หนีไม่พ้นเธอ (100%)『Rewrited✅』

2078 คำ
ถึงกับต้องอ้าปากค้างกันเลยทีเดียวเมื่อเห็นชื่อของคนเจ้าปัญหาที่โอนเงินเข้ามา นี่มันไม่ใช่การโอนผิดแล้วล่ะ แต่มันเป็นการจงใจต่างหาก ฉันปิดแอปพลิเคชันธนาคารทันทีที่ถึงบางอ้อว่าคนที่โอนมาก็คือแฟนเก่าคนเปรตของตัวเอง ปกติแล้วในสถานการณ์แบบนี้เขาต้องโอนเงินคืนสินะ แต่สำหรับฉันแล้วไม่มีทางโอนคืนหรอก คนเรามันก็ต้องกินต้องใช้ ให้โดยเสน่หามันฟ้องร้องเอาเงินคืนไม่ได้อยู่แล้วนี่ เมื่อก่อนฉันก็ค่อนข้างที่จะเกรงใจและไม่กล้าจะรับสิ่งของที่เขาให้มา แต่เพราะมีเพื่อนสนิทที่สุดแสนจะฉลาดอย่างวิเวียนและอาริน พวกเธอได้สอนฉันว่าในโลกของความเป็นจริงนั้นให้ลืมคำว่าเกรงใจหรือศักดิ์ศรีไปได้เลย เพราะมันกินไม่ได้ เงินต่างหากที่กินได้ ถ้ามีคนให้เงิน กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง หรือพาไปช็อปปิ้ง ก็จงรับมาอย่างสบายใจซะ เพราะของพวกนี้มันฟ้องร้องเอาคืนไม่ได้ ต่างกันกับกรณีของบ้าน คอนโดมิเนียม ที่ดิน หรือรถยนต์ ถึงจะมีคนซื้อบ้าน ที่ดิน คอนโดพวกนั้นให้กับเราด้วยเงินสดโดยให้โฉนดเป็นชื่อของเรา แต่พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะจดทะเบียนผู้ทรงสิทธิเก็บกินอยู่ดี ซึ่งหมายความว่าจะขายหรือนำไปทำธุรกรรมใดๆ แทบไม่ได้เลย ส่วนของรถยนต์ถ้าเขาซื้อสดเป็นชื่อเราก็โอเค แต่ถ้าผ่อนให้โดยใช้ชื่อเรา ห้ามเด็ดขาด! เพราะเราไม่รู้อนาคตในภายหน้าว่าเขาจะหยุดผ่อนให้เราตอนไหน ฉันยกยิ้มเล็กน้อยอย่างภาคภูมิใจกับความเฉลียวฉลาดของเพื่อนสนิทตัวเองที่อบรมบ่มเพาะและขัดเกลาฉันให้เป็นคนที่รู้เท่าทันคนอื่นมากขึ้น ไม่โง่งมจมปลักในความรักและความเชื่อเพียงอย่างเดียว ของพวกนั้นมันจับต้องไม่ได้และไม่มีทางรู้เลยว่าอีกฝ่ายจริงใจกับเราหรือแค่เสแสร้งเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง เวิ่นเว้อกับตัวเองเสร็จสรรพฉันก็กดโทรศัพท์เข้าไปในแอปฯ สั่งอาหารอีกครั้งพร้อมกับฮัมเพลงอย่างมีความสุข กดเลือกอาหารหน้าตาน่าทานมาสองสามอย่างไม่รวมของหวานและเครื่องดื่มสุดโปรดอย่างน้ำมะนาวโซดาปั่น หลังจากสั่งอาหารในแอปเสร็จก็เดินออกไปที่โซฟากลางห้องนั่งเล่นแล้วกดรีโมทเปิดเชื่อมต่อกับแอปฯดูหนังชื่อดังก่อนจะเลือกหนังที่ตัวเองอยากดู 1 ชั่วโมงผ่านไป กริ๊งง! กริ๊งง! กริ๊งง! เสียงออดหน้าประตูดังขึ้นเป็นสัญญาณบอกว่าอาหารที่สั่งนั้นได้มาถึงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฉันรีบวิ่งออกไปรับอาหารที่สั่งไว้ด้วยอารมณ์แจ่มใส “อาหารมาสั่งถึงคุณร่มเกล้า หมายเลขคำสั่งซื้อ xxxxxxxx3302 ครับ” ไรเดอร์ส่งอาหารแจ้งรายละเอียดกับฉันเพื่อยืนยันความถูกต้อง “ฉันเองค่ะ” ฉันโชว์รายละเอียดคำสั่งซื้อทั้งหมดภายในโทรศัพท์มือถือให้กับไรเดอร์คนดังกล่าว “นี่อาหารครับ ทานให้อร่อยนะครับ” ไรเดอร์ยื่นถุงพลาสติกใส่อาหารขนาดใหญ่ที่บรรจุกล่องไว้หลายใบด้านในให้ฉันก่อนจะโค้งหัวให้เล็กน้อย “ทิปค่ะ” ฉันยิ้มรับน้อยๆ ก่อนจะยื่นธนบัตรสีแดงให้กับไรเดอร์คนเดิมที่แสดงออกกับฉันอย่างสุภาพและทหน้าที่ของตนเองได้เป็นอย่างดี “ขอบคุณมากครับ” ไรเดอร์กล่าวขอบคุณพร้อมกับพนมมือไหว้ขอบคุณฉัน “ไม่เป็นไรเลยค่ะ ขอบคุณที่มาส่งอาหารให้ฉันนะคะ” ฉันส่งยิ้มให้ก่อนจะปิดประตูห้องลงและหันมาจัดการเทอาหารใส่จานของตัวเอง เวลาสั่งอาหารแล้วเจอกับไรเดอร์ที่มีนิสัยน่ารักๆ ท่าทางสุภาพ ฉันมักจะให้ทิปกับพวกเขาเหล่านั้นเสมอ คนทำงานสุจริตหาเช้ากินค่ำด้วยความอดทน ฉันก็เป็นคนทำงานคนหนึ่งย่อมเข้าใจพวกเขาดี ถึงบทบาทหน้าที่ในการทำงานจะต่างกันแต่ความรับผิดชอบและการเอาใจใส่ก็เป็นสิ่งสำคัญ จัดจานเสร็จปุ๊บ ฉันก็ค่อยๆ ทยอยยกอาหารออกจากเคาน์เตอร์ครัวมาวางที่โต๊ะรับประทานอาหารขนาดเล็ก เนื่องจากว่าอยู่คนเดียว เก้าอี้เข้าเซตกับโต๊ะกลมรับประทานอาหารขนาดเล็กจึงมีอยู่แค่สามตัวซึ่งมีที่นั่งเพียงพอสำหรับตัวเองและเพื่อนสนิทที่บางครั้งก็จะซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารกันหรือซื้ออาหารสำเร็จจากร้านมานั่งทานด้วยกัน เมื่อยกอาหารหน้าตาน่ารับประทานทั้งหลายมาวางจนเต็มออกไปทางเกือบจะล้นโต๊ะแล้ว ฉันก็ก้มตาก้มตาลงมือทานเจ้าอาหารเหล่านั้นในทันที รสชาติยอดเยี่ยมจากร้านอาหารที่ได้รับคะแนนรีวิวห้าดาวเต็มช่วยทำให้ฉันอารมณ์ดีขึ้นมากหลังจากที่เจอกับเรื่องปวดหัวมาทั้งวัน เรียกว่าเป็นการเยียวยาด้วยการกินก็คงไม่ผิดเท่าไรนัก ผ่านไปพักใหญ่ๆ ฉันก็จัดการกับอาหารทั้งหมดได้เกลี้ยงจานอย่างไม่น่าเชื่อเลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบฉันจะกินเข้าไปได้เยอะขนาดนี้ เนื่องจากว่าทานอาหารเข้าไปจำนวนมากเลยทำให้ฉันอิ่มจนแน่นท้องไปหมดจึงเลือกที่จะนั่งเอื่อยๆ เปื่อยๆ รออาหารย่อย และระหว่างนั้นฉันก็เลื่อนจอโทรศัพท์ของตัวเองไถฟีดหน้าไอจีเพื่อดูอัปเดตข่าวสารของบุคคลที่ฉันติดตามอยู่ซึ่งก็มีเพียงแค่เพื่อนสมัยเรียน เพื่อนร่วมงานบางคน และเพื่อนรุ่นพี่บางคน หนึ่งในกลุ่มเพื่อนรุ่นพี่พวกนั้นที่ยังติดตามกันและกันอยู่ก็คือกลุ่มเพื่อนของเหมราชนั่นเอง ซึ่งตอนที่ความสัมพันธ์ของเราจบลงฉันไม่ได้บล็อกเพื่อนของเขาไปด้วยเพราะพวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด เวลาเจอกันข้างนอกก็ยังสามารถทักทายพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของกันและกินได้อย่างปกติ แต่ถ้าจะให้ดีก็หลีกเลี่ยงที่จะพบเจอดีกว่า บางครั้งพวกผู้ชายก็มีเซนส์ว่าเรื่องไหนที่ผู้หญิงอยากให้พูดถึง แล้วเรื่องไหนที่ผู้หญิงไม่อยากให้พูดถึงบ้าง โดยเฉพาะพวกเพื่อนๆ ของเขาที่มักจะแซวฉันอยู่เสมอด้วยประโยคที่ไม่ค่อยหน้าประทับใจเท่าไหร่นัก ตัวอย่างเช่น... ‘เลิกกับไอ้เหมไปแล้วดูดีขึ้นนะ’ ประโยคชวนอึดอัดจาก ‘พี่เจย์’ หรือ ‘เจเดน’ ชายหนุ่มเพียงคนเดียวในกลุ่มของพวกเขาที่มีแฟนแล้วและดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่เข้าอกเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงได้ดีที่สุดในหมู่พวกเขาแล้ว ‘เธอเก่งนะที่ทำให้ผู้ชายแบบเหมราชรู้สึกแพ้ได้’ ประโยคแปลกๆ นี้จาก ‘เพลิงกัลป์’ ผู้ชายที่มองผู้หญิงทุกคนเป็นเพียงแค่แต้มในเกมของตัวเอง บอกตามตรงฉันไม่ค่อยถูกชะตากับคนคนนี้เท่าไรนัก เพราะเขาเป็นคนที่คาดเดาได้ยากและไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ แววตานิ่งเรียบที่บางครั้งก็ดูเหมือนพร้อมที่จะแผดเผาทุกอย่าง ลองคิดตามประโยคของเขาแล้วก็คงเป็นการที่ฉันไม่เดินตามเกมที่พวกเขาวางไว้ล่ะมั้ง มันถึงได้ทำให้เหมราชรู้สึกแพ้ เกมบ้าๆ ของพวกเขานั่นก็คือการวางให้ฉันคนนี้วิ่งตามและอดทนกับคนอย่างเหมราช ต่อให้เขาไล่ไปหลายต่อหลายครั้งก็ไม่ยอมไป ยอมเขาอยู่เรื่อยไปเหมือนคนโง่ล่ะมั้ง แต่ตอนจบของเกมมันดันเป็นการที่ฉันเก็บข้าวของและออกไปจากชีวิตเขา นั่นเลยอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เหมราชรู้สึกแพ้ ‘ไม่ลองเปิดใจคุยหลายๆ คนดูล่ะ สวยแบบเกล้ามีใหม่ได้ไม่ยากหรอก’ ประโยคสุดท้ายที่แฝงไปด้วยแววตาเจ้าเล่ห์จาก ‘พี่เซน’ หนุ่มหล่อที่เรียกได้ว่าเจ้าชู้ที่สุดในกลุ่ม บางครั้งเขาก็เหมือนเต๊าะฉันเล่นๆ เวลาเจอกัน บางครั้งก็เหมือนเป็นการแนะนำฉันให้ทำในสิ่งที่เหมราชทำกับตัวเองบ้างเพื่อเป็นการเอาคืนอะไรทำนองนั้น ฉันอาจจะคิดมากไปเองแหละ! เลื่อนหน้าจอของตัวเองไปจนสุดแล้วก็รู้สึกพอดีว่าอาหารในกระเพาะที่ฉันยัดเข้าไปนั้นได้เริ่มมีกระบวนการย่อยไปบ้างแล้วแต่ก็ยังอิ่มแน่นอยู่ดี ฉันจึงหยิบเอาจานมาเรียงกันแล้วหยิบเข้าครัวไปยังซิงค์ล้างจานเพื่อทำความสะอาดจานแต่ละใบ ใช้เวลาเพียงไม่นานก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้าห้องนอนไปพร้อมไอแพดและหูฟังบลูทูธ กดเข้าไปชมรายการประกวดแข่งขันเพื่อเฟ้นหากรุปไอดอลนานาชาติ เมื่อดูจบก็จัดการโหวตน้องๆ ผู้เข้าแข่งขันคนไทยทั้ง 6 คนที่ตัวเองชื่นชอบ บวกกับน้องคนจีนอีก 1 คน ตามกติกาของรายการที่สามารถโหวตคนที่ชื่นชอบได้ถึง 7 คน! เอ็นจอยกับหนุ่มๆ หน้าตาดี เต้นเก่ง ร้องเพลงเพราะไปเรียบร้อยแล้ว สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาตั้งโต๊ะข้างเตียงระบุไว้ว่านี่มันจะเที่ยงคืนแล้ว ฉันจึงจำเป็นต้องพาตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกรอบ เพราะว่าวันพรุ่งนี้ฉันยังต้องทำงานเพื่อหาเงินมาเติมและโหวตให้กับหนุ่มๆ ของฉัน... เช้าวันถัดมา... 08:00 A.M. @Thipnaree Company Limited. ฉันเดินเข้าที่ทำงานพร้อมกับสองสาวเพื่อนสนิทเจ้าเก่าเจ้าเดิมหลังจากยืนต่อแถวซื้อกาแฟที่ร้านกาแฟด้านหน้าบริษัทตั้งแต่เจ็ดโมงกว่าๆ ระหว่างทางสายตาก็คอยสังเกตท่าทีเพื่อนร่วมงานทั้งหลายไปด้วยเพื่อดูทิศทางความเป็นไปภายในบริษัท หูก็คอยฟังเสียงซุบซิบที่ส่วนมากก็เป็นเรื่องเม้าท์มอยเรื่องการประกาศปิดตัวลงของบริษัทบ้าง ประธานคนใหม่ที่เข้ามาเทคโอเวอร์บริษัทบ้าง เมื่อมาถึงโต๊ะทำงานประจำตัวแล้ว พวกเราก็พาตัวเองแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ผ่านไปสักพักก็ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนเรียกประชุมทุกแผนกจากฝ่ายบริหาร ทำให้พวกเราต้องละสายตาจากงานที่กองเป็นภูเขาตรงหน้าและสับสองขาตรงดิ่งไปยังห้องประชุมใหญ่ชั้น 15 ซึ่งสามารถรองรับพนักงานทั้งบริษัทได้ ฉัน อาริน และวิเวียน ชะงักหยุดสองเท้าแทบจะทันทีเมื่อมาถึงห้องประชุมใหญ่ เพราะดันเจอกับบุคคลที่พวกเราเพิ่งจะนินทาไปเมื่อวานอย่างเหมราช ทำให้พวกเราสามคนต้องหันมามองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมายด้วยความสงสัยโดยไม่ต้องเอ่ยปาก เขามาทำอะไรที่นี่... “เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนมากันครบแล้ว ผมต้องขออนุญาตแจ้งเรื่องสำคัญให้ทุกคนได้ทราบทั้งหมดสองเรื่อง....” เสียงของประธานกรรมการบริษัทเอ่ยขึ้นทำลายเสียงซุบซิบจากคนหลายๆ กลุ่มที่ลอยมาตามความเงียบ “…” “เรื่องแรกทุกคนคงจะทราบดีอยู่แล้วเรื่องปัญหาทางด้านการเงินของบริษัท ทางฝ่ายตรวจสอบได้ตรวจพบการฉ้อโกงเป็นเงินจำนวนห้าร้อยล้านบาทจากพนักงานและฝ่ายบริหารกลุ่มหนึ่ง โดยที่กลุ่มคนเหล่านี้จะถูกปลดออกจากบริษัทและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป...” “…” “เรื่องที่สอง ผมขออนุญาตแนะนำ คุณเหมราช สิริวัฒนเกียรติกุล ประธานใหญ่ของบริษัทในเครือ SRK Group ทั้งหมด ซึ่งตอนนี้บริษัท Thipnaree ของเรานั้นได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ SRK Group เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และต่อจากนี้คุณเหมราชจะเข้ามาเป็นประธานกรรมการของบริษัทเราแทนผมซึ่งจะขอเกษียณไปใช้เวลากับครอบครัว” หลังการประกาศของท่านประธานใหญ่ทำให้ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบไปในชั่วขณะด้วยความอึ้ง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงปรบมือดังก้องจากพนักงานทั้งหลายที่เริ่มตั้งสติได้แล้ว “เมื่อวานมึงว่าไงนะ?” อารินสะกิดถามฉันเบาๆ “...” “มึงไม่อยากกลับไปใช่ไหม?” วิเวียน “อืม...” ฉันครางในลำคอตอบเบาๆ เพราะว่าในตอนนี้หาเสียงของตัวเองไม่เจอซะแล้ว “แต่เหมือนเขาจะเอาตัวเองกลับมาหามึงอ่ะ!!!”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม