาวขอตัวกลับบ้าน เธอสบายใจแล้ว พี่นกที่พี่อิงแนะนำ ดูสะอาด สุภาพ ท่าทางเป็นคนใจเย็นและใจดี และเธอเพิ่งรู้ว่า พี่นกเป็นพยาบาลที่ลาออกมาเพราะต้องดูแลลูกแฝด พอลูกๆ โต พี่นกก็ไม่อยากกลับไปทำงาน เลยมาสมัครทำงานที่ศูนย์แห่งนี้ด้วยใจรัก และต้องเป็นคนที่รักเด็กมากๆ ถึงจะทำงานแบบนี้ได้
“สามทุ่มขนิษฐาถึงบ้าน รถเก๋งคันเล็กจากอู่จอดอยู่ที่หน้าบ้านแล้ว หญิงสาวเปิดตู้จดหมาย กุญแจรถอยู่ในนั้น บ้านตรงข้ามเปิดไฟ เธอเห็นแล้วเขามีแม่บ้าน ดีที่อู่มีรถให้ใช้ก่อน ยังไม่รู้เลยว่าค่าซ่อมรถเท่าไหร่ พรุ่งนี้เธอต้องไปทำงานต่างจังหวัด ห่วงลูกชายก็ห่วง แต่วางใจว่ามีพี่นก งานนี้ต้องเสี่ยง อีกหน่อย เธอก็ต้องจ้างพี่เลี้ยงอยู่แล้ว ไม่แน่ถ้าพี่นกทำงานถูกใจ ดูแลลูกเธอดี อาจจ้างต่อก็ได้ คืนนี้หญิงสาวนอนหลับเต็มตา หลับไปด้วยความโล่งอกและสบายใจ
ตีห้าขนิษฐาตื่นอาบน้ำแต่งตัว หกโมงรถบริษัทฯมารับหน้าบ้าน ไม่ใช่เธอไม่เคยปล่อยลูกไว้กับพี่เลี้ยง สมัยที่น้องทามยังเล็กกว่านี้ เวลามีงานเธอก็จะฝากลูกไว้กับพี่เลี้ยงบ่อยๆ ถ้ามัวแต่ห่วงลูกคงไม่ต้องได้ทำงานกันพอดี ก่อนออกจากกรุงเทพฯหญิงสาวโทรแจ้งพยาบาล ว่าจะมีพี่เลี้ยงเข้าไปเยี่ยมลูก ช่วงที่เธอไม่อยู่
บริษัทฯที่เธอทำงานได้งานที่ภาคอีสาน เป็นงานที่สำคัญและใหญ่มาก ขนิษฐาเป็นผู้คุมงานนี้ครึ่งหนึ่ง เธอต้องละเอียดแม่นยำและต้องทำให้ดีที่สุด ใครๆ ก็ว่าเธอทำงานเก่ง แต่ไม่ได้เก่งอย่างที่ใครๆ เขาชมหรอก แค่เธอตั้งใจและเอาใจใส่งานมากกว่าคนอื่น งานถึงได้ออกมาดี
“ฐา ลูกเป็นยังไงบ้าง แล้วมาทำงานแบบนี้อยู่กับใคร” เตือนใจเพื่อนสนิทที่ทำงานด้วยกันอดเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้ เธอกับขนิษฐาทำงานร่วมกันมานาน ฝากงานกันได้แต่ครั้งนี้เป็นงานใหญ่และสำคัญมาก ที่สำคัญลูกค้าค่อนข้างจุกจิก ทั้งคู่ต้องทำโปรเจคนี้ด้วยกัน เธอเห็นใจเพื่อนที่ต้องจากลูกน้อยมาทำงานไกล
“น้องทามยังอยู่ที่โรงพยาบาล ดีขึ้นมากแล้วแต่หมดขอดูอาการอีกสักหน่อย”
“ลำบากจังเลยนะฐา แต่เดี๋ยวถึงหน้างาน ถ้าไม่ติดอะไรเตือนอยู่คนเดียวได้ ฐากลับบ้านไปดูลูกดีกว่า สงสารเจ้าอ้วน”
“ฐาได้พี่เลี้ยงแล้ว ให้เขาไปเยี่ยมลูกที่โรงพยาบาลให้ด้วย คิดว่างานเสร็จน้องทามคงได้ออกจากโรงพยาบาลพอดี”
“งั้นก็ตามใจ เราโทรคุยกับพี่เลี้ยงได้นี่ มีอะไรเขาคงบอกเราแหละ”
“ยังไงก็ขอบใจเตือนนะ แล้วลูกที่บ้านเป็นยังไงบ้าง แม่มาทำงานไกลแบบนี้”
“ดีที่สามีเตือนเขาทำงานที่บ้าน มียายอยู่ด้วย เตือนเลยไม่ห่วงมาก”
สองสาวคุยกันเรื่องลูกอย่างมีความสุข ทำให้ขนิษฐาคลายกังวล สมัยที่เธอเลี้ยงลูกเองใหม่ๆ เตือนใจเป็นพี่เลี้ยงคอยสอนคอยแนะนำทุกอย่าง รวมถึงพิกุลเพื่อนสนิทของเธอที่เป็นพยาบาล นั่นแทบจะมาอยู่ด้วยกันที่บ้าน สอนให้เธอเลี้ยงลูกเรียกว่าสอนทุกอย่างเลยทีเดียว พิกุลเพิ่งแต่งงานและกำลังตั้งท้องอ่อนๆ ไม่ค่อยสะดวก เธอเลยไม่อยากรบกวนเพื่อน
พิกุล เตือนใจ และขนิษฐา เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เรียนมัธยม โชคดีที่เตือนใจกับเธอได้ทำงานที่เดียวกัน คุยและปรึกษากันได้ทุกเรื่อง ส่วนพิกุลเลือกเรียนพยาบาล เลยค่อนข้างห่างกัน
สองสาวเดินทางด้วยเครื่องบินโชคดีที่บริษัทฯดูแลทุกอย่าง จองโรงแรมให้ ดูแลเรื่องที่พักอาหารการกิน พรุ่งนี้จะเป็นการเข้าพบลูกค้าเพื่อแนะนำตัว และคุยรายละเอียดเรื่องงาน
“ฐาว่าไหม โครงการนี้ใหญ่มากเลยเนาะ เจ้าของคงรวยมาก”
“อือ...ก็คงแบบนั้นแหละ ประเทศเราเศรษฐีเยอะ”
“แต่ตระกูลนี้เขารวยจริงๆ นะฐา มีโครงการแทบจะทุกภาคของประเทศเลย นี่ได้ข่าวว่าเขาจะข้ามไปทำที่ประเทศเพื่อนบ้านด้วย”
“เออน่า....เขารวยก็เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับเราหรอก ก็ดีแล้วที่เขาจ้างบริษัทฯเรา พวกเราก็ได้เงินไปด้วย เสียอย่างเดียวไกลจัง เจ้านายก็เนอะ รับงานไม่ดูลูกน้องเลย” ขนิษฐาหมายถึงอาคมเจ้าของบริษัทฯ เจ้านายของพวกเธอ เก่ง รวย ใจดี เขาเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เธอกับแฟนพี่อาคมเป็นคนบ้านเดียวกัน สมัยก่อนพี่เยาวภาเคยอยู่แถวบ้านเก่าเธอ พี่เยาวภาชวนเธอกับเตือนใจให้มาทำงานที่นี่ และสองสาวก็ทำมาเรื่อยไม่คิดที่จะย้ายไปทำที่อื่น
ถึงแม้ว่าเธอจะโดดเดี่ยวอยู่ลำพังกับลูกสองคน แต่ยังโชคดีที่มีเจ้านายใจดี เพื่อนร่วมงานดี คอยช่วยเหลืองานทุกอย่าง
ทั้งคู่เดินทางมาถึงเร็ว เพราะต้องเตรียมงานก่อน โครงการอยู่ชานเมือง พรุ่งนี้เช้าจะมีรถของบริษัทฯมารับไปที่ส่งหน้างาน พรุ่งนี้จะมีการทำพิธีลงเสาเอก พี่อาคมกับพี่เยาวภาเดินทางมาก่อนล่วงหน้าแล้ว ขนิษฐาคุ้นๆ ว่าหัวหน้าเธอเหมือนจะรู้จักกับเจ้าของโครงการใหญ่นี้ ช่างเถอะเขาจะรู้จักกันหรือไม่รู้จักกันเธอไม่สนใจหรอก ห่วงลูกมากว่าอะไรทั้งหมด อยากทำงานให้เสร็จเร็วๆ จะได้กลับบ้าน
พี่นกถ่ายรูปและวีดีโอไปเยี่ยมน้องทามส่งมาให้เธอดู หญิงสาวรู้สึกโล่งใจ พี่เลี้ยงคนใหม่ทำหน้าที่ดีมาก คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป สบายใจขึ้นเมื่อรู้ว่า อาการของลูกชายดีขึ้นเรื่อยๆ
“น้องทามเป็นยังไงบ้างฐา”
“ดีขึ้นเยอะเลยเตือน น่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลเร็วๆ นี่แหละ”
“สบายใจแล้วใช่ไหม งั้นเย็นนี้ฉลองกันดีกว่า ด้วยอาหารอีสานอร่อยๆ”
“ได้เลย เห็นทีมช่างบอกเหมือนกันว่าร้านข้างโรงแรมอาหารอีสานอร่อยมาก”
“งั้นเดี๋ยวขอเตือนดูแบบอีกนิดหน่อย สักสี่โมงเย็นเราค่อยลงไปเนอะ เราต้องชวนเฮียกับเจ้ไหม?”
พี่อาคมกับพี่เยาวภาไม่ได้พักที่นี่นะ โรงแรมนั้นไกลจากที่นี่มาก ฐาว่าเรากินกันแค่สองคนก็พอ กินเสร็จจะได้รีบนอน พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้า”
“ตกลงตามนั้น”
สองสาวต่างคนก็ต่างทำธุระของตัวเอง ขนิษฐางีบหลับบนโซฟา หลังจากที่เครียดมาหลายวันเรื่องพี่เลี้ยง เรื่องลูก เรื่องงาน พอทุกเรื่องทุกอย่างคลี่คลายทำให้เธอสบายใจจนเผลอหลับไปและหลับสนิทมาก
เตือนใจทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว แต่ยังไม่อยากปลุกเพื่อน เธอเห็นใจเพื่อนที่อยู่ๆ ก็กลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ส่วนตัวเธอยังไม่แน่ใจกับเรื่องราวของเพื่อนสาว เธอไม่รู้ว่าขนิษฐาท้องตอนไหน และใครเป็นสามีของเพื่อน ขนิษฐาไม่เคยมีแฟน ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ตั้งใจเรียนอย่างเดียว ครอบครัวอบอุ่นมาก แต่อยู่ๆ ทุกคนก็หายไป กลายเป็นว่ามีเด็กหนึ่งคนโผล่มา ขนิษฐาบอกว่าเป็นลูกของเธอ
เตือนใจรู้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ แต่เธอรู้จักเพื่อนดี ถ้าไม่สุดจริงๆ ขนิษฐาจะไม่เล่าหรือปรึกษาอะไรเพื่อนๆ เลย เธอเคารพในการตัดสินใจของเพื่อน เพื่อนไม่เล่าเธอก็จะไม่ถาม ขนิษฐาบอกแค่ว่าน้องสาวไปเรียนต่างประเทศ พ่อกับแม่ย้ายไปอยู่กับน้อง รู้มาว่าพ่อกับแม่รักน้องสาวคนเล็กมาก เคยได้ยินขนิษฐาเปรยๆ ว่าน้องสาวร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง แต่เรียนเก่งและเรียนหนักจนพ่อกับแม่ต้องไปคอยดูแลแบบใกล้ชิด กลายเป็นว่าเพื่อนเธออยู่บ้านกับลูกน้อยสองคน ดีที่ฐานะทางบ้านของขนิษฐาไม่ลำบาก เรียกว่าฐานะดีเลยทีเดียว พ่อกับแม่ย้ายไปอยู่ต่างประเทศโดยที่ไม่ต้องทำงาน และน้องสาวก็ยังเรียนอีก ไม่ธรรมดาเลย แต่ล่าสุดเหมือนขนิษฐาบอกว่า พ่อกับแม่เปิดร้านอาหารไทย
เตือนใจรู้มาว่า ขนิษฐามีบ้านและตึกใจกลางกรุงเทพฯให้เช่า และเงินส่วนนั้นเป็นของเพื่อนเธอทั้งหมด แต่ขนิษฐาชอบทำงาน และอาจมีเหตุผลอื่นที่ไม่อยากบอกอยากเล่าให้ใครฟัง รู้ว่าเพื่อนไม่มีปัญหาทางการเงิน ถ้าขนิษฐายังดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เธอจะคอยช่วยเหลือและเป็นกำลังใจอยู่ห่างๆ จะไม่ถามหรือซักไซ้ให้เพื่อนรำคาญใจ ถ้าเพื่อนไม่เล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง เธอจะไม่ไม่ก้าวก่ายเด็ดขาด