Victim V
- How to hold back-
‘ร้าน House & Sweets, 11.00 am.’
มันเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มาร์ตินควรจะได้นอนอืดอยู่ที่บ้าน แต่เพราะข้อความจากไซม่อนทำให้มาร์ตินต้องลากตัวย้วยๆ ออกจากที่นอนอย่างช่วยไม่ได้ เขายืนหน้าบูดบึ้งอยู่หน้าร้านนานมาก ก่อนไซม่อนที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะก่อนแล้วจะสังเกตเห็นและกระดิกนิ้วเรียกเขาเข้าไปหา
มาร์ตินมองไซม่อนแล้วก้มมองตัวเอง ในขณะที่เขาใส่เสื้อกับกางเกงขาสั้นสีซีดๆ และรองเท้าแตะย้วยๆ อีกคนกลับสวมเสื้อเชิ้ตสีดำแน่นเปรี๊ยะและกางเกงยีนสีเข้มกับรองเท้าหุ้มข้อสีขาว ไหนจะเรือนผมสีทองที่เซตมาอย่างดี ดูผู้หญิงที่จ้องอย่างเร่าร้อนนั้นสิ มาร์ตินจะถูกรุมฉีกกระชากทันทีที่หย่อนก้นลงบนเก้าอี้อีกตัวบนโต๊ะก็สุดแล้วผู้ใดจะรู้
“มาร์”
ไซม่อนร้องเรียกเมื่อเห็นมาร์ตินไม่ยอมมาหาเสียที เอาแต่ทำหน้าน่ารักและเบียดตัวเองแอบมองเขาจากกระถางต้นไม้ประดับร้าน
“นายจะแกล้งผมอีกแล้วเหรอ?”
มาร์ตินรีบเดินตรงดิ่งมาที่โต๊ะทันทีเพราะกลัวไซม่อนจะเดินมาอุ้มเขา ดูสายตาสาวๆ รอบร้านสิ พวกเธอกำลังจะเผามาร์ตินทั้งเป็น ร่างสูงหัวเราะเมื่อได้ยินคำปรามาสจากปากเล็ก
“ไม่แกล้งแล้วครับ ไม่กล้าแกล้งแล้ว...กลัวมาร์โกรธ”
“....”
“สั่งอาหารกัน วันนี้ให้ฉันง้อมาร์ละกันนะ”
มาร์ตินอ้าปากเหวอ เขาขยี้หูและหยิกตัวเองเพื่อเช็กว่าเขากำลังฝันอยู่รึเปล่า คนอย่าง ไซม่อน เคิร์ก เนี่ยนะกำลังง้อคนอย่างเขา ไซม่อนใช้นิ้วดันคางมาร์ตินพร้อมกับหัวเราะเล็กๆ ก่อนจะเรียกบริกรมารับออเดอร์
รายการอาหารมากมายค่อยๆ ทยอยมาเสิร์ฟ ล้วนแล้วแต่มีของที่มาร์ตินชอบทั้งนั้น คนตัวเล็กมองไซม่อนอย่างแปลกใจ...บังเอิญเหรอ? แต่ถ้าบังเอิญทำไมถึงเป็นของชอบของเขาทุกอย่างอย่างเลยล่ะ มาร์ตินชอบทานรสหวาน ส่วนไซม่อนชอบทานรสจัด อาหารบนโต๊ะไม่มีจานไหนรสจัดซักกะอย่าง
ไซม่อนตักอาหารใส่จานให้เขาและส่งสายตาให้ลองทานดู มาร์ตินเม้มปาก ตักอาหารทานอย่างหวาดๆ ก่อนจะพบว่ามันรสชาติดีมากจนตาวาว แก้มกลมขยับหยุบหยับไม่หยุดจนคนมองเอ็นดู
ไซม่อนอมยิ้มขณะเท้าคางมองมาร์ติน จานไหนที่มาร์ตินมองแต่เอื้อมไม่ถึงเขาก็เลื่อนไปไว้ตรงหน้าให้ตักได้ง่ายๆ
“Do you like it?”
“อะ...อื้ม! อร่อยทุกอย่างเลย” มาร์ตินตอบเสียงใส อารมณ์ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
“hmm…I know”
“อือ”
ไซม่อนหัวเราะ ยกมือขึ้นเช็ดคราบซอสสีขาวนวลที่แก้มนิ่มแผ่วเบา มาร์ตินชะงักมองปลายนิ้วอุ่นที่ผละจากแก้มตัวเองไปจรดที่กลีบปากของคนตัวโต...ลิ้นยาวไล้เลียจนคราบครีมขาวจางหาย ก่อนจะกระตุกยิ้มบางเบาอย่างหยอกเย้า...
“So sweet...” ปลายนิ้วย้ายมาแตะที่ปากของเขา “...like you”
มาร์ตินสะอึกผละหนี รีบคว้ากระดาษเช็ดปากมาเช็ดทั่วหน้าด้วยแก้มที่ร้อนแผ่ว ยกน้ำขึ้นดื่มอย่างประหม่าเมื่อไซม่อนเอาแต่มองมาที่เขาและยิ้มไม่หยุด บรรยากาศอุ่นร้อนแปลกๆ จนมาร์ตินไม่กล้าสบดวงตาสีฟ้าแวววับ…
“เอ่อ...ขอโทษนะ”
เสียงหวานจ๋อยดังขึ้นหยุดบรรยากาศสีชมพูระหว่างเขากับไซม่อน มาร์ตินเงยหน้ามองผู้หญิงที่กำลังถือโทรศัพท์และจับจ้องไปที่ไซม่อนอย่างเขินอาย เธอเป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่มากจนมาร์ตินเผลอมมองค้าง
“ครับ?” ไซม่อนยิ้มบางๆ ให้เธอ
“คือ...ฉันชื่อจีเซลและถ้านายไม่ว่าอะไร ฉันขอเบอร์นายได้ไหม?”
เธอยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้าไซม่อน ร่างสูงไม่ได้รับแต่กลับมองมาที่มาร์ตินนิ่งๆ พลางเลิกคิ้วสูง…มาร์ตินอึกอักไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
สุดท้ายมือหนาก็ยื่นไปรับโทรศัพท์เครื่องนั้นมาและกดเบอร์ให้เธอ สาวเจ้ายิ้มกว้างอย่างดีใจ เธอพูดขอบคุณไซม่อนเสียงดัง
“ไม่เป็นไรครับ”
“ฉันแอบปลื้มนายมานานแล้ว นายอาจจะไม่รู้...คือฉันเป็นประธานชมรมเชียร์ลีดเดอร์น่ะ มันคงบ้ามากเลยถ้าฉันชวนนายเดทตอนนี้”
มาร์ตินหันขวับมองไซม่อนทันใด เขาเม้มปากเป็นเส้นตรงเมื่อคนตัวโตมองที่จีเซลไม่ละสายตา ไหนจะรอยยิ้มบางๆ นั้นอีก...
...ทำไมเจ็บหน้าอก
มือบางนวดหน้าอกเบาๆ รอบโต๊ะเงียบมากราวกับกำลังรอฟังคำตอบของไซม่อนอย่างใจจดใจจ่อ
“มาร์...นายอยากให้ฉันไปกับเธอไหม?”
กลายเป็นทุกสายตาจับจ้องมาที่ร่างเล็กแทน จีเซลมองอย่างกดดันจนมาร์ตินอึดอัดและมันทำให้เขาไม่อยากจะอยู่ที่นี่แล้ว...ทำไมต้องมาถามเขาด้วยล่ะ
“แล้วแต่...นาย”
มาร์ตินตอบเสียงเบา ไซม่อนหุบยิ้ม เขาผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและเดินออกนอกไปโดยมีจีเซลวิ่งตาม ทิ้งให้มาร์ตินนั่งอยู่คนเดียวท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย ร่างเล็กรีบเรียกบริกรมาเก็บเงิน แต่ก็พบว่าไซม่อนจ่ายไปแล้ว
เขากลับบ้านด้วยความรู้สึกมืดครึ้ม ไม่รู้ทำไมไซม่อนต้องโกรธเขาด้วยล่ะ ก็เขาไม่รู้นี่นาว่าควรตอบยังไง มาร์ตินเม้มปาก หดหู่ราวกับเห็ดที่ขึ้นมุมห้อง
เขาทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาอย่างหมดอาลัยตายอยาก ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ไซม่อนจะหายโกรธไหม? หรือว่าเขาต้องง้อนะ? มือบางขยี้หัวจนฟูฟ่อง ศอกข้างหนึ่งดันไปทิ่มรีโมทโทรทัศน์เข้า หน้าจอแก้วฉายข่าวด่วนขึ้นมา
ตอนแรกมาร์ตินก็ไม่ได้สนใจอะไรและกำลังจะปิดมัน...ทว่าชื่อที่นักข่าวกำลังอ่านกลับดึงความสนใจของเขาไว้
‘ข่าวต่อไป เป็นข่าวคดีฆาตกรรมที่ทำให้เกิดคำถามว่า โรงเรียน...ยังเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยอยู่จริงเหรอ? นี่คืออีกหนึ่งคดีของฆาตกรต่อเนื่องที่ถูกลืมเลือนไป JOKER ตัวตลกเขย่าขวัญ....เมื่อเวลาเช้ามืดของวันนี้ ตำรวจได้รับแจ้งว่าพบศพบริเวณโรงเรียนไฮกลูสชื่อดัง Happy town
ผู้ตายคือนาย แจคกี้ โพเวล นักเรียนชั้นปีที่ 2 ถูกพบเป็นศพในสภาพที่น่าสยดสยอง โดยฆาตกรได้ทำการเลาะฟันและตัดลิ้นของผู้ตายมาจัดเรียงไว้ข้างศพ พบอาวุธสังหารวางอยู่บนศพผู้ตาย ได้แก่ มีดและคีมเหล็ก เป็นการฆาตกรรมที่สร้างความสะเทือนขวัญเป็นอย่างมาก และตำรวจยังไม่สามารถหาหลักฐานใดๆ ได้เลยในที่เกิดเหตุ...
ด้วยความคาดหวังของผู้ปกครองทุกท่านที่เฝ้าภาวนาขอให้จับฆาตกรคนนี้ได้ในเร็ววัน...ข่าวต่อไป…’
แจคกี้ โพเวล ถูกพบเป็นศพ?
ภาพในโทรทัศน์ฉายบริเวณไม่ไกลจากโรงเรียน ตำรวจหลายคนกำลังทำงานกันอย่างแข็งขัน ภาพศพของแจคกี้ที่นอนประสานมืออย่างสงบทว่าใบหน้ากลับแสดงความกลัวอย่างสุดขีด ดวงตาเบิกโพลงและปากที่ถูกเหล็กง้างไว้...
“อึก”
มาร์ตินยกมือปิดปาก เขารีบปิดโทรทัศน์อย่างรวดเร็วด้วยหัวใจที่สั่นระริก
JOKER....
มาร์ตินรู้ว่าไซม่อนโกรธ...แต่ก็ไม่คิดว่าจะโกรธถึงขั้นหลบหน้าขนาดนี้ ร่างเล็กได้แต่ยืนงง เมื่อวานไซม่อนเป็นคนง้อเขาไม่ใช่หรือไงกัน?
เอาเป็นว่าวันนี้มาร์ตินไม่เจอไซม่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นที่ห้องน้ำตอนเช้าหรือเวลาพักเที่ยงที่โรงอาหาร วันนี้เป็นวันที่แสนเรียบง่ายของมาร์ตินก่อนที่เขาจะเจอไซม่อน...แต่ไม่รู้ทำไม มาร์ตินถึงไม่ชินเอาเสียเลย
“นี่ พวกนายได้ดูข่าวเมื่อคืนหรือเปล่า?”
“ได้ดูสิ...JOKER กลับมาแล้ว”
“เขาหายไปนานมาก”
“ฉันว่าแล้วว่าไอ้แจคกี้ต้องโดน JOKER จัดการ”
“เดาสิว่ามันไปเหยียบหางใครมา”
“พวกในแก็งค์เล่าว่ามันไปแหย่ไซม่อน”
“Seriously?”
“ไอ้โง่ที่ไหนกล้าไปยุ่งกับไซม่อนกัน”
“เหอะ? เคิร์กกับโพเวล”
“ไม่นานเรื่องก็เงียบหาย เชื่อสิ”
“เหมือนกับไอ้งั่งมาร์ตินที่โดนทิ้งน่ะเหรอ? ”
“มันอาจจะเป็นรายต่อไปของ JOKER ก็ได้นะ”
“ฮ่ะ!ๆ ไม่เอาน่า ด้วยเรื่องอะไรล่ะ?”
“เรื่องที่มันตัวเล็กหรือหน้าโง่มั้ง?”
เสียงหัวเราะงี่เง่าดังขึ้นรอบตัว มาร์ตินถอนหายใจและลุกขึ้นไปเก็บถาดอาหารปล่อยให้พวกนั้นคุยเรื่องไร้สาระกันต่อไป เขาไม่ได้รู้สึกอะไรอยู่แล้ว...
“เหมือนกับไอ้งั่งมาร์ตินที่โดนทิ้งน่ะเหรอ?”
เขาไม่ได้โดนทิ้งเสียหน่อย....พวกนั้นคิดไปเองทั้งนั้น
ตกเย็น มาร์ตินไปที่ห้องสมุด เขาค้างคาใจเรื่องของ JOKER จากเมื่อคืน ใช่ว่ามาร์ตินจะไม่เคยได้ยินเรื่องของตัวตลกมาก่อน มาร์ตินเข้ามาเรียนหลังจากที่ JOKER ก่อคดีไปและเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องที่นักเรียนแต่งขึ้นแกล้งคนให้กลัว เขาไม่คิดว่าจะมีข่าวออกมาจริงๆ ด้วยซ้ำ
มาร์ตินมาที่ห้องสมุดเพราะต้องการหาข่าวของฆาตกรคนนี้เพิ่มเติม ด้วยความสงสัยว่าทำไมถึงยังจับ JOKER ไม่ได้และทำไมข่าวถึงได้เงียบลงอย่างรวดเร็ว
ห้องสมุดยามเย็นที่ร้างผู้คน เขาเดาว่าบรรณารักษ์คงแอบดอดออกไปสูบบุหรี่ที่ห้องน้ำอีกแล้วแน่ๆ มาร์ตินส่ายหัวกับตัวเอง เขาเปิดคอมพิวเตอร์และจรดปลายนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ พิมพ์ชื่อของตัวตลกลงไป ข่าวมากมายเมื่อเช้าเด้งขึ้นมาเต็มไปหมด มาร์ตินพิมพ์ปีที่เกิดคดีแรกลงไป ข่าวกอสซิปของโรงเรียนเด้งขึ้นมา
มันเป็นข่าวเก่าที่แทบจมหาย ซึ่งปัจจุบันชมรมข่าวถูกยุบไปแล้วเมื่อปีก่อน ไม่มีใครรู้ว่าทำไม แต่แน่นอนว่าพวกเขาต่างคิดไปในทางเดียวกันว่าต้องมีคนที่อยู่เบื้องหลังแน่นอน เนื้อข่าวนั้นเขียนไว้ว่า...
‘จากคดีโด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Happy town เราจะมาเจาะลึกความเป็นไปได้ถึงตัวตนที่แท้จริงของ JOKER!!
ข้อแรก เขานั้นเป็นคนที่อิทธิพลเป็นอย่างมาก...มีเงินมากพอที่จะปิดข่าว
ข้อที่สอง JOKER คืออีกร่างของ Jack the ripper เขาคนนี้มีความรู้เกี่ยวกับร่างกายของมนุษย์เป็นอย่างดี มีความเป็นไปได้ว่าเขาอาจมีความฝันเป็นหมอ!’
ตุบ!
มาร์ตินหันไปทางชั้นหนังสือ เขาเห็นหนังสือเล่มหนึ่งกองอยู่กับพื้น ดูเหมือนมันจะหล่นลงมา ร่างเล็กลุกขึ้นไปเก็บมันเข้าชั้น เขาเพิ่งสังเกตว่าตอนนี้เย็นมากแล้วและในห้องสมุดก็เงียบสงัด แสงสีส้มสลัวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างทอดกับพื้นเป็นเส้นยาว อาจเพราะทุกอย่างมันเงียบเกินไปมันเลยทำให้เขาคิดมาก
มาร์ตินกลืนน้ำลาย เขาเดินไปเปิดสวิตช์ไฟ เมื่อห้องสว่างขึ้นก็ดูเหมือนความกังวลในใจของมาร์ตินจะลดลง เขานั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์อีกครั้งและเริ่มอ่านข่าวต่อ...
ข้อที่สาม สังเกตไหมว่าผู้เขียนใช้ ‘เขา’ JOKER อาจเป็นผู้ชาย ดูจากการใช้อุปกรณ์ที่น้อยชิ้นแต่งานเรียบกริบ เหยื่อทุกรายของฆาตกรคนนี้ไม่พบสารใดๆ ในร่างกายเลยเพราะฉะนั้นเป็นไปได้ว่าเขาต้องเป็นคนที่มีแรงมหาศาลมากๆ
ข้อที่สี่ เขาต้องเป็นนักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้ามา อาจเป็นน้องใหม่หรือคนที่ย้ายมา
ข้อที่ห้า เป็นความสงสัยของผู้เขียนเอง ว่า Harley Quinn ของเขาเป็นใครกันนะ! และเรื่องนี้จะมี Batman ออกมาช่วยหรือเปล่า มาติดตามกันเถอะ!!’
มันก็ดูเป็นแค่ข่าวไร้สาระที่เขียนขึ้นมาจากการคาดเดาของคนคนหนึ่งแต่ทว่าเนื้อหาของมันบางส่วนนั้นสะกิดใจของมาร์ตินเป็นอย่างมาก
ข้อแรก เขานั้นเป็นคนที่อิทธิพลเป็นอย่างมาก...มีเงินมากพอที่จะปิดข่าว
มาร์ตินคิดไปอีกทิศทางหนึ่ง ฆาตกรอาจจะมีอิทธิพลที่มากพอจะไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองและจะมีสักกี่คนกันที่มีอิทธิพลมากขนาดนั้นในเมืองนี้ เท่าที่มาร์ตินนึกออกก็มีเพียงคนเดียว...
“Mar, What are you up to? ”
“ไซม่อน!!”
ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกใหญ่ เผลอตะโกนชื่อคนที่ก้มตัวลงใช้แขนกักตัวของเขาไว้กับเก้าอี้จากข้างหลัง
“Honey?”
ไซม่อนเลิกคิ้วสูง มองท่าทางตกใจจนหน้าซีดของมาร์ตินอย่างสงสัย เมื่อเห็นอย่างนั้นเลยกดจมูกหอมปลอบขวัญกลางหัวกลมสองสามครั้ง ดวงตาสีฟ้าเหลือบมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เล็กน้อย
“…JOKER”
“ไซม่อนหาย...หายโกรธแล้วเหรอ?”
มาร์ตินรีบปิดพับหน้าต่างต่างโปรแกรมลงและหันหน้ามาพูดเปลี่ยนเรื่อง ไซม่อนก็ตามน้ำ กดจมูกหอมขมับอีกคนและครางตอบในลำคอ
“Yeah...”
“แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ...ผมหมายถึงจีเซลน่ะ” มาร์ตินถามเสียงเบาหวิว ไม่แน่ใจว่าตัวเองมีสิทธิ์ถามไหม
“ไม่รู้สิ ฉันกำลังเสียใจที่ถูกมาร์ทิ้งอยู่” คนตัวโตซุกไซ้
“นายต่างหากที่...ที่ทิ้งผม!”
มาร์ตินผลักหัวไซม่อนออกอย่างหงุดหงิด ตัวเองเป็นคนเดินหนีแท้ๆ มาบอกว่าเขาเป็นคนทิ้งได้อย่างไร
“ก็มาร์ไล่ฉัน...ฉันน้อยใจเป็นนะ นายอยากให้ฉันไปหาคนอื่นเหรอ?”
ไซม่อนเบะปาก เกี่ยวมือเล็กมาบีบเล่นพลางสบดวงตาสีน้ำผึ้งที่ช้อนมองอย่างออดอ้อนแต่ก็แฝงไปด้วยความสับสน
“No…don’ t go.”
มาร์ตินจับแขนเสื้อของไซม่อนไว้ เขาเม้มปากและก้มหน้าลงต่ำ ไม่ชอบใจเลยแค่คิดว่าไซม่อนจะไปหาคนอื่น หัวเล็กส่ายไปมา ก่อนจะเงยหน้ามองคนตัวสูงตาละห้อย…
ไซม่อนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มองมือน้อยๆ ที่จับแขนเสื้อเขาแน่นไม่ปล่อยอย่างมันเขี้ยว ทั้งที่เมื่อวานยังไม่สนใจว่าเขาจะไปกับใครอยู่เลย เขายกมือประคองแก้มกลมอย่างอ่อนโยน เกลี่ยความนุ่มเบามือราวกับจะถนุถนอม ก่อนจะโน้มตัวลงและกระซิบเสียงต่ำ...
“งั้นก็ทำให้ฉันไม่อยากทิ้งนายซะสิ...มาร์”