ก๊อกๆ !!!!
ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง เคนโดลูกน้องคนสนิทก็ได้ข้อมูลที่ต้องการ
“นายครับ ผมได้ข้อมูลมาแล้ว”
ก๊อกๆ !!!
อังกูรลุกจากโซฟาตัวยาวและคว้ากางเกงสแลคที่ถอดจากการมีการเซ็กซ์รอบที่สอง ก่อนจะคว้าผ้าปูโต๊ะผืนบางโยนให้นาเดียร์เพื่อคลุมร่างกายเปลือยโป้ ร่างบางนอนเหนื่อยหอบจากการระเริงสวาทและถูกอังกูรละเลงปวดตัวจนลุกไม่ขึ้น
ประตูลูกบิดเปิดออก เคนโด้เดินตามผู้เป็นนายมาอีกฝั่งของห้องทำงาน บุหรี่ยี่ห้อแพงจุดไฟและงับเข้าปากตามเดิม
“ว่ามา”
“นายวาโยเป็นลูกชายคนเดียวของคุณวารุณี อัครเดช”
“อัครเดช ทำไมคุ้นๆ” ชายหนุ่มครุ่นคิดกับนามสกุลที่ฟังดูแล้วคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
“อัครเดช เคยทำธุรกิจกับท่านอังกอร์นะครับ นายพอจะจำได้ไหม”
คับคล้ายคับคราเหมือนว่า อังกอร์ ผู้เป็นแม่เคยจับมือทำธุรกิจด้วยกันมาก่อน แต่ก็จำอะไรได้ไม่มากเพราะช่วงเวลานั้นยังเด็กเกินกว่าจะจำรายละเอียดได้ทั้งหมด
“คุณวารุณีมีธุรกิจปล่อยโกดังให้เช่าแถวย่านปทุมธานี สมุทรปราการ และยังมีโครงการบ้านจัดสรรที่ตอนนี้เหมือนกำลังจมทุนเพราะพิษเศรษฐกิจครับ”
“จมทุน ก็แปลว่าเจ้งนะสิ” ควันขาวพ่นออกจากปากนั่งไขว้ห้างฟังข้อมูลอย่างตั้งใจ
“ก็ไม่เชิงว่าเจ้งเสียทีเดียว แต่เครดิตเรื่องการลงทุนเริ่มจะไม่มีความน่าเชื่อถือ ผู้บริหารที่ถือหุ้นทยอยถอนตัวออกกทีละคนจนต้องประคองธุรกิจไปด้วยตัวเอง และเหมือนว่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับการเงินและหนี้สินด้วยที่มีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านด้วย”
มุมปากอังกูรยกขึ้นหนึ่งข้าง ประเมินได้ว่าไอ้วาโยคนนี้มันหวังจะมาปอกลอกน้องสาวนั้นเอง
“และก็มีข้อมูลอีกหนึ่งอย่างนะครับ”
“อะไร” เขี่ยก้นบุหรี่ลงโถแก้วพลางใช้หูรอฟังข้อมูลสำคัญเรื่องต่อไป
“นายวาโยมีคู่หมั้นแล้วนะครับ”
คิ้วย่นอย่างสงสัย มีคู่หมั้นแล้วทำไมถึงยังมายุ่งกับน้องสาว ทำแบบนี้ต้องการท้าทายสินะ
“มันชักจะเลวมากกว่าเดิมสะแล้ว แค่หลอกน้องกูยังไม่พอ กะจะให้น้องกูเป็นเมียน้อยด้วยเหรอ มันเอาส้นตีนหรือเอาอะไรมาคิด”
“ข้อมูลตรงนี้ผมก็ยังไม่ทราบ แต่หากว่านายอยากรู้ผมจะสั่งคนไปสืบให้”
โมโหก็ได้แต่แต่กัดฟันกรอดๆ อยากจะสั่งฆ่าให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ยังนึกถึงหน้าน้องสาวว่ารักไอ้คนกะหล่อนจนโงหัวไม่ขึ้น
“มึงไปสืบต่อว่าคู่หมั้นมันเป็นใคร มันรู้หรือเปล่าว่าผัวมันกำลังสวมเขาให้อยู่ กูไม่ยอมให้อังเปาเสียใจฝ่ายเดียวหรอก ถ้าน้องกูน้ำตกแม้แต่นิดเดียวพวกมันต้องต้องเสียน้ำตามากกว่าหลายเท่า”
“ครับนาย”
เคนโด้รับคำสั่งแล้วเดินออกไป
อังกูรลุกไปหาคู่นอนและพลิกตัวให้นาเดียร์นอนหงาย ความโมโหพาลลงกับร่างบอบซ้ำจากการบีบเคล้นและก็เป็นการเสพเซ็กส์เป็นรอบที่สามจนร่างแทบขาด
“คุณ เดียร์ปวดไปหมดแล้ว”
“เป็นเด็กฉันต้องอดทน แค่นี้ไม่ตายหรอกนาเดียร์”
ไม่มีคำว่าปรานี อังกูรละเลงเด็กสาวจนครวญครางจากความเจ็บปวดอย่างร้าวราน
วันต่อมา
สนามบินสุวรรณภูมิ
อังเปาเดินทางกลับจากเกาหลีพร้อมเพื่อนสาว และแยกไฟล์บินคนละไฟล์กับวาโยเพื่อไม่ให้เป็นเป้าสายตาแต่หารู้ไม่ว่าพี่ชายตามสืบจนเริ่มรู้ความจริง
ประตูทางออกผู้โดยสารขาเข้า เด็กสาวยืนรอรถมารับเพียงไม่กี่นาทีรถเบนซ์คันหรูก็ขับเข้าจอด
“คุณอังครับ” เคนโด้ลงจากรถและลากกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นรถ
“นายมาคนเดียวเหรอ” ปกติพี่ชายมักจะมารับด้วยตัวเองแต่วันนี้กลับมีเพียงคนสนิทมาเท่านั้น
“ใช่ครับ คุณอังกูรมีประชุมงานแต่เช้าเลยมาด้วยไม่ได้ แล้วคุณอังขนอะไรมาเยอะแยะ เท่าที่ผมจำได้ตอนไปมีกระเป๋าแค่ 2 ใบ แต่พอกลับมาทำไมมันมีตั้ง 5 ใบ”
“ของฝากพี่อังกูร มีของนายด้วยนะเคนโด้ แต่เดี๋ยวถึงบ้านค่อยแกะดู”
ชายหนุ่มผายยิ้มและเดินไปเปิดประตูเบาะหลังให้อังเปาเข้านั่ง
“แต่ผมขอแวะไปเอกสารให้คุณอังกูรสักครู่ อาจะเสียเวลาประมาณ 15 นาที คุณอังรีบไปไหนไหม”
“ไม่หรอก”
ออกจากสนามบินเพียงไม่กี่นาที เคนโด้ก็ตบไฟเลี้ยวซ้ายและจอดรถหน้าตึกพาณิชย์สูง 3 ชั้น ชายหนุ่มลงจากรถและตรงดิ่งเข้าด้านใน ไม่นานก็เดินออกมาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาทรงมันดูหนาพอประมาณ
“นายมาเอาอะไร”
“เอกสารของคุณอังกูรครับ”
“เอกสารอะไร ทำไมมาเอาในสถานที่แบบนี้”
“ผมก็ไม่ทราบครับ คุณอังกูรสั่งมาผมก็แค่ทำตาม”
เคนโด้ปฏิเสธการรู้เห็นกับเอกสาร ทั้งที่จริงแล้วก็รู้ดีว่ามันคืออะไร
บนเส้นทางจราจรติดขัด เคนโด้มีเวลาสังเกตอาการน้องสาวเจ้านายผ่านกระจกหลังได้อย่างเต็มที่ อังเปายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อจ้องมือถือ จนอดแซวไม่ได้และก็พอรู้ว่าเธอกำลังสนทนากับใคร
“คุณอังกลับมาดูมีความสุขจังนะครับ”
“อืม ได้พักผ่อนได้ไปเที่ยวในที่ๆ อยากไป”
“อยู่โน้นเป็นยังไงบ้างครับ”
“สนุกมาก ได้กินอาหารอร่อยๆ ที่เมืองไทยไม่มีด้วย รอบหน้าอังว่าจะชวนพี่อังกูรไปด้วย นายอยากไปไหมเคนโด้”
“อยากไปครับ แต่ก็ต้องถามนายก่อนว่าอนุญาตไหม”
“พี่อังกูรโชคดีจริงๆ ที่ได้นายมาทำงาน จะทำอะไรก็นึกถึงเจ้านายก่อนตลอด”
เธอเอ่ยชมคนเบาะหน้า ตลอดเวลาเกือบ 10 ปีเคนโด้ดูแลพี่ชายเธออย่างดี และยังนับถืออย่างกับพี่ชายแท้ๆอีกคน